0 Views

 

อ่านต่อกลุ่มเฟส พิมพ์ นิยายราชันหมื่นกระบี่ เจอเลย

เวลานี้หลีฟางและสาวๆ ที่เหลือพากันเดินเข้ากระโจมไป เหลือแค่ เสวียฉานและเสวียเยว่ สองคน

 

เสวียฉานยิ้มให้กับเสวียเยว่อย่างอ่อนโยน นี่ทำให้ เสวียเยว่สามารถรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากรอยยิ้มของเสวียฉาน รอยยิ้มของเสวียฉานให้ความรู้สึกเหมือนคนที่คุ้นเคยกันมานาน หรือ พ่อแม่ยิ้มให้ลูก

 

(เสวียเยว่มองไปที่เสวียฉาน และเอ่ยถาม “คุณเป็นแม่ของหนูเหรอคะ” ปูให้แล้วไปตบมุกกันเอาเองนะ)

 

เสวียเยว่ยิ้ม “ท่านปู่ทวด ยังสบายดี”

 

เสวียฉานยิ้มและพยักหน้า จากนั้นนางก็เอ่ยถามต่อ “ตระกูลเสวีย ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง” นี่ทำให้เสวียเยว่ใบหน้าของนางกลายเป็นหม่นหมองและเจ็บปวด

 

เสวียฉานเห็นอาการของเสวียเยว่ ทำให้นางขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามต่อ ด้วยน้ำเสียงคาดคั้น “เกิดอะไรขึ้นกับตระกูลเสวีย?”

 

เสวียเยว่จึงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเศร้า “ตระกูลเสวีย ตกต่ำอย่างมากในเวลานี้ พวกเราเป็นแค่ตระกูลเล็กเท่านั้น พวกเราใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก” เสวียเยว่รับรู้ได้ถึงอารมณ์โกรธของเสวียฉานทันที และนางมองไปที่เสวียฉาน เวลานี้เสวียฉานกำหมัดแน่น ใบหน้าของนางขมวดคิ้วมุ่นแสดงถึงอาการโกรธอย่างมาก นี่ทำให้เสวียเยว่รู้สึกตกใจ นางพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า

 

เสวียฉานเห็นเสวียเยว่จ้องมาที่นาง ด้วยสายตาหวาดกลัว นางจึงระงับความโกรธ และเอ่ยถามต่อ “เกิดอะไรขึ้นทำไมตระกูลเสวียถึงได้ตกต่ำถึงขนาดนี้” แต่ก่อนตระกูลเสวีย เป็นตระกูลยักษ์ใหญ่ของแคว้นฉี และได้รับมอบหมายให้ป้องกันประตูทางทิศเหนือของแคว้น พวกเขาไม่น่าจะตกต่ำจนมาเป็นตระกูลขนาดเล็กได้

 

เสวียเยว่ก้มหน้าลงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงหดหู่ “ข้าไม่รู้ ไม่มีใครพูดถึงมัน ข้ารู้แค่ว่า ตระกูลราชวงศ์ ไม่สนับสนุนตระกูลเสวีย และตระกูลอื่นๆ ก็ตัดความสัมพันธ์ ทำให้ตระกูลเสวียขาดแคลนทรัพยากรอย่างมาก และหัวเมืองทางทิศเหนือถูกโจมตีจากแคว้นฉู ท่านปู่ฉางก็ได้นำกองกำลังไปต้านทัพแคว้นฉู แต่ด้วยแคว้นฉูนำกองกำลังคนมาเยอะมากและพวกเราขาดทรัพยากรทำให้พวกเรารับมือกับกองทัพจากแคว้นฉูด้วยความยากลำบากและกำลังเสริมก็มาล่าช้า ทำให้ท่านปู่ฉางพลาดท่าตายในสนามรบ” เสวียเยว่หยุดเล่าเพราะนางสังเกตเห็นอาการเจ็บปวดบนใบหน้าของเสวียฉาน เสวียฉานดูเจ็บปวดและรู้สึกผิดอย่างมาก นี่ทำให้เสวียเยว่รู้สึกแปลกๆ ทำไมเสวียฉานถึงได้แสดงอาการแบบนั้นออกมา ถึงแม้ว่าพวกนางจะใช้แซ่เดียวกัน แต่ในแคว้นฉีก็มีตระกูลที่มีแซ่เดียวกันแต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเยอะแยะไป

 

เสวียฉานรู้สึกได้ถึงสายตาของเสวียเยว่ นางจึงระงับอาการโกรธอีกครั้ง และนางเอ่ยต่อ “และเป็นอย่างไรต่อ”

 

เสวียเยว่เห็นเสวียฉานถามต่อนางจึงเล่าต่อ “จากนั้นตระกูลเฉินก็นำกำลังเสริมมาถึงและขับไล่กองทัพแคว้นฉูได้สำเร็จ หลังจากนั้นตระกูลเสวียก็ถูกปลดจากตระกูลยักษ์ใหญ่ และตระกูลเฉินก็ขึ้นมาแทนที่ตระกูลเสวีย ตระกูลเสวียถูกเนรเทศให้มาอยู่ชายแดนทิศใต้  จากนั้นพวกเราก็ค่อยๆ ตกต่ำลงมาเรื่อยๆ หลังจากที่ท่านปู่ฉางตายไป ท่านปู่ทวดก็ตรอมใจ ท่านเก็บตัวอยู่คนเดียว และท่านมักจะพึมพำชื่อเสวียฉาน ออกมาบ่อยๆ………..” หลังจากนั้นเสวียเยว่ก็ดวงตาเบิกกว้าง และนางจ้องไปที่เสวียฉาน ด้วยอาการตกตะลึง เสวียฉาน ชื่อเดียวกับที่ปู่ทวดของนางเรียกหาอยู่บ่อยๆ และจากอาการของเสวียฉานเมื่อได้รับฟังเรื่องของตระกูลเสวีย นางก็พอจะเดาได้ว่าเป็นคนคนเดียวกันอย่างแน่นอน

 

เสวียฉานมองไปที่เสวียเยว่และเอ่ยอย่างนุ่มนวล “เป็นข้าเอง”

 

(เสวียเยว่ “ท่านคือท่านย่าของข้าหรอกรึ ไม่ใช่ท่านแม่ของข้าจริงๆ นะ” เสวียฉาน “……..อยากมีผัวคนเดียวกับแม่นักรึไง อยากให้เป็นแม่จัง”)

 

เสวียเยว่รู้สึกช็อกเล็กน้อยนางไม่คิดว่าจะมาเจอญาติในเวลาแบบนี้ เสวียเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดขัด “ท่าน คือ ท่านย่า ของข้าจริงๆ รึ” เสวียฉางเป็นพ่อของพ่อเสวียเยว่ เสวียฉางเป็นน้องชายของเสวียฉาน ปู่ทวดเป็นพ่อของ เสวียฉานและเสวียฉาง

 

เสวียฉานพยักหน้า “เจ้าเข้ามาให้ข้ากอดหน่อยได้หรือไม่” นางรู้สึกแปลกๆ นางเป็นย่าคนแล้วอย่างนั้นรึ ตอนนี้นางมีหลานแล้ว นี่นางแก่ขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

 

เสวียเยว่พยักหน้า เสวียฉานจึงเดินเข้าไปกอดเสวียเยว่ทันที และนางพูดด้วยน้ำเสียงขอโทษ “เป็นความผิดของข้าเอง ที่ข้าเห็นแก่ตัวทิ้งตระกูลไป ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย ตลอดหลายปีมานี้เจ้าคงลำบากมากสินะ” เสวียฉานกอดเสวียเยว่แน่น และเสวียเยว่ก็สวมกอดเสวียฉาน

 

เสวียเยว่รู้สึกงงกับสิ่งที่เสวียฉานพูด แค่เสวียฉานทิ้งตระกูลไป ถึงกับทำให้ตระกูลเสวียตกต่ำเลยอย่างนั้นรึ นางรู้สึกสงสัยอย่างมาก

 

เสวียเยว่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นรึ ท่านย่าเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่” จากนั้นทั้งสองก็แยกออกจากกัน

 

เสวียฉานหลับตาลงและรำลึกถึงอดีต “ในเวลานั้น จ้าวคง เป็นฮ่องเต้ และเขาหมายปองข้า จึงส่งคนมาสู่ขอข้า และทุกคนในตระกูลก็เห็นด้วย แต่ข้าไม่ต้องการที่จะแต่งกับ จ้าวคง ข้าจึงตัดสินใจหนี และนี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตระกูลราชวงศ์ไม่สนับสนุนตระกูลเสวียและถูกตระกูลอื่นๆ ตัดความสัมพันธ์กับตระกูลเสวียของเรา ข้าไม่น่าเห็นแก่ตัวเลย ไม่เช่นนั้นตระกูลเสวียของเราคงไม่ต้องตกต่ำถึงเพียงนี้ และเสี่ยวฉาง ก็ไม่ต้องตาย ข้าต้องขอโทษเจ้าจริงๆ เยว่เอ๋อ” ตอนนี้ใบหน้าของเสวียฉานดูเศร้าอย่างมาก นางรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก

 

เสวียเยว่เดินเข้ามาโอบกอดนางอีกครั้ง “มันไม่ใช่ความผิดของท่านย่า ถ้าเป็นข้า ข้าก็จะหนีเช่นกัน” เรื่องนี้ไม่สามารถโทษเสวียฉานได้

 

นี่ทำให้เสวียฉานรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยและนางเอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธ “จ้าวคง เจ้าคนชั่ว ข้าขอสาบาน ข้าจะให้เจ้าไม่ได้ตายดีแน่” จากนั้นทั้งสองก็โอบกอดกันและเดินไปหาที่เงียบๆ คุยกัน ย่า หลาน คุยกันอย่างมีความสุข

 

ประพันธ์โดย L