0 Views

ยามขวางทางพวกนางไว้ “คารวะ ท่านหญิงฟ่งรั่ว และ เจ้าหญิงโลวเคอเจี้ย ” ท่านหญิงฟ่งรั่วไม่ได้มีสถานะอะไรในตระกูลฟ่ง นางเป็นแค่ลูกหลานของตระกูลฟ่ง ยามจึงไม่ได้ให้ความเคารพนางมากนัก

ฟ่งรั่ว ยิ้มแล้วเอ่ย “ข้าพาเจ้าหญิงโลวเคอเจี้ยมาคารวะผู้นำตระกูลฟ่ง” หลังจากนั้นยามก็เดินเข้าไปรายงานฟ่งเหลย

 

ฟ่งเหลยและเจ้าหญิงฟ่งไทหยานก็เดินออกมา พวกเขาไม่ยอมเชิญฟ่งรั่วและเจ้าหญิงโลวเคอเจี้ยเข้าไปในค่าย นี่เป็นการไม่ไว้หน้าท่านหญิงฟ่งรั่วอย่างมาก เจ้าหญิงฟ่งไทหยานและเจ้าหญิงโลวเคอเจี้ย พวกนางเคยพบกันมาก่อนและไม่ค่อยถูกกัน

 

ฟ่งรั่ว ยิ้มแล้วคารวะ ฟ่งเหลย” คราวะผู้นำตระกูลฟ่ง ไม่ได้เจอกันนาน ข้านำเคอเจี้ยเอ๋อมาคารวะท่าน” จากนั้นนางก็หันไปบอกเจ้าหญิงโลวเคอเจี้ย “เคอเจี้ยเอ๋อ คารวะท่านผู้นำตระกูลฟ่งและพี่ฟ่งไทหยาน เร็วเข้า”

 

เจ้าหญิงโลวเคอเจี้ย ยิ้ม “คารวะท่านผู้นำตระกูลฟ่ง” จากนั้นนางหันไปมองเจ้าหญิงฟ่งไทหยาน เจ้าหญิงฟ่งไทหยานยืนอย่างหยิ่งยโส นี่ทำให้นางรู้สึกไม่พอใจ นางจึงไม่คารวะ นางกล่าวทักทายแบบหยาบๆ”ไงพี่ไทหยาน”

 

เจ้าหญิงฟ่งไทหยานเห็นเจ้าหญิงโลวเคอเจี้ยไม่คารวะนางและทักทายนางแบบหยาบๆ นางจึงโกรธ และหันไปเอ่ยกับฟ่งรั่ว “ฟ่งรั่วทำไมลูกสาวของเจ้าถึงไม่มีสัมมาคารวะเลย” นางเอ่ยด้วยเสียงห้วนๆ แบบนายหญิงคุยกับผู้น้อย เพราะถ้าฟ่งรั่วอยู่ในตระกูลฟ่ง ฟ่งรั่วจะมีสถานะด้อยกว่าเจ้าหญิงฟ่งไทหยาน

 

นี่ทำให้ท่านหญิงฟ่งรั่วใช้สายตาดุดันจ้องเจ้าหญิงฟ่งไทหยานและปลดปล่อยแรงกดดันเล็กน้อย เจ้าหญิงฟ่งไทหยานถึงกับหน้าซีดขาวหายใจไม่ออกรู้สึกเข่าอ่อนแทบจะยืนไม่อยู่ ฟ่งเหลยเดินมาบังเจ้าหญิงฟ่งไทหยาน เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฟ่งรั่วเจ้าจะทำอะไร” เขาพยายามยืนให้ตรงเพราะแรงกดดันนี้มีผลกับเขาเช่นกัน เขาอายุน้อยกว่าและเพิ่งจะมาถึงระดับตัดสวรรค์ขั้น8ได้ไม่นาน ความหนาแน่นของพลังวิญญาณไม่สามารถต้านทานท่านหญิงฟ่งรั่วได้

 

ท่านหญิงฟ่งรั่ว ถอนแรงกดดันแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เคอเจี้ยเอ๋อเจ้าต้องทำความเคารพพี่ไทหยานนะรู้ไหม ถึงนางจะอยู่ในระดับเดียวกับเจ้าแต่นางก็อายุมากกว่าเจ้าตั้ง100ปีแนะ เจ้าต้องให้ความเคารพนางรู้ไหม”

 

เจ้าหญิงโลวเคอเจี้ยหัวเราะดังลั่น และเอ่ย “คารวะพี่ไทหยาน ถ้าการบ่มเพาะของท่านพี่ยังช้าเป็นเต่าคลานอยู่ล่ะก็ ระวังข้าจะแซงท่านพี่เอานะ” จากนั้นนางก็ยังคงหัวเราะเยาะเย้ยต่อไป

 

เจ้าหญิงฟ่งไทหยานโกรธมาก ตอนนี้ควันออกหูของนางแล้ว “เจ้าเด็กไม่มีสัมมาคารวะ” แต่ก่อนที่นางจะด่าเลยเถิดไปใหญ่ ฟ่งเหลยได้ห้ามนางใว้ เพราะถ้านางพาลไปด่าฟ่งรั่วเข้าล่ะก็ เขาก็ไม่อาจจะปกป้องนางได้ หากนางจะถูกฟ่งรั่วสั่งสอน นี่ทำให้เจ้าหญิงฟ่งไทหยานพยายามจะสงบสติอารมณ์ของนาง

 

จากนั้นนางก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “น้องเคอเจี้ย มันเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าทำไมดูเหมือนร่างกายของเจ้า จะไม่โตขึ้นตามอายุของเจ้าเลยล่ะ” จากนั้นนางก็เชิดอกขึ้น โชว์ให้เจ้าหญิงโลวเคอเจี้ยดูหน้าอกที่พร้อมจะล้นทะลักออกมาจากชุดของนางได้ทุกเมื่อและนางหัวเราะอย่างเมามัน นี่ทำให้เจ้าหญิงโลวเคอเจี้ยอิจฉาอย่างมาก

 

เจ้าหญิงโลวเคอเจี้ย โกรธจนหน้าแดง “นี่ไม่ใช่กงการอะไรของเจ้า” นี่เป็นปมด้อยของนาง การบ่มเพาะของนางเร็วก็จริง แต่นางไม่รู้ว่าทำไมร่างกายของนางถึงได้หยุดเจริญเติบโตตั้งแต่อายุ 15 และนางตัวเล็ก นี่ทำให้ทุกคนปฎิบัติกับนางเหมือนสาวน้อย

 

ท่านหญิงฟ่งรั่ว ส่ายหัวและถอนใจ “เคอเจี้ยเอ๋อเจ้าอย่าได้หยาบคายกับพี่ไทหยานนักสิ” นางไม่รู้จะปลอบ เจ้าหญิงโลวเคอเจี้ยอย่างไรดี

 

ฟ่งเหลย ยิ้ม และเอ่ย ” ฟ่งรั่ว เจ้าแต่งเข้าตระกูลโลวไปแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงตระกูลฟ่งแล้วก็ได้พวกเราอยู่กันได้ ” เขาพูดเป็นนัยๆว่า เจ้าไม่ใช่คนของตระกูลฟ่งแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องมาที่นี่อีก

 

ท่านหญิงฟ่งรั่ว ไม่โกรธและกล่าว “ข้าก็แค่ห่วงอนาคตของตระกูล เพราะบางคนในตระกูลกำลังแกว่งเท้าหาเสี้ยน และข้าได้ข่าวมาว่ามีรุ่นเยาว์ถูกลอบสังหารไปหลายคน” ฟ่งเหลยเป็นคนที่โหดเหี้ยมและเขามีศัตรูมากมาย นี่ทำให้รุ่นเยาว์ของตระกูลถูกลอบสังหารหลายคน

 

ฟ่งเหลยโกรธ “หืม นี่ไม่ใช่กงการอะไรของเจ้า ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้วก็ควรจะจากไปได้แล้ว” เขายังคงหงุดหงิดเพราะเขายังหาตัวการที่ลอบสังหารรุ่นเยาว์ของตระกูลเขาไม่เจอ

 

ท่านหญิงฟ่งรั่ว เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้าเองก็ระวังตัวไว้ด้วย เจ้ามีศัตรูมากมาย สักวันหนึ่งมันจะเป็นเจ้าที่ตาย” จากนั้นนางก็หัวเราะแล้วเดินจากไป

 

ฟ่งเหลยหน้าตาดำมืด เขาถูกเหยียดหยามและสาปแช่งจากฟ่งรั่ว แต่เขาไม่มีความแข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับนาง

 

เจ้าหญิงฟ่งไทหยานตกตะลึงนางไม่รู้มาก่อนเลยว่ารุ่นเยาว์ของตระกูลฟ่งถูกลอบสังหาร “ท่านพ่อนี่เป็นเรื่องจริง?” แต่จากที่นางเห็นอาการของฟ่งเหลยนางก็รู้ทันทีว่านี่เป็นเรื่องจริง

 

ฟ่งเหลยไม่พูดอะไรแล้วเดินกลับเข้าค่ายไป

 

เมื่อถึงเวลาประมาณบ่าย4 ได้มีเรือเหาะสีดำทมิฬ หัวเรือเป็นรูปหัวมังกรสีดำทมิฬ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นสำนักมังกรทมิฬ

 

ประพันธ์โดย L