0 Views

ตอนนี้ เสวียฉาน ต้องใช้เวลาฟักตัวอีก 10 วัน และตอนนี้ไม่มีมังกรตัวไหนกล้าเข้ามาใกล้หุบเขาเกล็ดมังกรอีกเลย เพราะกลิ่นอายของเสวียฉานทำให้พวกมันหวาดกลัว สัตว์ในตำนานย่อมสร้างความหวาดกลัวให้กับทุกสรรพสิ่ง ในอดีตตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่ แม้แต่เทพที่แท้จริง ยังต้องหลีกทางให้กับมัน ไม่มีใครกล้าพอที่จะไปยุ่งกับมัน ยกเว้นหลีฟาง

 

ตอนนี้ตระกูลหยุนและตระกูลเชียต่างพากันขุดแร่อย่างเมามัน แร่เกล็ดมังกร เป็นแร่ระดับ4 ที่เป็นวัตถุดิบสำหรับใช้สร้างสมบัติชั้นดีได้ มันมีความทนทานสูงมาก นี่เป็นแร่ระดับสูงสุดของดาวมังกรพิโรธที่หาได้ยากมาก

 

ผ่านไป 2 วัน ตอนนี้หลีฟางซ่อมแซมจิตวิญญาณของเขามาได้ 8 ใน 10 ส่วนแล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะออกเดินทางเพื่อตามหาของจำเป็นที่เขาจะต้องใช้ซึ่งอยู่ภายในขุมทรัพย์ราชันมังกร

 

ตอนนี้เป็นเวลา 2 ทุ่ม หลีฟางนั่งเข้าฌานอยู่ภายในกระโจม โดยมีสามสาวนั่งอยู่ใกล้ๆ เชียเยว่หวินไม่ได้อยู่ด้วย เนื่องจากมันไม่เหมาะที่นางจะมาอยู่ด้วยในเวลานี้ ส่วนช่วงกลางวันนางและเชียหานจะมาคุยกับหลีฟางตลอดทั้งวัน พวกเขาคุยกันเรื่องแนวทางการฝึก หลีฟางได้ชี้แนะแนวทางให้พวกเขาอย่างละเอียด ทำให้พวกเขาได้รับประโยชน์อย่างมาก เชียหานแทบอยากจะกราบหลีฟางเป็นอาจารย์เลยทีเดียว ถ้าไม่ติดว่าหลีฟางอายุน้อยกว่าเขา เขารู้สึกนับถือหลีฟางอย่างมาก หลีฟางมีความรู้มากมายจริงๆ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมหลีฟางถึงได้เอาชนะราชามังกรเหล็กได้ แต่เขาก็ยังสงสัยจริงๆ ว่าหลีฟางอายุแค่ 16 จริงๆ หรือ? เพราะดูจากรูปร่างหน้าตาของเขาก็อายุประมาณ 16 แต่การพูดคุยของเขาราวกับว่าเขาเป็นผู้อาวุโสที่มีอายุหลายหมื่นปี แต่พวกเขาก็ได้แค่เก็บความสงสัยนี้เอาไว้

 

เชียเยว่หวิน เริ่มสนิทสนมกับหลีฟางมากและนางไม่มีอาการเขินอายอีกแล้วในตอนนี้ นิสัยของนางเปลี่ยนไปกลายเป็นคนร่าเริงช่างเจรจา จากแต่ก่อนที่พูดน้อยแต่ก็ไม่ถึงกับเย็นชา

 

สามสาวตอนนี้พวกนางมีความเชื่อมั่นในตัวหลีฟางอย่างมาก เมื่อหลีฟางออกไปสู้ พวกนางจะไม่รู้สึกกังวลอีกต่อไป นางเกือบจะตายมาแล้วครั้งหนึ่งเพราะพวกนางตกใจเมื่อเห็นหลีฟางบาดเจ็บ ตอนนี้พวกนางมีประสบการณ์การต่อสู้มากขึ้นแล้ว

 

หลีฟางลืมตาขึ้น “ข้าจะออกเดินทาง” นี่ทำให้สามสาวแปลกใจ หลีฟางจะไปไหน

 

หยุนรี้ ถามด้วยสีหน้าสงสัย “นายน้อยจะไปที่ใด?”

 

หลีฟางยิ้ม “ข้าต้องการตามหาสมุนไพรและของบางอย่าง” นี่ยิ่งทำให้สามสาวสงสัยมากขึ้น สมุนไพรแบบใดกันที่หลีฟางต้องการ

 

ชูหลิงลุกขึ้น “พวกเราจะไปกันตอนนี้เลย?” หยุนรี้และ หลานเสวียชิงก็ลุกขึ้น

 

หลีฟางสายหัว “ไม่ ข้าจะไปแค่คนเดียว”

 

หยุนรี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงหงอยเหงา “พวกข้าไปด้วยไม่ได้อย่างนั้นรึ”

 

หลานเสวียชิง ไตร่ตรองชั่วครู่แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ภายในประตูมังกรอันตรายอย่างมาก ถ้าพวกเราไปด้วย จะเป็นภาระให้กับนายน้อยเปล่าๆ” ถึงแม้ว่านางจะเอ่ยแบบนั้นแต่นางก็รู้สึกอยากไปด้วยอยู่ลึกๆ

 

หลีฟางยิ้ม “ไว้รอข้ากลับมาก่อน แล้วข้าจะพาพวกเจ้าไปด้วยอีกรอบ” ตอนนี้หลีฟางยังมีความแข็งแกร่งไม่เพียงพอที่จะปกป้องพวกนาง การนำพวกนางไปด้วยก็มีแต่จะสร้างภาระให้กับเขา

 

สามสาว ได้แต่จำใจยอมรับด้วยความไม่เต็มใจ จากนั้นพวกนางก็เข้ามากอดหลีฟาง ตลอดหลายวันมานี้พวกนางแทบจะตัวติดกับหลีฟางเลยก็ว่าได้ พวกนางไม่อยากแยกจากหลีฟางเลยแม้แต่น้อย

 

หลีฟางเอามือลูบหัวพวกนาง “ข้าฝากพวกเจ้าคอยคุ้มกัน เสวียฉาน ด้วย นางจำเป็นต้องมีผู้ดูแล อีกประมาณ 8 วันนางน่าจะออกจากการจำศีล”

 

สามสาวพยักหน้า “นายน้อยวางใจได้ พวกเราจะดูแลท่านเสวียฉานเป็นอย่างดี”

 

หลีฟางยิ้ม “อีกประมาณ 5-6 วัน ข้าจะกลับมา”

 

สามสาวฝืนยิ้มและคลายตัวออกจากหลีฟาง จากนั้นพวกนางก็หอมแก้มหลีฟางคนละที พวกนางก้มหน้าลงด้วยใบหน้าแดงก่ำ “พวกข้าจะรอนายน้อยกลับมานะ”

 

จากนั้นหลีฟางก็เรียก กระบี่บินออกมา หลีฟางก้าวขึ้นไปบนกระบี่ จากนั้นกระบี่บินก็พาหลีฟางทะยานขึ้นฟ้าไปทางทิศเหนืออย่างรวดเร็ว

 

สามสาวยืนมองหลีฟางจนหายลับตาไป

 

ณ เมืองโมกู

 

ตอนนี้ เทียนฟาน พักอยู่ที่ตระกูลหยุน ตามคำสั่งของหลีฟาง ตระกูลหยุนต่างพากันดีใจที่เทียนฟานมาเป็นแขกของตระกูล หยุนจาง พ่อของหยุนฉี ก็ออกมาจากการปิดประตูบ่มเพาะเพื่อมาต้อนรับ เทียนฟาน หยุนซีและซ่งเหมย ก็เข้ามาคอยดูแลเทียนฟานอย่างใกล้ชิด

 

เทียนฟาน คุยกับพวกเขาอย่างเป็นกันเอง ไม่แสดงอาการถือตัวใดๆ เขาคุยกับทุกคนราวกับว่าพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกัน

 

ในขณะนั้นเองได้มีศิษย์ของตระกูลหยุนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยอาการเหน็ดเหนื่อยอย่างมาก เขาเดินทางมาจากประตูมังกร “นายน้อยสี่ นายน้อยสี่” หยุนซีออกมารับเขาทันที

 

ศิษย์ของตระกูลหยุนรีบรายงานทันที “ตอนนี้ กลุ่มของตระกูลเจ้าเมืองที่เดินทางเข้าไปยังประตูมังกรได้ตกตายหมดแล้ว ท่านหัวหน้าตระกูลได้สั่งให้ข้ามาเตือนว่าให้ระวังตระกูลเจ้าเมืองจะมาแก้แค้นพวกเราด้วย”

 

หยุนซีงงงวย “เกิดอะไรขึ้น” จากนั้นศิษย์คนนั้นก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้หยุนซีฟังอย่างละเอียด นี่ทำให้หยุนซีตกตะลึงอย่างมาก เขาแทบไม่อยากจะเชื่อ ว่านี่เป็นฝีมือของหลีฟางจริงๆ

 

หยุนซีรีบประกาศทันที “เปิดม่านป้องกัน และบอกให้ผู้อาวุโสทุกท่านเตรียมค่ายกลหมื่นกระบี่จำแลง ตระกูลเจ้าเมืองอาจจะมาได้ล้างแค้นได้ทุกเมื่อ”

 

ศิษย์ของตระกูลหยุนต่างรีบไปรายงานผู้อาวุโสต่างๆ ทันที ตอนนี้ตระกูลหยุนนับได้ว่าอยู่ในช่วงเตรียมการรบเต็มที่ ตอนนี้ภายในตระกูลมีเพียงผู้อาวุโสรุ่นเก่า 5 คน พวกเขาอยู่ในระดับตัดสวรรค์ขั้น 4 ส่วนหยุนจาง อยู่ที่ระดับตัดสวรรค์ขั้น 5 ตามหลักแล้วพวกเขาไม่อาจต้านทานตระกูลเจ้าเมืองได้แน่นอน แต่ด้วยค่ายกลหมื่นกระบี่จำแลงย่อมทำให้พวกเขาก็พอจะต่อสู้ยื้อเวลาไปได้บ้าง

 

หยุนซีเดินเข้ามาในห้องรับแขกด้วยสีหน้าตึงเครียด ภายในห้องรับแขกมี หยุนจาง และ เทียนฟานนั่งคุยกันอยู่

 

หยุนจางขมวดคิ้วและเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น”

 

หยุนซีกำลังจะอ้าปากพูด “ตูม ตูม ตูม ” เสียงระเบิดดังสนั่น จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ” ตระกูลหยุนออกมารับความตายของพวกเจ้าซะ”

 

ประพันธ์โดย L

อ่านต่อกลุ่มเฟสถึงตอนที่ 306 แล้ว https://www.facebook.com/groups/158725318008139/