0 Views

เมื่อ ปรมาจารย์ฟูเหมย เจ้าชายเจียงฟู้ เจ้าหญิงชูหลิง เดินมาใกล้หลานเสวียชิง

 

“คารวะอาจารย์ และศิษย์พี่ทั้งสอง” หลานเสวียชิง และ หยุนรี้ คารวะ ปรมาจารย์ฟูเหมย พวกนางเคยเข้าสำนักบึงมังกรมาก่อน และพวกนางออกมาอยู่ที่ตระกูลหลายสิบปีแล้ว

 

ปรมาจารย์ฟูเหมย ยิ้มแล้ว กล่าว “หลายสิบปีแล้วพวกเจ้าไม่กลับไปเยี่ยมอาจารย์เลย หรือพวกเจ้าลืมเลือนข้าแล้ว” ปรมาจารย์ฟูเหมย แกล้งทำเป็นเศร้า นางเข้าใจ หลานเสวียชิง และ หยุนรี้ มีภาระทางตระกูล ทำให้พวกนางไม่ได้กลับไปที่สำนักบึงมังกรเลย

 

“ศิษย์ไม่ได้ลืมเลือนอาจารย์แต่มีหลายอย่างที่ต้องทำ เลยไม่มีเวลาว่างไปเยี่ยมอาจารย์เลย อาจารย์และศิษย์พี่ทั้งสองสบายดี?” หลานเสวียชิงและหยุนรี้ ถามด้วยรอยยิ้ม

 

ปรมาจารย์ฟูเหมย ยิ้ม “ข้าสบายดี” ตอนนี้ศิษย์ของนางเติบโตมากขึ้นแล้ว

 

เจ้าชายเจียงฟู้ ยิ้ม “ข้าก็สบายดี ศิษย์น้องทั้งสองเป็นอย่างไรบ้าง ข้าไม่ได้เจอเจ้านานมากๆ แล้ว พวกเจ้าดูสวยขึ้นมากเลย” เจ้าชายเจียงฟู้พูดด้วยความเสน่หา เขาเป็นหนึ่งในคนที่ชอบ หลานเสวียชิงและหยุนรี้

 

หยุนรี้และหลานเสวียชิงฝืนยิ้มให้ “พวกข้าสบายดีศิษย์พี่” จากนั้นพวกนางรีบหันไปทักกับ เจ้าหญิงชูหลิง “ศิษย์พี่หลิงท่านเป็นอย่างไรบ้าง ท่านไปถึงระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น9 แล้ว ศิษย์น้องขอแสดงความยินดีด้วย”

 

ชูหลิงยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าว “ข้าสบายดี แต่ข้าคงไม่อาจเทียบเจ้าได้หรอกนะ หลานเสวียชิง เจ้าอายุแค่ 200ปี แต่เจ้ากลับ ยกระดับจิตวิญญาณน้ำแข็งไปถึงระดับสวรรค์ขั้นสูงแถมยังเป็นน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์อีก ข้าละอายใจจริงๆ ที่เจ้ากำลังจะแซงข้าแล้ว” ชูหลิงเป็นพี่เลี้ยงให้กับ หลานเสวียชิงและหยุนรี้ ตอนพวกนางอยู่ในสำนักบึงมังกร พวกนางสนิทกันมาก

 

“ความสำเร็จนี้ไม่อาจจะเทียบกับศิษย์พี่ได้หรอก ศิษย์พี่เห็นการต่อสู้ของข้าด้วย?” หลานเสวียชิงพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสงสัย

 

ปรมาจารย์ฟูเหมย ยิ้มแล้วเอ่ยถาม “ใช่พวกเราเห็น เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากและคัมภีร์ของเจ้ายังเหนือกว่าพวกเรามากนัก เจ้าได้ไปเจอไปอะไรดีๆ มา” ปรมาจารย์ฟูเหมยถามด้วยความอยากรู้

 

หลานเสวียชิงเหลือบมองหลีฟางแล้วกล่าว “มีคนถ่ายทอดให้ข้าและข้าได้สาบานว่าจะไม่บอกใคร”

 

ฟูเหมย ยิ้ม “ข้าเข้าใจ แล้วพวกเจ้าไม่คิดจะแนะนำให้ข้ารู้จักหนุ่มน้อย ด้านหลังของพวกเจ้า ให้ข้ารู้จักหน่อยรึ ดูสิเขากำลังจะเดินหนีไปแล้ว” จากนั้นนางก็หัวเราะ

 

หลีฟาง กำลังจะเดินจากไปเพราะปรมาจารย์ฟูเหมยจ้องมองเขาตาเป็นมัน จ้องเขาอย่างกับจะมองให้ทะลุไปถึงข้างใน ที่นางจ้องมองเพราะหลีฟางเป็นแค่เด็กอายุ 16 ที่ยังโตไม่เต็มที่ แต่ระดับบ่มเพาะของเขาไปถึงระดับจิตวิญญาณปฐพีขั้นสูงสุดแล้ว เป็นอัจฉริยะที่ทุกสำนักต้องการ

 

หยุนรี้ยิ้ม กล่าวอย่างนุ่มนวล “นี่เป็นนายน้อยหลีฟาง เป็นที่ปรึกษาเต๋าปรุงยาของตระกูลหยุนเรา ” นี่ทำให้ทั้งสามรู้สึกได้ว่าหลีฟางไม่ใช่แค่ที่ปรึกษาแต่เป็นอะไรที่มากกว่านั้น

 

หลานเสวียชิง ยิ้มแล้วกล่าว “นายน้อย นี่คืออาจารย์ของพวกเรา ปรมาจารย์ฟูเหมย และ เจ้าชายเจียงฟู้ และ เจ้าหญิงชูหลิง เป็นศิษย์พี่ของพวกข้า”

 

หลีฟาง คารวะ “ข้าหลีฟาง ขอคารวะ ปรมาจารย์ฟูเหมย เจ้าชายเจียงฟู้ เจ้าหญิงชูหลิง”

 

เจ้าชายเจียงฟู้ เห็นอาการของ หยุนรี้และหลานเสวียชิงคุยกับหลีฟางตั้งแต่ตอนที่เขาเดินมาจากไกลๆ นี่ทำให้เขารู้สึกหึงหวงอย่างมากและตอนนี้ทำให้เขามั่นใจแล้วว่ามันเป็นอย่างที่เขาคิด เจ้าเด็กน้อยสารเลวนี่มันมีอะไรดีกัน หลานเสวียชิงและหยุนรี้ถึงได้หลงรักมัน เขารู้สึกอยากจะฆ่าหลีฟางจริงๆ ถ้าไม่ติดว่ามีคนเยอะหลีฟางต้องตาย เขาพยายามทำหน้าปกติเป็นบุรุษผู้ใจกว้างและมีจิตใจงดงาม

 

หลีฟางมอง เจ้าชายเจียงฟู้ครั้งหนึ่งแล้วก็ไม่มองอีกต่อไป เพราะเขาไม่ชอบมองคนตายซ้ำสอง

 

ปรมาจารย์ฟูเหมย นางไม่เชื่อและแกล้งทำเป็นตกใจ “เด็กน้อยนี้เป็นถึงที่ปรึกษาเต๋าปรุงยาของตระกูลหยุนเลยรึ” นางไม่มีทางเชื่อว่าเด็กน้อยตัวเท่านี้สามารถปรุงยาได้แล้ว มีแต่นักปรุงยากลับชาติมาเกิดเท่านั้นล่ะที่ทำได้ และ นักปรุงยากลับชาติมาเกิดก็เป็นเรื่องไร้สาระ

 

หลานเสวียชิง มองเห็นหลีฟางทำหน้าไม่พอใจ แล้วก็หัวเราะแล้วเอ่ย “นายน้อยหลี เป็นที่ปรึกษาเต๋าปรุงยาของตระกูลหยุนจริงๆ นะท่านอาจารย์ เขาสามารถปรุงยาจิตวิญญาณระดับสวรรค์ได้” นางเข้าใจ เป็นใครก็ไม่เชื่อว่าเด็กน้อยเช่นหลีฟางจะทำได้ เหมือนที่นางเคยไม่เชื่อมาก่อน

 

เจ้าหญิงชูหลิง ก็แปลกใจ “เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นรึ” นางนั้นอยากได้คำยืนยันอีกสักครั้ง เด็กน้อยที่อยู่ในระดับปฐพีขั้นสูงสุดก็อัจฉริยะพอแล้ว แต่นี่เขากระทั่งปรุงยาได้นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไป

 

หยุนรี้ยิ้ม “ถึงแม้ว่านายน้อยจะดูไม่น่าเชื่อถือแต่ความสามารถของเขาเป็นของจริง” นางหัวเราะ เสียงหัวเราะของนางสดใสราวกับนกร้องนี้ ทำให้จิตใจบุรุษที่ได้ยินถึงกับอ่อนระทวย ตอนนี้นางมีโอกาสแกล้งหลีฟางคืนมั่งแล้ว

 

ปรมาจารย์ฟูเหมยเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มล่มเมือง “เด็กน้อยใครเป็นอาจารย์?”นางอยากจะรู้ว่าใครสามารถสร้างอัจฉริยะเช่นเขาได้

 

หลีฟางเอ่ยตอบอย่างไม่แยแส “ข้าไม่มีอาจารย์” หลีฟางเกิดในตระกูลใหญ่ หลังพ่อแม่ของเขาตาย ตระกูลก็ไม่ให้ความสำคัญกับเขา ไม่มีใครสอนเขา พวกคนในตระกูลทำแค่ให้คัมภีร์ระดับตัดสวรรค์ขั้นสูงแก่เขา จากนั้นเขาก็ออกเดินทางและฝึกตนด้วยตัวเอง จนวันหนึ่งเขาได้มาเจอกับคัมภีร์หมื่นกระบี่จำแลง และเขาฝึกมันจนไปถึงระดับอวตารเทพเขาจึงคิดค้น คัมภีร์หมื่นกระบี่ สำเร็จ เขาไม่เคยมีอาจารย์ (หลังจากจบเรื่องนี้ผมอาจจะเขียนภาคต่อตั้งแต่หลีฟางเริ่มต้นชีวิตเลยนะครับ)

 

หยุนรี้และหลานเสวียชิง ตกใจ หลีฟางไม่มีอาจารย์แล้วเขามีความรู้และสมบัติมากมายได้อย่างไร แต่ไว้พวกนางจะถามเขาทีหลัง

 

ปรมาจารย์ฟูเหมยเผยรอยยิ้มล่มเมือง “เจ้าเด็กน้อย อยากเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์สุดสวยไหม” นางนั้นอยากได้เขามาเป็นศิษย์มากๆ เขาช่างอัจฉริยะ และหายากที่นางจะเอ่ยชวนคนอื่นเป็นลูกศิษย์ และมีแต่คนอยากเป็นลูกศิษย์นาง นี่ทำให้เจ้าชายเจียงฟู้ รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก

 

หลีฟางมอง ปรมาจารย์ฟูเหมยด้วยสายตาแปลกๆ จากนั้นเขาก็กล่าว “เจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะมาเป็นอาจารย์ เจ้าติดอยู่ในขั้น ตัดสวรรค์ขั้น8 กี่ร้อยปีแล้ว แล้วเจ้าก็รู้ตัวเองดีว่าในชีวิตเจ้าไม่สามารถไปถึงระดับตัดสวรรค์ขั้น9 เจ้าเป็นแค่ยายแก่ที่รอความตายเท่านั้น เจ้ายังกล้ามาขอข้าเป็นลูกศิษย์อีกรึ” กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่แยแส จะมีใครมีคุณสมบัติเป็นอาจารย์เขาได้ และหลีฟางก็หันหลังเดินจากไป

 

นี่ทำให้ทุกคนตกตะลึง เจ้าชายเจียงฟู้เอ่ยด้วยความโกรธ “เจ้าเด็กสารเลวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เจ้ากล้าลบหลู่อาจารย์ ถ้าวันนี้ข้าไม่ฆ่าเจ้า ข้าคงเป็นศิษย์อกตัญญู” เจ้าชายเจียงฟู้ในที่สุดก็มีข้ออ้างให้ฆ่าหลีฟางแล้ว เจ้าเด็กนี่รนหาที่ตายเอง และเขายิงดัชนี ใส่หลีฟางทันที แต่ปรมาจารย์ฟูเหมยห้ามเขา “เจียงฟู้เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้” นี่ทำให้ทุกคนตกตะลึง และนางหยุดดัชนีของเจ้าชายเจียงฟู้

 

หลีฟางไม่หันหลังกลับมาแล้วเอ่ย “ศิษย์สำนักใหญ่ช่างโหดร้ายนัก แค่ใครพูดไม่เข้าหูพวกเขานิดหน่อย พวกเขาถึงกับจะลงมือฆ่าคน งั้นพวกเจ้าก็รักษาอาจารย์ของพวกเจ้ากันเองละกัน” จากนั้นเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะและเดินจากไป

 

หลานเสวียชิง โกรธ “ศิษย์พี่ฟู้ท่านทำเกินไปแล้วนะ” นี่ถ้าอาจารย์ของนางไม่ห้ามไว้ หลีฟางอาจจะตายหรือบาดเจ็บหนัก นี่ทำให้นางโกรธจริงๆ

 

หยุนรี้ก็เช่นกัน “ศิษย์พี่ฟู้ท่านโหดร้ายเกินไปแล้ว” ถ้าไม่ติดว่าเป็นศิษย์พี่ของพวกนาง พวกนางจะไปกระทืบเขาให้ตาย

 

เจ้าชายเจียงฟู้เอ่ยสวนกลับ “ก็เจ้าสารเลวนั่นมันกล้าว่าอาจารย์และยังหยิ่งยโสอีก จะให้ข้าทนได้อย่างไร”

 

ปรมาจารย์ฟูเหมย โกรธ “เจ้ากลับไปที่ค่ายและสำนึกผิดซะ พวกเราสำนักใหญ่ไม่ใช่พวกใจคอโหดเหี้ยม”

 

เจ้าชายเจียงฟู้ เก็บอาการโกรธ “ศิษย์ผิดไปแล้ว” จากนั้นเขาก็เดินกลับค่ายไป

 

หลังจากเจ้าชายเจียงฟู้จากไป หยุนรี้รีบเอ่ย “ท่านอาจารย์ข้าจะไปขอร้องให้นายน้อยช่วยท่าน” นางรู้ว่าหลีฟางพูดมาเป็นความจริง เขาไม่ใช่คนที่พูดอะไรเรื่อยเปื่อย

 

หลานเสวียชิง รีบเอ่ย “นายน้อยมีภูมิความรู้มากเขาต้องช่วยท่านอาจารย์ได้แน่ ข้าจะช่วยขอร้องนายน้อยหลีอีกคน”

 

เจ้าหญิงชูหลิง ตกใจกับการพูดของ หยุนรี้และหลานเสวียชิง นางจึงเอ่ยตำหนิ “พวกเจ้าพูดเรื่องไร้สาระอะไรกัน”

 

ปรมาจารย์ฟูเหมย ถอนหายใจแล้วเอ่ย “เป็นอย่างที่ หลีฟางพูด ข้านั้นเป็นยายแก่ที่รอความตาย ข้าไม่สามารถไปถึงระดับตัดสวรรค์ขั้น 9”

 

ประพันธ์โดย L

 

กลุ่มฟรี ถึงอตนที่ 41 แล้วลงวันละ 1 ตอน

https://www.facebook.com/groups/158725318008139/

กลุ่ม VIP ถึงตอนที่ 63 แล้ว ลงวันละ 2-3 ตอน