0 Views

ณ ตระกูลหยุน

มีคนมาปรากฏที่ด้านหน้าค่าย 4 คน เป็นชาย 4 จะเป็นใครไปได้นอกจาก เจ้าชายเฟิงเฉินมาพร้อมกับผู้อาวุโสและผู้คุ้มกันของเขาสองคน ผู้อาวุโสอยู่ในระดับตัดสวรรค์ขั้น 4 สองผู้คุ้มกันอยู่ในระดับ จิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุด เขาเอาผู้อาวุโสของเขามาเพื่อข่มขู่ตระกูลหยุน

เจ้าชายเฟิงเฉินประกาศ “ตระกูลหยุน จงไปตาม หลานเสวียชิง และ หยุนรี้ ออกมาพบข้า” เสียงประกาศของเขานั้นข่มเหงผู้คนอย่างมาก ไม่ไว้หน้าตระกูลหยุน เขาเป็นถึงลูกเจ้าเมือง แถมเป็นศิษย์หลักของสำนักมังกรคู่ แบคเขาดีมากๆ เขาเพิ่งจะกลับมาจากสำนักมังกรคู่ จึงไม่รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของตระกูลหยุน

หยุนฉี เดินออกมาด้วยอาการฉุนเฉียว แต่เมื่อเขาเห็นว่าเป็น เจ้าชายเฟิงเฉิน เขาจึงเก็บอาการ และกล่าว “อ้าวนึกว่าใครมาเจ้าชายเฟิงเฉินนี่เอง ท่านมีอะไรให้ตระกูลหยุนรับใช้อย่างนั้นรึ” ตระกูลของเขาไม่กลัวตระกูลเจ้าเมืองอยู่แล้วตอนนี้พวกเขาแข็งเกร่งพอที่จะต่อสู้กับตระกูลใหญ่แล้ว แต่การไม่สร้างความขัดแย้งถือเป็นการดี เขาจึงต้องเก็บอาการ

เจ้าชายเฟิงเฉินได้ยินหยุนฉีกล่าวเขาจึงยิ้ม “ข้ามาตามภรรยา หลานเสวียชิง และ ข้าไม่ได้เจอหยุนรี้นานแล้วข้าก็คิดถึงนาง” เขาพูดอย่างคนเจ้าชู้ ตระกูลขนาดกลางจะมาต่อต้านตระกูลเจ้าเมืองได้อย่างไร

ผู้อาวุโสของ เจ้าชายเฟิงเฉิน ก็พูด “หยุนรี้ นางก็อายุ 200ปี แล้วสมควรที่จะออกเรือนได้แล้ว ให้นางมาเป็นภรรยารองเจ้าชายเฟิงเฉินเป็นอย่างไร” ผู้อาวุโสคนนี้ชื่อ เฟิงจง เขาเป็นอาของ เจ้าชายเฟิงเฉิน เขาพูดได้หน้าไม่อายมาก

หยุนฉี หน้าเริ่มดำเพราะเจ้าชายเฟิงเฉินก็เป็นหนึ่งในคนที่ชอบหยุนรี้และอยากได้ตัวนาง เขาจึงเอ่ย “ข้าจะให้คนไปบอก หลานเสวียชิงว่าท่านมาหา ส่วนหยุนรี้ นางยังไม่อยากออกเรือน” เขานั้นยังคงระงับความโกรธ เจ้าชายเฟิงเฉินไม่ไว้หน้าเขา มาขอลูกสาวของเขาให้ไปเป็นภรรยารองหน้าตาเฉย ต่อให้เป็นเจ้าเมืองมาด้วยตัวเองเขาก็ไม่ยกหยุนรี้ให้

เฟิงจง ยิ้มแล้วกล่าว “เจ้าชายเฟิงเฉินเป็นอัจฉริยะ ถ้าให้หยุนรี้มาติดตามเขา นางจะได้รับประโยชน์อย่างมาก ข้าได้ยินมาว่านางเพิ่งจะอยู่ระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น 4 เอง”

เจ้าชายเฟิงเฉิน ยิ้มอย่างลามก “หยุนรี้และหลานเสวียชิง นางเป็นเพื่อนรักกันการแต่งกับข้าทั้งคู่จะทำให้พวกนางได้อยู่ด้วยกัน หยุนฉีเจ้าว่าไม่ดีอย่างงั้นรึ?” นี่เป็นการไม่ไว้หน้าหยุนฉี พวกเขานั้นมาขอหยุนรี้จากหยุนฉีหน้าด้านๆ

หยุนฉี โกรธจึงกล่าว “พวกเจ้าไสหัวไป” ตอนนี้เขาหมดความอดทนแล้ว เจ้าชายเฟิงเฉินไม่มีสัมมาคารวะ เขาปลดปล่อยพลังกดดัน ทำให้เจ้าชายเฟิงเฉินหน้าซีดเพราะแรงกดดันจากระดับตัดสวรรค์ขั้น 3 และเขาไม่สามารถทนมันได้แรงกดดันทำให้เขาคุกเข่าลง เฟิงจงรีบมาบังเจ้าชายเฟิงเฉินแต่แรงกดดันก็ทำให้เขาถอยหลังไป สามก้าว และทำให้เขาหน้าซีดขาวเพราะเหมือนมีกระบี่จำนวนมากทิ่มแทงเขา และเขารู้ว่า หยุนฉีมีระดับบ่มเพาะอยู่ที่ ตัดสวรรค์ขั้น3 ส่วนเขาอยู่ขั้น4 มันไม่น่าจะกดดันเขาได้

เฟิงจง หน้าดำมืด “เจ้าจะต่อต้านตระกูลเฟิงอย่างนั้นรึ” เขาไม่คิดว่า หยุนฉีจะกล้าต่อต้านพวกเขา

หยุนฉีประกาศ “พวกเจ้าเป็นตระกูลเจ้าเมืองแล้วอย่างไร จะข่มเหงตระกูลที่อ่อนแอกว่าอย่างนั้นรึ ตระกูลหยุนไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน” คำประกาศของเขาเสียงดังนี้ ทำให้ตระกูลอื่นที่อยู่รอบๆ ได้ยิน ถ้าเป็นแต่ก่อนหยุนฉีไม่กล้าทำแบบนี้เพราะถ้ามีปัญหากับตระกูลเจ้าเมือง พวกเขาจะถูกตระกูลเจ้าเมืองกดดัน และผลผลิตของพวกเขาจะไม่มีใครกล้าซื้อ แต่ตอนนี้แตกต่างกันเพราะตระกูลหยุนมียาจิตวิญญาณระดับสวรรค์จำหน่าย มันเป็นยาที่ทุกคนต้องการมากและนี่ทำให้ตระกูลอื่นไม่กล้าตัดความสัมพันธ์กับตระกูลหยุน

และตอนนี้ตระกูลต่างๆ เริ่มออกมาจากค่ายหลังจากได้ยินเสียงประกาศ ตระกูลต่างๆ เริ่มกระซิบกัน “ตระกูลเจ้าเมืองกำลังข่มเหงตระกูลหยุนอย่างนั้นรึ”

อีกตระกูลเอ่ย “แบบนี้ตระกูลหยุนแย่แน่ ตระกูลอื่นๆ ในเมืองต้องตัดความสัมพันธ์กับพวกเขาอย่างแน่นอน และจะไม่มีใครรับซื้อผลผลิตจากพวกเขา”

อีกตระกูลเอ่ย “ผลผลิตของตระกูลหยุนคือยาจิตวิญญาณสวรรค์จะมีใครกล้าตัดความสัมพันธ์กับพวกเขา”

อีกตระกูลเอ่ย “ถ้าไม่มีใครรับซื้อ ตระกูลข้าจะรับซื้อมันไว้ทั้งหมดเอง ฮาๆ” ทุกคนต่างต้องการยาจิตวิญญาณระดับสวรรค์ จึงไม่สนใจแม้ตระกูลเจ้าเมืองจะกดดัน

เฟิงจงเห็นตระกูลอื่นเริ่มออกมาดูพวกเขากันเยอะ เขาจึงกล่าว “ดีมากตระกูลหยุนปฎิเสธความเมตตาจากพวกเรา และยังคิดจะทำร้ายเจ้าชายเฟิงเฉิน” ตอนนี้เขาใส่ร้ายตระกูลหยุนว่าคิดจะทำร้ายเจ้าชายเฟิงเฉิน จากนั้นเขาก็ส่งสัญญาณ ของตระกูล เพื่อเรียกกำลังเสริม

หลีฟางเดินออกมาโดยมีหยุนรี้และหลานเสวียชิงเดินตามมาข้างๆ นี่ทำให้เจ้าชายเฟิงเฉินโกรธอย่างมาก และชี้หน้าด่าหลานเสวียชิง “หลานเสวียชิงเจ้ามาหาชายชู้ที่ตระกูลหยุนนี่เอง” จากนั้นเขาก็ชี้ไปทางหลีฟาง “เจ้าเด็กสารเลวเจ้ากล้ามายุ่งกับภรรยาข้า วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า” เขาโกรธมากจริงๆ

หลานเสวียชิง โกรธมาก แต่นางไม่สามารถพูดอะไรได้ หลีฟาง ยิ้มแล้วกล่าวกับหลานสวียชิง “นี่เหรอคู่หมั้นของเจ้ารึ คางคกคิดจะกินเนื้อหงส์” จากนั้นเขาก็มองไปทางเจ้าชายเพิงเฉิน “หลานเสวียชิงเป็นผู้ติดตามข้าแล้ว เจ้าไสหัวไปซะ”

เจ้าชายเฟิงเฉินระเบิดพลังของเขาออกมาต้องการจะโจมตี หลีฟาง ให้ตายในครั้งเดียว แต่เขาถูกหยุนฉีปล่อยพลังกดดันทำให้ พลังที่เขาระเบิดออกมาแตกกระจายหายไป นี่ทำให้เจ้าชายเฟิงเฉินกระอักเลือดออกมา และในตอนนี้คนของตระกูลเจ้าเมืองก็มาถึง มี 30คนเป็นระดับตัดสวรรค์ขั้น1-2 17คน และ ข้้น 3-4 10คน ขั้น 5 2คน ขั้น 6 1คน และระดับสวรรค์อีก 50 คน และตอนนี้ ตระกูลหยุนก็ออกมายืนประจันหน้ากับตระกูลเจ้าเมือง ซึ่งตระกูลหยุนมีคนน้อยกว่ามาก พวกเขามีแค่ 52 คน ส่วนตระกูลเจ้าเมืองมีถึง 84 คน ตระกูลเจ้าเมืองปล่อยพลังกดดันใส่ตระกูลหยุน แต่ตระกูลหยุนไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยเพราะพวกเขาฝึกคัมภีร์ระดับอวตารเทพขั้นสูง ซึ่งมันแข็งแกร่งอย่างมาก

ตอนนี้ตระกูลต่างๆ ก็มาดูอย่างห่างๆ รวมถึงตระกูล หลานเสวีย ด้วย

“เกิดอะไรขึ้น” เป็นเสียงที่ทรงพลังอย่างมาก เขาคือเจ้าเมืองโมกู เฟิงหยาง จากนั้นเขาเห็น เจ้าชายเฟิงเฉินบาดเจ็บ เขากล่าวด้วยความโกรธ “ใครเป็นคนทำ”

เฟิงจงรีบตอบ “เจ้าชายเฟิงเฉินแค่มาตาม หลานเสวียชิง แต่เขากับพบว่านางมาพบกับชู้ที่ตระกูลหยุน เจ้าชายเฟิงเฉินเลยต้องการจะเรียกให้นางกลับไปกับเขา แต่นางไม่ยอมกลับ แล้วหยุนฉีก็โจมตีเจ้าชาย” นี่เป็นการใส่ร้ายกันหน้าด้านๆ

เจ้าเมืองโกรธจัด เขาระเบิดพลังระดับบ่มเพาะเขาอยู่ที่ ตัดสวรรค์ขั้น 6 “ตระกูลหยุนกล้าดียังไงถึงได้มาทำร้ายลูกชายข้า และยังมาแย่งคู่หมั้นของลูกชายข้า วันนี้ข้าจะลบตระกูลหยุนออกไปจากเมืองโมกู”

ประพันธ์โดย L