0 Views

อ่านต่อกลุ่มเฟส พิมพ์ นิยายราชันหมื่นกระบี่ เจอเลย

 

เมื่อมังกรสีทองบินเข้ามาใกล้ ทุกคนจึงเห็นร่างที่ยืนอยู่บนหลังของมังกร ฉับพลันใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปกลายเป็นปีติยินดีทันที

 

หยุนรี้ หลานเสวียชิง ชูหลิง เชียเยว่หวิน ก็ยิ้มกันอย่างดีใจ พวกนางคิดถึงหลีฟางอย่างมาก

 

“ตุบ ตุบ” เสี่ยวหมินบินลงมาจอดที่พื้น หลีฟาง พร้อมทั้ง โลวเคอเจี้ย ฟ่งไทหยาง และเสวียเยว่ ก็กระโดดตามลงมาเช่นกัน

 

ทุกคนมองไปที่ โลวเคอเจี้ย ฟ่งไทหยาง เสวียเยว่ ที่กำลังเดินตามหลังหลีฟางมา ด้วยสายตาแปลกใจ พวกเขาจำพวกนางได้ ทำไมพวกนางถึงได้มาอยู่กับหลีฟางกัน

 

หยุนรี้ หลานเสวียชิง ชูหลิง รีบวิ่งเข้าไปหาหลีฟางด้วยความคิดถึง “นายน้อย” จากนั้นพวกนาง สำรวจร่างกายของหลีฟางอย่างละเอียดดูว่าเขาได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

 

หลีฟางยิ้ม “ข้าไม่เป็นอะไร” นี่ทำให้ หยุนรี้ หลานเสวียชิง ชูหลิง ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

 

โลวเคอเจี้ย ฟ่งไทหยางมองไปที่หลีฟางด้วยสายตาหึงหวง

 

เสวียเยว่ มองไปที่ เสวียฉาน ด้วยสายตาแปลกๆ

 

เสวียฉานก็มองไปที่ เสวียเยว่ และยิ้มให้นาง

 

เสวียฉานเดินมาหาหลีฟาง หยุนรี้ ชูหลิง หลานเสวียชิง ก็หลีกทางให้นาง

 

หลีฟางและเสวียฉานสบตากัน

 

เสวียฉาน ยิ้มอย่างมีความสุข ที่หางตาของนางมีหยาดน้ำตาไหลออกมา

 

หลีฟางยิ้ม “ข้าดีใจที่เจ้ากลับมา” เขารอเวลานี้มานานมาก 4000 ปี ได้แล้วหลังจาก เสวียฉาน ตายในอ้อมกอดของเขา

 

เสวียฉาน มองไปที่ใบหน้าของหลีฟาง จากนั้นใบหน้าของนางก็กลายเป็นโกรธเกรี้ยว นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธสุดๆ “เจ้าโง่ ทำไมเจ้าถึงได้ชอบพาตัวเองไปหาเรื่องเจ็บตัวด้วยฮะ ข้าขอให้เจ้าช่วยข้าหรือไง เจ้ามัน……”

 

หลีฟางเดินเข้าไปหา เสวียฉาน แล้วดึงนางเข้ามากอด นี่ทำให้เสวียฉานเงียบลงและอาการโกรธของนางหายไปทันที นางเอาหน้าซบไปที่อกของหลีฟางและนางหลับตาลงเพื่อซึมซับความอบอุ่นจากหลีฟาง นี่เป็นครั้งที่สองที่นางถูกหลีฟางกอด ครั้งแรกคือตอนที่นางกำลังจะตาย เวลานั้นนางรู้สึกมีความสุขอย่างมาก ถึงแม้ว่านางกำลังจะตายก็ตาม แต่การได้ตายในอ้อมกอดของคนที่นางรักเป็นสิ่งที่นางมีความสุขอย่างมาก หลีฟางเอามือลูบหัวของนางอย่างอ่อนโยน  

 

ภาพทั้งสองโอบกอดกันอย่างมีความสุข ทำให้บรรยากาศรอบๆ เปลี่ยนไป จากที่เคยโศกเศร้าก็กลายเป็นปีติยินดี คนของตระกูลหยุนและตระกูลเชีย ไม่อยากจะขัดจังหวะความสุขของหลีฟาง พวกเขาจึงจากไปอย่างเงียบๆ เหลือแค่ หยุนรี้ หลานเสวียชิง ชูหลิง เชียเยว่หวิน ฟ่งไทหยาน โลวเคอเจี้ย เสวียเยว่ ที่ไม่ยอมจากไปและยืนดูหลีฟางกับเสวียฉานโอบกอดกัน พวกนางรู้สึกอิจฉาอยากจะเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของหลีฟางบ้างจริงๆ แต่พวกนางก็เลือกที่จะยืนอยู่อย่างเงียบๆ เพื่อไม่รบกวนทั้งคู่

 

เสวียฉานเอ่ยด้วยน้ำเสียงมีความสุข “ข้าขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย ในที่สุดท่านก็เป็นอิสระ”

 

หลีฟางยิ้ม “ข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าพวกนั้นมันโง่ขนาดนี้ พวกมันเดินตามหมากที่ข้าวางเอาไว้อย่างง่ายดาย” หลีฟางได้วางแผนมาเป็นเวลานานเพื่อที่จะทำให้เขาสามารถยกเลิกคำสาบานนี้ได้ เขาทำให้ตัวเองเป็นจุดเด่นและทำตัวก้าวร้าว ยากที่จะควบคุม ทำให้เทพที่แท้จริงของดาวราชันไม่พอใจเขาเป็นอย่างมาก และเมื่อพวกเขาไม่สามารถที่จะกำราบหลีฟางได้ ทำให้พวกเขาหวาดระแวงหลีฟางอย่างมาก พวกเขาจึงได้วางแผนจัดการกับหลีฟาง แต่ที่พวกเขาไม่รู้ก็คือหลีฟางไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้ และไม่สามารถทรยศหรือชิงบัลลังก์ของพวกเขาได้ เนื่องจากเขาได้ให้คำสาบานกับเจตจำนงของพระเจ้ากระบี่จำแลงว่าจะเป็นผู้พิทักษ์ของดาวราชัน เพื่อแลกกับคัมภีร์หมื่นกระบี่จำแลง เวลานั้นเขายังเยาว์อยู่ เข้าไม่รู้ว่าจักรวาลนั้นกว้างใหญ่เพียงใด เมื่อเขาให้คำสาบานแล้วทำให้เขาไม่สามารถทิ้งดาวราชันและออกไปผจญภัยในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ได้ มีหลายอย่างที่เขาอยากเห็นและอยากจะไป คำสาบานที่มีกลายเป็นสิ่งที่ผูกมัดเขาไว้ ทำให้เขาไม่สามารถออกไปจากกาแล็กซีทางช้างเผือกได้

 

เสวียฉานยิ้มและพูดด้วยน้ำเสียงเบา “4000ปีแล้วท่านไม่เปลี่ยนไปเลยนะ” หลีฟางยิ้มอย่างพึงพอใจ เสวียฉานเอ่ยต่อ “ท่านยังคงชอบพูดจาโอ้อวดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน” นี่ทำให้หลีฟางยิ้มแหยๆ เสวียฉานเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของหลีฟาง จากนั้นนางก็ยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข นางแค่อยากจะหยอกล้อหลีฟางเล่นเท่านั้น

 

นี่ทำให้สาวๆ ที่ยืนอยู่ด้านหลังรู้สึกสงสัยกับคำพูดของทั้งสองอย่างมาก อะไรคือ 4000ปี หลีฟางอายุเท่าไหร่กันแน่ พวกเขาทั้งสองรู้จักกันนานเท่าไหร่แล้ว แต่ดูจากความสนิทสนมของทั้งคู่แล้ว พวกเขาน่าจะรู้จักกันเป็นเวลานานมากแล้ว แล้วเจ้าพวกนั้นคือใครกัน? ศัตรูของหลีฟางอย่างนั้นรึ? พวกเขาอยู่ที่ไหนกัน? ตระกูล? สำนัก? แคว้น?

 

ผ่านไปไม่นาน เสวียฉาน ก็รู้สึกได้ถึงสายตาของสาวๆ ที่กำลังจ้องมองมาที่นางด้วยความสงสัย ทำให้นางรู้สึกเขินอายอย่างมาก นางจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเขินอาย “ท่านปล่อยข้าได้แล้ว”

 

หลีฟางยิ้ม “เจ้าอายอย่างนั้นรึ” เสวียฉานหน้าแดง จากนั้นนางก็ผลักหลีฟางออกไปเบาๆ แล้วนางก็ยืนก้มหน้าอยู่ด้านข้างของหลีฟาง

 

หลีฟางยิ้มแล้วหันไปหา ฟ่งไทหยาง โลวเคอเจี้ย เสวียเยว่ แนะนำให้พวกนางรู้จักกัน

 

หยุนรี้ หลานเสวียชิง ชูหลิง เชียเยว่หวิน ยิ้มต้อนรับทั้งสามอย่างเป็นมิตร

 

โลวเคอเจี้ย ฟ่งไทหยาง เสวียเยว่ ก็ยิ้มให้กับพวกนางเช่นกัน

 

เสวียเยว่จ้องไปที่เสวียฉานด้วยสายตาแปลกๆ

 

ผ่านไปสักพักพวกนางก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ คือ เสวียฉาน และ เสวียเยว่ ใบหน้าของพวกนาง มีหลายจุดที่คล้ายกัน ต่างกันที่สีผมและสีตา แม้แต่เสวียเยว่ก็ยังสงสัยเช่นกัน

 

เสวียฉานยิ้มและมองไปที่เสวียเยว่ และนางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ตาแก่เสวียจิน สบายดีหรือไม่” นี่ทำให้ เสวียเยว่ ตกตะลึงเป็นอย่างมาก เสวียจิน เป็นชื่อของปู่ทวดของนาง และ มีน้อยคนที่จะรู้จักปู่ทวดของนาง

 

หลีฟางยิ้ม และเรียก หยุนรี้ หลานเสวียชิง ชูหลิง เชียเยว่หวิน ฟ่งไทหยาง โลวเคอเจี้ย ให้เดินตามเขามาปล่อยให้ทั้งสองคุยกัน

 

ประพันธ์โดย L