0 Views

หลังจาก หลีฟางเห็นหลานเสวียชิงก็จ้องมองตาไม่กระพิบ

หยุนรี้ ยิ้มแล้วกล่าวกับ หลานเสวียชิง “นี่คือ นายน้อยหลีฟาง เป็นที่ปรีกษาเต๋าปรุงยาของตระกูลข้า”

หลานเสวียชิง พูดด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อถือ “เด็กน้อยเนี่ยนะ เป็นที่ปรึกษาของตระกูลเจ้า ต้องหลอกข้าแน่ๆ”

หยุนรี้ หัวเราะแล้วเอ่ย “เป็นความจริง ข้าไม่ได้หลอกเจ้า เป็นเขาที่ช่วยเหลือตระกูลข้า และเขายังช่วยรักษา หยุนซี ด้วย” นางเข้าใจ หลานเสวียชิง ที่ไม่ยอมเชื่อนาง เพราะทุกวันนี้นางเองยังคงคิดว่านี่มันไม่ได้ฝันไปใช่ใหม

หลานเสวียชิง เห็นหลีฟางมองเขาด้วยใบหน้าจริงจังตาไม่กะพริบราวกับอยากจะมองทะลุเสื้อผ้าของนาง นางจึงเอ่ยถาม “เด็กน้อยจ้องมองพี่สาวแบบนี้มันไม่ดีนะ” นางหยอกล้อหลีฟาง

หลีฟางทำใบหน้าจริงจัง “เจ้าฝึกวิชามารอะไร เจ้าเป็นบ้าหรืออย่างไร ถึงได้ไปฝึกวิชามาร”

หยุนรี้ เห็น หลีฟางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง นางนั้นเข้าใจทันทีว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยแน่ๆ “หลานเสวียชิง จริงรึที่เจ้าฝึกวิชามาร”

ตอนนี้ใบหน้าของ หลานเสวียชิง ตกตะลึงอย่างมาก “ข้าไม่แน่ใจ ข้าได้มันมาตอนเข้าประตูอสูรมาร ข้าเห็นว่าเป็นคำภีร์ระดับ อวตารเทพ ขั้นสูง ข้าจึงฝึกมัน”

หลีฟาง ถอนหายใจยาว และมองไปทาง หลานเสวียชิง “เจ้ากำลังจะตาย ตอนนี้ปานความมืดได้เข้าแทรกซึมอวัยวะภายในของเจ้า และจะเป็นบ้าในอีกไม่เกิน 1 ปี เจ้าจะเป็นมารกระหายเลือดทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าเจ้า”

หลานเสวียชิง พูดด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าเด็กน้อย เจ้าจะไปรู้อะไร” นางจะยอมรับได้อย่างไรที่นางจะต้องกลายเป็นบ้า ไล่สังหารผู้คน

หลีฟาง ยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้านั้นรู้ไม่มาก แต่สิ่งที่ข้ารู้เมื่อถึงตอนเที่ยงคืนปานความมืดจะออกมาจากร่างเจ้า มีกลิ่นอายที่เย็นเฉียบและสยดสยองอย่างมาก มันเป็นปานแห่งความตาย และวิญญาณร้ายกำลังครอบงำเจ้าอยู่” หลีฟางหยุดพูดและ ท่องบทคาถา หลังจากนั้นพลังปานความมืดก็ระเบิดออกมาจากร่างกายของ หลานเสวียชิง กลายเป็นเงาของภูติผี อยู่เหนือหัวของหลานเสวียชิง ไม่นานก็หายไป

นี่ทำให้ หยุนรี้และ หลานเสวียชิง ตกใจเป็นอย่างมาก หยุนรี้กล่าวด้วยควมตกตะลึง “นี่คือสิ่งใด”

หลีฟาง กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผีกลืนวิญญาณอมตะ” หลังจากเห็นรูปลักษณ์ของ ภูติผี ถึงกับทำให้หลีฟางถอนหายใจยาว

หลีฟาง เล่าอย่างจริงจัง”ผีกลืนวิญญาณอมตะ เป็นคัมภีร์กายาของมาร ชื่อของมันคือ คัมภีร์กายาวิญญาณอมตะ เป็นชื่อที่ได้ยินแล้วต้องคิดว่าเป็นทักษะที่ดีมากแน่ๆ แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่เลย มันอยู่มาตั้งแต่สมัยบรรพกาล มันสร้างความเดือดร้อนให้กับทั้งจักรวาล คัมภีร์นี้ถูกส่งมาจากนรก สาวกซาตานคัดลอก คัมภีร์และมาหลอกให้มนุษย์ฝึก มนุษย์จะกลายเป็นอสูรมาร คัมภีร์นี้ชั่วร้ายอย่างมากมันจะมอบความแข็งแกร่งให้ผู้คนเกินขีดจำกัดของตัวเองและร่างกายของมนุษย์ และปานความตายครอบงำจิตใจและยึดร่างของเจ้า ตอนนี้เจ้าไปถึงขั้น 6 แล้ว มันมีทั้งหมด 6 ขั้น น้อยคนมากที่จะฝึกมาได้ถึงขั้นสุดยอดก่อนจะถูกครอบงำ ตอนนี้มันแค่รอเจ้าไปถึงระดับตัดสวรรค์เมื่อนั้นอสูรมารจะออกมายึดร่างเจ้า”

“เป็นไปไม่ได้ มันต้องไม่เป็นแบบนี้” หลานเสวียชิงกล่าวทั้งน้ำตา

หยุนรี้ รีบเอ่ยถามทั้งน้ำตา “นายน้อย พอจะมีหนทางช่วยนางได้หรือไม่ ได้โปรดช่วยนางด้วย” หลานเสวียชิงเป็นเพื่อนรักของนาง นางไม่อาจทนเห็นเพื่อนรักของนางต้องกลายเป็นอสูรมาร

หลีฟางส่ายหัว แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มีทางเดียวคือ ฆ่านางซะตอนนี้ เพื่อจบความทรมานของนางซะ ถ้าปล่อยให้นางกลายเป็นมาร วิญญาณของนางจะไม่สามารถไปสู่สุคติได้ตลอดกาล”

นี่ทำให้ หลานเสวียชิง เข่าทรุดเลย น้ำตานางไหลพราก นางพึมพำ “ข้าแค่อยากจะแข็งแกร่งเพื่อที่จะหลุดจากกรงขังของตระกูลออกไปท่องเที่ยวโลกภายนอก และตัดสินชะตาชีวิตของตนเอง ทำไมสวรรค์ถึงต้องกลั่นแกล้งข้าด้วย” นางกรีดร้องสะอึกสะอื้น

หยุนรี้รีบเข้าไปกอดหลานเสวียชิง หยุนรี้หันมามองหลีฟางด้วยใบหน้าขอร้อง “ได้โปรดหาวิธีรักษานาง อย่าให้นางตาย ถ้าเจ้าทำได้ชีวิตของข้าจะเป็นของเจ้า ข้าขอร้องนายน้อยหลี”

หลานเสวียชิงฝืนยิ้มแล้วกล่าว “เจ้าไม่ต้องทำเพื่อข้าขนาดนั้น เจ้าอย่าทำในสิ่งที่เจ้าไม่เต็มใจ เจ้าควรเลือกผู้ชายที่เจ้ารักและติดตามเขาด้วยความเต็มใจ” นางนั้นไม่อยากให้เพื่อนของนางต้องมีชะตากรรมเดียวกับนางที่ต้องหมั้นหมายกับคนที่ไม่ได้รัก และนางเอ่ยต่อ “ถ้าเจ้าออกไปนอกโลกนี้ได้เจ้าช่วยเอากระดูกของข้าไปโปรยที่อวกาศ ข้าอยากอยู่ท่ามกลางดวงดาว”

หลานเสวียชิง ลุกขึ้นแล้วเปิดประตูวิญญาณเรียกกระบี่ออกมาแทงที่หัวใจตัวเอง เป็นกระบี่ระดับตัดสวรรค์ หยุนรี้เห็นเช่นนั้นจะห้ามเธอแต่มันไม่ทันการณ์เสียแล้ว นางได้แต่ร้อง “ไม่”
ประพันธ์โดย L

กลุ่มถึงตอนที่ 35 แล้วนะครับ FB : https://www.facebook.com/groups/158725318008139/