0 Views

เฟิงมู้เห็นท่าไม่ดี เขาจึงตัดสินใจตีฝ่าวงล้อมหนีทันที “พวกเราตีฝ่าวงล้อมออกไปเดียวนี้” ตอนนี้เขาเลือกที่จะเอาชีวิตรอด เขาจะรอจนกว่าเขาไปถึงระดับอวตารเทพแล้วเขาค่อยกลับมาล้างแค้น โดยเฉพาะเจ้าเด็กสารเลวนั่น เขาจะต้องฆ่ามันด้วยตัวเองให้ได้

 

“ตูมมม” เฟิงมู้ระเบิดพลัง จากนั้นเขาก็เรียกกระบี่ระดับอวตารเทพขั้นต้นออกมา นี่สร้างความโลภให้กับทุกคน พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตระกูลเฟิงมีสมบัติระดับอวตารเทพมาก่อน

 

ตระกูลหลานเสวีย ยิ้มแฉ่ง รอยยิ้มของพวกเขาเต็มไปด้วยความโลภ ผู้อาวุโสสูงสุด ตะโกนสั่งทันที “ฆ่าเฟิงมู้แล้วชิงเอากระบี่นั่นมาให้ได้” ตระกูลหลานเสวียจ้องมองเฟิงมู้ด้วยสายตาหิวกระหาย

 

ตระกูลตู้ ผู้อาวุโสรุ่นก่อน ตะโกนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโลภ “ฆ่าเฟิงมู้ให้ได้ และเอากระบี่นั่นมาให้ได้”

 

ตระกูลเอียบ ดวงตาของพวกเขากลายเป็นสีแดงเต็มไปด้วยความโลภ ผู้อาวุโสรุ่นก่อน ตะโกน “ฆ่าเฟิงมู้ให้ได้แล้วเอากระบี่นั่นมาให้ได้”

 

ตอนนี้สายตาของทุกคนกลายเป็นสีแดงฉานเต็มไปด้วยความหิวกระหาย หลังจากเฟิงมู้ตาย พวกเขาจะต้องเข่นฆ่ากันเพื่อแย่งกระบี่ระดับอวตารเทพกันต่อ

 

เทียนฟานเห็นว่าการสังหารหมู่ครั้งนี้กลายเป็นการเข่นฆ่ากันเพื่อแย่งชิงสมบัติเขาจึงเลือกที่จะอยู่เฉยๆ ดีกว่า ถ้าเขาลงมือมันจะทำให้ชื่อเสียงของเขามีมลทินได้

 

ผู้อาวุโส ตระกูลเฟิง “ท่านเฟิงมู้ ท่านหนีไปก่อนพวกเราจะถ่วงเวลาไว้เอง” ตอนนี้พวกเขาถอดใจแล้ว ขอให้เฟิงมู้รอดไปได้ก็พอแล้ว

 

“ตู้มมมมมม ตู้มมมมมม ตู้มมมมมมม” ตอนนี้ตระกูลเฟิงได้เริ่มปะทะกับตระกูลต่างๆ แล้ว

 

“ตู้มมมม ฉึก อ๊ากกกกก” เฟิงมู้ฝ่าวงล้อมหนีทันที และเขาฆ่าทุกคนที่มาขวางหน้าอย่างโหดเหี้ยม ด้วยกระบี่ระดับอวตารเทพในมือของเขา ไม่มีใครสามารถขวางทางของเขาได้

 

ตอนนี้ เฟิงมู้ทะยานไปใกล้จะฝ่าวงล้อมออกไปได้แล้ว

 

“ตู้มมมมม ตู้มมมมมม ตู้มมมมม” หยุนจาง และ ผู้อาวุโสรุ่นเก่าทั้ง 5 ระเบิดพลัง ตอนนี้มีกลุ่มดาวเรียงรายกันเป็นกลุ่มดาวมังกร อยู่ด้านหลังของพวกเขา ผู้อาวุโสรุ่นก่อน พลังของพวกเขาเพิ่มขึ้นไปถึงระดับตัดสวรรค์ขั้น 5 หยุนจางพลังเพิ่มขึ้นไปถึงระดับตัดสวรรค์ขั้น 7 จากนั้นพวกเขาก็เปิดกายา “โฮกกก” เสียงมังกรนภาคำราม มีออร่ามังกรนภาห่อหุ้มร่างกาย มังกรนภามีเกล็ดสีเขียวอ่อน ท้องสีขาว มีกรงเล็บที่แหลมคม มังกรนภาเป็นมังกรที่รวดเร็วที่สุดในหมู่มังกร ตอนนี้กลิ่นอายของพวกเขาแข็งแกร่งอย่างมาก

 

นี่ทำให้ เทียนฟานและคนอื่นๆ แปลกใจ ตระกูลหยุนแข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาคาดคิดเอาไว้เยอะมาก

 

เทียนฟานรู้ทันทีเลยว่านี่ต้องเป็นเพราะหลีฟาง ไม่เช่นนั้นตระกูลหยุนจะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร นี่ยิ่งทำให้เขาสงสัยมากขึ้นว่าหลีฟางเป็นใครกันแน่

 

หยุนจางคำราม “ค่ายกลหมื่นกระบี่จำแลง” ผู้อาวุโสรุ่นก่อนทั้ง 5 คน ยืนตามตำแหน่งโดยมี หยุนจาง อยู่ตรงกลาง ตอนนี้พวกเขารวมพลังเป็นหนึ่งเดียวโดยมีหยุนจางเป็นผู้ควบคุมค่ายกล หยุนจางรวบรวมพลังทั้งหมด จากนั้นเขาก็คำราม “ราชันกระบี่จำแลงจอมเขมือบ” “ฟลู ฟลู” มีภาพเงากระบี่ขนาดยักษ์กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ “ฟลู ฟูล” กระบี่จำแลงยักษ์ ค่อยๆ ปรากฏเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ กระบี่เล่มนี้มีสีเขียวอ่อน ยาว  15 เมตร กว้าง 4 เมตร กลิ่นอายของมันดูน่ากลัวอย่างมาก มันให้ความรู้สึกเหมือนร่างกายของพวกเขากำลังถูกกระบี่นับพันเชือดเฉือน

 

เทียนฟาน มองกระบี่จำแลงยักษ์ด้วยความรู้สึกหวาดกลัว เขารู้ทันทีเลยว่ากระบี่เล่มนี้มีอำนาจทำลายล้างที่รุนแรงอย่างมาก ถ้าเขาตกเป็นเป้าหมายของกระบี่เล่มนี้ล่ะก็ เขาจะต้องไม่รอดอย่างแน่นอน

 

ตอนนี้ฝูงชนต่างพากันตกตะลึง แม้แต่ตระกูลใหญ่ อย่าง ตระกูลหลานเสวีย ตระกูลตู้ ตระกูลเอียบ ต่างพากันหวาดกลัวอำนาจของราชันกระบี่จำแลงจอมเขมือบเล่มนี้

 

ตอนนี้ราชันกระบี่จำแลงจอมเขมือบได้ถูกเล็งไปที่ตระกูลเฟิง คนของตระกูลเฟิงรู้สึกหายใจไม่ออกขึ้นมาทันที เหมือนมีอำนาจที่มองไม่เห็นทิ่มมาที่หน้าอกของพวกเขาทำให้พวกเขารู้สึกหายใจลำบาก

 

หยุนจางตะโกน “พวกเจ้าอย่าหวังจะหนีรอดไปได้” จากนั้น ราชันกระบี่จำแลงจอมเขมือบก็ทะยานไปหาตระกูลเฟิงทันทีด้วยความเร็วสูง

 

ตระกูลเฟิง 5 คนได้ตัดสินใจต้านรับกระบี่ยักษ์ด้วยความกล้าหาญ พวกเขารวมพลังกัน โจมตีไปที่ราชันกระบี่จำแลงจอมเขมือบ “ทำลายมันให้ได้” “ตู้มมมมม ตู้มมมมมม ตู้มมมมมมมม” พวกเขาพยายามโจมตีใส่กระบี่ยักษ์อย่างสุดความสามารถ แต่ราชันกระบี่จำแลงจอมเขมือบไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย ความเร็วของมันก็ไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย

 

นี่สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนอย่างมาก ราชันกระบี่จำแลงจอมเขมือบ มีพลังอำนาจขนาดไหนกัน

 

“เป็นไปไม่ได้ ม่ายยยยยย” 5 คนที่มาขวางทางราชันกระบี่จำแลงจอมเขมือบ กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว แต่มันสายเกินไปแล้วที่พวกเขาจะหนี ราชันกระบี่จำแลงจอมเขมือบ กลืนกินพวกเขาอย่างง่ายดาย ร่างของพวกเขาถูกสายลมที่หมุนวนอยู่รอบกระบี่เชือดเฉือนจนละเอียด ทั้ง 5 คนกลายเป็นหมอกโลหิตและปลิวไปตามสายลม พวกเขาตกตายโดยที่ไม่ได้ร้องสักแอะ

 

จากนั้นกระบี่ก็ทะยานไปด้านหน้าต่อด้วยความเร็วสูง

 

ตระกูลเฟิงต่างพากันหลีกหนีไม่มีใครคิดจะหยุดราชันกระบี่จำแลงจอมเขมือบ พวกเขาคิดว่าแค่หลบมันได้ก็เพียงพอแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่พวกเขาจะต้องไปต้านรับมัน

 

“ตู้มมมมม”ตอนนี้เฟิงมู้ได้ทะลวงผ่านออกจากวงล้อมมาได้แล้ว เขาบาดเจ็บเล็กน้อย และเขาทะยานไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูง ด้านหลังของเขามีตระกูล หลานเสวีย ตู้ และ เอียบตามเขามาติดๆ เขารู้สึกโล่งใจอย่างมากตอนนี้เขามีโอกาสรอดสูง และยิ่งมีคนตามเขามากเท่าไหร่ คนของตระกูลเฟิงก็จะมีโอกาสหนีได้ด้วย นี่เป็นแผนของเขา เพราะในหมู่ของตระกูลใหญ่ไม่มี ระดับตัดสวรรค์ขั้นสูงสุด เลยสักคนเดียว นี่ทำให้เขาสามารถหนีรอดได้อย่างสบาย

 

เฟิงมู้ยิ้มที่มุมปาก ฝากไว้ก่อนเหอะ ตระกูลหยุน แล้วข้าจะกลับมาตอบแทนพวกเจ้าอย่างสาสม แต่เมื่อ เฟิงมู้หันกลับไปดูคนของตระกูลเฟิง สีหน้าของเขาก็กลายเป็นหน้าเกลียด และกรีดร้องออกมาอย่างโกรธแค้น “ม่ายยยยยยยยย”

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 314 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/