0 Views

ภายในประตูมังกร

 

ตอนนี้เวลาภายในประตูมังกรได้ผ่านมา 8 วันแล้ว พื้นที่ใกล้เคียงรอบประตูมังกรถูกเคลียร์ไปแล้ว 60 กม. ทำให้ตอนนี้ตระกูลต่างๆ เริ่มตั้งค่ายอยู่ห่างไกลกันมากขึ้น พวกเขาไปตั้งค่ายอยู่ตามจุดต่างๆ ที่พวกเขาเคยไป ตระกูลยักษ์ใหญ่และสำนักใหญ่ ต่างก็ยึดจุดที่คิดว่ามีทรัพยากรจำนวนมาก เป็นจุดตั้งค่ายของพวกเขา

 

ตอนนี้เป็นเวลาค่ำคืน เวลาประมาณ 3 ทุ่ม มีสองร่างยืนเผชิญหน้ากันอยู่

 

“วันนี้เราจะมาตัดสินกันว่า ใครแข็งแกร่งกว่ากัน” มีเสียงเด็กสาวดังขึ้น เสียงนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมและหยิ่งผยองอย่างมาก

 

“ได้ เจ้าคิดว่าข้าขี้ขลาดอย่างนั้นรึ ข้าพร้อมเสมอ” มีเสียงตอบรับคำท้าของอีกฝ่าย เป็นเสียงของเด็กสาวเช่นกันแต่น้ำเสียงของนางดูโตกว่าเด็กสาวคนแรก เสียงของนางเต็มไปด้วยความมั่นใจ

 

“ถ้าอย่างนั้น เราจะไปที่ภูเขาร้อยมังกร ใครฆ่ามังกรได้มากกว่าเป็นผู้ชนะ เจ้ากล้าหรือเปล่า” เสียงแรกพูดด้วยความคึกคะนอง ภูเขาร้อยมังกรมีมังกรจำนวนมาก ถือว่าอันตรายอย่างมาก

 

เสียงที่สอง เงียบอยู่สักครู่หนึ่งก่อนจะตอบอย่างคึกคะนอง “ได้สิ ทำไมข้าจะไม่กล้าล่ะ ถ้าข้าชนะ เจ้าจะต้องเรียกข้าว่าพี่สาวสุดสวย เข้าใจหรือไม่”

 

เสียงแรก หัวเราะแล้วเอ่ย “ได้สิ ถ้าข้าชนะ เจ้าจะต้องเรียกข้าว่าน้องสาวที่เคารพ ตกลงหรือไม่”

 

เสียงที่สองหัวเราะ “ได้สิ งั้นเราไปกันเลย และจงจำไว้ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ให้ร้องเรียกพี่สาวสุดสวยคนนี้ดังๆ เลยนะ พี่สาวสุดสวยคนนี้จะไปช่วยเจ้าในทันที”

 

เสียงแรกหัวเราะเยาะเย้ย “ข้ารึต้องการให้เจ้าช่วย แต่ถ้าเจ้าเกิดพลาดท่า ก็ร้องเรียกน้องสาวที่เคารพคนนี้ได้เช่นกันนะ ข้าจะรีบไปช่วยเจ้าทันที”

 

จากนั้นทั้งสองก็จ้องตากันมีประกายความโกรธแล่นผ่านบรรยากาศ แล้วทั้งสองก็ตรงไปยังหุบเขาร้อยมังกร ฟังจากน้ำเสียงและวีธีการพูด พวกนางน่าจะอายุยังเยาว์ ซึ่งตามจริงแล้วพวกนางเองก็ไม่รู้ว่าที่นั่นมีอะไรบ้าง เพราะต่างเพิ่งจะเคยเข้ามาที่ประตูมังกรเป็นครั้งแรก

 

ณ ภูเขาร้อยมังกร สถานที่แห่งนี้มีภูเขาจำนวนมาก ภูเขาสูงหลายลูก ต้นไม้ขึ้นหนาทึบ มีมังกรจำนวนมาอาศัยอยู่

 

หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน “โฮกกกกกก ตูม ตูม ตูม” ทั้งสองต่างสู้กับมังกรกันอย่างยากลำบาก พวกนางไม่เคยต่อสู้ลุยเดี่ยวกับมังกรแบบตัวต่อตัวมาก่อน จึงไม่อาจประเมินได้ว่าพวกมันแข็งแกร่งขนาดไหน

 

หลังจากผ่านไป 30 นาที พวกนางเพิ่งจะฆ่ามังกรไปได้แค่คนละ 1 ตัว สีหน้ามีความเหน็ดเหนื่อยอย่างมาก พวกนางนั่งหอบกันอยู่ที่โคนต้นไม้ห่างกัน 10 เมตร

 

“เจ้าเหนื่อยแล้วอย่างนั้นรึ” เสียงแรกเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

 

“แค่มังกรวารีกระจอกๆ ไม่สามารถทำอะไรข้าได้หรอก แล้วเจ้าล่ะยังไหวหรือเปล่า เจ้าจะยอมแพ้ตอนนี้เลยก็ได้นะ” จากนั้นเสียงที่สองก็หัวเราะอย่างเย้ยหยัน

 

“ข้ารึจะยอมแพ้เจ้า ตอนนี้ข้าสบายมาก ต่อให้มันมาอีก 10 ตัวข้าก็จัดการมันได้” เสียงแรกเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจอย่างมาก “โฮกกกกกกก โฮกกกก โฮกกกกก” หลังจากนางพูดจบ ก็มีเสียงมังกรประมาณ 3 ตัวคำราม อยู่ใกล้ๆ กับพวกนาง นี่ทำให้พวกนางหน้าซีดเลย

 

“เสี่ยวเจี้ย มีมังกรมา 3 ตัว พวกเราจะทำอย่างไรดี” เสียงที่สอง พูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก เสียงแรกคือ โลวเคอเจี้ยนี่เอง

 

“ทำไมมังกรถึงได้มาเยอะขนาดนี้ ไทหยาง พวกเราจะทำอย่างไรดี แบบนี้พวกเราสู้มันไม่ไหวแน่นอน” โลวเคอเจี้ย เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวเล็กน้อย เสียงที่สองคือ ฟ่งไทหยาง ทั้งสองคนเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่พวกนางไม่ค่อยจะถูกกัน และวันนี้พวกนางนัดแนะกันเพื่อแข็งขันตัดสินว่าใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน และตอนนี้ พวกนางก็ได้เดินทางออกมาไกลจากค่ายของตระกูลอย่างมาก พวกนางแอบออกมาโดยไม่บอกใคร

 

ฟ่งไทหยาง ทำใบหน้าจริงจัง “พวกเราต้องร่วมมือกัน ค่อยๆ ย่องหนีออกจาก ภูเขาร้อยมังกร”

 

โลวเคอเจี้ย ยิ้ม “ใครจะไปอยากร่วมมือกับเจ้ากันล่ะ เจ้าอย่าลืมนะว่าพวกเรากำลังแข่งกันอยู่” นางยังคงเป็นเด็กที่มีความเอาแต่ใจ และอาฆาตเล็กน้อย

 

ฟ่งไทหยาง หงุดหงิด “ถ้าเจ้าอยากแข่งก็แข่งไปคนเดียวเหอะ ข้าไปก่อนล่ะ ถ้ามังกรเจอเจ้า ข้าจะไม่ช่วยเจ้า” นางอุตส่าห์พูดดีๆ โลวเคอเจี้ยไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายอย่างมาก

 

โลวเคอเจี้ย ยิ้ม “เจ้าจะยอมแพ้อย่างนั้นรึ” จากนั้นนางก็หัวเราะดังลั่น “เจ้าแพ้แล้ว เจ้าต้องเรียกข้าว่าน้องสาวท………โฮกกกก โฮกกกก โฮกกกกก” แต่ก่อนที่โลวเคอเจี้ยจะพูดจบมังกรได้ยินเสียงหัวเราะของนางทำให้มันรู้ตำแหน่งของนางแล้ว นี่ทำให้ทั้งสองหน้าซีดทันที

 

ฟ่งไทหยาง หันหลังวิ่งสุดชีวิตทันที

 

โลวเคอเจี้ยก็ออกวิ่งเช่นกัน แต่นางยังก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว “ฟุบ ฟุบ ฟุบ โฮกกก” มังกรเพลิงพิโรธได้เคลื่อนที่มาปิดกั้นเส้นทางหนีของนาง ทำให้โลวเคอเจี้ยหวาดกลัวอย่างมาก ตอนนี้นางยืนขาสั่น

 

ฟ่งไทหยาง หันกับไปมอง และนางถอนหายใจยาว ไม่รู้ว่านางคิดอะไรนางหันกลับไปช่วย โลวเคอเจี้ย “ตูม ตูม ตูม โฮกกก” มังกรเพลิง 3 ตัวพุ่งใส่มังกรเพลิงพิโรธทั้งสาม โลวเคอเจี้ย เห็นมังกรกำลังมึนงงนางจึงใช้ทักษะ มังกรนภาเหินหาว  มีมังกรนภาตัวใหญ่ก่อตัวขึ้นอยู่ใต้เท้าของ โลวเคอเจี้ย จากนั้นมังกรนภาก็พาโลวเคอเจี้ยทะยานไปหา ฟ่งไทหยาง “ขึ้นมา” ฟ่งไทหยาง กระโดดขึ้นไปยืนบนมังกรนภาทันที ตอนนี้น้ำหนักที่เพิ่มขั้นทำให้มังกรนภาช้าลง

 

“โฮกกกก” มังกรเพลิงทั้งสามคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว พวกมันไล่ตามอย่างไม่ลดละ นี่ทำให้ โลวเคอเจี้ย หลบหนีกันอย่างกระวนกระวาย เวลาผ่านไป 20 นาที ตอนนี้พวกนางไม่รู้แล้วว่าพวกนางอยู่ที่ไหน พวกนางหลงทางแล้ว

 

จนในที่สุดพวกนางก็ถูกมังกรเพลิงพิโรธทั้งสามต้อนจนมาถึงหน้าผาที่ด้านล่างเป็นน้ำตกไหลเชี่ยวอยู่ด้านล่าง ตอนนี้พวกนางไม่มีที่ให้หนีอีกแล้ว และโลวเคอเจี้ยก็หมดแรงแล้วเช่นกัน มังกรนภาสลายไป “ตุบ ตุบ” พวกนางหล่นกระแทกพื้นอย่างแรง

 

โลวเคอเจี้ยและฟ่งไทหยางหวาดกลัวอย่างมาก น้ำตาเริ่มหลั่งไหล พวกนางไม่น่าคึกคะนองออกมายามค่ำคืนเลย ความเสียใจก่อตัวขึ้นเมื่อคิดว่าถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

 

โลวเคอเจี้ย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียใจ “ข้าขอโทษ ข้าไม่น่าท้าเจ้าออกมาเลย”

 

ฟ่งไทหยาง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียใจเช่นกัน “ข้าไม่โทษเจ้าหรอก ข้าโตกว่าเจ้าแต่ข้ากลับไม่ห้ามปรามเจ้า แล้วยังส่งเสริมออกมากับเจ้าอีก ถ้าข้าไม่ตอบรับคำท้า พวกเราก็คงไม่ต้องมาเจอชะตากรรมเช่นนี้” นางรู้ว่านี่ก็เป็นความผิดของนางส่วนหนึ่งเช่นกัน นางไม่โทษโลวเคอเจี้ย และโลวเคอเจี้ยยังใช้ความพยายามอย่างมากที่จะพานางหนีแล้ว

 

โลวเคอเจี้ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว “พวกเราจะทำอย่างไรต่อไปดี”

 

ฟ่งไทหยางมองไปที่น้ำตกที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว “มีทางเดียวคือกระโดดลงน้ำ มังกรเพลิงพิโรธมันจะไม่ตามพวกเราไปอย่างแน่นอน”

 

โลวเคอเจี้ย สูดลมหายใจลึกด้วยความหวาดหวั่นและมองไปที่น้ำตก “น้ำตกไหลแรงขนาดนี้พวกเราจะรอดหรือไม่”

 

ฟ่งไทหยาง เดินมาจับมือ โลวเคอเจี้ย “ถ้าเรารอดไปได้ ข้าขอเรียกเจ้าว่าเสี่ยวเจี้ยได้หรือไม่”

 

โลวเคอเจี้ย ฝืนยิ้ม “ได้สิ ข้าก็จะเรียกท่านว่าพี่หยาง เช่นกัน” จากนั้นทั้งสองก็กอดกันแน่นแล้วกระโดดลงจากหน้าผาไปยังน้ำตก “ตูม ตูม” พวกนางไม่รู้ว่าหากรอดจากตรงนี้ไปได้แล้วจะต้องไปเจออะไรอีก ด้วยการที่พวกนางหลบหนีความตายมาด้วยกันตลอดทาง ทำให้พวกนางเลือกที่ลืมความบาดหมาง และก่อสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันขึ้น

 

กระแสน้ำที่เพิ่งไหลจากน้ำตกย่อมเชี่ยวกรากรุนแรง ทำให้พวกนางไม่อาจควบคุมร่างกาย ไหลกระแทกกับโขดหินที่กระจัดกระจายในแม่น้ำอย่างแรง แต่พวกนางก็ยังกอดกันแน่น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพวกนางจะไม่แยกออกจากกัน สุดท้ายทั้งคู่จึงสลบไป ด้วยไม่อาจทานทนแรงเจ็บปวดจากการกระแทกกับโขดหินจำนวนมากได้

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 320 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/