0 Views

ฟ่งฮ้าว มอง เสี่ยวหมิน ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมราชามังกรเพลิงพิโรธถึงได้เชื่อฟัง หลีฟาง และมันเชื่องอย่างมากด้วย นี่ยิ่งทำให้ ฟ่งฮ้าว สงสัยมากขึ้นไปอีก หลีฟาง เป็นใครกันแน่

 

จากนั้น ฟ่งฮ้าว ก็หันไปมอง เสวียอู เสวียหยิ่ง เสวียฉาย เขายิ้มและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร “พวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เขาเข้าไปตรวจสอบอาการของทั้งสามด้วยตัวเอง หลีฟาง สั่งให้เขาดูแลทั้งสามคน

 

ตอนนี้ เสวียอู เสวียหยิ่ง เสวียฉาย ยังคงอยู่ในอาการตกตะลึงและมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่ หลีฟาง จากไป พวกเขาเห็นมังกรปฐพีถูก หลีฟาง ฆ่าอย่างง่ายดาย และยังมี ราชามังกรเพลิงพิโรธ ปรากฏตัวและ หลีฟาง พาญาติผู้พี่ของพวกเขาขี่มังกรตัวนั้นจากไป นี่ทำให้พวกเขาสับสนอย่างมาก และพวกเขาเอ่ยอย่างเหม่อลอย “พวกข้าไม่เป็นอะไร”

 

ฟ่งฮ้าวยิ้มแล้วเอ่ย “ผู้อาวุโสหลี ฝากให้ข้าดูแลพวกเจ้า ข้าจะพาพวกเจ้ากลับไปพักที่ค่ายของ ตระกูลฟ่ง พวกเจ้าทำตัวตามสบาย ถ้าพวกเจ้าต้องการอะไรก็บอกข้ามาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ตอนนี้พวกเจ้าเป็นแขกของตระกูลฟ่งแล้ว” เมื่อผู้ฝึกตนไปถึงระดับตัดสวรรค์ ผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับจิตวิญญาณสวรรค์หรือต่ำกว่านั้น จะต้องเรียกเขาว่าผู้อาวุโส ถ้าผู้ฝึกตนไปถึงระดับตัดสวรรค์ขั้น7 ขึ้นไปจะต้องเรียกว่า ปรมาจารย์ เขาจึงเรียกหลีฟางว่าผู้อาวุโส

 

เสวียฉาย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล “แล้วพี่เยว่ จะเป็นอะไรหรือไม่ ข้าเห็นนางบาดเจ็บอย่างมาก” เสวียฉายเป็นเด็กผู้หญิงน่ารัก นางอายุ 400 ปี นางเป็นน้องเล็ก เสวียอู เป็นชาย อายุ 450ปี เสวียหยิ่ง เป็นชาย อายุ 500 ปี พวกเขามาจากตระกูลเสวีย และตระกูลเสวียยากจนอย่างมาก ถ้าไม่ได้ญาติผู้พี่ของพวกเขา พวกเขาคงไม่มีโอกาสจะได้เข้าสำนักมังกรคู่อย่างแน่นอน พวกเขาจึงมีความผูกพันกันอย่างมาก

 

ฟ่งฮ้าวเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “พวกเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป นางอยู่ในการดูแลของผู้อาวุโสหลีแล้ว นางจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน” นี่ทำให้ทั้งสามรู้สึกดีขึ้น

 

เสวียหยิ่ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น “หยานหมิง สักวันหนึ่งข้าจะฆ่าเจ้า” เขารู้สึกโกรธแค้นหยานหมิงอย่างมาก มันหนีเอาชีวิตรอดไปคนเดียว

 

เสวียอู ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธแค้นเช่นกัน “ใช่ สักวันหนึ่งพวกเราจะต้องแก้แค้นให้ได้” นี่เป็นเพราะความโลภของ หยานหมิง ทำให้พวกเขาเกือบจะต้องตาย

 

ตอนนี้พวกเขาตั้งเป้าหมายว่า สักวันหนึ่งพวกเขาจะต้องฆ่า หยานหมิง ด้วยมือของพวกเขาเอง และพวกเขาคิดว่าจะกราบหลีฟางเป็นอาจารย์ เพราะหลีฟางแข็งแกร่งอย่างมาก พวกเขาจะไม่กลับไปที่สำนักมังกรคู่อีกแล้ว

 

หลังจากนั้นไม่นาน ตระกูลฟ่งก็พากันขนซากมังกรและสมบัติต่างๆ ของคนที่ตายที่นี่ พวกเขารู้สึกพึงพอใจอย่างมาก พวกเขาไม่ต้องทำอะไรเลย ก็ได้ซากมังกรจำนวนมาก

 

ศิษย์ของสำนักมังกรคู่หนีกันไปคนละทิศละทาง หลายคนโชคร้ายไปเจอกับมังกร พวกเขาจึงถูกมังกรฆ่า มีแค่ศิษย์ประมาณ 5 คนเท่านั้นที่สามารถรอดชีวิตกลับไปได้

 

ฟ่งฮ้าวเดินทางไปยังค่ายพักแรมตระกูลโลวด้วยตัวเอง เขาต้องไปแจ้งข่าวของโลวเคอเจี้ย

 

ณ ค่ายตระกูลโลว

 

โลวเหอ นั่งอยู่ภายในกระโจมอย่างกระวนกระวาย ฟ่งรั่วฝากให้เขาดูแลโลวเคอเจี้ย แต่ตอนนี้นางหายไปเกิน 24 ชม.แล้ว เขาไม่รู้จะกลับไปรายงานฟ่งรั่วอย่างไรดี หรือว่าเขาควรจะไปแจ้งตำรวจ

 

ศิษย์ของตระกูลโลววิ่งเข้ามา “เจ้าชาย เจ้าชายฟ่งฮ้าว มาขอพบ เขาบอกว่ามีข่าวเกี่ยวกับ เจ้าหญิงโลวเคอเจี้ย มาแจ้งให้ทราบ” นี่ทำให้ใบหน้าของโลวเหอที่กำลังเคร่งเครียดอยู่กลายเป็นตื่นเต้นทันที

 

โลวเหอรีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น “เขาอยู่ที่ไหน พาข้าไปเร็ว” เขารู้จักฟ่งฮ้าวเพียงผิวเผิน พวกเขาไม่เคยได้คุยกัน แต่พวกเขาก็ไม่ได้เป็นศัตรูกัน ศิษย์ของตระกูลฟ่ง พาโลวเหอไปหา ฟ่งฮ้าวทันที

 

เมื่อโลวเหอเดินมา ฟ่งฮ้าวเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร “สวัสดี เจ้าชายโลวเหอ”

 

โลวเหอรีบเอ่ย “เจ้าชายฟ่งฮ้าว ท่านเจอโลวเคอเจี้ยที่ไหน”

 

ฟ่งฮ้าวยิ้ม “ตอนนี้ เจ้าหญิงโลวเคอเจี้ยกำลังอยู่กับ ท่านหลีฟาง เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง นางฝากข้ามาบอก” โลวเหองุนงง หลีฟาง คือใครกัน ทำไม ฟ่งฮ้าว ถึงเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงนอบน้อมขนาดนี้ และทำไม โลวเคอเจี้ย ถึงได้ไปอยู่กับเขาได้ และเขาคิดว่า หลีฟาง กำลังซวยเพราะ โลวเคอเจี้ย ขึ้นชื่อเรื่องการชอบแกล้งคน

 

ฟ่งฮ้าวเห็นโลวเหอกำลังงงงวย เขาจึงเอ่ยต่อ “เสี่ยวหยางก็อยู่ด้วย เจ้าอย่าได้เป็นกังวล” โลวเหอ ยิ่งงงงวยเข้าไปใหญ่ เขารู้ว่า โลวเคอเจี้ย กับ ฟ่งไทหยาง ไม่ถูกกัน แล้วพวกนางจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร ฟ่งฮ้าวเห็นอาการของโลวเหอ เขาจึงรีบอธิบาย “มีเรื่องหลายอย่างเกิดขึ้น ทำให้พวกนางกลายเป็นพี่น้องกันไปแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปนะ” โลวเหอยิ่งงงยิ่งกว่าเดิม

 

ฟ่งฮ้าวยิ้ม “ท่านหลีฟาง ฝาก ซากมังกรจันทร์เสี้ยวระดับตัดสวรรค์มาเป็นของกำนัล” เขาแบ่งซากของมังกรจันทร์เสี้ยว 1 ตัว มาให้ตระกูลโลว เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีให้กับหลีฟาง เขาเป็นคนที่รู้งานอย่างมาก

 

โลวเหอยิ่งงงงวยเข้าไปใหญ่ หลีฟาง เป็นใครกันแน่เขากำลังพยายามนึกชื่ออยู่ เขารู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นอย่างมาก เขาจำไม่ได้ว่าเคยได้ยินที่ไหน แต่ถ้าเขาเจอตัวเขาอาจจะจำได้ โลวเหออ้ำอึ้ง เขาไม่กล้ารับซากมังกร เพราะซากมังกรระดับตัดสวรรค์มีค่าอย่างมาก แต่เขาก็ไม่กล้าปฏิเสธ

 

ฟ่งฮ้าวยิ้มแล้วเอ่ย “เจ้าชายโลวเหอ เจ้าอย่าได้คิดมาก รับมันไว้ อย่าได้ทำให้ ท่านหลีฟาง เสียน้ำใจ แล้วเจ้าจะไม่ชวนข้าเข้าไปดื่มกับเจ้าหน่อยรึ”

 

โลวเหอได้สติยิ้ม “ข้าขอโทษที่เสียมารยาท ข้าจะขอรับของกำนัลจาก ท่านหลีฟาง ไว้ก็แล้วกัน งั้นคืนนี้ข้าขอให้ท่านดื่มกับข้ายันเช้าเลยก็แล้วกัน และท่านต้องช่วยเล่าเรื่องของ ท่านหลีฟาง และ เรื่องที่เกิดขึ้นกับ โลวเคอเจี้ยและฟ่งไทหยาง ให้ข้าฟังอย่างละเอียดด้วยนะ”

 

“ถ้าเจ้าได้รู้เรื่องแล้วเจ้าจะตกใจ” ฟ่งฮ้าวยิ่้มแล้วเดินตาม โลวเหอเข้าไป นี่ยิ่งทำให้ โลวเหอ ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่

 

หลังจากพวกเขาดื่มกัน ฟ่งฮ้าวก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง นี่ทำให้ โลวเหอ สูดหายใจเฮือกใหญ่ “หะ อะไรนะ ตอนนี้ ศิษย์ของสำนักมังกรคู่ แตกพ่ายไปแล้ว ด้วยน้ำมือของท่านหลีฟาง เพียงคนเดียว พวกเขาตายเกือบหมด และ หยานหมิง หนีไปได้”

 

ฟ่งฮ้าวหัวเราะ “ข้าบอกแล้วว่าเจ้าจะตกใจ” แม้แต่เขาก็ยังตกใจเลย เขารู้สึกดีใจจริงๆ ที่เขาไม่ได้เป็นศัตรูกับหลีฟาง และโชคดีที่ ฟ่งไทหยาง ไม่ทำให้หลีฟางขุ่นเคืองใจ ไม่เช่นนั้นพวกเขาจบไม่สวยอย่างแน่นอน

 

จากนั้นทั้งสองก็พูดคุยและดื่มกันต่อไป ตอนนี้ โลวเหอ จำได้แล้วว่า หลีฟาง เป็นใคร ก่อนหน้านี้มีคนจำนวนมากตกตายเพราะหลีฟาง

 

ภายนอกประตูมังกร

 

ณ ค่ายสำนักมังกรคู่

 

หยานหมิง โผล่ออกมาจากประตูมิติ

 

หยานจง และ ผู้อาวุโส รีบวิ่งมาทันที “เกิดอะไรขึ้น หยานหมิง ทำไมเจ้าถึงได้ใช้ แผ่นหยกเคลื่อนย้าย”

หยานหมิง พูดด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น “ไอ้เด็กสารเลวนั่นมันฆ่าศิษย์ของเราตายหมดแล้ว”

นื่ทำให้ หยานจง และ ผู้อาวุโส ตกตะลึง

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 360 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/