0 Views

หลีฟางยิ้ม “ข้าจะไปขอเจ้าจาก หยุนฉี เจ้าจะตกลงหรือไม่”

 

หยุนรี้ก้มหน้า และพูดด้วยเสียงเบา”นายน้อยคงไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่หรือไม่”

 

หลีฟางยิ้ม “มันขึ้นอยู่กับเจ้า ถ้าเจ้าอนุญาต ข้าจะไปขอเจ้ากับ หยุนฉี เจ้าจะว่าอย่างไร อยากจะเป็นภรรยาของข้าหรือไม่”

 

หยุนรี้ยังคงก้มหน้าอยู่ “ข้า… ข้า…. แต่… แต่… ” นางพูดไม่ออกคำพูดของนางติดอยู่ในลำคอ ได้แต่เอียงอายและรู้สึกมีความสุข

 

เจ้าหญิงชูหลิงยิ้ม “ศิษย์น้องรี้เจ้าจะรออะไรอยู่เล่า บอกนายน้อยของเจ้าไปสิ”

 

ปรมาจารย์ฟูเหมยก็เอ่ยเชียร์ “รี้เอ๋อ เจ้าควรจะตอบตกลงนะ” นางดีใจที่ศิษย์ของนางได้แต่งกับคนที่นางรัก

 

หยุนรี้ ก้มหน้า และเอ่ยด้วยเสียงเบา ตอนนี้น้ำตาของนางไหลออกมา “ข้าตกลง”

 

หลีฟางเอามือเช็ดน้ำตาให้นาง “แต่ข้าไม่มีผู้อาวุโส ข้าตัดขาดจากตระกูลของข้าหลายปีแล้ว ข้าจะไปขอเจ้าอย่างไรดี” จากนั้นเขาก็หันไปมองปรมาจารย์ฟูเหมย

 

ปรมาจารย์ฟูเหมยรีบเสนอตัว “ข้าจะเป็นผู้อาวุโสให้เจ้าเอง” นางยินดีช่วยศิษย์ของนาง

 

หลีฟางยิ้มและพยักหน้าให้ ปรมาจารย์ฟูเหมย เขาคิดในใจ เจ้ายังเป็นเด็กน้อยเมื่อเทียบกับข้า ยังกล้ามาบอกว่าจะเป็นผู้อาวุโสให้ข้าอีก

 

เจ้าหญิงชูหลิงยิ้ม “ยินดีด้วย ศิษย์น้อง เจ้ากำลังจะได้แต่งงานแล้ว” นี่ทำให้หยุนรี้เขินอายอย่างมาก จากนั้นนางจ้องมาที่หลีฟางด้วยใบหน้าดุร้าย “ถ้าเจ้าทำให้ศิษย์น้องของข้าเสียใจล่ะก็ ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้นเลยคอยดู”

 

หลีฟางยิ้ม และพูดหยอกล้อนาง”สาวน้อย เจ้าไม่มีความสามารถพอที่จะทำเช่นนั้นได้ แม้แต่ตอนนี้เจ้าก็ยังไม่มีความสามารถพอ” นี่ทำให้ทุกคนตกตะลึง  หลีฟางอยู่ในระดับ จิตวิญญาณปฐพีขั้นสูงสุด จะสามารถกำราบ ระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น 9 ได้อย่างไร นี่เป็นคำพูดที่หยิ่งยโสเกินไป แบบนี้เรียกว่าไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ

 

เจ้าหญิงชูหลิงโกรธควันออกหู “เจ้าช่างโอ้อวดนัก ถ้าไม่ติดว่าเจ้ากำลังจะแต่งงานกับศิษย์น้องของข้านะ ข้าจะทุบตีเจ้าให้รู้จักว่าใครเป็นใคร” หลีฟางเรียกนางว่าสาวน้อยนี่ทำให้นางโกรธ เขาอายุน้อยกว่านางมาก นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้นางโกรธ

 

หลีฟางทำเป็นกลัวและตะโกน “ศิษย์สำนักใหญ่จะรังแกข้า ช่วยด้วย” จากนั้นเขาก็หัวเราะ

 

ปรมาจารย์ฟูเหมยดุเจ้าหญิงชูหลิง “เจ้าอย่าได้หยาบคายกับนายน้อยหลี” หลีฟางเป็นนายน้อยของพวกนาง

 

เจ้าหญิงชูหลิงระงับความโกรธ “ข้าขอโทษท่านอาจารย์”

 

หลีฟางยิ้ม “เอาล่ะ ตอนนี้เรามีปัญหาเยอะ หยุนรี้ เจ้าต้องอดทนรอหน่อยนะ”

 

นี่ทำให้หยุนรี้หน้าแดง “อืม ข้าจะรอนายน้อย” ในตอนนี้นางไม่ได้เป็นเสือสาวที่ดุร้ายอีกต่อไปแล้วนางกลายเป็นแมวที่น่ารักไปแล้ว แต่ถ้านางโกรธเสือสาวตัวนั้นจะออกมา

 

หลังจากนั้น ไม่นานหลานเสวียชิงก็กลับมาด้วยอาการอิ่มเอมใจ แต่พอนางเห็นหลีฟางนางก็ก้มหน้าไม่กล้าสบตากับเขา นางรู้สึกเขินอายอย่างมาก นางต้องใช้เวลาปรับตัว กับความรู้สึกที่เปลี่ยนไป หยุนรี้ก็ไม่ต่างจากหลานเสวียชิง นางต้องใช้เวลาปรับตัวเช่นกัน

 

ปรมาจารย์ฟูเหมยเห็นสองสาวก็รู้สึกขำ แต่นางก็ไม่เคยมีประสบการณ์ความรักทำให้นางให้คำแนะนำแก่ลูกศิษย์ของนางไม่ได้

 

เจ้าหญิงชูหลิงอดใจไม่ไหวเริ่มฝึกคัมภีร์ และนางไม่เข้าใจอะไรหลายอย่าง หลีฟาง จึงช่วยแนะนำนาง เมื่อนางได้รับการสั่งสอนจากหลีฟางทำให้นางรู้สึกทึ่งอย่างมาก เขามีความรู้และความเข้าใจกับกายานี้อย่างดีและช่วยเปิดโลกทัศน์ให้นาง นี่ทำให้นางรู้สึกนับถือเขา นางคิด เด็กน้อยคนนี้เวลาเขาจริงจังก็น่ารักดีเหมือนกัน

 

ปรมาจารย์ฟูเหมยก็ได้ยินสิ่งที่หลีฟางสอนเจ้าหญิงชูหลิง นี่ทำให้นางตกตะลึง ตอนนี้หลีฟางเหมือนนักปราชญ์ นางได้ประโยชน์อย่างมากกับคำสอนของเขาและช่วยขยายขอบเขตการบ่มเพาะของนาง นี่ทำให้นางเข้าใจแล้วว่าทำไมหยุนรี้และหลานเสวียชิงที่เพิ่งจะรู้จักหลีฟางได้ไม่นานถึงได้พัฒนาเร็วนัก ต่อให้มีคัมภีร์ระดับสูงแต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้พวกนางฝึกได้เร็วขึ้นมีแต่จะทำให้พวกนางฝึกได้ช้าลง เพราะคัมภีร์ระดับสูงมีความลึกซึ้งมากต้องใช้ความเข้าใจเยอะมาก และทำให้นางอดทนไม่ไหวเริ่มฝึกบ้าง

 

หลีฟางเริ่มสอนปรมาจารย์ฟูเหมยและเจ้าหญิงชูหลิง พวกนางเมื่ออยู่ต่อหน้าเขากลายเป็นเด็กน้อยหัดพูดไปเลย พวกนางฟังเขาสอนอย่างตั้งใจ หยุนรี้และหลานเสวียชิงก็นั่งฟังและฝึกฝนด้วยเช่นกัน

 

ในระหว่างที่พวกที่นางกำลังบ่มเพาะกันอย่างเมามัน ภายนอกเริ่มมีกลุ่มคนจำนวนมากปรากฏตัวขึ้น สำนักต่างๆ และตระกูลต่างๆ เริ่มมา และในวันนี้ตระกูลยักษ์ใหญ่ก็มาถึง

 

“นั่นมันตระกูลเชีย ตระกูลเชียมาถึงแล้ว” เรือเหาะของตระกูลเชียเคลื่อนมาใกล้ประตูนี่ทำให้ทุกคนเห็นคนสามคนยืนอยู่ที่หัวเรือพวกเขาอุทาน “โอ้ นั่น เจ้าชาย เชียหาน อัจฉริยะของตระกูลเชีย เขาไปถึงระดับ จิตวิญญาณสวรรค์ขั้น9ตั้งแต่อายุ900ปี” เป็นชายหนุ่มผมยาวสีดำ ผิวขาว หน้าตาดีจัดว่าหล่อเหลา ขนาดณเดชยังชิดซ้าย มาริโอ้ชิดขวาตกคูน้ำเน่าเลยทีเดียว สงสัยไปเกาหลีมา เขาเป็นหนึ่งในอัจฉริยะของตระกูลเชีย เขามีนิสัยดี และหวงน้องสาวเป็นอย่างมาก

 

และเมื่อทุกคนเห็น หญิงสาว นี่ทำให้พวกเขาแข็งค้างกับความงามของนาง “เจ้าหญิงเชียเยว่หวิน นางช่างงดงามเหลือเกิน สมกับเป็นเจ้าหญิงของตระกูลเชียจริงๆ นางอายุแค่ 300ปี นางไปถึงระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น 6 แล้ว” เจ้าหญิงเชียเยว่หวิน ความงดงามของนางจัดว่าเป็นสาวงามล่มเมือง หน้าตานางราวๆ อายุ 18 ความสูง 170 ดวงตาสีน้ำตาล แก้มแดงอมชมพู ผมดำยาวประบ่า เอวบางหุ่นดี ผิวขาว ใบหน้าขาวเนียน ริมฝีปากแดง หน้าอกของนางน่าจะฉีดซิลิโคน 800cc นางน่าจะไปยันฮีมาแน่ๆ  แต่ใบหน้าของนางเย็นชา แต่นี่ไม่ทำให้ความงดงามของนางลดน้อยลงเลย

 

“โอ้นั่นผู้นำตระกูลเชีย เชียมู้ มาที่นี่ด้วยตัวเองเลย เขาอยู่ในระดับตัดสวรรค์ขั้น 8 อีกไม่เกิน 3000ปีเขาต้องไปถึงระดับอวตารเทพแน่ๆ” เป็นชายวัย 25 อายุจริง 9000ปี หน้าตาหล่อเหลา ผมดำยาว เขาก็ไปเกาหลีมาเช่นกัน

 

ผู้นำตระกูลเอ่ย “ข้าได้ยินมาว่า เจ้าชายเชียหาน ฝึกกายาไปถึงระดับ กายาสวรรค์ขั้นกลางแล้ว เขาช่างเป็นอัจฉริยะจริงๆ”

 

อีกคนเอ่ย “เจ้าหญิงเชียเยว่หวิน ก็ไม่แพ้กันนางก็ไปถึงระดับ กายาสวรรค์ขั้นต้นแล้ว ตระกูลเชียสมแล้วที่เป็นตระกูลยักษ์ใหญ่ พวกเขามีคัมภีร์กายามังกรเหล็กระดับอวตารเทพขั้นกลาง เป็นกายาที่มีพลังป้องกันสูงมาก” นี่ทำให้ทุกคนอิจฉาตระกูลเชีย ตระกูลเชียเป็นพวกใช้จิตวิญญาณดิน

 

“ตระกูลเชียพาคนมา 100คน เป็นระดับตัดสวรรค์ 30 คน มีขั้น8 3คน และรุ่นเยาว์อีก 70 คน พวกเขาช่างทรงอำนาจ สมกับที่เป็นตระกูลยักษ์ใหญ่” นี่ทำให้ทุกคนถอนหายใจ คนที่มีระดับตัดสววรค์ขั้น 8 ขึ้นไป ส่วนใหญ่จะปิดประตูบ่มเพาะไม่ยุ่งกับโลกภายนอกเว้นแต่จะเป็นเรื่องใหญ่ และตระกูลยักษ์ใหญ่มักจะมีตัวตนระดับ ตัดสวรรค์ขั้น 8 ประมาณ 50 คน  ขั้น 9 5 คน และขั้นสูงสุด 2 คน ตระกูลเชียปกครองเมืองเชีย เป็นเมืองใหญ่ของแคว้นฉี

 

ประพันธ์โดย L

กลุ่มฟรีถึงตอนที่ 45 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/

กลุ่ม VIP ถึงตอนที่ 74