0 Views

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 360 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/

ภายในค่ายของสำนักมังกรคู่

 

หยานจงและหยานหมิง นั่งดื่มสุรากันอย่างสบายอารมณ์ การตายของศิษย์จำนวนมากไม่ส่งผลอะไรกับพวกเขาเลย ศิษย์ที่กลับมาจากประตูมังกรก็รีบเข้ามารายงานทันที

 

“ศิษย์ขอรายงานท่านประมุข จำนวนศิษย์ที่ศิษย์พี่หมิงพาไปรอดชีวิตกลับมา 5 คน และพวกเขาบา…….” แต่ก่อนที่เขาจะรายงานถึงอาการบาดเจ็บของศิษย์ที่รอดชีวิตกลับมา หยานหมิงก็เอ่ย

 

“เหตุการณ์เป็นอย่างไรบ้าง พวกเขาเห็นอะไรบ้าง เจ้าเด็กสารเลวนั่นตายหรือยัง” หยานหมิงสนใจอย่างเดียวคือหลีฟางตายหรือเปล่า ถ้าหลีฟางตายเขาจะดีใจอย่างมาก

 

“ศิษย์ได้ยินมาว่า ตระกูลฟ่งกลับไปฆ่ามังกรปฐพี แต่ตอนที่พวกเขาเดินออกมา ศิษย์ไม่เห็นเด็กที่ชื่อว่าหลีฟางออกมาด้วย มีแค่ศิษย์น้อง เสวียอู เสวียหยิ่ง เสวียฉาย กลับออกมาพร้อมกับตระกูลฟ่ง ศิษย์คาดว่าพวกเขาน่าจะถูกจับเป็นตัวเชลย” ศิษย์คนนั้นรายงาน

 

หยานหมิง และ หยานจง หัวเราะดังสนั่น

 

หยานหมิง เอ่ยด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ “เจ้าเด็กสารเลว ในที่สุดมันก็ตาย ท่านพ่อ ข้ารู้สึกสะใจจริงๆ”

 

หยานจงยิ้ม “มันโชคดีจริงๆ ที่มันชิงตายไปก่อน ไม่เช่นนั้นข้าจะจับมันมาทรมาน จนมันต้องร้องขอความตาย” จากนั้นสองพ่อลูกก็หัวเราะอย่างสะใจ ศิษย์นั้นยืนรออย่างหงุดหงิด ทำไมสองพ่อลูกถึงไม่สนใจไยดีศิษย์ที่กำลังบาดเจ็บและอีก 3 คน ที่เหมือนว่าจะถูกจับเป็นเชลยเลย

 

หยานหมิงเอ่ย “เจ้ายังมัวยืนรออะไรอยู่ ออกไปได้แล้ว ดูแลภูเขามังกรคู่ให้ดี อย่าให้ใครมาขโมยสมุนไพรไปได้ เข้าใจหรือไม่”

 

ศิษย์คนนั้นรีบเอ่ย “รับทราบ แต่…”

 

หยานหมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “เจ้าเห็นหรือไม่ว่าข้าและท่านพ่อกำลังคุยกันอยู่ ออกไปเดี๋ยวนี้”

 

“ศิษย์ขอลา” ศิษย์คนนั้นออกไปด้วยอาการหงุดหงิด ที่เขามาที่นี่เพื่อขอยาฟื้นฟูเอาไปช่วยชีวิตของศิษย์ที่บาดเจ็บ แต่หยานหมิงและหยานจงกลับไม่สนใจไยดีพวกเขาเลย เขาจึงตัดสินใจไปขอผู้อาวุโสของเขาแทน ส่วน เสวียอู เสวียหยิ่ง เสวียฉาย เขาคงทำอะไรไม่ได้ หยานหมิงคงไม่สนใจพวกเขาแล้วเพราะ เสวียเยว่ ก็ตายจากไปแล้ว พวกเขาจึงไม่มีความสำคัญอีกต่อไป

 

หลังจากศิษย์คนนั้นจากไป หยานหมิงก็ยิ้มแล้วเอ่ย “ท่านพ่อ เสวียเยว่ก็ตายไปแล้ว ข้าเหงามาก ข้าอยากได้ หยุนรี้ จากตระกูลหยุนและหลานเสวียชิง จากตระกูลหลานเสวีย พวกนางงดงามอย่างมาก ถูกใจข้าอย่างมาก ท่านพ่อจัดการให้ข้าหน่อยได้หรือไม่” เขาเห็น  หยุนรี้ และ หลานเสวียชิง ที่หน้าประตูมังกร เขารู้สึกถูกใจพวกนางอย่างมาก และ เขาปรารถนาอยากได้พวกนางมาครอบครอง

 

หยานจงยิ้ม “เดี๋ยวพ่อจะจัดการให้ ตระกูลหยุน และ ตระกูลหลานเสวีย ไม่กล้าขัดใจพ่อหรอก พ่อคิดว่าพวกเขาจะต้องขอบคุณเจ้าด้วยซ้ำ ที่เจ้ารับพวกนางมาเป็นอนุของเจ้า” จากนั้นทั้งสองก็หัวเราะกันอย่างพึงพอใจ

 

ภายในประตูมังกร ณ ถ้ำของหลีฟาง

 

เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงวัน หลีฟาง ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เขายังคงกลั่นกายาของเสวียเยว่อย่างต่อเนื่อง สองพี่น้องนั่งมองหลีฟางอย่างใจจดใจจ่อ พวกนางคอยเช็ดเหงื่อให้หลีฟาง พวกนางภาวนาให้หลีฟางทำสำเร็จ

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ก็เป็นเวลาเย็นแล้ว สองพี่น้องนั่งหลับหัวชนกันอยู่ด้านหลังของหลีฟาง

 

“ปังงง” ในที่สุดฝาหม้อปรุงยาเปิดออก หลีฟางลืมตาขึ้นและเขายิ้มอย่างพึงพอใจ

 

สองพี่น้องลืมตาตื่นทันที “สำเร็จหรือเปล่า?” นี่เป็นสิ่งที่พวกนางอยากรู้อย่างมาก ตอนนี้สายตาของพวกนางจับจ้องไปที่ หม้อพญาหงส์เพลิงอย่างตื่นเต้น

 

ภายในหม้อพญาหงส์เพลิง เสวียเยว่ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ด้วยอาการงัวเงีย นางบิดขี้เกียจ แต่ในทันใดนางก็หายงัวเงียทันทีใบหน้าของนางก็กลายเป็นตื่นตระหนก นางรู้สึกว่าร่างกายของนางเปี่ยมไปด้วยพลัง นางสำรวจร่างกายของตัวเองทันที “อ๊ายยยยย” นางกรีดร้องสุดเสียง เสื้อผ้าของนางหายไปไหนหมด นางรีบหันมองดูรอบๆ ตัวทันที ตอนนี้นางอยู่ภายในหลุมแคบๆ ที่ไม่ลึกมาก นางมองขึ้นไปด้านบน เห็นผนังถ้ำ ทำให้นางรู้ว่าตอนนี้นางอยู่ภายในถ้ำ นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน นางจำอะไรไม่ได้เลย นางพยายามนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ภาพสุดท้ายที่นางเห็นคือใบหน้าของหลีฟาง

 

เสวียเยว่ค่อยๆ โผล่หัวขึ้นมาจากหม้อพญาหงส์ แต่เนื่องจากภายในหม้อมีควันลอยขึ้นสูงมากทำให้นางไม่สามารถมองเห็นได้ นางจึงยืนขึ้นจนหัวของนางโผล่พ้นกลุ่มควัน และนางก็พบเข้ากับบุคคลที่นางคุ้นเคย นั่นก็คือ หลีฟาง ฟ่งไทหยาง โลวเคอเจี้ย นางถอนหายใจโล่งอก “เป็นพวกท่านนี่เอง”

 

จากนั้นควันก็ค่อยๆ จางลง ทำให้ทุกคนสามารถมองเห็น ยอดภูเขาสีชมพูของนางอย่างชัดเจน “เจ้าคนลามก ห้ามดูนะ” โลวเคอเจี้ย เข้ามาด้านหลังของหลีฟางและใช้มือทั้งสองข้างปิดตาหลีฟางอย่างแรง นางกอดเขาแน่น หลีฟางรู้สึกได้ถึงสัมผัสอันนุ่มนวล ที่ศีรษะของเขา ตอนนี้หัวของหลีฟางได้แนบอยู่กับหน้าอกของโลวเคอเจี้ย ถึงแม้ว่าหน้าอกของนางจะเล็ก แต่ก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก หลีฟางยิ้มอย่างพึงพอใจ

 

เสวียเยว่รีบหดตัวกลับเข้าไปภายในหม้อทันที

 

โลวเคอเจี้ยรีบเอ่ย “พี่หยาง รีบเอาเสื้อผ้าไปให้แม่นางเสวียเยว่เร็ว ข้าจะปิดตาเจ้าลามกนี่ไว้เอง” หลีฟางรู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก แต่ตอนนี้เขารู้สึกอ่อนแรงอย่างมากเขาจึงขี้เกียจต่อปากต่อคำกับพวกนาง

 

ฟ่งไทหยางมองโลวเคอเจี้ยที่เอามือกอดหัวหลีฟางเอาไว้ นางยิ้มและเอาชุดไปให้เสวียเยว่ ผ่านไปไม่นานเสวียเยว่ก็สวมเสื้อผ้าเสร็จและเดินออกมาจากหม้อพญาหงส์เพลิง ตอนนี้ผิวพรรณนางดูเปล่งปลั่งและขาวนวลราวกับหยก ร่างกายของนางมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก นางสำรวจตัวเอง กายาของนางยกระดับจากระดับกายาสวรรค์ขั้นต้นกลายเป็นระดับกายาสวรรค์ขั้นสูงแล้ว ทำให้ตอนนี้นางสามารถทะลวงระดับตัดสวรรค์ได้ทุกเมื่อ

 

โลวเคอเจี้ยเห็นเสวียเยว่เดินออกมา นางก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง และนางเพิ่งจะรู้ตัวเองว่าตอนนี้หัวของหลีฟางแนบอกของนางอยู่ นางจึงเค้นเสียงเบาๆ “เจ้าคนฉวยโอกาส” นางรีบปล่อยหลีฟางทันที นางรู้สึกอับอายอย่างมาก

 

เสวียเยว่เดินเข้ามาหาหลีฟาง และคุกเข่าลงต่อหน้าหลีฟาง นางมองหลีฟางอย่างลึกซึ้ง จากนั้นนางก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าเสวียเยว่ ขอสาบานด้วยจิตวิญญาณของข้า ข้าจะติดต……”

 

หลีฟางยิ้มแล้วเอ่ยขัดนาง “เจ้าไม่จำเป็นต้องสาบาน หากว่าเจ้าไม่เต็มใจ ข้าช่วยเจ้าเพราะว่าข้าอยากจะช่วย”

 

เสวียเยว่มองหลีฟางด้วยสายตาลึกซึ้งอีกครั้ง “นายน้อยช่วยชีวิตข้าและน้องๆ ของข้า ข้าเต็มใจที่จะติดตามท่านตลอดไป” จากนั้นนางก็เอ่ยสาบานต่ออย่างมั่นใจ นางซาบซึ้งที่หลีฟางช่วยชีวิตนาง ถึงแม้ว่านางเคยพยายามที่จะฆ่าเขา ถึงแม้ว่าหลีฟางจะโหดเหี้ยมแต่เขาก็เป็นคนที่มีจิตใจดีอย่างมาก นี่เป็นบุรุษแบบที่นางตามหามาโดยตลอด

 

หลีฟางยิ้ม “ข้ามีศัตรูมากมาย เจ้าไม่กลัวตายอย่างนั้นรึ”

 

เสวียเยว่เอ่ยอย่างมั่นใจ “ข้าไม่กลัว ไม่ว่าใครก็ตามที่คิดจะต่อต้านนายน้อย ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด” นางเป็นคนที่กล้าหาญอย่างมาก นี่เป็นเหตุผลที่หลีฟางอยากได้ตัวนาง

 

ประพันธ์โดย L