0 Views

อย่างงกลับชื่อตอนนะครับ พอดีตอนที่ 25 ผมใส่ชื่อผิด ตอนนี้แก้ไขแล้ว

หลังจากการต่อสู้จบลง เจ้าชายเฟิงเฉิน มองหลีฟางด้วยสายตาอาฆาต ตอนนี้เขาอยากจะเข้าไปในประตูมังกรเร็วๆ จะได้หาโอกาสฆ่าหลีฟาง มันต้องชดใช้ที่ทำให้เขาต้องเสียคู่หมั้นและเสียศักดิ์ศรี

 

หลีฟางหันไปสบตาพร้อมกับปล่อยจิตสังหารไปยังเจ้าชายเฟิงเฉิน เจ้าชายเฟิงเฉินรู้สึกได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรง เหมือนมีแววตาปีศาจกระหายเลือดกำลังจ้องเขาอยู่ ความสยดสยองและกลิ่นคาวเลือดและดวงวิญญาณอาฆาตหลายล้านดวง แผ่ออกมาจากตัวหลีฟาง นี่ทำให้เจ้าชายเฟิงเฉินเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น

 

“เจ้าชายเฟิงเฉิน เจ้าเป็นอะไร” เฟิงจงรีบเข้ามาประคอง เจ้าชายเฟิงเฉิน

 

“ท่านอาข้าไม่เป็นอะไร ” ตอนนี้หน้าของเจ้าชายเฟิงเฉินซีดราวกับกระดาษ เขาคิด เมื่อกี้มันอะไร กลิ่นอาย ที่น่ากลัวและสยดสยองแผ่ออกมาจากหลีฟาง หรือเขาจะคิดไปเอง เพราะหลีฟางดูไม่น่าจะมีพิษมีภัยอะไรเลย

 

หลังจากนั้นตระกูลเจ้าเมืองก็กลับไปยังค่ายของพวกเขารอเวลาประตูมังกรจะเปิด

 

หลีฟาง กำลังเดินกลับเข้าค่าย แต่เขาสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองเขาอย่างลึกซึ้งอยู่ในฝูงชน แต่สายตานี้ไม่ได้มีเจตนาร้าย เขาหันไปมอง เป็นคนอยู่ในชุดดำ ใส่หมวกปิดบังใบหน้า เขาเห็นแค่แววตา สีน้ำเงิน จากแววตาเขาสามารถรู้ได้เลยว่าเป็นสาวงามล่มเมือง และระดับบ่มเพาะของนางไม่อ่อนด้อยเลย อยู่ในระดับ จิตวิญญาณสวรรค์ขั้น9 เมื่อผู้หญิงในชุดดำสบตากับหลีฟางนางรีบหันหน้าหลบแล้วเดินจากไป

 

หยุนรี้เห็นหลีฟางมองไปในฝูงชน “นายน้อยมองหาใคร?”

 

หลีฟางยิ้ม “แค่ผู้หญิงแปลกๆ คนหนึ่ง” หยุนรี้รีบมองตามสายตาหลีฟางไปแต่ไม่เห็นผู้หญิงแปลกๆ ที่ว่า

 

หลานเสวียชิงเดินกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มล่มเมือง ตอนนี้นางได้เอาภูเขาออกจากอกของนางแล้ว (ถึงว่าได้อกเล็กเพราะเอาภูเขาออกจากอกนี่เอง)

 

หยุนรี้ยิ้ม “ยินดีด้วย หลานเสวียชิง เจ้าได้เป็นอิสระแล้ว เจ้าเก่งมาก” นางตบมือให้หลานเสวียชิง

 

หลานเสวียชิง ยิ้มอย่างร่าเริง “เป็นเพราะนายน้อยช่วยข้าไว้ ไม่เช่นนั้นข้าคงทำไม่สำเร็จ คัมภีร์ของนายน้อยทรงพลังอย่างมาก ถ้าไม่มีนายน้อยข้าคงต้องพ่ายแพ้” ตอนนี้หลานเสวียชิงเขินอายอย่างมาก

 

หลีฟางยิ้ม “ถึงไม่มีข้า เจ้าก็ชนะได้ แค่คัมภีร์มารที่เจ้าฝึกก็เพียงพอที่จะเอาชนะ เจ้าชายเฟิงเฉิน”

 

เมื่อหลานเสวียชิงคิดถึงคัมภีร์มาร นางไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ฝึกมัน เพราะมันทำให้นางได้มาเจอกับหลีฟาง ตอนนี้คนรอบๆ มองเห็นหลีฟาง หยุนรี้ หลานเสวียชิง พวกเขารู้ได้ทันทีว่า สองสาวตกหลุมรักหลีฟางแล้ว นี่ทำให้รุ่นเยาว์โอดครวญ “เจ้าสารเลวนี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ แค่หยุนรี้คนเดียวมันยังไม่พอ ยังมาเอา หลานเสวียชิงไปอีก นี่มันจะไม่เหลือนางฟ้าไว้ให้พวกเราสักคนเลยหรือไง”

 

หลีฟางเตรียมจะเดินเข้าค่าย ก็มีเรือเหาะมาถึง มีคน 70 คน เป็นระดับตัดสวรรค์ 20 พลังบ่มเพาะสูงสุดอยู่ที่ขั้น 8 และ50 คน เป็นระดับสวรรค์ ระดับบ่มเพาะอ่อนสุดที่ขั้น 7

 

พอทุกคนเห็นธง “สำนักบึงมังกรมาแล้ว” ทุกคนเห็นคนที่ยืนอยู่หัวเรือมี 3 คน เป็นหญิงสอง ชายหนี่ง ทุกคนเอ่ย “นั่นมัน ปรมาจารย์ฟูเหมย โอ้นางยังสวยเหมือนเดิมเลย ทั้งที่นางอายุ 5000 ปีแล้ว” ปรมาจารย์ฟูเหมย เป็นสาวงามล่มเมืองเช่นกัน แต่นางเป็นสาวโสดคานทอง ความสูง 165 ซม. ผิวขาวราวกับหิมะ ผมสีดำเงางามยาวจนถึงเอว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน หน้าขาวเนียนอมชมพูไม่มีร่องรอยของความแก่ ใบหน้าของนางดูเหมือนคนอายุ 21-22 นางใส่ชุดสีฟ้า นางมาพร้อมกับลูกมะพร้าวสองลูก ที่ทำให้ชายใดที่ได้มอง เลือดลมต้องสูบฉีดแต่ไม่มีใครกล้าแสดงอาการหื่นกระหายต่อหน้านาง เพราะทุกคนที่ทำล้วนไม่พิการก็ตาย หุ่นของนางเย้ายวนอย่างมาก นางไม่เคยให้ความสนใจกับบุรุษ สนใจแต่การฝึกฝนของนาง

 

มีคนตะโกน”โอ้นั่น เจ้าชายเจียงฟู้ จากเมืองฟาน เขาเป็นอัจฉริยะ ของสำนักบึงมังกร เขาได้รับอนุญาตให้ฝึกคัมภีร์ระดับอวตารเทพขั้นต้น ระดับบ่มเพาะของเขาอยู่ในระดับ จิตวิญญาณสวรรค์ ขั้น 9 แล้วด้วยอายุ 900ปี มีคนบอกว่าอีกไม่เกิน 500ปีเขาจะไปถึงระดับตัดสวรรค์แน่” เจ้าชายเจียงฟู้ยืนอย่างสง่างาม เขาเป็นคนที่หล่อเหลา และมีพรสวรรค์มาก ผู้อาวุโสของสำนักคาดหวังกับเขามาก เขาจะต้องไปถึงระดับ อวตารเทพแน่ๆ และหลายตระกูลเริ่มเชื่อมความสัมพันธ์กับเขา

 

จากนั้นก็มีคนตะโกนอีก “นั่น เจ้าหญิงชูหลิง จากเมืองชู นางช่างเหมือนเทพธิดาจริงๆ ได้ข่าวมาว่านางเกิดมาพร้อมกับดวงจิตวายุระดับสวรรค์ขั้นกลาง และตอนนี้นางยกระดับไปขั้นสูงแล้ว ระดับบ่มเพาะอยู่ที่ จิตวิญาณสวรรค์ขั้น 9 เช่นเดียวกับ เจ้าชายเจียงฟู้ นางก็ฝึกคัมภีร์ระดับอวตารเทพเช่นกัน” เจ้าหญิงชูหลิง เป็นสาวงามล่มเมืองอีกคนหนึ่ง นางมาจากเมืองชู ตระกูลชูเป็นผู้ก่อตั้งเมืองนี้ขึ้นมา ถึงแม้ตระกูลของนางจะไม่แข็งแกร่งเท่ากับตระกูลยักษ์ใหญ่ แต่ก็ห่างกันไม่มากนัก อายุหน้าตาของนางประมาณ 18-19 นางอายุ 800ปี ความสูง 160 ผมสีเขียวอ่อนยาวถึงหัวไหล่ ดวงตาสีเขียวอ่อน ผิวขาวอมชมพู หน้าอกขนาดลูกเมล่อน มาในชุดสีเขียว นางเป็นสาวโสดอีกหนึ่งคนเพราะนางมีพรสวรรค์ที่ดีตระกูลจึงไม่อยากให้นางแต่งออกจากตระกูล เพราะนางมีโอกาสจะได้ไปถึงระดับอวตารเทพ และนางก็ไม่ได้สนใจบุรุษใดเป็นพิเศษ

 

เรือมาหยุดใกล้ๆ ประตูมังกรจากนั้นพวกเหล่าศิษย์ก็ลงไปสร้างค่าย ส่วนปรมาจารย์ฟูเหมย เจ้าชายเจียงฟู้ เจ้าหญิงชูหลิง เดินไปยังค่ายของตระกูลหยุน

 

ประพันธ์โดย L