0 Views

 

อ่านต่อกลุ่มเฟส พิมพ์ นิยายราชันหมื่นกระบี่ เจอเลย

“อ๊ากกกกกก อ๊ากกกกก” เวลานี้เพลิงได้ลุกไหม้ผมของ เฉินฟาน และ เฉินสู ตอนนี้พวกเขาเหมือนโกสไรเดอร์อย่างมาก พวกเขากรีดร้องอย่างทรมาน พวกเขาโชคดีที่ประตูมิติพังเสียก่อน ไม่เช่นนั้น พวกเขาจะถูกเปลวเพลิงเผาจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน

 

เฉินหยานรีบเอ่ย “เกิดอะไรขึ้น” แต่เฉินฟานและเฉินสูก็ไม่สามารถตอบคำถามของเขาได้ เฉินฟานและเฉินสู ได้แต่กรีดร้องอย่างโหยหวน นี่ทำให้ เฉินหยานรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก

 

เฉินหยานรีบหันไปหาอาวุโสแล้วเอ่ย “พวกเจ้ามัวรออะไรอยู่ รีบดับเพลิงเร็วเข้า” ผู้อาวุโสรีบเข้าไปดับไฟให้กับเฉินฟานและเฉินสูทันที และเมื่อพวกเขาเข้าไปใกล้ พวกเขาสามารถรับรู้ได้ถึงความร้อนแรงของเปลวเพลิงนี้ได้ นี่ทำให้พวกเขาแปลกใจอย่างมาก

 

เฉินหยาน และ ผู้อาวุโส ช่วยกันดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างยากลำบาก พวกเขาต้องใช้พลังเป็นจำนวนมาก กว่าจะดับเพลิงลงได้ เฉินฟานและเฉินสู ถูกเปลวเพลิงเผาตั้งแต่แผ่นหลังลามไปถึงหนังหัวของพวกเขาจนไหม้เกรียม พวกเขาเสียโฉมอย่างถาวร เส้นผมของพวกเขาจะไม่ขึ้นอีกต่อไป ผิวหนังของพวกเขาจะเป็นรอยแผลเป็นไปตลอดกาล พวกเขาไม่สามารถฟื้นฟูกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว นอกจากพวกเขาจะทะลวงขั้นกายาไปถึงระดับเทพที่แท้จริง เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงร้ายกาจอย่างมาก โชคดีที่พวกเขาสัมผัสเปลวเพลิงเพียงเล็กน้อย ถ้าพวกเขาโดนเพลิงมากว่านี้ แม้แต่เทพที่แท้จริงก็ไม่สามารถช่วยเขาได้ เขาจะถูกเปลวเพลิงเผาผลาญอย่างรวดเร็ว ร่างกายของพวกเขาจะสลายหายไปไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน แม้แต่จิตวิญญาณของพวกเขาก็ไม่เหลือ พวกเขาจะนิพพานหลุดพ้นจากวัฏจักรการเกิดใหม่

 

หลังจากดับเพลิงเสร็จ เฉินฟานและเฉินสู ก็หมดสติไปทันที พวกเขาได้รับบาดเจ็บอย่างแสนสาหัส แม้แต่จิตวิญญาณของพวกเขาก็ยังได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก พวกเขาต้องใช้เวลาฟื้นฟูจิตวิญญาณอย่างน้อย 200-300ปี ในระหว่างการฟื้นฟูพวกเขาจะไม่สามารถทะลวงขั้นได้ จนกว่าจะฟื้นฟูจิตวิญญาณสำเร็จ นี่เท่ากับว่าพวกเขาจะต้องเสียเวลา 200-300 ปี ไปโดยเปล่าประโยชน์ และ น้องๆ ของพวกเขาก็แซงหน้าไป จากผู้มีพรสวรรค์ย่อมกลายเป็นพวกไม่เอาถ่านไปเลย

 

ผู้อาวุโสรีบนำร่างของทั้งสองเข้าไปภายในกระโจมเพื่อทำการรักษาต่อทันที

 

เฉินหยานถอนหายใจยาว เขารู้สึกหวาดกลัวเปลวเพลิงที่ทั้งสองโดนมาอย่างมาก เพราะเมื่อมือของเขาสัมผัสไปที่เปลวเพลิง เปลวเพลิงได้ลุกลามมาที่มือของเขาและเผาไหม้มือของเขาทันที เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าจะดับมันลงได้ นี่ทำให้เขาสงสัยอย่างมากว่า ทั้งสองไปเจออะไรมากันแน่ แต่สิ่งหนี่งที่เขารู้แน่ๆ ก็คือ เปลวเพลิงนี้เป็นเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน นี่ทำให้เขารู้ทันทีเลยว่าคนที่เหลือคงไม่รอดอย่างแน่นอน เขาต้องรอจนกว่าทั้งสองจะฟื้นขึ้นมาแล้วค่อยสอบถามหาความกระจ่างต่อไป

 

ตระกูลและสำนักอื่นที่อยู่รอบๆ ต่างเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องของเฉินฟานและเฉินสูแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างพากันสงสัยอย่างมาก เฉินฟานและเฉินสู ไปเจออะไรมากันแน่ พวกเขากลับมาพร้อมกับมีเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่ที่หลังของพวกเขา และมันดับยากอย่างมาก กระทั่งประตูมิติที่พวกเขาใช้ก็ยังระเบิดอย่างรุนแรง พวกเขาจะต้องไปเจอกับราชามังกรเพลิงระดับตัดสวรรค์มาอย่างแน่นอน จากนั้นพวกเขาได้สั่งให้เหล่าศิษย์ของตนเข้าไปสืบข่าว และแจ้งเตือนกับศิษย์ที่อยู่ภายในประตูมังกรให้ระวังตัวทันที

 

ณ ถ้ำของหลีฟาง

 

เวลานี้หลีฟางยังคงกลั่นกายาให้กับโลวเคอเจี้ยอยู่

 

หลีฟางลืมตาขึ้นและมองออกไปนอกถ้ำ จากนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข นี่ทำให้เสวียเยว่ และ ฟ่งไทหยาง แปลกใจอย่างมาก พวกนางไม่เคยเห็นหลีฟางยิ้มแย้มแบบนี้มาก่อน เขาดูมีความสุขอย่างมาก พวกนางสงสัยจริงๆ ว่าอะไรกันที่ทำให้หลีฟางยิ้มอย่างมีความสุขแบบนี้

 

ฟ่งไทหยางไม่สามารถเก็บความสงสัยไว้ได้ “หลีฟาง มีอะไรอย่างนั้นรึ”

 

หลีฟางยิ้ม “ไม่มีอะไรหรอก” จากนั้นหลีฟางก็หันไปหาเสวียเยว่แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงปีติยินดี “ไว้ข้าจะแนะนำคนคนหนึ่งให้เจ้าได้รู้จัก” จากนั้นหลีฟางก็หลับตาและกลั่นกายาให้กับโลวเคอเจี้ยต่อไป

 

ฟ่งไทหยางและเสวียเยว่รู้สึกงงงวย แต่หลีฟางก็หลับตาไปแล้ว พวกนางจึงไม่กล้าที่จะรบกวนหลีฟางอีก ได้แต่เก็บความสงสัยนี้เอาไว้ เพราะอีกไม่นานพวกนางก็จะได้รู้เอง แต่พวกนางก็รู้สึกคันยุบยับในหัวใจด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างมาก พวกนางอยากจะรู้จริงๆ เลยว่าใครกันแน่ที่หลีฟางจะแนะนำให้พวกนางรู้จัก

 

ณ หุบเขาเกล็ดมังกร

 

บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ และมีกลิ่นคาวเลือดตลบอบอวลเต็มไปหมด

 

ชูหลิง เสวียฉาน เชียเยว่หวิน กำลังดูแลคนเจ็บอยู่ ตระกูลหยุนได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 คน และ บาดเจ็บเล็กน้อยอีก 5 คน ตระกูลเชียได้รับบาดเจ็บสาหัส 10 คน บาดเจ็บเล็กน้อยอีก 20 คน และตายอีก 9 คน

 

ตระกูลหยุนแบ่งเม็ดยาฟื้นฟูให้กับตระกูลเชียเพื่อช่วยรักษาคนที่กำลังบาดเจ็บ

 

เสวียฉาน ช่วยฟื้นฟูร่างกายของคนที่บาดเจ็บสาหัส พวกเขามีหลายคนที่อวัยวะขาด นางฟื้นฟูร่างกายให้พวกเขาอย่างรวดเร็ว

 

หลานเสวียชิง แช่แข็งศพของตระกูลเชีย เพื่อให้ศพของพวกเขาไม่เน่าเปื่อยและนำศพของพวกเขากลับไปประกอบพิธีที่บ้านเกิดของพวกเขา การตายเป็นเรื่องปกติของผู้ฝึกตน ถึงแม้พวกเขาจะเข้าใจเรื่องนี้แต่พวกเขาก็ไม่สามารถหักห้ามความเสียใจได้ ตระกูลหยุนเข้าไปปลอบใจคนของตระกูลเชีย ถึงแม้พวกเขาจะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่พวกเขาก็ได้ต่อสู้ร่วมเป็นร่วมตายกันมาหลายครั้ง ทำให้พวกเขาสนิทสนมกันอย่างมาก พวกเขาจึงเป็นสหายกัน นี่ทำให้ตระกูลหยุนรู้สึกเสียใจกับการตายของสหายอย่างมาก

 

หยุนรี้ เชียหาน หยุนชิว หยุนโซ นำคนที่เหลือออกไปเก็บกวาดสนามรบ โชคดีอย่างมากที่ เสวียฉานไม่เผาผลาญสมบัติของกลุ่มเฉินฟานไปด้วย จึงทำให้พวกเขาได้รับสมบัติมากมาย

 

หยุนรี้รับหน้าที่เผาศพของกลุ่มเฉินฟาน

 

หยุนชิวและหยุนโซนำคนไปสำรวจรอบๆ พวกเขาโชคดีเจอสมุนไพรที่กลุ่มของเฉินฟานไปเก็บมาจากหุบเขาสมุนไพร วางแอบอยู่หน้าทางเข้าหุบเขาเกล็ดมังกร พวกเขาได้รับสมุนไพรระดับตัดสวรรค์จำนวน 300 ต้น และที่เหลือเป็นระดับสวรรค์จำนวน 2000 ต้น และระดับต่ำกว่านั้นอีก 5000 ต้น

 

ถึงแม้พวกเขาจะได้รับสมบัติและสมุนไพรมากมาย แต่พวกเขาก็ไม่มีใครรู้สึกดีใจกับสมบัติที่พวกเขาได้มาเลย เพราะมันแลกมาด้วยชีวิตของเหล่าสหายถึง 9 คน มันไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย

 

หลังจากผ่านไป 2 วัน

 

เวลานี้เป็นยามเช้า เวลาประมาณ 8 โมง อากาศกำลังดีอย่างมาก

เสวียฉาน หยุนรี้ หลานเสวียชิง ชูหลิง เชียเยว่หวิน เข้าฌานอยู่ภายในกระโจม

“โฮกกกกก” ที่เส้นขอบฟ้าห่างจากหุบเขาเกล็ดมังกรไม่ไกลมากนัก ปรากฏมังกรสีทองกำลังบินตรงมาที่หุบเขาเกล็ดมีงกร

 

ทุกคนได้ยินเสียงมังกรคำราม นี่ทำให้ทุกคนออกมาจากกระโจมด้วยความแตกตื่นอย่างมาก มีแค่ เสวียฉานเท่านั้นที่มองไปยังมังกรสีทองด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความสุขอย่างมาก

 

เสวียฉานพึมพำ “ในที่สุดเจ้าก็มา”

 

ประพันธ์โดย L