0 Views

ฉากที่ เฟิงมู้เห็นน่ากลัวอย่างมาก เขาได้แต่กัดฟันแน่นด้วยความรู้สึกเคียดแค้นตระกูลหยุนอย่างมาก

 

เมื่อราชันกระบี่จำแลงจอมเขมือบทะยานมาอยู่กลางวงของตระกูลเฟิง หยุนจางคำราม “เขมือบบบบบบบบบ” จากนั้นราชันกระบี่จำแลงจอมเขมือบก็ระเบิดออก “ตูมมมมมมมม” ใบมีดสายลมนับล้านกระจายออกมาเป็นวงกว้าง ผู้อาวุโสของตระกูลเฟิงที่เหลืออยู่ 24 คน กลายเป็นหมอกโลหิต ลมหายใจของพวกเขาล้วนดับสิ้นไปโดยไม่ทันรู้สึกตัว

 

ความหวาดกลัวเกิดขึ้นกับทุกคนอย่างถ้วนหน้า พวกเขาสั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ เป็นฉากการสังหารหมู่ที่น่ากลัวและโหดเหี้ยมอย่างมาก

 

เทียนฟาน อ้าปากค้าง เขาไม่คาดคิดเลยว่าพลังอำนาจที่แท้จริงของ ราชันกระบี่จำแลงจอมเขมือบจะมากมายมหาศาลขนาดนี้ นี่พวกเขาฝึกคัมภีร์ระดับใดกันแน่ ฉากสังหารหมู่นองเลือดเมื่อครู่นี้ยังติดตาของเขาอยู่ เขารู้สึกหวาดกลัวจริงๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นคนตายจำนวนมากมาก่อน แต่เขาไม่เคยเห็นระดับตัดสวรรค์ 29 คน ตกตายพร้อมๆ กัน ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

 

ผู้อาวุโสรุ่นก่อนของตระกูลหลานเสวียชิง อุทานด้วยความหวาดกลัว “นั่นมันคือทักษะแบบใดกัน ทำไมมันถึงได้ร้ายกาจถึงเพียงนี้”

 

ผู้อาวุโสรุ่นก่อนของตระกูลตู้ อุทาน ด้วยความหวาดกลัว “สังหาร ผู้ฝึกตนระดับตัดสวรรค์ 29 คน ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว”

 

ผู้อาวุโสรุ่นก่อนของตระกูลเอียบ อุทาน ด้วยความหวาดกลัว “เป็นการโจมตีที่น่ากลัวจริงๆ ตระกูลหยุนแข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

 

ตอนนี้พวกเขารู้สึกว่าตระกูลหยุนเป็นภัยคุกคามของพวกเขาแล้ว พวกเขามีสองวิธี หนึ่งคือ ทำลายตระกูลหยุนซะตอนนี้ ก่อนที่พวกเขาจะแข็งแกร่งไปมากกว่านี้ แต่จะมีใครกล้าทำลายพวกเขาละ ในเมื่อหยุนจาง เป็นสหายกับ เทียนฟาน ถ้าพวกเขาทำอะไรตระกูลหยุนก็เท่ากับว่าพวกเขาได้ล่วงเกินสำนักบึงมังกร และพวกเขาคงต้องมีจุดจบที่ไม่สวยแน่นอน

 

วิธีที่สองคือ ผูกมิตรกับตระกูลหยุนเอาไว้ นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถตอแยตระกูลหยุนได้อีกแล้ว

 

“ฟุบ ฟุบ ฟุบ” หยุนจางและผู้อาวุโสรุ่นก่อนทั้งหมด ทรุดลงกับพื้น ด้วยอาการเหนื่อยล้า พวกเขาใส่พลังทั้งหมดของพวกเขาไปกับการสร้าง ราชันกระบี่จำแลงจอมเขมือบ และเกือบจะสร้างมันไม่สำเร็จ

 

เทียนฟานรีบเดินเข้ามาประคองหยุนจาง “พี่หยุนท่านเป็นอย่างไรบ้าง” ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเกรงกลัว หยุนจาง ขึ้นมาบ้างแล้วและภายในใจเกิดความรู้สึกยอมรับที่จะเป็นสหายกับหยุนจางด้วยความเต็มใจแล้ว ซึ่งก่อนนี้ที่เขายอมเป็นสหายกับหยุนจาง ก็เพราะเพื่อเป็นข้ออ้างในการช่วยเหลือหลีฟาง

 

หยุนจางยิ้ม “ข้าแค่ใช้พลังไปเกือบหมด ให้ข้าพักผ่อนสักพักก็คงจะดีขึ้น” จากนั้นหยุนจางและผู้อาวุโสรุ่นก่อนก็มองหน้าและหัวเราะกันอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าพลังอำนาจของราชันกระบี่จำแลงจอมเขมือบจะมีพลังทำลายล้างที่มหาศาลขนาดนี้ พวกเขาไม่เคยใช้มันมาก่อน พวกเขาจึงอยากจะทดสอบมัน แต่ผลที่ออกมามันก็เกินกว่าที่พวกเขาจินตนาการเอาไว้มาก จากนั้นพวกเขาก็หยิบเม็ดยาฟื้นฟูระดับสวรรค์ขั้นสูงขึ้นมาใส่ปาก

 

เทียนฟานเห็นเม็ดยา เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ตระกูลหยุนมีเม็ดยาระดับสวรรค์ขั้นสูงด้วย

 

เฟิงมู้คำรามด้วยความอาฆาต “สักวันนึงข้าจะกลับมาขุดรากถอนโคนพวกเจ้าทั้งหมด” จากนั้นเขาก็หนีไปด้วยความเร็วสูงสุด คนของตระกูลใหญ่ติดตามเขาไปอย่างไม่ลดละ

 

ทหารที่ตระกูลเจ้าเมืองนำมาต่างยอมจำนนจนหมดสิ้น เหล่าทหารเมื่อไม่ใช่คนของตระกูลเฟิง ย่อมไม่จำเป็นต้องต่อสู้จนตัวตาย พวกเขาเพียงทำตามหน้าที่ ในเมื่อยอมจำนนจึงไม่ถูกสังหาร

 

คนของตระกูลเฟิงที่หลบหนีไปก่อนนี้บางส่วน ถูกตระกูลใหญ่ตามไปล่าสังหารจนหมด

 

หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป 3 วัน ในที่สุดคนของตระกูลใหญ่ต่างก็กลับมา ใบหน้าของพวกเขาแสดงถึงความเสียดายอย่างมาก ที่ไม่สามารถตาม เฟิงมู้ ได้ทัน พวกเขารู้สึกเสียดายที่ ปรมาจารย์ตัดสวรรค์ขั้นสูงสุดของพวกเขามาไม่ทัน ถ้าพวกเขารู้แต่แรกว่าตระกูลเจ้าเมืองมีสมบัติระดับอวตารเทพ ปรมาจารย์ของพวกเขาจะต้องออกมาจัดการกับตระกูลเฟิงด้วยตัวเองแน่ๆ นี่ทำให้พวกเขาเสียดายอย่างมาก อีกทั้งในตอนนี้เฟิงมู้ถือได้ว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรงของพวกเขา ถ้าเฟิงมู้ไปถึงระดับอวตารเทพได้เมื่อไหร่พวกเขาย่อมเดือดร้อนแน่นอน

 

ณ ตระกูลหยุน

 

เทียนฟานและหยุนจาง นั่งคุยกันอย่างสนิทสนมภายในห้องรับแขก

 

หยุนซีเดินเข้ามา “ท่านปู่ หลานเสวียฮวง มาขอเข้าพบท่านปู่”

 

หยุนจางยิ้ม “โอ้ หลานเสวียฮวงมาด้วยตัวเองเลยหรือนี้ งั้นเชิญเขาเข้ามา” หลานเสวียฮวง ปรมาจารย์ตัดสวรรค์ขั้นสูงสุดของตระกูลหลานเสวีย เขายอมออกจากการปิดประตูบ่มเพาะเพื่อมาเยี่ยมเยียนตระกูลหยุน แต่เหตุผลจริงๆ ของเขาคือ เทียนฟาน เขาอยากจะทำความรู้จักกับเทียนฟาน

 

หลังจากนั้น หลานเสวียฮวงและหลานเสวียจัน ก็เดินเข้ามาในห้องรับแขก เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างมากที่ หยุนจาง ไม่ยอมออกมาต้อนรับเขาด้วยตัวเอง แต่เขาก็ต้องฝืนเก็บความโกรธเอาไว้ หลานเสวียจันเป็นลูกชายของ หลานเสวียจิง เขาอยู่ในระดับตัดสวรรค์ขั้น 1 แล้ว ถือว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์คนหนึ่งได้ศึกษาอยู่ในสำนักบึงมังกร และเขาเป็นอีกคนหนึ่งที่ชื่นชอบหยุนรี้  ที่หลานเสวียฮวงพาเขามาด้วยเพราะเขาหวังว่า เทียนฟานจะเห็นพรสวรรค์ของหลานเสวียจันและรับเขาไปเป็นศิษย์โดยตรง และเพื่อมาสู่ขอหยุนรี้ เพื่อสานสัมพันธ์กับตระกูลหยุนด้วย

 

หยุนจางยิ้ม “ข้าต้องขอโทษท่าน หลานเสวียฮวง ด้วยที่ข้าไม่ได้ออกไปต้อนรับท่านด้วยตัวเอง พอดีข้ากำลังต้อนรับแขกคนสำคัญอยู่”

 

หลานเสวียฮวงเห็น เทียนฟาน เขาก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที “ไม่เป็นไร ข้าไม่ได้คิดอะไรมากมาย โอ้ ท่านเทียนฟานก็อยู่ที่นี่ด้วย ข้าชื่อ หลานเสวียฮวง ข้าได้ยินว่าท่านมาเป็นแขกของตระกูลหยุน ข้าจึงนำของฝากเล็กๆ น้อยๆ มาฝากท่านด้วย นี่เป็นเหล้าชั้นยอด” ตอนนี้หลานเสวียฮวงไม่สนใจ หยุนจางอีกต่อไป

 

หลานเสวียจันยิ้ม “คารวะ ท่านเจ้าสำนัก”

 

เทียนฟานยิ้ม “ขอบใจเจ้ามากหลานเสวียฮวง ” จากนั้นเทียนฟานก็ไม่สนใจ หลานเสวียฮวงและหลานเสวียจัน อีก

 

หยุนจางและเทียนฟานดื่มเหล้ากันต่อ และไม่มีใครเชิญหลานเสวียฮวงนั่งเลย แต่หลานเสวียฮวงหน้าด้านพอ เขาจึงเดินมานั่งข้าง เทียนฟาน ทันที จากนั้นเขาก็สั่งให้ หลานเสวียจัน รินเหล้าแล้วเอาไปส่งให้กับ เทียนฟาน

 

เทียนฟานยิ้ม “วันนี้ข้าดื่มมามากแล้ว ข้าขอพอก่อนดีกว่า” นี่ทำให้หลานเสวียฮวงหน้าแตกหมอไม่รับเย็บเลยทีเดียว เขาได้แต่เก็บอาการโกรธเอาไว้ เขาไม่กล้าหือกับเทียนฟาน

 

จากนั้น เทียนฟานและหยุนจางก็สนทนากันต่อโดยไม่สนใจ หลานเสวียฮวง อีกแล้ว หลานเสวียฮวงจึงเปิดประเด็น “วันนี้ที่ข้ามา ข้าต้องการมาสู่ขอ หยุนรี้ ให้กับ หลานเสวียจัน”

 

นี่ทำให้ เทียนฟานและหยุนจางขมวดคิ้ว

 

หลานเสวียจันรีบกล่าวเสริมขึ้นมาทันที “ข้านั้นชอบน้องหยุนรี้ มาเป็นเวลานานมากแล้ว ข้ารับรองว่าจะดูแลนางเป็นอย่างดี” หยุนจางจ้องมอง ปู่หลาน ด้วยสายตารังเกียจ หลานเสวียจันเป็นพวกมักมากในกามใครๆ ก็รู้เรื่องนี้ดี ถ้าเขาเจอผู้หญิงถูกใจ เขาไม่สนใจว่านางจะเป็นลูกใครเมียใคร เขาฉุดนางกลับบ้านทันที

 

หยุนจาง ส่ายหัว และเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “คงไม่ได้” ถ้าเป็นเมื่อก่อนตระกูลหยุนคงไม่กล้าปฏิเสธโดยตรงเช่นนี้ เขาจะต้องหาข้ออ้างมากมายเพื่อรักษาน้ำใจของตระกูลหลานเสวีย แต่ตอนนี้เขามีสำนักบึงมังกรหนุนหลังอยู่ ทำให้เขาไม่รู้สึกเกรงกลัวตระกูลหลานเสวียอีกต่อไป

 

นี่ทำให้หลานเสวียฮวงโกรธมาก เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการกล้ำกลืนความโกรธนี้เอาไว้

 

หลานเสวียจันรีบเอ่ยด้วยความโกรธ “ทำไมถึงไม่ได้”

 

หยุนจางตวาด “ข้าบอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้”

 

หลานเสวียฮวงกลืนความโกรธแล้วกล่าว “จันเอ๋อ เจ้าอย่าได้เสียมารยาท”

 

นี่ทำให้หลานเสวียจันกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ เขาปรารถนา หยุนรี้ มาเป็นเวลานานแล้ว และไม่มีผู้หญิงคนไหนที่เขาถูกใจแล้วจะรอดไปจากเงื้อมมือของเขาไปได้

 

จากนั้น หยุนจางและเทียนฟานก็สนทนากันต่อโดยไม่สนใจ ปู่หลานคู่นี้

 

หลานเสวียฮวงลุกขึ้นและฝืนยิ้ม “ท่านเทียนฟาน วันนี้ข้ามีธุระ ไว้โอกาสหน้าพวกเราค่อยมาดื่มกันใหม่” จากนั้น สองปู่หลาน ก็เดินออกจากตระกูลหยุนด้วยอาการโกรธจนใบหน้าแดงคล้ำ

 

หยุนจางและเทียนฟาน ยิ้ม หลานเสวียฮวง เป็นคนที่รับมือยากคนหนึ่ง

 

หลังจากตระกูล หลานเสวีย จากไป ตระกูล ตู้ และ ตระกูล เอียบ ก็มายื่นข้อเสนอสู่ขอหยุนรี้ เช่นกัน แต่พวกเขาล้วนต้องกลับไปด้วยอาการโกรธสุดขีด

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 320 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/