0 Views

แต่กระบี่ไม่แม้แต่จะสร้างรอยขีดข่วนบนร่างกายนางแม้แต่น้อย

หลีฟางกล่าว “เจ้าอย่าได้ดูถูกคัมภีร์นี้มากจากเกิน ตอนนี้ร่างกายของเจ้านั้นแข็งแกร่งอย่างมาก ต้องใช้อาวุธระดับ เทพสงคราม เท่านั้นถึงจะฆ่าเจ้าได้” หลีฟางเปิดประตูวิญญาณ เรียกกระบี่ออกมาเป็นระดับเทพที่แท้จริง เขากล่าวอย่างเย็นชา “จะให้ข้าจบความทุกข์ทรมานของเจ้าหรือไม่”

หลานเสวียชิงฝืนยิ้ม “นายน้อยหลี ได้โปรดปลดปล่อยข้าจากความทรมาน” จากนั้นนางก็หลับตา ตอนนี้นางรู้สึกไม่อยากมีชีวิตอีกต่อไป ดิ้นรนฝึกฝน มาแทบตายสุดมันก็สูญเปล่า นางไม่มีวันได้ออกไปท่องเที่ยวในอวกาศไปดูโลกอื่นๆ เผ่าพันธุ์อื่นๆ ที่นางไม่เคยเห็น

หยุนรี้ไม่ยินยอมระเบิดพลังของนางตอนนี้เปลวไฟโหมกระหน่ำ เปลวไฟสูง5 เมตร และค่อยๆ เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนไปหยุดที่ 20 เมตร ตอนนี้ คัมภีร์กายาของนาง ยกระดับไปถึงขั้น ที่ 3 แล้ว และ ช่วยยกระดับกายา ไปถึงขั้น กายาสวรรค์ข้้นสูง แล้ว ตอนนี้นางโกรธอย่างมาก “ข้าจะไม่ยอมให้ท่านฆ่านางเด็ดขาดข้าจะหาวิธีช่วยนางให้ได้”

หลีฟางยิ้มแล้วกล่าวอย่างจริงจัง “นั่นล่ะคือวิธีช่วยนาง เมื่อคัมภีร์กายาของเจ้าไปถึงขั้นที่3 ไฟของเจ้าจะกลายเป็นไฟศักดิ์สิทธิ์ เจ้าจงควบคุมเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ แล้วใช้มันเผาปานความมืดจากตัวนางชำระล้างร่างกาย ข้าจะเรียกมันออกมาได้อีกแค่อีกแค่ครั้งเท่านั้น เจ้ารีบจัดการมันให้เร็วที่สุด” หลีฟาง ต้องการให้หยุนรี้โกรธมันจะทำให้คัมภีร์กายาของนางยกระดับได้รวดเร็วยิ่งขึ้น จากนั้นเขาพึมพำคาถา เงาภูติผีก็ปรากฏออกมาอีกครั้ง

หยุนรี้ตกใจ นางจึงเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ “ที่นายน้อยพูดเป็นเรื่องจริงท่านไม่ได้หลอกข้า” ถึงแม้ว่านางจะเชื่อใจหลีฟางเป็นอย่างมากแต่นางก็อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้

หลีฟางพูดอย่างจริงจัง “ข้าพูดจริงและข้าไม่สามารถเรียกมันออกมาได้อีกเป็นครั้งที่ 3 ใช้เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ ชำระร่างกายของนางซะ ตั้งสมาธิให้มั่น ไม่เช่นนั้นนางจะโดนเผาไปด้วย” ตอนนี้ใบหน้าของหลีฟางมีเหงื่อออกเป็นจำนวนมาก

หยุนรี้ หันไปกล่าวกับหลานเสวียชิงด้วยใบหน้าจริงจัง “ข้าจะช่วยเจ้าให้ได้”

หลานเสวียชิงยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับหยุนรี้ “ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้หยุนรี้” และนางก็รู้สึกมีความหวังและอยากมีชีวิตอยู่

หยุนรี้เริ่มควบคุมเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ให้คงที่ พอนางเริ่มควบคุมมันได้ นางก็ส่งมันไปยังร่างของหลานเสวียชิง เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ ปกคลุมร่างของนางเริ่มชำระล้างร่างกาย ตอนนี้นางกรีดร้องสุดเสียง

หยุนรี้ตกใจจึงจะหยุด หลีฟางรีบตะโกน “อย่าหยุดตอนนี้รางกายของนางกำลังโดนชำระล้างด้วยเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ นางจะเจ็บปวดอย่างมาก แต่นี่หลีกเลี่ยงไม่ได้” ตอนนี้ใบหน้าของหลีฟางซีดขาวราวกับกระดาษ เขาตะโกน “ดวงตะวันอมตะ” หลังจากนั้น9ดวงตะวันขนาดใหญ่ปรากฏด้านหลังของ หลีฟาง มันสว่างจ้าราวกับว่ามันจะเผาไหม้ทุกสิ่งให้วอดวายภายในเสี้ยววินาที ต่อมาหลีฟางเปิดประตูวิญญาณวงแหวนสีทองออกมามีอักขระโบราณจำนวนมากถ้าเทพที่แท้จริงมาเห็นพวกเขาจะรู้ทันทีเลยว่านี่คือวงแหวนของดาวมังกรพิโรธ หมุนวนรอบตัวของหลีฟางช่วยเพิ่มพลังงานไม่มีที่สิ้นสุดให้กับหลีฟาง พลังบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นจาก จิตวิญญาณขั้นปฐพีขั้น 1 ไปขั้น 5 และมันยังไม่หยุด ไปขั้นที่ 9 และทะลุไปถึงขั้น จิตวิญญาณสวรรค์ขั้นที่ 9 จึงหยุดลง ตอนนี้เขากระอักเลือดออกมาคำโตเนื่องจากกายาของเขาไม่สามารถรองรับพลังมากมายขนาดนี้ได้ ถ้าเขาไม่ได้ฝึกคัมภีร์พระเจ้าสงคราม ป่านนี้ตัวเขาคงระเบิดไปแล้ว ตอนนี้ร่างกายของเขารับภาระหนักมาก

นี่ทำให้หยุนรี้วิตกกังวลอย่างมากเมื่อเห็นหลีฟางกระอักเลือดออกมาคำโต แต่นางรู้ว่านางต้องรีบทำให้มันจบเร็วๆ นางไม่สามารถเสียสมาธิได้

หลานเสวียกรีดร้องนางหลับตาจึงไม่เห็นอะไรแต่นางพอจะรู้ถึงความกังวลของ หยุนรี้ นางจึงกัดฟันแล้วตะโกน “ข้าทนไหวเจ้าทำต่อไป อย่าทำให้ความพยายามของนายน้อยหลีเสียเปล่า” ตอนนี้เสียงของนางดูมีชีวิตชีวาอย่างมาก

หลังจากผ่านไป 5 นาที หลีฟางกระอักเลือด ออกมาอีกสองคำ ผ่านไป 15 นาที หลีฟางกระอักเลือดอีกห้าคำ ผ่านไป 30 นาทีหลีฟางเริ่มมีเลือดไหลออกจากทวารทั้ง9 เขาใกล้จะถึงขีดจำกัดของเขาแล้ว หลังจากผ่านไป 1 ชม. กระบวนการทุกอย่างก็จบสิ้น เงาภูติผีหายไป ร่างกายของหลานเสวียชิงถูกชำระล้างเรียบร้อยแล้ว จนตอนนี้ร่างกายของนางเปล่งประกายอย่างมากผิวพรรณของนางขาวอมชมพู หน้าตาของนางที่เคยขาวราวหิมะเริ่มมีสีชมพู พลังหยินของนางกลายเป็นบริสุทธิ์ไม่มีปานความมืดปะปน และร่างกายของนางแข็งแกร่งอย่างมาก

หลีฟางล้มลงจมกองเลือด

ประพันธ์โดย L