0 Views

        “เหอะๆ ฮ่าๆๆ พวกข้าจะรอเจ้าอยู่ใต้พิภพ” นายกองหัวเราะรวดร้าว ร่างกายสั่นไหวจนเซคว่ำลงไป

        อีกสองคนเองก็ล้มลงไล่เลียกัน

        กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวล

        “เป็ดตายต้มสุกแล้วแท้ๆ ยังจะปากแข็งอีก…ทว่ายังไงก็น่าเสียดายนะ พลังไม่เลว ทหารเอกในกองทัพ ดันลดตัวมาเป็นมือสังหาร” เย่ชิงหยูส่ายหน้า เมื่อครู่ที่เขาลงมืออย่างไร้ปรานี ย่อมหมายความว่าไม่มีความจำเป็นใดต้องปรานี

        สามคนนี้มิใช่ประเภทที่พร้อมจะเปิดโปงบุคคลที่ชักใยอยู่เบื้องหลังตัวเอง พรรคพวกนี้เตรียมการมานานจนถึงขั้นแทรกซึมเข้ามาในกรมไส้ศึกได้ ต้องไม่มีทางเคี้ยวง่ายอยู่แล้ว สามคนนี้ต้องเป็นเดนตายที่คัดเลือกมาแล้วเป็นพันหมื่นครั้ง ต่อให้โดนไต่สวนหรือทรมานเพียงใดก็ไม่มีทางพูดเด็ดขาด

        สิ่งเดียวที่มั่นใจได้ก็คือ คนที่วางแผนสกปรกอยู่เบื้องหลังนี้ อำนาจอิทธิพลและตำแหน่งในสังคมต้องเคี้ยวยากแน่นอน

        นับไปนับมา คนที่สามารถพอจะแทรกแซงกรมไส้ศึกประจำการณ์แห่งอาณาจักรได้ก็มีอยู่นับคนได้

        และคนๆ นี้อยากจะฆ่าเขา เท่านั้นก็ชัดเจนพอแล้ว

        เย่ชิงหยูมีคำตอบอยู่ในใจเรียบร้อย

        ข้างหูมีเสียงกรนดังแว่วมา

        เย่ชิงหยูเบนหน้าไปมอง

        นายกองคนสุดท้ายนอนกรนเหมือนฟ้าผ่าอยู่บนเตียงน้ำแข็ง ท่าจะกำลังนอนฝันหวาน คนๆ นี้หลับเก่งดีจริง ในห้องน้ำแข็งเพิ่งมีคนสู้กันไปเกือบครึ่งวัน เขาเป็นจอมยุทธ์คนหนึ่งแท้ๆ แต่กลับจับจุดไม่ได้ ยังหลับสบายอารมณ์ หากอยู่ในเวลาอื่นน่ากลัวจะตายไม่รู้ตัว

        เย่ชิงหยูยิ้ม เขาเก็บกระบี่แล้วเดินเข้าไปตบเขา

        นายกองลืมตาสะลึมสะลือ มองเห็นเย่ชิงหยูทีก็ตกใจ รีบกระโดดขึ้นมาจากเตียง แล้วจึงถามพร้อมกับขยี้ตาและลูบท้ายทอยตัวเอง “อา? ทำไมรึ? ใต้เท้าเย่…ฟ้าสวางแล้วรึ? ต้องออกเดินทางแล้วใช่ไหมขอรับ?…ข้านอนมากไปหรือเปล่า?”

        เย่ชิงหยูส่ายหน้า ก่อนชี้ไปยังศพสามศพที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น

        นายกองอุทานพรวดหนึ่ง ความง่วงอันตรธานทันที เขาเดินปรี่เข้าไปนั่งยองๆ สีหน้าตระหนกเมื่อมองสำรวจพักหนึ่ง แล้วจึงว่า “แผลจากกระบี่…กระบี่เร็วมาก…เกิดอะไรขึ้น? มีศัตรูลอบกัดหรือ? ไม่สิ ใต้เท้าท่าน…นี่มันเกิดอะไรขึ้นรึขอรับ?”

        เย่ชิงหยูเล่าทุกอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นให้เขาฟังทั้งหมด

        “อะไร?” นายกองกระโดดขึ้นมา “เป็นไปไม่ได้!”

        เย่ชิงหยูจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม จะไม่ยิ้มก็ไม่ใช่ “ทำไมไม่ได้เล่า? เจ้าหมายความว่าข้าโกหกงั้นหรือ?”

        นายกองรีบเอ่ยบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้อุ่น “ผู้น้อยมกล้า แต่เรื่องนี้มีเลศนัยเกินไปขอรับ พวกเขาสามคนเป็นทหารของกรมไส้ศึกมาสี่ปีเต็มแล้ว ตอนนั้นพวกเราสมัครเป็นทหารพร้อมกัน ข้าเข้าใจพวกเขาดียิ่ง พวกเขาลงมือลอบสังหารท่านนั่นเท่ากับโทษถึงตายนะขอรับ รึว่า…พวกเขาจะบ้าไปแล้ว?”

        นายกองทั้งหมดอาลัยตายอยากและตะลึง ท่าทางลำบากใจมาก ไม่เหมือนเป็นคำพูดของคนโกหก

        เย่ชิงหยูพยักหน้าเข้าใจ เขาไม่เอ่ยอะไรอีก

        เรื่องนี้ ช่างแปลกจริงนัก

        “ความจริงของเรื่องนี้ค่อยๆ ตรวจสอบเรื่อยๆ เถอะ” เย่ชิงหยูเดินกลับมาที่หน้าหน้าต่างห้องน้ำแข็งเชื่องช้า มองหิมะโปรยหนักจนเป็นสีขาวไกลสุดลูกหูลูกตา เขาเอ่ยอย่างตัดสินใจไว้แล้ว “เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าไม่โทษเจ้าหรอก สุดท้ายน้ำลดตอมันก็ผุด ข้ามีลางสังหรณ์ว่าทางนี้ของพวกเราไม่มีทางราบรื่นอยู่แล้ว”

        นายกองฟังคำแล้วก็ซาบซึ้งใจนัก เขาโค้งกายทำความเคารพ “ขอบพระคุณใต้เท้าที่เชื่อใจ”

        เอ่ยไม่ทันจบ

        ฟิ่ว!

        ศาสตราวุธสีเงินราวงูพิษออกจากรู พวยพุ่งออกมาจากก้านคอนายกองเมื่อเขาก้มหัวเคารพ มันยิงตรงไปยังเย่ชิงหยู

        เย่ชิงหยูที่หันหลังให้เขาอยู่ ไม่มีทางเห็นการกระทำเล็กน้อยเพียงนี้ได้

        อาวุธลับนี้ก็ดันไม่มีเสียงเสียด้วย

        สังหารได้เบ็ดเสร็จแน่

        ทว่า

        เคร้งๆๆ!

        เสียงเหล็กปะทะกันถี่กระชั้น

        กลางประกายไฟเสียดสี เข็มเงินสามเล่มพร้อมแทงก็โดนกระแทกจนไปเสียบอยู่กับผนังน้ำแข็ง

        เย่ชิงหยูถือกระบี่ฉ่าวชางไว้ในมือซ้าย เขาหันมานานแล้ว ไม่วายมองนายกองพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยเต็มเปี่ยม

        นายกองเมื่อลอบกัดไม่สำเร็จก็ตอบสนองไว้มาก เหมือนอสรพิษขยับไหวบนพื้นดิน ร่างกายแวบไป รักษาระยะห่างจนไกลกว่าสิบเมตรออกไป ตอนนี้เองถึงมองเย่ชิงหยูอย่างตกใจ “เจ้า…เจ้าเตรียมป้องกันมาตลอดก็จริง แต่ว่า ทำไมเจ้าถึงรู้ว่าข้าเป็นมือสังหารได้?”

        “เหอะๆ ผู้แข็งแกร่งอาณาน้ำพุวิญญาณคนหนึ่งจะนอนหลับลึกได้ถึงเพียงไหนกัน? กระทั่งคลื่นพลังอราณแข็งแกร่งเพียงนั้นยังรู้สึกไม่ถึง?” เย่ชิงหยูกำกระบี่ฉ่าวชางไว้ในมือเดียว ตัวกระบี่ดั่งน้ำหน้าใบไม้ร่วงส่องแสงเป็นประกายในห้องน้ำแข็ง เหมือนน้ำเงินรุกคืบเจ้ามาหาทีละก้าวๆ “แกล้งหลับสถานการณ์แบบนั้น? เจ้ามันโง่  หรือว่าเขลากันแน่ล่ะ?”

        ใบหน้าแม่ทัพปะทุด้วยความโกรธและอับอาย “ตายซะ!”

        ข้อต่อเขาขยับเหมือนเครื่องจักร

        ฟิ่วๆๆ!

        อายมืดนับไม่ถ้วนผ่าอากาศเข้าจู่โจม

        ล้วนแล้วแต่เป็นอาวุธมืด

        อาวุธมืดเต็มฟ้าเหมือนวาโยแรงและพายุใหญ่ปกคลุมไว้พร้อมกัน

        ในห้องน้ำแข็งที่คับแคบเช่นนี้แล้ว การจะหลบซ่อนบรรยากาศอาวุธวิญญาณนี่มันก็ต้องยากที่สุดอยู่แล้ว

        แต่เย่ชิงหยูก็ไม่เคยคิดจะหลบซ่อนอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

        เขาระเบิดหัวเราะแล้วย่างสามขุมเข้ามาหา กระบี่ฉ่าวชางในมือกลายเป็นพายุคะนองคมกระบี่ ไม่เคยหลบหนี แต่ม้วนกายกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง

        เคร้งๆๆๆ!

        สาดกระจายดวงไฟไม่เว้นว่าง

        พายุอาวุธมืดราวกับฝนฟ้าถูกพายุคมกระบี่กลืนกิน จากนั้นก็โดนรัดจนเละและกระแทกจนลอยไปไกล ไม่มีอาวุธมืดใดสามารถเข้ามาในเขตรอบตัวเย่ชิงหยูในระยะสามเมตรได้

        เย่ชิงหยูรุดเข้ามาทีละก้าวๆ

        แววตาของนายกองผู้นั้นยิ่งนานยิ่งโหดร้าย เหมือนสัตว์รันทดต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด

        ท่ามกลางเสียงผ่าอากาศไม่เว้นช่วงนั้น มีอาวุธมืดมากมายทุกรูปแบบ ออกมาจากท่อนแขน ลาดไหล่ หน้าอก เอว ข้อศอก เท้าหรือแม้แต่ที่แปลกๆ พุ่งออกมาตลอดเวลา รังให้คนไม่อาจป้องกันได้ทัน

        แต่ไม่ว่าอาวุธใดก็ตาม ล้วนไม่อาจคุกคามการก่อร่างของเย่ชิงหยูได้

        มือกำกระบี่ฉ่าวชางไว้ เย่ชิงหยูเหมือนผู้ผดุงความยุติธรรมกลางร่มเดินไปท่ามกลางห่าฝน กันฝนมิให้เฉียดกรายตัว

        เมื่อเห็นเย่ชิงหยูอยู่ไกลจกตัวเองไม่ถึงสามเมตร นายกองก็รู้ได้ว่า ตัวเองได้สูญเสียระยะปล่อยอาวุธมืดที่เหมาะเจาะที่สุดไปแล้ว เขาแวบไปมา ใคร่จะดึงระยะให้ได้ก่อนแล้วค่อยต่อสู้…

        เย่ชิงหยูกลับไม่ให้โอกาสเขาเลย

        “สลาตันคมกระบี่!”

        พลังอำนาจของท่าสลาตันคมกระบี่แห่งสี่กระบวนยุทธ์ทหารเอกหนึ่งนิรันดร์นั้นพูนทวีอย่างที่สุด

        เย่ชิงหยูกายกลายเป็นลำแสง หนึ่งคนหนึ่งกระบี่รวดเร็วยิ่งนัก อายกระบี่เต็มฟ้าวับวาว จมร่างนายกองคนนั้นหายไปในพริบตา

        ลมกระบี่โชยมา

        จากนั้นก็หยุดลง

        เย่ชิงหยูหยุดเดิน

        กระบี่ฉ่าวชางในมือไม่มีแม้รอยเลือดให้ขุ่นหมอง ยังคงใสวับเหมือนวารี

        ด้านหลัง

        สีหน้าน่ากลัวและดุร้ายของนายกอง มาพร้อมกับปากที่อ้ากว้าง ร่างกายแข็งทื่อ ให้ตายก็จะไปปล่อยอาวุธวิญญาณออกมาอีก คอมันเปล่งเสียงกึกๆๆ เสียงชือๆๆ แผ่วเบาดังมา เลือดสาดกระฉูดห้าหกสาย ทั้งเนื้อตัวล้มพับเหมือนไม้ผุ ร่างกายโดนหั่นออกเป็นหกเจ็ดส่วน

        เย่ชิงหยูหันหลังกลับมา

        เขามองศพแหละเละเบื้องล่างแล้วเป็นต้องตกใจเอง

        หลังตกใจจนพูดไม่ออก ราชามารเย่ก็เอ่ยอย่างขอโทษขอโพย “โอ้โหย ขอโทษนะขอโทษ ข้าขอโทษจริงๆ พอดีใช้สลาตันคมกระบี่เป็นครั้งแรก มือมันไปเอง ไม่นึกเลยว่าอานุภาพจะร้ายกาจขนาดนี้ ถึงได้ทำให้ศพเจ้าขาดกันหมด คราวหน้าข้าจะระวัง อย่างน้อยก็ให้ศพเจ้าอยู่ทั้งตัวก็แล้วกันนะ”

        นอกประตูห้องน้ำแข็ง

        หัวหน้าผู้รักษาป้อมและคนอื่นที่รู้ข่าวก็รีบมาหาเย่ชิงหยูอย่างแตกตื่น

        เย่ชิงหยูยิ้มแล้วอธิบาย “ไม่เกี่ยวกับข้าเลย พวกเขาอยากฆ่าข้าก่อน”

        “นี่…” เขาและเหล่าทหารรักษาป้อมยังคงระแวงอยู่เต็มอก

        เย่ชิงหยูทำเพียงตอบ “ตอนข้าอยู่ลู่หมิงนั้นเคยทำให้คนกลุ่มหนึ่งไม่พอใจ ถึงได้โดนกระทบกระทั่งลับๆ เช่นนี้ นายกองสี่คนคือนักฆ่าที่คนพวกนั้นจ้างวานมา…เป็นไงเล่า ข้าพูดเท่านี้ พวกท่านคงเข้าใจแล้วใช่ไหม?”

        หัวหน้าผู้รักษาป้อมและเหล่าทหารยังคงมองเย่ชิงหยูอย่างระแวง

        เย่ชิงหยูเก็บกระบี่ฉ่าวชางกลับโลกตันเถียนเช่นเดิม เขาลูบคางอย่างไม่ใส่ใจ และเพื่อเพิ่มความสะดวก จึงหยิบตราทองเหลืองแห่งวีรบุรุษขึ้นมาลวกๆ วางให้เห็นจะๆ ตาบนฝ่ามือ

        นี่คือหมัดลองเชิงของเย่ชิงหยู

        ไม่นึกเลยว่า พริบตาเดียวที่เห็นเข็มตรา หัวหน้าผู้รักษาป้อมทหารและทหารในสังกัดจะสิ้นความสงสัยในแววตา เปลี่ยนเป็นความเคารพและนับถือที่ยากจะอธิบายมาแทน กายพวกเขาสั่นไหวเล็กน้อย โดยเฉพาะหัวหน้าผู้รักษา นัยน์ตานั้นมีแววตื้นตัน

        “ทหารอายุสิบหกปี หัวหน้าป้อมรักษาการณ์ที่ห้าสิบห้าแห่งกรมจุดกลับ เยี่ยนฝาน คารวะใต้เท้า!”

        “คารวะใต้เท้า!”

        “คารวะใต้เท้า!”

        พวกเขายืนตัวตรง ทำความเคารพเป็นแบบแผนและอุ่นหนาฝาคั่งเช่นที่ทำกับพระจักรพรรดิ

        เย่ชิงหยูนิ่งไป

        เขาไม่รู้ว่าเข้าใจผิดไปหรือไม่ แต่ตอนนี้ เขากลับเห็นร่างที่เคยจืดจางของทหารเก่าพวกนี้เปล่งประกายที่ผู้แข็งแกร่งเช่นหวังเจี้ยนหรูยังไม่มี ความรู้สึกที่ยากจะหาคำใดมาจำกัดความได้จมจ่อมเย่ชิงหยูทั้งตัว ภาพลักษณ์ของทหารเก่าสูงใหญ่ในสายตาเด็กหนุ่มขึ้นมาแล้ว

        เย่ชิงหยูคำนับเช่นชาติทหารตอบ

        เป็นครั้งแรกที่ในชีวิตเขาที่คำนับเช่นทหาร

        ท่าทีเขาแข็งไปบ้าง แต่ก็ถูกระเบียบมาก

        ชัดเจนมากว่าตราที่เย่ชิงหยูเห็นว่าประโยชน์สูงสุดของมันคือเอาไว้ขู่พวกชนชั้นสูงเล่น ทำให้หัวหน้าผู้รักษาการณ์ป้อมเยี่ยนฝานและทหารประจำป้อมหมดสิ้นความสงสัยในตัวเขา ในสายตาของทหารเหล่านี้ ตราแห่งวีรบุรุษมีกำลังอันศักดิ์สิทธิ์ แทบจะเรียกได้ว่าคือพลังแห่งศรัทธา เพียงได้เห็นมัน พวกเขาก็เชื่อเย่ชิงหยูอย่างไร้ข้อแม้ใด

        พูดให้เกินไปอีกหน่อยก็คือ ขอเพียงตราแห่งวีรบุรุษอยู่ในมือ ต่อให้เย่ชิงหยูเป็นฆาตกรตัวจริง เยี่ยนฝานและคนอื่นก็จะยืนหยัดอยู่ฝ่ายเขาอย่างหนักแน่นแน่นอน

        เย่ชิงหยูคิดว่า ตัวเขาเมื่อก่อนเหมือนจะมองข้ามอานุภาพของตรานี้ที่มีต่อแวดวงทหารไปแล้วกระมัง

        “ใต้เท้า พวกข้ามาเก็บศพขอรับ…” เยี่ยนฝานเริ่มตัดสินใจเรื่องต่างๆ จากมุมของเย่ชิงหยู

        เย่ชิงหยูพยักหน้า

        เยี่ยนฝานเจ้ากรรมรีบเก็บกวาดห้องน้ำแข็งในทันที

        เขาคนนี้ลงมือด้วยตัวเอง ตรวจสอบศพทั้งสี่อย่างถี่ถ้วนรอบหนึ่ง จำบันทึกรายละเอียดเพื่อใช้สืบค้นเบาะแสในวันต่อๆ ไป ลงลายมือชื่อบนบันทึก เพื่อแสดงว่าเขาจะเป็นคนมารับรองด้วยตัวเอง กระนั้นก็ยังขอความเห็นจากเย่ชิงหยูด้วย

        “กระบวนเคลื่อนย้ายติดต่อได้รึยัง?” เย่ชิงหยูยังคงเป็นห่วงเรื่องนี้อยู่

        เยี่ยนฝานส่ายหน้าละอายใจ

        “ลองดูอีกหน่อยเถอะ ข้าไม่ได้รีบร้อน…” เย่ชิงหยูว่า “พวกเจ้าอย่ากดดันตัวเองเลย”

        เอ่ยไม่ทันจบ

        ตู้ม!

        พลังน่ากลัวปะทะกระบวนอักขระป้องกันรอบนอก แทบจะเรียกได้ว่าเป็นกระบวนที่ต้านทานแรงโจมตีทีเดียวของจอมยุทธ์อาณาน้ำพุวิญญาณตาที่ยี่สิบได้

        ผาน้ำแข็งรอบป้อมพังทลาย

        พื้นห้องน้ำแข็งสั่นไหวรุนแรง

        “อะไร?” เย่ชิงหยูชะงัก

        “ข้าศึก! ข้าศึกบุก! รีบส่งสัญญาณเตือนภัยเร็ว!” หัวหน้าผู้รักษาป้อมและทหารสีหน้าหนักอึ้งขึ้นมา

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ” : https://goo.gl/JHB7Vt

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/86
120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ย90-100บาท/เล่ม ค่ะ)