0 Views

เช้าวันถัดมา หยุนฉี หยุนซี ซ่งเหมย หยุนโซ หยุนชิว และผู้อาวุโสต่างก็มารอหลีฟางที่หน้าบ้าน

หลีฟาง และ หยุนรี้ เดินออกมา หลีฟางมาในชุดสีขาว หยุนรี้มาในชุดสีแดงเพลิงมีลายปักหงส์เพลิง นี่ทำให้นางดูร้อนแรงและมีเสน่ห์อย่างมาก

หยุนฉีและคนอื่น “คารวะนายน้อยหลี”

หยุนฉีรีบเอ่ย “นี่คือ หยุนโซบุตรคนที่1 และ หยุนชิวบุตรคนที่2 ของข้า จะเป็นคนนำทางนายน้อย พวกเขาเคยเข้าไปยังประตูมังกรมาก่อน” (ขอแก้นะครับ หยุนรี้ไม่ใช่พี่สาวคนโตนะ นางเป็นบุตรคนที่ 3 ของหยุนฉี เป็นพี่สาวของหยุนซี)

หยุนฉี เอ่ย “ประตูมังกร เข้าได้แค่ระดับ สวรรค์ เท่านั้นข้าและผู้อาวุโสจึงจะรอด้านนอก”

ผู้อาวุโส1 รายงาน “เรามีศิษย์ที่สามารถเข้าไปได้ 30 คน”

หลีฟางพยักหน้า แล้วกล่าว “ดีมาก”

หยุนฉีกล่าวอย่างขมขื่น “พวกเราเตรียมรถม้าไว้แล้ว พวกเราไม่มีสมบัติพาหนะ”

หลีฟางกล่าว “ไม่จำเป็น จงเปิด” ประตูวิญญาณของเขาเปิดออกมีเรือเหาะขนาดใหญ่ไม่มากบรรจุคนได้ประมาณ 100 คนถ้ายืนเบียดกัน แต่นี่ไม่ใช่ขนาดที่แท้จริงของมันหลีฟางไม่ต้องการให้คนอื่นแตกตื่นและเกิดความโลภเขาจึงไม่แสดงขนาดที่แท้จริงของมัน เรือสีแดง ถ้ามองจากด้านบนจะเห็นเป็นรูปกระบี่ มีกระบี่สีทองมากมายลอยอยู่รอบๆ เรือ กระบี่มีออร่าเป็นมังกรร่ายรำ บางเล่มออร่าเป็นนกฟีนิกซ์ บางเล่มออร่าเป็นม้าเพกาซัส ภาพเงาสัตว์ทรงอำนาจมากมายบินวนรอบเรือลำนี้มีอำนาจกดดันผู้คนอย่างมาก กระบี่พวกนี้อยู่ในระดับเทพที่แท้จริงเช่นกัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเรือลำนี้มีต้นกำเนิดที่ดีขนาดไหน นี่คือเรือสงครามมันเป็นสัญลักษณ์ของกองทัพหมื่นกระบี่ เมื่อเรือสงครามปรากฏที่ใดแม้แต่เทพที่แท้จริงยังต้องหลีกทาง

นี่ทำให้ทุกคนหน้าซีดหลังจากโดนกดดันจากอำนาจของเรือสงคราม เหมือนมีอำนาจกระบี่นับหมื่นมาทิ่มแทงร่างกายของพวกเขา หลีฟางเห็นอาการของทุกคนเขาจึงปิดค่ายกลหมื่นกระบี่ของเรือสงคราม จากนั้นกระบี่จำนวนมากก็บินไปประดับตามจุดต่างๆ ของเรือทำให้เรือดูสวยงามอย่างมาก และตอนนี้เรือก็ดูธรรมดาอย่างมากด้วยทำให้ไม่สะดุดตา
จากนั้น หลีฟาง หยุนรี้ หยุนฉี และคนอื่นๆ ก็กระโดดขึ้นเรือไป เหลือแต่ หยุนซีและซ่งเหมย ซ่งเหมยท้องได้ 3เดือนแล้ว หยุนซีจึงต้องอยู่ดูแลนาง หยุนฉีกลัวเรื่องความปลอดภัยของหลีฟางจึงให้ผู้อาวุโสทั้งหมดไปกับเขา ตอนนี้กองกำลังที่นำมามี 50 คน ผู้อาวุโสตัดวิญญาณ 20คน เนื่องจากได้ยาจากหลีฟางทำให้พวกเขาทะลวงผ่านระดับตัดสวรรค์ได้ ตอนนี้ตระกูลหยุนแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มีผู้เยาว์ประมาณ 10 คนที่ไปถึงระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น1-3 พวกเขาตื่นเต้นอย่างมาก พวกเขาเพิ่งจะมีอายุ 100-400 ปี นี่จัดว่าเป็นอัจฉริยะของยุคนี้ ถ้าเป็นสมัยที่ดาวมังกรพิโรธยังรุ่งเรืองอยู่ป่านนี้พวกเขาไปถึงระดับสวรรค์ขั้น7-9กันแล้ว พวกเขาไม่เคยเข้าประตูมังกรมาก่อน คนที่เข้าประตูมังกรต้องเป็นระดับสวรรค์เท่านั้น ถ้าต่ำกว่านั้นพวกเขามีโอกาสรอดน้อยมาก

ตอนนี้เรือได้ออกเดินทางไปยังประตูมังกร เรือสงครามเร็วมาก ประตูมังกรห่างจากเมืองโมกูไปทางทิศเหนือประมาณ 500 กม. หลังจากไปผ่านไป 5ชม. พวกเขาก็มาถึง ประตูมังกร ถ้าพวกเขาเดินทางด้วยรถม้าจะใช้เวลาประมาณ 2วัน

ประตูมังกรมีขนาดใหญ่ สูง 100 เมตร กว้าง 50เมตร เป็นประตูที่ดูเก่าแก่และโบราณเป็นอย่างมาก ขอบประตูเป็นสีดำบานประตูเป็นสีแดง มีลวดลายมังกรสีทองตัวใหญ่

หน้าประตูมังกรมีบางตระกูลและสำนักขนาดกลางและขนาดเล็กมาตั้งเต็นท์กันแล้ว พวกเขาเห็นเรือสงครามบินมาทำให้พวกเขาแปลกใจว่าทำไมตระกูลใหญ่ถึงได้มาเร็วนัก หลังจากนั้นเริ่มมีคนจำสัญลักษณ์ตระกูลหยุนได้ ผู้นำตระกูลมู้ ที่อยู่เมืองโมกูจึงกล่าว “เป็นตระกูลหยุน แห่งเมืองโมกู”

คนจากตระกูลฉี ที่อยู่เมืองโมกู “อ๋อข้าจำได้แล้ว 3 เดือนมานี้พวกเขาได้นำยาจิตวิญญาณระดับสวรรค์มาขาย พวกเขามั่งคั่งจริงๆ พวกเขามีเรือเหาะแล้ว” และนี่ยิ่งทำให้ทุกคนอยากจะสานสัมพันธ์กับตระกูลหยุนมากขึ้น

จากนั้นตระกูลมู่ ก็อุทาน “โอ้! ระดับตัดสวรรค์ 20คนอยู่บนเรือเหาะ ตระกูลหยุนแข็งแกร่งอย่างมาก” นี่ทำให้ทุกคนตกใจ ตระกูลหยุนแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างมาก ถึงแม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าตระกูลหยุนแต่ก่อนแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ก็คงมีระดับตัดสวรรค์ไม่เกิน 10คน แต่นี่มีถึง 20คนเลย ถึงแม้จะมีแค่ขั้น 1 จำนวน14คนก็ตาม หยุนฉี และ ผู้อาวุโส 1-5 ตอนนี้อยู่ในขั้นที่ 2-3 แต่ความสามารถของพวกเขาสามารถเอาชนะได้แม้กระทั่ง ตัดวิญญาณขั้น 5 เพราะพวกเขาฝึกคัมภีร์ระดับ อวตารเทพ ยิ่งหยุนฉี ฝึกคัมภีร์ระดับ เทพสงคราม

ตระกูลชูที่อยู่เมืองโมกูกล่าว “ข้าได้ยินมาว่าตระกูลหยุนรับที่ปรึกษาเต๋าปรุงยคนใหม่มาและช่วยให้พวกเขาสามารถปรุงยาจิตวิญญาณระดับสวรรค์ได้ ข้าล่ะสงสัยจริงๆ ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ตระกูลหยุนช่างโชคดีที่ นักปรุงยาเลือกที่จะเข้าร่วมตระกูลเขา”

นายน้อยจากตระกูลมู้ เห็น หยุนรี้พวกเขากลายเป็นดีใจ “แม่นางหยุนรี้ ก็มาด้วย” นี่ทำให้นายน้อยจากตระกูลต่างๆ ตาสว่างทันทีเมื่อได้ยินว่า หยุนรี้ มาด้วย หยุนรี้เป็นหนึ่งในสาม สาวงามของเมืองโมกู “ไหนๆ เป็นนางจริงๆ ด้วย นางช่างงดงามจริงๆ” หยุนรี้ยืนอยู่ที่หัวเรือข้างหลีฟาง ทุกคนไม่ได้เห็นหลีฟางอยู่ในสายตา ตาทุกคู่จดจ่ออยู่ที่หยุนรี้ หยุนรี้น้อยครั้งที่จะออกจากตระกูล นี่ทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสได้สานสัมพันธ์กับนาง และตอนนี้โอกาสก็มาถึงแล้ว

หลังจากตระกูลหยุน ตั้งค่าย ตระกูลต่างๆ ได้มาขอพบกับ หยุนฉี เพื่อสานสัมพันธ์ และมีพวกรุ่นเยาว์ติดตามมาด้วย พวกที่ตามมาก็เพื่อหวังจะได้คุยกับหยุนรี้

ประพันธ์โดย L