0 Views

หยุนรี้เห็นหลีฟางล้มลง นางรีบวิ่งมาดู ตอนนี้สภาพหลีฟางคือ มีรอยแยกตามร่างกายจำนวนมาก แผลลึกถึงกระดูก เลือดไหลออกมาเพียบ เป็นภาพที่สยองมาก อาการของหลีฟางสาหัสมาก หยุนรี้น้ำตาไหลเต็มสองแก้ม นางไม่กล้าจับตัวของหลีฟางกลัวว่าร่างกายเขาจะแตกเป็นชิ้นๆ “นายน้อย เป็นอย่างไรบ้าง ”

หลานเสวียชิง รีบวิ่งตามมาดู นางน้ำตาไหลทันที เห็นสภาพของหลีฟางนี้ทำให้นางรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมากที่เขาต้องเป็นแบบนี้เพราะว่าช่วยนาง นางจึงกล่าวด้วยความเสียใจ “ข้าขอโทษหยุนรี้ที่เขาต้องอยู่ในสภาพนี้เพราะช่วยข้า”

หลีฟาง หลับตาอยู่แล้วกล่าวด้วยเสียงแผวเบาราวกับว่าลมหายใจของเขาจะขาดได้ทุกเมื่อ “ข้า.. ไม่.. เป็น.. ไร.. ให้.. ข้า.. พัก.. ผ่อน.. สัก.. หน่อย..” หลังจากนั้นเสียงก็เงียบหายไปเหลือเพียงลมหายใจที่แผ่วเบา

ตอนนี้ทำให้สองสาวรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้างและเป็นกังวลไปพร้อมๆ กัน หลานเสวียชิง ปลอบใจหยุนรี้ “นายน้อยเป็นคนดีต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งอย่างมาก เจ้าอย่าได้กังวลมากไป”

หยุนรี้ฝืนยิ้มทั้งน้ำตา “ข้ารู้ว่าเขาต้องไม่เป็นอะไร” นางรู้สึกเจ็บปวดที่เห็นสภาพของหลีฟางเป็นแบบนี้

จากนั้นสองสาวก็นำหลีฟางกลับเข้าไปบ้าน ในตอนนี้เลือดของหลีฟางได้หยุดแล้ว กายาของเขาทรงพลังอย่างมากมันช่วยฟื้นฟูร่างกายของหลีฟางอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเป็นคนอื่นป่านนี้คงตายไปนานแล้ว กายาไม่สามารถรองรับพลังจิตวิญญาณได้เกิน 1 ระดับ เช่น กายาอยู่ในระดับ ปฐพีขั้นต้น จะรองรับ พลังจิตวิญญาณได้สูงสุดระดับสวรรค์ขั้น 3 จะไม่สามารถรับได้เกินจากนี้ ตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมา หลีฟางทำให้ กายาของเขาไปถึงระดับ กำเนิดกายาขั้นสูงสุด เท่านั้น เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อมากที่เขายังไม่ตายเพราะพลังวิญญาณของได้พุ่งสูงไปถึงระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น9 มันเกินขีดจำกัดของผู้ฝึกตนอย่างมาก

หลังจากผ่านไป 5ชม. แผลได้หายไปจนหมดแล้วแต่หลีฟางก็ยังไม่ฟื้นขึ้นมา ระดับ ลมหายใจกลับมาปกติ ทั้งสองสาวดูแลเขาอย่างใกล้ชิด พอแผลของเขาหายไปจนหมดทำให้สองสาวรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก

หยุนรี้กล่าวด้วยความดีใจ “บาดแผลของนายน้อยหายไปแล้ว”

หลานเสวียชิงก็ดีใจเช่นกัน “ดีจริงๆ ที่เขาฟื้นตัวได้เร็วขนาดนี้” จากนั้นนางก็เห็นว่าชุดเขาเปื้อนไปด้วยเลือดจึงเสนอความคิด “เราควรนำเขาไปอาบน้ำก่อนเจ้าว่าอย่างไร”

หยุนรี้ยิ้ม “ได้ข้าจะไปเตรียมอ่างน้ำและสมุนไพร” หลังจากนั้นนางก็รีบไปจัดการ

หลานเสวียชิง ยิ้มมองหลีฟางอย่างอ่อนโยน แล้วพึมพำ “ทำไมท่านถึงได้ช่วยข้าถึงขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้รู้จักกันแท้ๆ” นางยิ้มแล้วจ้องมองหน้าเขา ตอนนี้หลีฟางได้เข้ามาอยู่ในใจนางแล้ว

หยุนรี้เข้ามาเห็น หลานเสวียชิง ยิ้มอย่างสดใสมองหน้าหลีฟาง นี่ทำให้นางยิ้ม “อะแฮ่ม ไม่ใช่ว่าเจ้าหลงรักนายน้อยของข้าเข้าแล้วนะ”

หลานเสวียชิงกำลังเคลิบเคลิ้มอยู่ ตกใจจึงรีบกล่าว “ข้าเปล่านะ ข้า ข้ามีคู่หมั้นแล้ว” หลังจากนั้นรอยยิ้มของนางก็หายไปเปลี่ยนเป็นเศร้าหมองอย่างมาก

หยุนรี้ เห็นใบหน้าของ หลานเสวียชิง นางจึงกล่าว “เจ้าอย่าได้กังวลไป ข้าและนายน้อยจะช่วยเจ้าเอง” นางยิ้มแล้วกล่าว “นายน้อยเคยบอกว่าจะพาข้าออกไปท่องเที่ยวจักรวาล ถ้าเจ้าติดตามนายน้อยความฝันของเจ้าจะเป็นจริงแน่นอน นายน้อยเป็นคนที่แข็งแกร่งมากๆ” นางรู้ว่าถ้าเพื่อนของนางมาติดตามหลีฟาง ฝันของนางจะต้องเป็นจริงอย่างแน่นอน นางจึงเอ่ยยุยงส่งเสริมเพื่อนของนาง

หลานเสวียชิง ถึงกับอึ้งและเงียบอยู่นาน “ข้าจะได้ออกท่องเที่ยวจักรวาลจริงๆ หรือ” แต่นางก็เชื่อหยุนรี้จากที่เห็นทักษะและสมบัติของหลีฟางทุกชิ้นล้วนไม่ธรรมดา

หยุนรี้ ยิ้มแล้วกล่าวด้วยความมั่นใจ “แน่นอนอยู่แล้ว”

หลานเสวียชิงยิ้ม “อืมข้าเชื่อเจ้า เราควรพานายน้อยไปอาบน้ำได้แล้ว” หลังจากนั้นสองสาวก็พาหลีฟางไปอาบน้ำ

พอนำหลีฟางไปใว้ในอ่างอาบน้ำสองสาวก็รู้สึกขวยเขินเอามากๆ เพราะพวกนางต้องถอดเสื้อผ้าของเขาออกและพวกนางไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน

หลานเสวียชิงยิ้มแล้วกล่าว “ข้าจะทำความสะอาดช่วงบน ส่วนเจ้าทำช่วงล่างนะ”

หยุนรี้พูดด้วยความเอียงอายเสียงแผ่วเบา “ทำไมต้องเป็นข้าด้วย” ตอนนี้นางขวยเขินเป็นอย่างมาก

หลานเสวียชิง เห็นความขวยเขินของหยุนรี้ นางอมยิ้มแล้วกล่าว “งั้นเราช่วยกันเป็นอย่างไร”

หยุนรี้ไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือหัวเราะดี นางจึงส่งเสียง “อืม” บรรยากาศกระอักกระอ่วนเป็นอย่างมาก สองสาวถอดเสื้อหลีฟางและเริ่มขัดตัวให้เขา สองสาวทำกันอย่างเชื่องช้าและติดขัดมาก จึงทำให้แขนของหลีฟางหล่นฟาดกับขอบอ่างหลายครั้งนี่ทำให้เขาเจ็บเป็นอย่างมาก หลังจากทำความสะอาดช่วงบนเสร็จ สองสาวก็มองหน้ากันและกลืนน้ำลาย ใบหน้าของสองสาวเริ่มแดงจนไปถึงใบหู จากนั้นพวกนางก็หลับตาแล้วเอื้อมมือไป จากนั้นก็มีเสียงที่คุ้นเคย “พวกเจ้าหยุดเลย” หลีฟางคิดในใจถ้าให้พวกนางทำความสะอาดต่อเขาอาจจะสูญพันธุ์ก็ได้

สองสาวลืมตาและมองเห็นว่าหลีฟางกำลังจ้องพวกนางอยู่ สองสาวเบนหน้าหลบสายตาของเขา หลานเสวียชิง กล่าว “นายน้อยอาการท่านเป็นอย่างไรบ้าง”

หลีฟางยิ้มแล้วเอ่ยหยอกล้อพวกนาง “อาการของข้าดีขึ้นแล้ว ยิ่งตื่นมาเจอภูเขาสี่ลูกนี้ทำให้อาการของข้าดีขึ้นมากเลยทีเดียว” หลังจากเห็นสายตาของหลีฟางที่จ้องมายังเรือนร่างของพวกนาง นี่ทำให้สองสาวสำรวจตัวเองแล้วพบว่าชุดของพวกนางเปียกทำให้มองเห็นผิวกายของพวกนางที่ขาวนวล และยอดภูเขาสีชมพู สองสาวหน้าแดงและอับอายเป็นอย่างมาก

หยุนรี้กรีดร้อง “เจ้าเด็กลามก” จากนั้นนางก็ดึงหลานเสวียชิงแล้วรีบวิ่งออกไป หลานเสวียชิงอยู่ในอาการตกตะลึง ไม่เคยมีชายใดเคยเห็นร่างกายของนางมาก่อนนี่ทำให้นางได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจและขวยเขินเป็นอย่างมาก นางอยากจะขุดหลุมแล้วกระโดดลงไปจริงๆ

หลีฟาง ยิ้มแล้วตะโกน “พวกเจ้ายังอาบน้ำให้ข้าไม่เสร็จเลย” เขารู้สึกตัวตั้งแต่บาดแผลของเขาหายเกือบหมดแล้ว

หยุนรี้ตะโกนด้วยความโกรธ “ใครจะไปอาบน้ำให้เจ้ากัน เจ้าเด็กโรคจิต” ตอนนี้นางลืมอีกแล้วว่าหลีฟางเป็นนายน้อยของนาง

หลังจากออกมาจากห้องอาบน้ำ หยุนรี้กางแขนและยกไหล่ขึ้น นางหายใจแรงหน้าอกของนางขยับขึ้นลง หน้าตาของนางโมโหสุดขีด “เจ้าเด็กนี่หลอกให้เราอาบน้ำให้”

หลานเสวียชิงเห็นหยุนรี้โกรธและท่าทางของนางตลกอย่างมากทำให้นางหลุดหัวเราะแล้วกล่าว “เจ้าอย่าได้โกรธนายน้อยนักเลยเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะมองพวกเรา”

หยุนรี้หันมามอง หลานเสวียชิง “จะไม่ให้ข้าโกรธได้อย่างไร ในเมื่อนี้มันเป็นครั้งที่สองแล้ว” หลังจากนั้นนางก็รู้สึกอับอายหลังจากพูดสิ่งที่นางไม่ควรพูด

หลานเสวียชิง หัวเราะแบบหยุดไม่หยู่

หยุนรี้โกรธแล้วกล่าว “ถ้าเจ้ายังไม่หยุดหัวเราะเยาะข้าจะไม่คุยกับเจ้าอีก”

“ได้ๆ ข้าหยุดแล้ว ข้าหยุดแล้ว” หลานเสวียชิงพยายามจะกลั้นหัวเราะของนางอย่างยากลำบาก จากนั้นนางจึงถาม “นายน้อยเป็นใครมาจากไหนเหรอ” นางอยากรู้ว่าหลีฟางเป็นใครมาจากไหน

หยุนรี้ ส่ายหัวแล้วตอบ “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน นายน้อยไม่เคยบอก” จากนั้นนางก็เล่าเรื่องว่าหลีฟางมาเป็นที่ปรึกษาเต๋าปรุงยาได้อย่างไรให้ หลานเสวียชิง ฟัง แต่นางไม่เคยพูดถึงเรื่องคัมภีร์ที่หลีฟางให้ตระกูลของนาง ไม่ใช่นางไม่ไว้ใจเพื่อนแต่บางอย่างไม่รู้จะดีกว่า

หลานเสวียชิง กล่าว “อ๋อ เป็นเช่นนี้เอง”

ประพันธ์โดย L

ในกลุ่มถึงตอนที่ 36 แล้ว ลงวันละ 1 ตอน

FB : https://www.facebook.com/groups/158725318008139/

กลุม vip ถึงตอนที่ 48 ลงวันละ 2-3 ตอน