0 Views

หลีฟางเดินไปกระซิบกับ หยุนฉี “ให้คัมภีร์ฉบับเต็มกับพวกเขาเดี๋ยวจะให้คัมภีร์ระดับเทพสงครามขั้นสูงแก่ครอบครัวเจ้าภายหลัง” ในเมื่อพวกเขาตัดสินใจจะติดตามหลีฟาง หลีฟางก็ไม่ใช่คนใจแคบ เขามีคัมภีร์กระทั่งระดับเทพที่แท้จริง แต่ถ้ามีคนรู้ว่าพวกนี้ฝึกคัมภีร์ระดับเทพที่แท้จริง แม้แต่เทพที่แท้จริงยังต้องลงมาจากชั้นฟ้า และตอนนี้พวกเขายังไม่มีความแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องมัน

หลีฟางประกาศ “พวกเจ้าอย่าได้โอ้อวดใครให้รู้ว่าพวกเจ้าฝึกคัมภีร์ระดับอวตารเทพ ถ้ามีคนรู้มันจะนำความหายนะมาสู่ตระกูลเจ้า พวกเจ้าจงสาบานว่าจะไม่แพร่งพรายให้คนอื่นรู้เป็นอันขาด และห้ามสืบทอดคนนอกตระกูล ผู้รับสืบทอดทุกคนต้องให้คำสาบาน” นี่เพื่อป้องกันไม่ให้หายนะมาสู่พวกเขา

“พวกเราขอสาบาน” ทุกคนลุกขึ้นสาบานด้วยจิตวิญญาณ พวกเขานั้นรู้ว่าถึงผลที่จะตามมาถ้ามีคนอื่นรู้เรื่องนี้

“สถานที่ตั้งนิกาย ข้าได้เจอสถานที่ที่ดีแล้ว ห่างจากเมืองไป 20 กม. ที่นั่นมีพลังงานที่หนาแน่นอย่างมากเหมาะแก่การตั้งรกรากที่นั่นอย่างมาก หลังจากจบเรื่อง ประตูมังกร เราจะไปสร้างสำนักกันที่นั่น” เขาไปเจอมันตอนออกไปฆ่า ซีชานและหมิงซู เป็นพื้นที่ ตรงกลางเป็นแอ่งกระทะ มีภูเขาล้อมรอบ คล้ายกลีบดอกกุหลาบ เนื่องจากในอดีตมีอุกกาบาตตกลงมา และยังไม่มีใครค้นพบมัน จากความหนาแน่นของพลังงานสวรรค์อุกกาบาตน่าจะใหญ่เป็นอย่างมาก

หยุนฉีหน้าซีด แล้วเอ่ย”หุบเขากุหลาบ เป็นสถานที่อันตรายอย่างมากมีอสูรระดับ ตัดสวรรค์ ปกครองอยู่ ไม่มีใครกล้าเขาไปแม้แต่สำนักใหญ่ก็ยังไม่กล้า” ถึงตอนนี้ทุกคนหน้าซีดกันหมดอสูรระดับตัดสวรรค์ ต้องใช้ ตัดสวรรค์ขั้น 8 อย่างน้อย 20 คนจัดการ แล้วคนในตระกูลหยุน มีแค่ 7 คน ที่เป็นระดับตัดสวรรค์ และสูงสุดคือ ผู้อาวุโสสูงสุดที่อยู่ในขั้น 3 ส่วนผู้อาวุโส 1 ในขั้น 2 ส่วนผู้อาวุโสที่เหลือและผู้นำตระกูลอยู่ในขั้น 1 ทั้งหมด พวกเขาจะเอาอะไรไปสู้เนี้ย

หลีฟางยิ้มอย่างมั่นใจ “นั่นไม่ใช่ปัญหา อสูรระดับตัดสวรรค์ข้าจะจัดการมันเอง” เขามีวิธี5วิธีที่จะขับไล่อสูร นี่ทำให้ทุกคนเบาใจอย่างมาก เพราะต่อให้พวกเขามีร้อยชีวิตก็คงยังไม่พอที่จะจัดการกับ อสูรระดับตัดสวรรค์

หลีฟางประกาศ “เรื่องบริหารตระกูล หยุนฉี เจ้าจัดการเหมือนเดิม และเรียกข้าว่านายน้อย รอจนกว่า ข้าจะจัดตั้งสำนักสำเร็จค่อยเรียกข้าว่า ประมุข วันนี้พอแค่นี้” หลีฟางเดินออกไปพร้อมกับหยุนรี้

หลีฟางจากไปแล้ว ผู้อาวุโส 1 อดไม่ได้ที่จะเอ่ย ถาม “หยุนฉี เจ้าไปเชิญนายน้อยหลีมาอยู่ที่ตระกูลเราได้อย่างไร” นี่เป็นคำถามที่ทุกคนอยากถามเอามากๆ

หยุนฉี ยิ้มแล้วเอ่ย “ซ่งเหมยเป็นคนเจอนายน้อยนอนสลบอยู่ข้างทาง ตอนเดินทางกลับจากส่งสมุนไพรที่เมืองเจียงฟาง จึงช่วยนายน้อยและนำกลับมาที่ตระกูล นายน้อยเลยตอบแทนนางที่ช่วยเขาไว้” นี่ทำให้ทุกคนมองนางอย่างลึกซึ้ง ถ้าเป็นพวกเขาเจอคนนอนสลบอยู่พวกเขาคงเมินแล้วเดินผ่านไป

ผู้อาวุโส 2 ยิ้มแล้วกล่าว “ซ่งเหมย เจ้าเป็นตัวนำโชคของตระกูลเรา ข้าล่ะอิจฉาหยุนซีจริงๆ ที่ได้ภรรยาดีเช่นเจ้า” ตอนนี้พวกเขานั้นไม่ได้มีความบาดหมางหรือชิงดีชิงเด่นกันอีกต่อไปเพราะตอนนี้พวกเขากำลังมีความสุขอย่างมาก

ผู้อาวุโส 3 รีบเอ่ย “ใช่ๆ หยุนซีต้องดูแลนางเป็นอย่างดีนะ อย่าได้ทำให้นางเสียใจเป็นอันขาดไม่งั้นข้าจะทุบตีเจ้า” ตอนแรกพวกเขาทั้งสองนั้นต่อต้าน หลีฟางเป็นอย่างมาก ดั่งสำนวนที่ว่า ทุกคนเทิดทูนคนที่มั่งคั่ง

ผู้อาวุโส 4 กล่าวกับคนในตระกูล “พวกเจ้าจงดู ซ่งเหมย เป็นตัวอย่างทำผลงานให้ตระกูล”

แต่ก่อนมีหลายคนไม่เห็นนางอยู่ในสายตาเพราะนางเป็นคนจากตระกูลเล็ก ทำให้มีบางคนปฏิบัติไม่ดีกับนาง แต่ตอนนี้คนทุกคนได้ไปขอโทษนางและยกย่องนาง

หลังจากคืนนั้น หยุนฉีได้สั่งเรียกทุกคนในตระกูลที่อยู่ภายนอกกลับมา พวกเขามีงานต้องทำ การไปที่ประตูมังกรอันตรายมาก และพวกเขายังต้องขายยาจิตวิญญาณ และ สั่งซื้อสมุนไพรเพิ่ม เพื่อปรุงยา และเร่งความเร็วในการบ่มเพาะให้มากที่สุด

หลังจาก หลีฟางกลับมาถึงบ้าน เขาจึงเอ่ย “ประตูมังกร เป็นสถานที่แบบใด”

หยุนรี้แปลกใจที่หลีฟางไม่รู้จักประตูมังกร เขามากจากทวีปไหนกัน แม้แต่แคว้นใกล้เคียงยังรู้จักประตูนี้ “ประตูนี้เป็น1ใน18ประตูทั่วโลก ไปสู่อีกโลกหนึ่งที่ไม่มีใครรู้มันจะเปิดทุก 50 ปี เปิดเป็นเวลา 1 เดือน และเป็นสถานที่อันตรายมาก และมีมังกรหายากจำนวนมากและมีสมุนไพรหายากและแร่ ทั้งน้ำอมฤต หินอุกกาบาต และสมบัติศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งเขาไปลึกยิ่งมีอันตรายมากขึ้นและสมบัติก็มากขึ้นด้วย และเมื่อถึงเวลาท่านต้องออกมาให้ทันไม่เช่นนั้นท่านจะต้องรอเวลาอีก 50 ปี แต่ไม่เคยมีใครมีชีวิตรอดได้ถึง 50ปี หรอก”

หลีฟางเอามือลูบคางของเขา แล้วพึมพำ”ที่โลกนี้มีของแบบนี้ด้วย ถึงว่าพวกเขาถึงได้แข็งแกร่ง”

หลีฟาง ยิ้มแล้วกล่าว “ข้าจะมอบคัมภีร์ หมื่นกระบี่จำแลงระดับ เทพที่แท้จริงขั้นสูง คัมภีร์ดวงตะวันอมตะ ระดับเทพที่แท้จริงขั้นสูง ให้กับเจ้า จงตั้งใจฝึกมันรับรองเจ้าต้องไปถึงระดับเทพที่แท้จริงแน่นอน เจ้าจะสาบานหรือไม่ติดตามข้าเพิ่มอีก 5000 ปี”

ตอนนี้ใบหน้าของหยุนรี้แดงมากด้วยความตื่นเต้น นี่เป็นคัมภีร์ระดับเทพที่แท้จริง “ข้าสาบานแน่นอนอยู่แล้วนายน้อย” หลังจากนางรับคัมภีร์ไป นางกอดมันแล้วกรีดร้อง อย่างมีความสุข เหมือนเด็กได้ตุ๊กตา

หลีฟางยิ้ม ที่เขาให้นางเพราะนางมีพรสวรรค์ที่ดี

ผ่านไป 1 เดือน

ตอนนี้ตระกูลหยุนคึกคักอย่างมาก มีเสียง คนฝึกฝน จำนวนมาก พวกเขาฝึกควบคุมทักษะต่างๆ และเขาได้เรียกศิษย์รุ่นเยาว์ของพวกเขากลับมาทั้งหมดจากสำนักต่างๆ นักปรุงยาง่วนอยู่กับการปรุงยาของพวกเขา ข่าวเริ่มกระจายไปว่าตระกูลหยุนได้ที่ปรึกษาเต๋าปรุงยาคนใหม่ และร้านยาของตระกูลได้จำหน่ายยาจิตวิญญาณระดับสวรรค์จำนวนมากซึ่งมีคุณภาพ 80-90% นี่เท่ากับร้านยาของตระกูลใหญ่ของเมืองนี้ นี่ก็ทำให้ทุกตระกูลอื่นๆ สนใจเป็นอย่างมาก แต่ทุกคนไม่รู้ว่าเขาเป็นใครและมาจากที่ไหนเบื้องหลังเป็นอย่างไร

วันนี้จึงมีคนมาเยือน เป็นสาวร่างเล็ก เธอสูงประมาณ 155 ซม. หน้าตาขาวนวลราวหิมะ ดวงตาสีฟ้า ริมฝีปากอมชมพู ผมสีขาวราวหิมะ หน้าอกของนางมีขนาดเท่ากับลูกแอปเปิ้ล ผิวกายขาวราวกับหิมะ นี่ทำให้นางดูสมส่วนอย่างมาก นางมาในชุดสีและมีชุดคลุมสีฟ้าอ่อน มีลวดลายเกล็ดหิมะ นางมาจากตระกูล หลานเสวีย เป็นตระกูลใหญ่1ใน4ของเมืองโมกู นางชื่อ หลานเสวียชิง นางเป็นเพื่อนกับ หยุนรี้ นางเป็น 1 ใน 3 สาวงาม ของเมืองนี้ นางถูกบังคับให้หมั้นกับเจ้าชายเฟิงเฉิน ลูกชายของเจ้าเมืองโมกู เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เพื่อผลประโยชน์ของตระกูล นางนั้นไม่ต้องการ แต่ทำไงได้ก็นางอ่อนแอไม่สามารถหลุดจากอำนาจของตระกูล นางจึงบ่มเพาะพลังอย่างบ้าคลั่งเพื่อที่จะหลุดพ้นจากอำนาจของตระกูล และออกไปท้องโลกกว้างกระทั่งออกไปนอกโลกก็ยังเป็นความฝันของนาง นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้นางและหยุนรี้ไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว

เหตุผลที่นางมาที่นี่เพราะตระกูลของนางสั่งให้มาสืบเรื่องที่ปรึกษาเต๋าปรุงยาของตระกูลหยุนแล้วเชิญเขาไปที่ตระกูล เพื่อชวนเข้าร่วมตระกูล แต่ที่นางยอมมาเพราะอยากเจอหยุนรี้เพื่อนของนาง

“หยุนรี้ คุณหนูจากตระกูลหลานเสวีย มาขอพบเจ้า” มีคนในตระกูลมาเรียกหยุนรี้

หยุนรี้ยิ้ม แล้วกล่าว “นายน้อยข้าขอออกไปพบกับเพื่อนของข้าหน่อยนะ” นางนั้นคิดถึง หลานเสวียชิง เป็นอย่างมากพวกนางไม่ได้เจอกันมานานมากแล้ว ตั้งแต่นางถูกบังคับให้หมั้นกับ ลูกชายของเจ้าเมือง

หลีฟาง แกล้งทำหน้าตกใจ “เจ้ามีเพื่อนด้วย?”

นี่ทำให้หยุนรี้โกรธอย่างมาก นางจึงกล่าว “ข้าก็ต้องมีเพื่อนอยู่แล้วล่ะใครจะเหมือนท่านล่ะไม่มีเพื่อน”

นี่ทำให้ หลีฟางเงียบไม่พูดอะไร หลีฟางนั้นคิดถึงผู้ติดตามของเขา หลายคนจากไปแล้ว หลายคนหลีฟางสั่งให้ไปหลบซ้อนรอหลีฟางกลับมา หลีฟางนั้นไม่รู้ชะตากรรมของพวกเขาเลย

หยุนรี้เห็นใบหน้าหลีฟางกลายเป็นนิ่งเงียบ จากปกติเป็นคนที่ยิ้มแย้มตลอดเวลา ทำให้นางคิดว่าเขาไม่มีเพื่อนจริงๆ นางจึงเอ่ยปลอบใจ “แต่ก่อนท่านอาจจะไม่มีเพื่อน แต่ต่อไปนี้ข้าจะติดตามท่านไปทุกที่อยู่เป็นเพื่อนท่านตลอดไป ” พอถึงตอนนี้ทำให้นางหน้าแดงอย่างมาก นางนั้นหลุดพูดอะไรออกไป ทำให้นางอายอย่างมากจึงรีบวิ่งออกไปทันที

นี่ทำให้ หลีฟาง ยิ้ม ส่ายหัว แล้วพึมพำ “เด็กคนนี้ก็น่ารักไม่เบา จากนี้ไปข้าควรดูแลนางให้ดีๆ” มีผู้หญิงหลายคนที่ติดตามเขาและเอาใจใส่ดูแลเขา แต่เขานั้นไม่ค่อยให้ความสนใจมุ่งมั่นอยู่กับการฝึกฝน และเขากว่าจะรับรู้ถึงความรู้สึกของพวกนางได้ก็ตอนที่พวกนางจากไปแบบไม่มีวันกลับ

ผ่านไป 1 ชั่วยาม = 2 ชม.

หยุนรี้กลับมาพร้อมกับ หลานเสวียชิง

ประพันธ์โดย L