0 Views

เจ้าหญิงชูหลิงเอ่ยด้วยความกังวล “ท่านอาจารย์เกิดอะไรขึ้นกับท่าน?”

 

“ใช่ท่านอาจารย์เกิดอะไรขึ้นกับท่านกันแน่” หลานเสวียชิงและหยุนรี้ก็สงสัยเช่นกัน

 

ปรมาจารย์ไม่ตอบคำถามของทุกคน “หลีฟางมีภูมิความรู้มากจริงๆ รึ” จากที่หลีฟางพูด นางก็พอจะรู้ว่าหลีฟางรู้หนึ่งถึงสองอย่าง

 

หยุนรี้รีบเอ่ย “นายน้อยหลีแน่นอนต้องรู้ไม่งั้นเขาคงไม่พูด” นางเชื่อมั่นในหลีฟางเอามากๆ

 

หยุนรี้ได้นำทุกคนเข้าไปในค่ายของตระกูลหยุน จากนั้นปรมาจารย์ฟูเหมยก็ถามหลายอย่างเกี่ยวกับหลีฟางว่าเขามาจากไหน พวกนางก็แค่บอกเป็นบางอย่างและแต่งเติมนิดหน่อยเพื่อให้หลีฟางดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

 

เจ้าหญิงชูหลิง เอ่ยด้วยความตกตะลึง “เป็นเช่นนั้นจริงๆ แม้แต่พิษร้ายเช่น อสรพิษกลืนวิญญาณ เขาก็สามารถรักษาได้ นี่มันช่างน่าเหลือเชื่อ”

 

ปรมาจารย์ฟูเหมยเอ่ยด้วยอารมณ์ “เขาสามารถมองเจ้าแค่ครั้งเดียวแล้วสามารถบอกได้เลยว่าเจ้าฝึกคัมภีร์มาร เจ้าลองเอาคัมภีร์ที่ว่านั่นให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่” นางเริ่มสงสัยว่าคัมภีร์มารเป็นเช่นไร

 

หลานเสวียชิง ยิ้ม จากนั้นก็นำคัมภีร์มารออกมา” นี่ท่านอาจารย์ลองดู เป็นคัมภีร์ลึกลับและอยู่ในระดับอวตารเทพ แต่เป็นคัมภีร์ที่ชั่วร้าย”

 

ปรมาจารย์ฟูเหมยเอ่ยด้วยอารมณ์หลังจากเห็นคัมภีร์มาร  “เป็นมันจริงๆ ในสำนักมีบันทึกไว้ว่ามีคัมภีร์มาร แต่พวกเราไม่สามารถขจัดปราณความมืดไปจากคนที่ฝึกได้ ถ้าฝึกแล้วก็ได้แต่รอความตายเท่านั้น”

 

หลานเสวียชิง ตกใจนางไม่รู้ว่ามันไม่สามารถรักษาได้ นางเอ่ยด้วยอารมณ์ “มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอท่านอาจารย์” นางไม่คิดว่าหลีฟางทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้

 

เจ้าหญิงชูหลิง เอ่ยด้วยความชื่นชม “เขาช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ มีอะไรแปลกๆ อย่างคัมภีร์มารด้วยและคนมีความสามารถมากมายจริงๆ”

 

ปรมาจารย์ฟูเหมย เอ่ย “พวกเจ้าช่วยให้ข้าสามารถคุยกับเขาได้หรือไม่” นางเริ่มอยากจะรู้แล้วว่าเขาสามารถช่วยนางได้หรือไม่ เพราะจากที่ฟังหลานเสวียชิงและหยุนรี้เล่ามาทั้งหมด เขาเป็นคนที่ลึกลับมาก แต่อาการของนางแม้แต่ผู้อาวุโสของสำนักยังปวดหัวเลยพวกเขาไม่เคยเจอมาก่อน

 

หยุนรี้เอ่ยด้วยความกระตือรือร้น “ข้าจะไปแจ้งนายน้อยว่าท่านอาจารย์อยากจะพบเขา” นางนั้นอยากจะช่วยอาจารย์ของนางและสร้างพันธมิตรให้กับหลีฟางด้วย ในอนาคตเขาต้องสร้างสำนักราชันหมื่นกระบี่ เขาต้องมีคนคอยช่วยและยิ่งเป็นปรมาจารย์ฟูเหมย นางสามารถช่วยเขาได้มากเลย

 

หลังจากนั้น หยุนรี้และหลานเสวียชิงก็เดินไปยังที่พักของหลีฟางเพื่อช่วยกันพูดให้หลีฟางช่วยอาจารย์ของพวกนาง

 

เจ้าหญิงชูหลิงเอ่ยด้วยความเป็นห่วง “ท่านอาจารย์ ท่านต้องหายดีและท่านต้องไปถึงระดับอวตารเทพได้แน่ๆ ข้ามั่นใจ” นางพยายามปลอบใจ นางรู้นิสัยอาจารย์ของนางดี ถ้าอาจารย์ของนางถอดใจแปลว่าอาการนี้ต้องร้ายแรงมากจริงๆ

 

ปรมาจารย์ฟูเหมย ฝืนยิ้ม “ข้าก็หวังว่าเขาจะทำได้”

 

หลานเสวียชิงและหยุนรี้เดินเข้ามาแล้วเอ่ยด้วยแววตาขอร้อง “นายน้อยหลีได้โปรดช่วยอาจารย์ของพวกเราด้วย”

 

หลีฟางยิ้มแล้วเอ่ย “ข้านั้นไม่รู้จักนางและไม่มีเหตุผลที่จะต้องช่วยนาง” เขานั้นไม่แยแสนางแม้แต่นิด

 

หยุนรี้เอ่ยขอร้อง “แต่นางเป็นอาจารย์ของพวกข้า ถ้าท่านช่วยนางได้ข้าจะ..” ก่อนที่นางจะเลยเถิดหลีฟางพูดตัด “พวกเจ้าจะให้อะไรข้าได้อีก พวกเจ้าไม่เหลืออะไรให้ต่อรองกับข้าแล้ว พวกเจ้ากระทั่งสาบานว่าจะติดตามข้าไปตลอดชีวิตของพวกเจ้าแล้ว”

 

นี่ทำให้ หลานเสวียชิงและหยุนรี้พูดอะไรไม่ออกพวกนางได้ให้เขาทุกอย่างที่นางมีแล้ว

 

หลีฟางเห็นหน้าตาหมดหวังของพวกนาง เขาจึงเอ่ย “ให้นางมาคุยกับข้า ข้านั้นไม่ใช่คนใจร้ายอะไร แต่ข้าต้องทดสอบนางก่อน และพวกเจ้าเอาไอ้เจ้าชายเจียงฟู้ไปไกลๆ ข้าด้วย ถ้าอาจารย์ของพวกเจ้าไม่หยุดมันล่ะก็ป่านนี้มันคงตายไปแล้ว และเตือนมันด้วยว่าถ้าไม่อยากตายอย่ามาให้ข้าเห็นอีก”

 

นี่ทำให้สองสาวตกตะลึง หลานเสวียชิง เอ่ยด้วยท่าทีขอโทษ “ข้าต้องขอโทษแทนศิษย์พี่ฟู้ด้วย ปกติเขาไม่ใช่คนอารมณ์ร้อนแบบนี้”

 

หลีฟางยิ้มแล้วเอ่ย แบบสบายๆ “ถ้าข้าฆ่าไอ้เจ้าชายนั่นแล้วพวกเจ้ายังจะอยากติดตามข้าอยู่หรือไม่ แล้วอาจารย์ของพวกเจ้าคิดจะแก้แค้นให้มันหรือไม่”

 

หยุนรี้และหลานเสวียชิงรีบตอบ โดยไม่ต้องคิดเลย “พวกข้ายินดีติดตามนายน้อยอยู่แล้ว แต่…” พวกนางเงียบอยู่นาน “ข้ารู้ว่าศิษย์พี่ฟู้ทำเกินไปแต่ไม่น่าถึงขนาดจะต้องฆ่ากันเลย นายน้อยอาฆาตเกินไปแล้ว” พวกนางไม่เข้าใจว่าทำไมหลีฟางถึงบอกว่าจะต้องฆ่าเจ้าชายเจียงฟู้ด้วย

 

หลีฟางอธิบาย “พวกเจ้ายังไม่เข้าใจว่า ไอ้เจ้าชายนั่นต้องการฆ่าข้า เพราะมันหมายปองพวกเจ้า เข้าใจหรือไม่ และเมื่อมันมีข้ออ้างมันก็รีบใช้โอกาสนั้นฆ่าข้าทันที และคนที่อยากให้ข้าตาย มันเท่ากับตายไปแล้ว และอาจารย์ของเจ้า สำนักบึงมังกร เจ้าเมืองฟาน เจ้าคิดว่าพวกเขาจะอยู่เฉยๆ ได้หรือไม่ และถ้าพวกเขาต้องการจะยุ่งเรื่องนี้ พวกเขาพบจุดจบไม่สวยแน่” หลีฟางพูดอย่างเย็นชา

 

นี่ทำให้ หยุนรี้และหลานเสวียชิง นิ่งเงียบอยู่นาน พวกนางไม่รู้จะพูดอย่างไร ตอนนี้เหตุการณ์เลวร้ายอย่างมาก

 

หลีฟางเห็นท่าทางครุ่นคิดอย่างจนปัญญาของหลานเสวียชิงและหยุนรี้ “เอาอย่างนี้เจ้าไปตามอาจารย์ของพวกเจ้ามา แล้วข้าจะคุยกับนางเอง” เขาอยากรู้ว่า หยุนรี้และหลานเสวียชิงมีความภักดีกับเขามากแค่ไหน และพวกนางก็ทำได้ดี พวกนางไม่ใช้ความคิดเลยที่จะตอบว่าจะติดตามเขา

 

หลังจากนั้นหยุนรี้และหลานเสวียชิงก็เดินออกมาตาม ปรมาจารย์ฟูเหมย

 

หยุนรี้ยิ้ม “อาจารย์ นายน้อยให้ท่านเข้าไปพบได้”

 

ปรมาจารย์ฟูเหมย ยิ้ม “ขอบคุณพวกเจ้ามากที่อุตส่าห์เป็นธุระให้ข้า”

 

หลานเสวียชิงฝืนยิ้ม “ข้าไม่สามารถช่วยท่านอาจารย์ได้มากนัก อยู่ที่ท่านอาจารย์จะตกลงกับนายน้อยเอาเอง”

 

ปรมาจารย์หันไปกล่าวกับ เจ้าหญิงชูหลิง “เจ้ากลับไปที่ค่ายก่อนก็ได้นะ”

 

เจ้าหญิงชูหลิง ตอบด้วยความเป็นห่วง “ข้าจะรออาจารย์ที่นี่”

 

จากนั้นปรมาจารย์ฟูเหมย หยุนรี้ หลานเสวียชิง ก็เดินไปหาหลีฟาง

 

เมื่อพวกนางเดินเข้ามาในกระโจม ก็ได้กลิ่นสมุนไพร และเมื่อพวกนางมองไปที่หลีฟาง ก็เห็นกระถางพญาหงส์เพลิง และมีเม็ดยาสีขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นอายความเย็นและหอมหวานอย่างมาก

 

นี่ทำให้ ปรมาจารย์ฟูเหมยอ้าปากค้าง และอุทานออกมาแบบติดๆ ขัดๆ “เม็ด…. ยา… บัว…หิ..มะ ตัด… สสสสสวรรค์” นี่ทำให้ทุกคนตกใจ เม็ดยาบัวหิมะตัดสวรรค์ เป็นดังชื่อของมัน มันอยู่ในระดับตัดสวรรค์ วัตถุดิบหายากมาก แต่สำหรับหลีฟางสูตรปรุงเม็ดยาบัวหิมะตัดสวรรค์ ถ้าอยู่ที่โลกราชันถือว่าวัตถุดิบหายากมากๆ แต่สำหรับที่โลกมังกรพิโรธวัตถุดิบพวกนี้ก็อาจจะหายากนิดหน่อยและที่ตระกูลหยุนมีมันพอดี

 

ประพันธ์โดย L