0 Views

ในกระโจมของหลีฟาง

 

ปรมาจารย์ฟูเหมยอ่านคัมภีร์ของนางด้วยสายตาเป็นประกาย “นี่มันลึกซึ้งมาก เขาไปได้คัมภีร์แบบนี้มาจากไหนกัน เขาคิดค้นมันขึ้นมาเองหรืออย่างไร”

 

เจ้าหญิงชูหลิงไม่สนใจสิ่งใด นางจดจ่ออยู่กับคัมภีร์ของนาง นางชอบมันมากเพราะมันเหมาะกับนางจริงๆ นางไม่อาจจะละสายตาจากมันได้เลย นางอยากจะรีบฝึกมันจริงๆ

 

หยุนรี้ยิ้มแล้วเอ่ย “ข้าไม่แน่ใจ แต่ส่วนคัมภีร์ระดับนี้ ถ้าได้สืบทอดมาทุกคนจะถูกบังคับให้สาบานว่าจะไม่ถ่ายทอดให้ใคร เพื่อป้องกันไม่ให้คัมภีร์รั่วไหล” การสาบานป้องกันได้หลายอย่างเช่น ป้องกันผู้ได้รับถ่ายทอดไปถ่ายทอดให้กับคนอื่นเว้นแต่พวกเขาสร้างหรือดัดแปลงขึ้นมาใหม่พวกเขาสามารถถ่ายทอดได้ จึงไม่มีการจับคนไปบังคับให้ถ่ายทอดคัมภีร์เพราะพวกเขาไม่สามารถขัดขืนคำสาบานได้ ถ้าอยากได้คัมภีร์ต้องไปบังคับเจ้าของคัมภีร์เท่านั้น

 

ปรมาจารย์ฟูเหมยยิ้ม “รี้เอ๋อ เจ้าได้ฝึกคัมภีร์แบบไหน” นางอยากรู้ว่าคัมภีร์ที่หลีฟางให้หยุนรี้เป็นแบบไหน เพราะหยุนรี้นางใช้จิตวิญญาณไฟ

 

“ใช่ๆ ของเจ้าเป็นแบบใดกัน ข้าก็อยากจะเห็นเหมือนกัน”เจ้าหญิงชูหลิงก็อยากจะเห็นเหมือนกัน

 

หยุนรี้ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ท่านอาจารย์อย่าได้อิจฉาข้าล่ะ กายาพญาหงส์เพลิง” จากนั้นนางก็เปิดใช้ มีเงา พญาหงส์เพลิง อยู่ด้านหลังนาง เปลวไฟที่ร้อนแรง แต่นางควบคุมมันได้จนชำนาญแล้วมันจึงไม่เผากระโจม

 

ปรมาจารย์ฟูเหมยและเจ้าหญิงชูหลิง ตกตะลึง อุทานพร้อมกัน “ไฟศักดิ์สิทธิ์” นี่ทำให้พวกนางตกตะลึงอย่างมาก แม้แต่หยุนรี้ก็มีเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์

 

ปรมาจารย์ฟูเหมยเอ่ยด้วยความข่มขื่น “ตอนนี้รี้เอ๋อและชิงเอ๋อ ความสำเร็จของพวกเจ้าแซงข้าแล้ว ข้านี้เป็นอาจารย์ที่ไม่เอาไหนจริงๆ”

 

หยุนรี้ รีบเอ่ย “ท่านอาจารย์นี่เป็นเพราะนายน้อย สั่งสอนข้า ถ้าอาจารย์ติดตามนายน้อยและสร้างผลงาน รับรองนายน้อยต้องสั่งสอนท่านอาจารย์แน่ๆ”

 

ปรมาจารย์ฟูเหมย ฝืนยิ้ม “นี่ข้าต้องให้เด็กน้อยมาสั่งสอนหรือนี่” นี่ยิ่งทำให้นางรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม

 

เจ้าหญิงชูหลิง เอ่ยปลอบ “ท่านอาจารย์ อย่าได้คิดมาก นายน้อยหลีไม่เหมือนเด็กทั่วไป ข้ามองยังไงก็ไม่รู้สึกว่าเขาเป็นเด็กเลย พฤติกรรมของเขาเหมือนจิ้กจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์มากกว่า” นี่ทำให้ทุกคนสงสัยว่าหลีฟางเป็นเด็กจริงๆ หรือ พฤติกรรมของเขา ไม่เหมือนเด็กแม้แต่น้อย

 

หยุนรี้ โกรธทำแก้มป่อง “ศิษย์พี่ อย่าว่านายน้อยแบบนั้นสิ ” นี่ทำให้ทุกคนหัวเราะกับใบหน้าของหยุนรี้ตอนนี้ นางดูเหมือนเด็กที่กำลังโกรธจนแก้มป่อง

 

เจ้าหญิงชูหลิง พูดหยอกล้อหยุนรี้ “ข้าขอโทษ ข้าจะไม่ว่านายน้อยของเจ้าแล้ว” จากนั้นนางก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “นายน้อยของเจ้านี่แตะต้องไม่ได้เลยน้า” นี่ทำให้หยุนรี้ก้มหน้าลงและหน้าแดงด้วยความเขินอาย

 

ปรมาจารย์ฟูเหมยยิ้ม “เขาเป็นใครกันแน่ทำไมถึงได้มีคัมภีร์มากมายเช่นนี้”

 

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่านายน้อยบอกว่าเขาบาดเจ็บจากการต่อสู้ แต่ข้าไม่รู้ว่าระดับบ่มเพาะจริงๆ ของเขาอยู่ระดับใด” หยุนรี้นางก็อยากรู้เช่นกันแต่ถ้าหลีฟางไม่บอก นางก็จะรอจนกว่าเขาจะพร้อมบอกนาง

 

ปรมาจารย์ฟูเหมย ยิ้ม “เขาคงไม่ใช่เทพที่แท้จริงบนชั้นฟ้าหลอกนะ” จากนั้นพวกนางก็หัวเราะ “เทพที่แท้จริง คงเป็นไปไม่ได้หรอก ดูยังไงเขาก็ไม่เหมือนเทพที่แท้จริง”

“พวกเจ้ากำลังนินทาข้ากันอยู่สินะ”มีเสียงมาจากนอกกระโจม จะเป็นใครไปได้นอกจากหลีฟาง

 

หลีฟางเดินเข้ามาในกระโจม หยุนรี้เห็นหลีฟางเดินมาคนเดียว

 

หยุนรี้รีบเอ่ยด้วยความกังวล “หลานเสวียชิง ไปไหนแล้วนายน้อย อย่าบอกนะว่าตระกูลหลานเสวีย นำตัวนางกลับไป”

 

ปรมาจารย์ฟูเหมย โกรธ “ข้าจะไปคุยกับตระกูลหลานเสวีย บังอาจมาบังคับให้ชิงเอ๋อหมั้นหมายคดีนี้ข้ายังไม่ได้คิดบัญชี” นี่ทำให้นางโกรธมากจริงๆ ที่ลูกศิษย์ของนางถูกบังคับให้หมั้นหมาย

 

เจ้าหญิงชูหลิง ก็เอ่ย “ข้าจะไปกับท่านอาจารย์ ข้าจะไม่ยอมให้พวกเขาบังคับศิษย์น้องชิงอีกต่อไป”

 

หลีฟางยิ้ม “ไปใหญ่แล้วพวกเจ้า หลานเสวียชิง แค่คุยอยู่กับพ่อของนาง ข้าเลยเดินมาก่อน” นี่ทำให้ทุกคนโล่งใจ

 

หยุนรี้รีบถาม “พวกเขามาทำไมกัน”

 

หลีฟางยิ้ม “พวกเขามาเพื่อบอกให้ข้านำผู้อาวุโสมาคุยเรื่องการหมั้นหมายกับหลานเสวียชิง” นี่ทำให้ทุกคนตกตะลึง

 

หยุนรี้รีบเอ่ย “แล้วนายน้อยตกลงหรือเปล่า”

 

หลีฟางยิ้ม “ทำไมข้าจะไม่ตกลงล่ะ”

 

หยุนรี้เอ่ยด้วยเสียงสั่น “ข้ายินดีกับนายน้อยที่ได้หมั้นหมายกับหลานเสวียชิงด้วย” นางรู้สึกเจ็บปวดในใจ

 

หยุนรี้กำลังจะเดินออกจากกระโจมไป หลีฟางจับมือนางใว้ “เดี๋ยวก่อน”

 

หยุนรี้พยายามกลั้นน้ำตา “นายน้อยวันนี้ข้าเหนื่อยมากแล้วขอไปพักผ่อน”

 

หลีฟางยิ้ม “ข้ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับเจ้า”

 

หยุนรี้ไม่มีอารมณ์จะฟังแต่เมื่อได้ยินทำให้นางตกตะลึงและเขินอาย

 

ประพันธ์โดย L