0 Views

นี่ทำให้ทุกคนแปลกใจ “สารเลวน้อยนี่คือใคร” และเมื่อทุกคนเห็นสาวงามทั้งสาม โดยหยุนรี้และหลานเสวียชิงประคองหลีฟาง ส่วนชูหลิงยืนด้านหลังของเขา นี่ทำพวกเขารู้สึกอิจฉาอย่างมาก ฝูงชนอยากจะฉีกกระชากหลีฟางเป็นชิ้นๆ พวกเขาจ้องมองหลีฟางด้วยสายตาที่อิจฉาริษยา ถ้าการจ้องมองฆ่าคนได้ ตอนนี้ร่างของหลีฟางคงต้องกลับสู่ต้นกำเนิดแน่ๆ นั่นก็คือความว่างเปล่า เพราะมีสายตานับหมื่นจ้องมองเขาอยู่

 

รุ่นเยาว์เอ่ยด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว “มันบังอาจมาขโมย หยุนรี้ หลานเสวียชิง ชูหลิง ไปจากพวกเราได้อย่างไร”

 

ศิษย์ของสำนักบึงมังกรโกรธมาก “ไอ้สารเลวนี่มันกล้าดียังไงมาขโมยศิษย์พี่หลิงของพวกเราไป”อีกคนเอ่ย “ข้าอยากจะสับมันเป็นชิ้นๆ”

 

เสียงโหวกเหวกโวยวายเต็มไปหมด หลีฟางทำเป็นหูทวนลมวันนี้เขาเหนื่อยมากแล้ว

 

เฟิงเฉิน เห็นหลานเสวียชิงประคองหลีฟาง เขาตะโกน “นางแพศยา ไม่รักดีคิดคบชู้ ทั้งๆที่หมั้นหมายกับข้าแล้ว” จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่ หลีฟาง “ท่านอาจารย์ ไอ้สารเลวนี่ล่ะ ที่มันมาแย่งหลานเสวียชิงไปจากข้า”

 

เยียนหยานยิ้มอย่างน่าสยดสยอง “เจ้าเข้าไปฆ่ามันได้เลย ใครกล้าขวางทางศิษย์ข้า ข้าจะฆ่ามัน”

 

เฟิงเฉินยิ้มอย่างน่าสยดสยอง “วันนี้เป็นวันตายของเจ้า สารเลวหลีฟาง” แต่เขาไม่กล้าเข้าไปเพราะกลัวหลานเสวียชิงและชูหลิง

 

หลานเสวียชิง คำรามด้วยความโกรธ “เฟิงเฉิน เจ้ามันไม่ใช่ลูกผู้ชาย เจ้าแพ้ข้าแล้ว และสัญญาหมั้นหมายของพวกเราก็ถูกยกเลิกแล้วเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้วแต่เจ้ายังไปฟ้องอาจารย์และยังทำร้ายพ่อของข้าจนบาดเจ็บสาหัส ข้าขอท้าสู้เป็นตายกับเจ้า” นางอยากจะฆ่าเจ้าชายเฟิงเฉิน เพื่อแก้แค้นให้พ่อของนาง

 

เจ้าชายเฟิงเฉินยิ้ม “ข้าจะสู้เป็นตายกับภรรยาตัวเองได้อย่างไร เจ้าอย่าพูดเรื่องไร้สาระ”

 

หลานเสวียชิงโกรธมากแต่นางไม่สามารถเข้าไปฆ่า เจ้าชายเฟิงเฉินโดยไม่มีเหตุผลได้ หลีฟางกระซิบข้างหูนาง “รอเข้าไปในประตูมังกร แล้วข้าจะพาเจ้าไปล้างแค้น” หลานเสวียชิง ได้ยินนางก็ยิ้มอย่างชั่วร้าย

 

เยียนหยาน แปลกใจทำไม เฟิงเฉินไม่รับคำท้าแล้วกำราบหลานเสวียชิง และเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า เฟิงเฉินมันเพิ่งจะแพ้ให้กับหลานเสวียชิงมาเป็นเรื่องจริง มันเลยไม่กล้า เขาได้แต่เค้นเสียงเย็นชา “ไอ้ศิษย์ไม่ได้เรื่อง”

 

ทุกคนมองเฟิงเฉินด้วยสายตาดูถูก “เจ้าชายเฟิงเฉินไร้ยางอาย เขาแพ้ให้กับหลานเสวียชิง เมื่อวันก่อนและสัญญาหมั้นหมายถูกยกเลิกแล้วเขายังหน้าด้าน เรียกหลานเสวียชิงว่าภรรยาอีก”

 

เสียง”เปาะ เปาะ” ตอนนี้ม่านพลังเริ่มมีรอยร้าวแล้ว “แกร๊ก แกร๊ก”และมันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 

เยียนหยาน หัวเราะอย่างน่าสยดสยอง “เจ้าดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์ ไม่ว่าจะทำยังไงเจ้าก็ต้องตายอยู่ดี”

 

ฟูเหมยยังยืนอย่างสงบนิ่งไม่ขยับเขยื้อน นางพึมพำ “ปล่อยวางทุกสิ่ง ชำระล้างจิตใจให้ว่างเปล่า ทุกอย่างรอบตัวล้วนว่างเปล่า ไม่มีอะไรสามารถทำให้ดอกบัวหิมะไร้มลทินของข้ามีมลทินได้ นี่คือความหมายของดอกบัวหิมะไร้มลทิน”

 

จากนั้นฟูเหมยก็ยิ้มและพึมพำต่อ “ปล่อยวางทุกสิ่ง ชำระล้างจิตใจให้ว่างเปล่า ทุกอย่างรอบตัวล้วนว่างเปล่า ไม่มีอะไรสามารถทำให้ดอกบัวหิมะไร้มลทินของข้ามีมลทินได้ นี่คือความหมายของดอกบัวหิมะไร้มลทิน” และตอนนี้นางเริ่มรู้สึกถึงขอบเขตขั้นที่ 2 ของกายาบัวหิมะไร้มลทินแล้ว

 

“ปล่อยวางทุกสิ่ง….ชำระล้างจิตใจให้ว่างเปล่า…..ทุกสิ่งรอบตัวล้วนว่างเปล่า……ไม่มีอะไรสามารถทำให้ดอกบัวหิมะไร้มลทินของข้ามีมลทินได้….นี่คือความหมายของดอกบัวหิมะไร้มลทิน” ฟูเหมยเอ่ยช้าๆ และนางเริ่มเข้าใจมันขึ้นเรื่อยๆ

 

“เพล้ง” มังกรเพลิงทำลายม่านพลังป้องกันเข้ามาได้แล้ว

 

เยียนหยานหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

 

ฝูงชนถอนหายใจ “ปรมาจารย์ฟูเหมย นางจบสิ้นแล้ว น่าเสียดายจริงๆ”

 

ฝูงชนจ้องมองมังกรเพลิงกำลังจะเข้าไปขย้ำฟูเหมยด้วยความรู้สึกสงสารและเศร้าใจ

 

ผู้อาวุโส 1 สำนักบึงมังกร เอ่ย “ท่านเจ้าสำนักท่านจะไม่ไปช่วยนางจริงๆ หรือ” เขาสงสัยว่า เทียนฟานจะปล่อยให้ฟูเหมยตายจริงๆ หรือ

 

เทียนฟาน ยิ้มแล้วเอ่ย “ไม่จำเป็น นางยังไม่แพ้” จากที่เขาได้ยินหลีฟางพูดเขาก็พยายามคิดตามและจ้องมองดอกบัวไร้มลทิน นี่ทำให้เขาเปิดโลกทัศน์ใหม่ และเขาเชื่อว่าฟูเหมยจะต้อง ทะลวงผ่านขั้นกายาบัวหิมะได้สำเร็จแน่ๆ

 

ผู้อาวุโส 1 สำนักบึงมังกรกำลังจะพูด แต่ฉากที่เขาเห็นมันทำให้เขา กรามค้างไม่สามารถขยับมันได้ เทียนฟานก็เช่นกัน เขาก็อ้าปากค้าง ตอนนี้ทุกคนอ้าปากค้าง และเหมือนถูกแช่แข็ง

 

เยียนหยานที่กำลังหัวเราะอยู่ก็หยุดหัวเราะ แทนที่ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “มัน…เป็น…ไป…ไม่….ได้….มัน….เป็น…..แบบ….นี้…..ไป…..ได้…..อย่าง….ไร”

 

นี่ทำให้ผู้นำตระกูลยักษ์ใหญ่และสำนักใหญ่ ลุกขึ้นยืนทันที “เมื่อกี้มันเกิดอะไร ทำไมจู่ๆ มังกรเพลิงก็หายไป”

 

ฉากที่ทุกคนเห็นทำให้หัวสมองของพวกเขาว่างเปล่า มังกรเพลิงกำลังจะถึงตัวฟูเหมยแล้วแต่จู่ๆ มันก็หายไปราวกับมันไม่เคยมีตัวตนมาก่อน

 

ฟูเหมยลืมตาขึ้นและหันไปยิ้มให้กับหลีฟาง “นายน้อยข้าทำสำเร็จแล้ว” ทุกคนเห็นกิริยาท่าทางที่อ่อนน้อมและน้ำเสียงที่นุ่มนวลของฟูเหมยทำให้พวกเขารู้สึกแปลกๆ นางทำเหมือนว่าหลีฟางเป็นนายน้อยของนาง และนางเป็นแค่สาวใช้ และยังมีคำพูดนี้อีก “นายน้อยข้าทำสำเร็จแล้ว” นี่มันชัดเลย ชัดเลย นางเรียกเขาว่านายน้อย มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ สาวงามถึงสี่คนเลือกที่จะติดตามไอ้สารเลวนี่ นี่มันทำให้ทุกคนรู้สึกอยากตาย ทำไมโลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมกับพวกเขาเลย พวกเขาขอแค่คนเดียวยังไม่มีแต่ไอ้สารเลวมันมีถึง4 คน 4คนเชียวนะ สวรรค์อยากให้พวกเขาเจ็บใจจนตายใช่หรือไม่ โรคซึมเศร้าเริ่มแพร่กระจายไปยังฝูงชน (L เอ่ย “เห้ยอย่าฆ่าตัวตายกันนะเว้ย กูรักพวกมึงนะเว้ย เดี๋ยวกูจะเขียนสาวงามให้พวกมึงดีปะ” ฝูงชนโห่ร้องดีใจ “ขอแจ่มๆเลยนะเทพ L” L ยิ้มอย่างชั่วร้าย “100ทรูจ่ายมาไม่มีอด อิอิ” ฝูงชนโห่ร้อง “มึงล่ะไปตายซะไอ้ L” L ยิ้มแล้วเอ่ย”เห้ยกูเป็นผู้ประพันธ์ถ้ากูตายพวกมึงก็ตายด้วย” ฝูงชน “ให้กูตายเหอะนิยายแบบนี้ กูขอตายดีกว่า”)

 

หลีฟางยิ้ม “เจ้าทำดีมาก” นี่ทำให้ทุกคนโกรธ อะไรคือเจ้าทำดีมาก ไอ้สารเลวนี่มันบอกว่า เจ้าทำดีมากได้อย่างไร นี่มันสุดยอดชัดๆ แล้วมันเป็นใครกล้ามาชม ปรมาจารย์ฟูเหมย ไอ้สารเลวนี่ไม่เจียมตัวจริงๆ

 

ประพันธ์โดย L

กลุ่มฟรีถึงตอนที่ 56 แล้ว ลงวันละ 1 ตอน https://www.facebook.com/groups/158725318008139/

กลุ่มVIP ถึงตอนที่ 92 แล้ว ลงวันละ 2-3 รายละเอียดการเข้ากลุ่มVIPอยู่ในกลุ่มฟรี