0 Views

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 373 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/

“ฉึกกกกกก” ในขนะที่หลีฟางกำลังก้มไปหยิบเนื้อมังกรย่าง ลำแสงดัชนีของเจียงฟู้ ปะทะเข้าที่กลางหลังหัวของหลีฟางเข้าอย่างจัง หลีฟาง นิ่งค้างไป

เจียงฟู้หัวเราะลั่น ”เจ้าเด็กสารเลว เจ้าช่างไร้เดียงสานัก” สามสาวมองไปที่เจียงฟู้ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย นี่ทำให้เจียงฟู้รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมสามสาวถึงได้มองหน้าเขาแบบนั้น พวกนางมากับหลีฟางไม่ใช่หรือ พวกนางควรจะโกรธสิ เมื่อเห็นเขาฆ่าหลีฟาง หรือว่าหลีฟางไม่ใช่พวกพ้องของพวกนางกัน จากนั้นเขาก็เบนสายตาไปยังศิษย์ของสำนักบึงมังกร ตอนนี้ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

จากนั้นก็มีเสียงของหลีฟางดังขึ้น “เจ้าชายเจียงฟู้มีอะไรน่าาขำอย่างนั้นรึ” หลีฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแปลกใจและเขาลุกขึ้นหันหน้ามาสบตากับเจียงฟู้

นี่ทำให้ใบหน้าของเจียงฟู้กลายเป็นตกตะลึงอย่างมาก ทำไมหลีฟางถึงยังไม่ตาย “เจ้า……” แต่ก่อนที่เขาจะพูดต่อ เขาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่แขนของเขา บางสิ่งบนแขนข้างขวาของเขาหายไป “อ๊ากกกกกกกก” เจียงฟู้กรีดร้องสุดเสียง เขากรีดร้องอย่างโหยหวน เขาพบว่าข้อมือหายไปจากแขนขวาของเขา และเขาเห็นมันตกอยู่ที่พื้น เลือดสดๆ ไหลออกมาเป็นจำนวนมาก เขารู้สึกตกตะลึงอย่างมาก หลีฟางตัดมือของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ศิษย์ของสำนักบึงมังกร มองไปที่หลีฟางด้วยสายตาตกตะลึง ศิษย์อันดับ1ของสำนักบึงมังกร ถูกหลีฟางตัดมือ พวกเขารู้สึกมึนงงอย่างมาก หลีฟางทำได้อย่างไรกัน เขาเป็นแค่ผู้ฝึกตนระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น 2 เองนะ และพวกเขาเห็นเงากระบี่ลางๆ พุ่งลงมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ตัดที่ข้อมือของเจียงฟู้อย่างง่ายดายราวกับตัดเต้าหู้ และกระบี่เล่มนั้นก็หายไปทันทีราวกับว่ามันไม่เคยมีตัวตนมาก่อน นี่สร้างความตกตะลึงให้กับพวกเขาอย่างมาก กระบี่เล่มนั้นไม่น่าจะผ่านม่านป้องกันของเจียงฟู้มาได้ ม่านป้องกันของผู้ฝึกตนระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุดแข็งแกร่งอย่างมาก

เจียงฟู้มองไปที่ใบหน้าของหลีฟางด้วยสายตาตกตะลึง และเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวและโกรธเกรี้ยว “เจ้า เจ้า เจ้าเด็กสารเลว เจ้ากล้าทำร้าย เจ้าชายผู้นี้ ข้าจะฉีกเจ้าเป็นพันชิ้น” จากนั้นเขาถอยหลังออกห่างจากหลีฟาง และส่งสัญญาณให้ศิษย์ของสำนักบึงมังกรโจมตีหลีฟาง เจียงฟู้เอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น “พวกเจ้าฆ่าพวกมันให้หมด อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว” ทีแรกเขาอยากจะสนุกกับสาวงามทั้งสาม แต่ตอนนี้เขาโกรธเสียแล้ว มือที่ขาดนี้จำต้องรีบกลับออกไปหาผู้อาวุโสของเขาเพื่อให้พวกเขาช่วยรักษา

ศิษย์ของสำนักบึงมังกรไม่รอช้ารีบตั้งค่ายกล โลกมังกรวารีสังหาร ทัันที พวกเขารวมพลังกัน สร้างโลกที่มีแต่น้ำขึ้นมา กักขังทั้ง 4 เอาไว้

ตอนนี้รอบๆ ตัวของหลีฟางและสามสาว ก็กลายเป็นโลกวารี น้ำของโลกวารีเป็นสีเขียวมรกต ทำให้สามารถมองเห็นได้สิ่งที่อยู่ในน้ำได้ สามสาวมองลงไปเห็นเงาของมังกรวารีจำนวนมาก ลำตัวของพวกมันยาว 10 เมตร กำลังแหวกว่ายอยู่รอบตัวพวกนาง “โลกมังกรวารีสังหาร” สามสาวอุทานพร้อมกันและใบหน้าของพวกนางเปลี่ยนไปกลายเป็นจริงจังทันที ตอนนี้พวกนางอยู่ในโลกที่มีแต่น้ำ พวกนางมีม่านพลังป้องกันทำให้รอบๆ ตัวพวกนางในระยะ 1 เมตร น้ำไม่สามารถเข้ามาได้ พวกนางรู้จักค่ายกลนี้เป็นอย่างดี ค่ายกลโลกมังกรวารีสังหารเป็นค่ายกลสังหารที่ดีที่สุดของสำนักบึงมังกร เมื่อผู้ฝึกตนตกอยู่ภายใต้ค่ายกลนี้แล้ว พวกเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน จะช้าจะเร็วมันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น เพราะพวกเขาจะถูกมังกรวารีจำนวนนับไม่ถ้วนโจมตี และไม่ว่าจะฆ่ามันยังไงมันก็จะเกิดมาใหม่เรื่อยๆ ไม่มีวันหมดสิ้น พวกมันจะโหมกระหน่ำโจมตีไม่ให้พวกเขาได้หยุดพักหายใจ จนพวกเขาหมดแรง และเมื่อถึงเวลานั้นจะเป็นเวลาที่พวกเขาจะต้องจบชีวิตลง ด้วยพลังของศิษย์สำนักบึงมังกรจำนวน 30 คน เพียงพอแล้วที่จะฆ่าผู้ฝึกตนระดับตัดสวรรค์ขั้น 3 และหลีฟางกับสามสาวจะรอดได้อย่างไร

สามสาวยืนล้อมหลีฟางเอาไว้ เหมือนเป็นบอดี้การ์ดของบอยแบนด์ หลีฟางยืนยิ้มอย่างสบายๆ เขาไม่แสดงสีหน้าหวาดกลัวใดๆ ออกมาเลย ราวกับว่าเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางแฟนคลับ เขาเท่อย่างมากสมกับเป็นบอยแบนด์จริงๆ นี่ทำให้ เจียงฟู้ รู้สึกหงุดหงิดและผิดคาดอย่างมาก เขาคิดว่าหลีฟางจะต้องหวาดกลัว

เจียงฟู้ยิ้มอย่างน่าสยดสยอง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอำมหิต “เจ้าเด็กสารเลว เจ้าเตรียมตัวตายได้เลย ข้าจะให้เจ้าตกตายอย่างทรมานที่สุด” จากนั้นเขาก็หัวเราะอย่างสะใจ

โลวเคอเจี้ย รีบเอ่ย “หลีฟาง เจ้าจะไม่ทำอะไรเลยรึ” นางรู้สึกหวาดกลัวกับค่ายกล โลกมังกรวารีสังหารจริงๆ

หลีฟางยิ้มแล้วเอ่ยอย่างสบายๆ “ข้าต้องทำอะไรด้วยรึ นี่เป็นโอกาสดีที่พวกเจ้าจะได้ฝึกฝน พวกเจ้าห้ามนำกระบี่ออกมาใช้โดยเด็ดขาด ใช้แค่กายาและพลังจิตวิญญาณของพวกเจ้าทำลายค่ายกลนี้ให้ได้”

ฟ่งไทหยาง โวยวาย “หะ ห้ามใช้กระบี่ แล้วอย่างงี้พวกข้าจะทำลายค่ายกลโลกมังกรวารีสังหารได้อย่างไรกัน”

โลวเคอเจี้ยเอ่ยเสริม “ใช่ เจ้ามันบ้าไปแล้ว ค่ายกลโลกมังกรวารีสังหารแข็งแกร่งอย่างมาก”

หลีฟางยิ้มแล้วเอ่ยอย่างสบายๆ “ถ้าแค่ค่ายกลกระจอกๆ พวกเจ้ายังทำลายไม่ได้ พวกเจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะติดตามข้า” คำพูดของหลีฟางทำให้ ฟ่งไทหยาง และ โลวเคอเจี้ย ขุ่นเคืองอย่างมาก

เสวียเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าจะไม่ทำให้นายน้อยผิดหวัง” เสวียเยว่ไม่รอช้า นางระเบิดพลังทันที “โฮกกกก” มีพญากิเลนเพลิงตัวใหญ่ห่อหุ้มนางเอาไว้ “ตู้มมมม” จากนั้นก็มีดวงตะวันอมตะ 1 ดวง กำลังลุกไหม้อยู่ข้างหลังนาง

หลีฟางยิ้มอย่างพึงพอใจ แล้วเอ่ยกับ ฟ่งไทหยางและโลวเคอเจี้ย “พวกเจ้าควรจะเอาเสี่ยวเยว่เป็นเยี่ยงอย่างนะ” นี่ยิ่งทำให้ สองพี่น้องโกรธอย่างมาก

“ก็ได้ แค่ค่ายกลโลกมังกรวารีสังหาร พวกข้าไม่กลัวมันหรอก เดียวแม่จะระเบิดมันทิ้งเอง” สองพี่น้องเอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง

จากนั้นพวกนางก็ระเบิดพลังออกมา “กี้ ตู้มมมมม” มีพญาหงส์เพลิงตัวใหญ่ห่อหุ้ม ฟ่งไทหยาง และ มีดวงตะวันอมตะ 1 ดวงกำลังลุกไหม้อยู่ด้านหลังของนาง ตอนนี้พลังของนางเพิ่มสูงขึ้นจนน่ากลัว

“กี้ ตู้มม” มีพญาปักษาวายุตัวใหญ่ห่อหุ้ม โลวเคอเจี้ย และมีกลุ่มดาวพญาอินทรีอยู่ด้านหลังของนาง พวกมันเปล่งแสงเจิดจ้า ปล่อยพลังงานออกมาไม่สิ้นสุด ทำให้พลังของโลวเคอเจี้ยเพิ่มสูงขึ้นจนน่ากลัว

เจียงฟู้ยิ้ม และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ไม่ว่าพวกเจ้าจะพยายามดิ้นรนมากแค่ไหน สุดท้ายพวกเจ้าก็ต้องตายอยู่ดี” จากนั้นเขาก็หัวเราะอย่างสะใจ เขารู้สึกแปลกใจอย่างมาก คัมภีร์กายาและจิตวิญญาณของพวกนางแปลกอย่างมาก เขาไม่เคยเห็นมาก่อน และมันดูทรงพลังอย่างมากด้วย แต่ไม่ว่าอย่างไร พวกนางก็ไม่มีทางทำลายค่ายกลโลกมังกรวารีสังหารได้หรอก

“โฮกกกกก” มังกรวารีจำนวนนับไม่ถ้วนภายในโลกมังกรวารีสังหาร กระโจนเข้าหาทั้งสามทันที

ประพันธ์โดย L