0 Views

 

อ่านต่อในกลุ่ม Facebook คลิก!!

ขอแก้ไขเรื่องอายุของหลีฟางหน่อยนะครับ เอาเป็นว่าหลีฟางอายุ 100 ปี นับตั้งแต่ตอนที่กายาของเขาสร้างใหม่ เพราะเขาใช้เวลาประมาณ 100 ปี ในการสร้างกายาใหม่ แบบนี้น่าจะดี ส่วนเนื้อหาก่อนหน้านี้ต้องรอเขียนจบก่อนถึงจะกลับไปแก้ไข เพราะต้องแก้ไขใหม่เยอะมาก

 

เวลานี้ตระกูลขนาดกลางและเล็ก ต่างพากันพูดถึงเรื่องของหลีฟางและสำนักราชันหมื่นกระบี่ หลายๆตระกูลอยากให้ลูกหลานของพวกเขามาเป็นศิษย์ของหลีฟาง เพราะเวลานี้หลีฟางโด่งดังอย่างมาก ถึงแม้ว่าอายุของเขาจะแค่ 100 ปีก็ตามที แต่ด้วยความสำเร็จของเขา ทำให้ทุกคนต่างเลื่อมใส

 

เวลานี้ สำนักมังกรคู่ สำนักบึงมังกร สำนักมังกรทมิฬ ตระกูลเชีย ตระกูลฟ่ง ตระกูลโลว ได้ส่งผู้นำตระกูลและเจ้าสำนักไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้  และรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นที่เขตประตูมังกรทุกอย่างให้ฮ่องเต้ฟัง มีแค่สำนักบึงมังกรเท่านั้นที่ส่งผู้อาวุโสหนึ่งเป็นตัวแทนในการประชุมครั้งนี้ จ้าวเยว่หวานได้เข้าร่วมการประชุมด้วย เนื่องจากนางเป็นธิดาคนโปรดของฮ่องเต้ 

 

หยานจงเจ้าสำนักมังกรคู่ได้หยิบยกเรื่องที่หลีฟางสังหารศิษย์รุ่นเยาว์ของสำนักมังกรคู่ เพื่อให้ฮ่องเต้เอาผิดหลีฟางด้วย แต่ผู้อาวุโสหนึ่งของสำนักบึงมังกรก็ออกมาแก้ตัวให้กับหลีฟาง นี่จึงสร้างความสับสนให้กับตระกูลอื่นอย่างมาก 

 

สำนักมังกรทมิฬและตระกูลต่างๆ พูดถึงเหตุการณ์ตามที่พวกเขาเห็นเท่านั้น สุดท้ายฮ่องเต้ก็สั่งปลดตระกูลเฉินออกจากตระกูลยักษ์ใหญ่ และสั่งให้ฆ่าล้างตระกูลเฉินในทันที ส่วนเรื่องของหลีฟาง ฮ่องเต้ไม่พูดถึง นี่ทำให้หยานจงรู้สึกเจ็บแค้นอย่างมาก

 

หลังจากนั้นตระกูลยักษ์ใหญ่และสำนักใหญ่ต่างๆ ก็เคลื่อนกองทัพของพวกเขาไปปิดล้อมและโจมตีตระกูลเฉินทันที การกวาดล้างตระกูลเฉินอาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าที่พวกเขาจะสามารถโค่นล้มตระกูลเฉินได้ และต้องมีคนตายเป็นจำนวนมากแน่นอน

 

ผ่านไป 2 วัน 

 

ณ เขตประตูมังกร เวลานี้เป็นเวลา 2 ทุ่ม

 

หลีฟางกำลังพักผ่อนอยู่ภายในกระโจมกับ หยุนรี้ หลานเสวียชิง ฟูเหมย ชูหลิง เสวียเยว่ เสวียฉาน ส่วนเสี่ยวหมินนั้นเป็นยามเฝ้าอยู่นอกกระโจม เวลานี้หลีฟางได้กลั่นกายาให้กับฟูเหมยและหยุนรี้ เรียบร้อยแล้ว เขาได้นำน้ำพุวารีมรกตออกมาด้วย

 

หยุนรี้และฟูเหมยยิ้มอย่างร่าเริงหลังจากพวกนางได้รับการกลั่นกายาจากหลีฟางนี่ทำให้พวกนางรู้สึกดีใจอย่างมาก ฟูเหมยนั้นเคยผ่านการกลั่นกายามาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ผลที่ได้กลับต่างจากที่การกลั่นกายาของหลีฟางหลายสิบเท่า และยิ่งเวลาที่ใช้ไม่ต้องพูดถึง หลีฟางใช้เวลาเพียง 12 ชั่วยาม นี่สร้างความตกตะลึงให้กับนางอย่างมาก หากมีใครมาพูดให้ฟัง นางคงไม่เชื่ออย่างแน่นอนถ้าไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเอง

 

หลีฟางยิ้ม “พวกเจ้ากลับไปที่ตระกูลหยุนก่อน เสี่ยวฉาน ฝากเจ้าดูแลตระกูลหยุนด้วย” เสวียฉานพยักหน้ารับคำ

 

หยุนรี้รีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง “แล้วนายน้อยเล่า เหตุใดท่านถึงไม่กลับไปพร้อมกับพวกเรา”  สาวๆ คนอื่นต่างมองไปที่หลีฟางด้วยแววตาสงสัย

 

หลีฟางยิ้ม “ข้ายังมีบางอย่างที่จะต้องทำ พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้า กลับไปเตรียมตัวให้พร้อม หลังจากข้าเสร็จธุระที่นี่แล้ว เราจะไปที่หุบเขากุหลาบกัน” นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การตั้งสำนักราชันหมื่นกระบี่ของเขาอย่างมาก (นี่คือรายการแฟนพันธุ์ทาง หุบเขากุหลาบถูกพูดถึงครั้งแรกตอนที่เท่าไหร่?)

 

ฟูเหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกตะลึง “นายน้อยจะไปที่หุบเขากุหลาบ?”

 

หลีฟางยิ้ม “ถูกต้องแล้ว ข้าจะไปที่นั่น ที่นั่นเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การตั้งสำนักอย่างมาก”

 

ฟูเหมยรีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจ “นายน้อย แต่ที่นั่นมีราชาอสูรอยู่ มันแข็งแกร่งอย่างมาก มันอยู่ในระดับตัดสวรรค์ขั้นสูงสุดแล้ว แม้แต่สำนักใหญ่ยังไม่กล้าไปยุ่งกับมันเลย” นางรีบเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี เพราะนางรู้ว่าหลีฟางไม่ใช่คนของแคว้นฉี เขาอาจจะไม่รู้เรื่องของอสูรที่อาศัยอยู่ที่นั่น

 

หลีฟางยิ้ม จากนั้นเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “เจ้าไม่เชื่อในตัวนายน้อยของเจ้ารึ” นี่ทำให้ฟูเหมยนิ่งเงียบไป

 

ฟูเหมยยิ้ม แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่น “ข้าเชื่อในตัวนายน้อยอยู่แล้ว”

 

หลีฟางยิ้มอย่างพึงพอใจ “ฝากบอกอาจารย์ของเจ้าด้วยว่าเขาทำผลงานได้ดีมาก หลังจากข้ากลับไป ข้าจะตบรางวัลให้เขาอย่างงาม”

 

ฟูเหมยยิ้มอย่างดีใจ “ขอบคุณนายน้อยมาก” นี่ทำให้บรรยากาศภายในกระโจมเปี่ยมไปด้วยความสุข

 

เสวียฉานมองไปที่หลีฟางด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มของนางดูมีความสุขอย่างมาก ภาพในอดีตเมื่อครั้งที่นางยังมีชีวิตอยู่ นางและผู้ติดตามทั้งหลายของหลีฟาง เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ด้วยกัน เวลานั้นนางมีความสุขอย่างมาก บรรยากาศโดยรอบ ตลบอบอวลไปความสดใสร่าเริงและความสุข เหมือนในเวลานี้ หลีฟางนั้นไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาเป็นคนใจดีและใจกว้างกับผู้ติดตามอยู่เสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็โหดร้ายกับศัตรูของเขาด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่นางนั้นเลือกที่จะติดตามหลีฟาง และนางไม่เคยคาดคิดเลยว่านางจะได้กลับมาอยู่เคียงข้างเขาอีกครั้ง

 

หลีฟางรับรู้ได้ถึงสายตาของเสวียฉาน เขาจึงหันมายิ้มให้นาง นี่ทำให้เสวียฉานรู้สึกเขิน นางจึงก้มหน้าลงหลบสายตาของหลีฟาง นี่ทำให้สาวๆ คนอื่นยิ้ม พวกนางนั้นสงสัยอย่างมากว่าหลีฟางรู้จักกับเสวียฉานมานานแค่ไหนแล้ว

 

เช้าวันถัดมา เสวียฉาน เสวียเยว่ หยุนรี้ ชูหลิง หลานเสวียชิง ฟูเหมย ก็ร่ำลาหลีฟาง แม้ว่าพวกนางนั้นไม่อยากที่จะจากหลีฟางไปเลย

 

เสวียฉานมองไปที่หลีฟาง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “นายน้อยโปรดรักษาตัวด้วย”

 

หลีฟางยิ้ม เขาเดินเข้าไปหาเสวียฉาน จากนั้นเขาก็บรรจงจูบไปที่หน้าผากของนาง นี่ทำให้เสวียฉานก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกเขินอายอย่างมาก นางไม่กล้าสบสายตากับหลีฟาง แต่ที่มุมปากของนางยกยิ้มขึ้น 

 

หลีฟางยิ้มและเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “เจ้าก็ดูแลตัวเองด้วย” การกระทำของทั้งสองคนเหมือนสามีภรรยากันอย่างมาก นี่ทำให้สาวๆ คนอื่นยิ้มอย่างรู้สึกอิจฉาอยากได้จูบของหลีฟางบ้าง พวกนางกำลังจะเดินเข้าไปหาหลีฟางเพื่อจะให้เขาจูบหน้าผากพวกนางบ้าง แต่โชคร้ายที่เสี่ยวหมินเข้ามาพันรอบหลีฟางและเอาลิ้นเลียหน้าของเขาเสียก่อน นี่เลยทำให้พวกนางไม่สามารถเข้าไปหาหลีฟางได้ สุดท้ายพวกนางก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความรู้สึกเสียดาย

 

จากนั้นทุกคนก็จากไปเหลือแค่หลีฟางและเสี่ยวหมินอยู่ที่เขตประตูมังกร ยังเหลือเวลาอีก 3 วัน กว่าจ้าวเยว่หวานจะมา หลีฟางจึงนั่งเข้าฌาน

 

เวลาผ่านไป ฟ้าเริ่มมืดลง

 

หลีฟางอยู่ภายในกระโจมโดยมีเสี่ยวหมินเฝ้าอยู่ด้านนอกกระโจม

 

เสี่ยวหมินลืมตาขึ้น จากนั้นมันก็กระโจนเข้าไปภายในป่า 

 

หลีฟางลืมตาขึ้นและเดินออกมาจากกระโจม

 

ผ่านไปไม่นานเสี่ยวหมินก็กลับมาพร้อมกับคาบอะไรบางอย่างมาด้วย

 

“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ เจ้ามังกรบ้า ไม่เช่นนั้นข้าจะจับเจ้าไปทำอาหาร” เป็นเสียงของผู้หญิงที่กรีดร้องด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว

 

ประพันธ์โดย L