0 Views

TWO Chapter 209 สงครามมู่เย่ ตอนที่ 11

หลังจากที่ราชาหวู่จากไป ความสิ้นหวังก็ปกคลุมคนที่ยังอยู่อย่างเห็นได้ชัด

“เราจะสู้แม้ว่าต้องตาย!” บางคนไม่ต้องการจะตายโดยที่ไม่พยายาม พวกเขาหยิบอาวุธขึ้นมา และตัดสินใจที่จะสู้ก่อนจะตาย

พร้อมกับเจียงซางและรถศึกของเขา โอหยางโชวออกมาจากสนามรบ เขาบอกให้หลินยี่จัดการส่วนที่เหลือ หลินยี่ยกมือเป็นสัญญาณให้กับทหารของเขา “ยิง!”

ฝนลูกศรที่ราวกับจะปิดท้องฟ้า ได้ล่วงหล่นลงมาหาศัตรูที่อยู่รอบๆ หลังจากที่ผ่านไปช่วงเวลาสั้นๆ ทุกคนก็กรีดร้องออกมาอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เสียงกรีดร้องที่น่าสยดสยองนั้นจะหยุดลง ไม่มีใครรอดชีวิตได้อีกต่อไป จากนั้น หลินยี่ก็บอกให้คนของเขาตรวจสอบทุกๆศพ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาตายทั้งหมดแล้ว ถ้ามีใครที่ยังไม่ตาย พวกทหารก็จะซ้ำพวกเขาจนตาย นอกจากนี้ พวกเขายังตัดหัวของศัตรู แล้วผูกมันไว้ที่ด้านหลังของม้า กลับไปยังเมืองเจ้าเก่อ นี่เป็นสิ่งที่ตี้สินสั่ง

ในขณะที่เขาได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญของทหารของเขา เจียงซางก็ทำได้เพียงเศร้าเสียใจอยู่บนหลังรถศึก

เวลา 15.00 น. สงครามมู่เย่ได้สิ้นสุดลง ในเวลานั้น กองทัพของราชวงศ์ซางพร้อมกับตี้สินได้กลับถึงเมืองเจ้าเก่อแล้ว ดังนั้น โอหยางโชวจึงไม่คิดจะแวะที่เมืองมู่เย่ เขาตรงกลับไปที่เมืองเจ้าเก่อโดยตรง

หลังจากที่มาถึงเมืองเจ้าเก่อ เขาก็พบกับสมาชิกในพันธมิตรซานไห่ของเขา จากนั้น โอหยางโชวก็รีบไปที่พระราชวัง เขาต้องการแจ้งสถานการณ์ให้ตี้สินรับรู้ และขอรางวัลของเขาในเวลาเดียวกัน

เมื่อสงครามมู่เย่สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ประกาศแจ้งเตือนสงครามก็ดังขึ้น

“ประกาศแจ้งเตือนสงคราม : สงครามมู่เย่ได้สิ้นสุดลงแล้ว ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นฝ่ายราชวงศ์ซาง ที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ ผู้เล่นทุกคนในฝ่ายจะได้รับคะแนนการกุศล 500 แต้ม และผู้เล่นในฝ่ายราชวงศ์ซางยังได้รับคะแนนคณูปการสงครามเพิ่มขึ้นอีก 50% จากที่มี, ข้อเสนอแนะ : คะแนนคณูปการสงครามที่เพิ่มขึ้นมานี้ จะไม่ถูกรวมอยู่ในลีดเดอร์บอร์ดคะแนนคณูปการสงคราม”

วีธีที่ไกอาให้รางวัลกับผู้เล่นยังคงสมเหตุสมผลมาก เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์ ผู้เล่นได้รับคะแนนการกุศล 500 แต้ม เป็นคะแนนพื้นฐาน นอกจากนี้ ยังได้รับคะแนนคณูปการสงครามเพิ่มเติม ยิ่งลอร์ดคนใดมีส่วนร่วมในสงครามมาก รางวัลของพวกเขาก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นมาก

แต่สุดท้าย คะแนนคณูปการที่เพิ่มเข้ามา ก็ไม่ได้ถูกรวมในลีดเดอร์บอร์ด เพื่อให้เป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย นี้ก็เพื่อให้ผู้เล่นฝ่ายที่พ่ายแพ้ไม่หลุดจากลีดเดอร์บอร์ด

“แจ้งเตือนระบบ : ผู้เล่นฉีเยว่หวู่ยี่, ตัวแทนผู้เล่นฝ่ายราชวงศ์ซาง เขามีส่วนร่วมในการเตรียมหน้าไม้ 100,000 คัน เพื่อการสร้างกองทัพทหารหน้าไม้จากเหล่าทาส, การซุ่มโจมตีที่พื้นที่ทางใต้ของเมืองมู่เย่และการทำลายการบัญชาการของศัตรู, บัญชาการรบได้อย่างมีประสิทธิภาพ, การติดตามศัตรูที่หนีรอด, การกำจัดศัตรูที่หลบหนี ด้วยความสำเร็จทั้งหมดเหล่านี้ คุณได้รับคะแนนคณูปการสงครามพิเศษ 80,000 แต้ม”

จุดสำคัญที่ทำให้เขาชนะสงครามมู่เย่ในครั้งนี้ก็คือ การจัดตั้งกองทัพทหารหน้าไม้จากเหล่าทาส โอหยางโชวเป็นผู้จัดเตรียมทั้งหมดนี้ด้วยตัวเอง และกองทัพทหารหน้าไม้ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ผลงานของเขาแตกต่างจากสงครามโจวหลู่ในครั้งก่อนมาก

อันดับชื่อคะแนนคณูปการสงคราม
1 ฉีเยว่หวู่ยี่240,000
2 ไป๋ฮัว 55,000
3 เฟิงฉิวฮวง 50,000
4 มู่หลานเยว่ 45,000
5 ซุ่นหลงเตียนเซว่ 42,000
6 ตี่เฉิน 40,000
7 กงเฉิงซี 32,000
8 หวู่ฟู่ 30,000
9 ฮัวฮั้ว 25,000
10 ชุนเซิ่นจุน 15,000

พันธมิตรซานไห่ประสบความสำเร็จอีกครั้ง คะแนนคณูปการของโอหยาางโชวห่างจากอันดับ 2 อย่างมาก หลังจากที่รวมทั้งหมดแล้ว โอหยางโชวจะได้รับคะแนนการกุศลทั้งสิ้น 41,000 แต้ม และนี่ยังไม่รวมคะแนนการกุศลอีก 4,000 แต้ม ที่เขาได้มาจากการรับสมัครเจียงซาง

จนถึงตอนนี้ โอหยางโชวมีคะแนนการกุศลถึง 85,800 แต้มแล้ว เขาได้เลื่อนเป็นมาควิสขั้น 3 และห่างจากมาควิสขั้น 2 เพียง 1 ก้าวเท่านั้น โดยมาควิสขั้น 2 ต้องการคะแนนการกุศลที่ 102,400 แต้ม

ด้วยความช่วยเหลือของจางเลี้ยง ไป๋ฮัวได้อันดับสูงกว่าเฟิงฉิวฮวงอีกครั้ง นั่นคืออันดับที่ 2 นอกจากนี้ ด้วยคะแนนการกุศลที่พวกเธอได้รับ มันทำให้ทั้งไป๋ฮัวและเฟิงฉิวฮวงเลื่อนเป็นเอิร์ลขั้น 1 ซึ่งมันจะทำให้พวกเธอสามารถอัพเกรดดินแดนของพวกเธอเป็นเมืองขนาดกลางระดับ 3 ได้ นับเป็นการปัดสิ่งกีดขวางไปอีก 1 สิ่ง

นอกจากนี้ มู่หลานเยว่ยังได้เลื่อนผ่านเอิร์ลขั้น 3 และเป็นเอิร์ลขั้น 2 โดยตรง คะแนนคณูปการหลักๆที่มู่หลานเยว่ได้รับนั้น มากจากการมีส่วนร่วมในสงครามของมู่กุ้ยหยิง

ซุ่นหลงเตียนเซว่และกงเฉิงซีก็เลื่อนเป็นเอิร์ลขั้น 2 และ 3 ตามลำดับ จากทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ชัดว่า ตำแหน่งของสมาชิกในพันธมิตรซานไห่ทั้งหมด เลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วในสงครามครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นที่เลือกฝ่ายราชวงศ์โจวอย่างชุนเซิ่นจุน พวกเขาได้พลาดโอกาสที่จะเลื่อนตำแหน่งของพวกเขา เนื่องจากความพ่ายแพ้ของพวกเขาในสงครามมู่เย่ การจะอัพเกรดเมืองของพวกเขาไปสู่ระดับต่อไป คงจะต้องรอจนกว่าจะถึงสมรภูมิครั้งต่อไป และแม้ว่าตี่เฉินจะได้รับคะแนนคณูปการสงครามมากกว่า 6,000 แต้ม แต่มันก็ยังไม่มากพอให้เขาเลื่อนสู่ระดับต่อไป

สงครามมู่เย่ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับเหล่าผู้เล่นระดับสูง

หลินยี่พากองร้อยทหารม้าติดตามโอหยางโชว มุ่งหน้าไปยังพระราชวัง สำหรับเจียงซาง เพื่อไม่ให้ดึงดูดความสนใจของลอร์ดคนอื่นๆ โอหยางโชวจัดให้เขาอยู่นอกเมือง โดยมีกองร้อยทหารม้าคอยปกป้องเขา

หลังจากนั้นไม่นาน โอหยางโชวพร้อมทหารของเขาก็หยุดลงใกล้กับพระราชวัง หลังจากผ่านไป 1ชั่วโมง หวังเฟิงก็กลับมาพร้อมกับทหารองครักษ์ชั้นสูง เขารีบเข้ามาสมทบกับโอหยางโชวในทันที

จากนั้น โอหยางโชวก็สั่งให้หลินยี่กลับไปสมทบกับกองกำลังหลัก ส่วนหวังเฟิงนำทหารองครักษ์ชั้นสูงตามเขาเข้าไปในพระราชวัง ตามการแนะนำของทหารองครักษ์ราชวัง

ตี้สินได้เรียกโอหยางโชวมาพบเขาที่ห้องโถงใหญ่ โดยไม่กังวลใดๆ โอหยางโชวบอกให้ทหารองครักษ์ของเขานำหัวของราชาในกลุ่มพันธมิตรออกมา จากนั้น หวังเฟิงก็ส่งมอบหัวของคนผู้หนึ่งที่เก็บไว้ในกล่องให้กับทหารองครักษ์ราชวัง

เมื่อทหารองครักษ์ตรวจสอบ เขาก็พบว่าหัวที่อยู่ในกลุ่มก็คือหัวของราชาหวู่

ในความเป็นจริง โอหยางโชวไม่ต้องการให้รางวัลการฆ่าราชาหวู่หลุดมือเขาได้

ดังนั้น แม้ว่าเขาจะสัญญากับเจียงซางแล้วว่าจะปล่อยราชาหวู่ไปอย่างปลอดภัย เขาก็ได้สั่งให้หวังเฟิงมุ่งหน้าไปทางเล็กๆก่อนหน้านั้น และสกัดรถศึกของราชาหวู่ แม้ว่ามันจะน่ารังเกียจ แต่เขาก็ไม่เสียใจกับการตัดสินใจของเขา

พูดตามความจริงแล้ว โอหยางโชวยังคงรักษาสัญญาของเจียงซาง เพราะเขาได้สัญญากับเจียงซางว่า เขาจะปล่อนราชาหวู่ไป แต่เขาไม่ได้สัญญาว่า เขาจะไม่ให้คนของเขาติดตามราชาหวู่ไป

เมื่อเห็นหัวของราชาหวู่ ตี้สินก็กล่าวอย่างมีความสุข “ดี ดี ดี ทำได้ดี ฉีเยว่หวู่ยี่ เจ้าทำได้ดีมาก เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ”

โอหยางโชวถือโอกาสนี้ เขากล่าวว่า “ฝ่าบาท ข้าขออะไรท่านซักเล็กน้อยได้หรือไม่?”

“ว่ามา!” ตี้สินกล่าวอย่างอารมณ์ดี

“ช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับได้หรือ? อย่างน้อยก็จนกว่าพวกเราจะกลับไปจากที่นี่”

“ทำไมหรือ?” ตี้สินสับสน

โอหยางโชวกล่าวอย่างอึดอัดใจ “เจียงซางสัญญากับข้าว่า จะตามข้ากลับไปยังดินแดนของข้า ฉะนั้น ข้าจึงไม่อยากให้เขาได้ยินเรื่องการตายของราชาหวู่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน”

ตี้สินเป็นคนฉลาด เขาเข้าใจถึงจุดสำคัญของความต้องการเล็กน้อยนี้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่เขาต้องทำก็แค่ ประกาศเรื่องนี้ในวันรุ่งขึ้น หลังจากที่โอหยางโชวไปแล้ว ดังนั้น มันจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

“ได้แน่นอน อ้อ เจ้ายังคงมีสัญญากับข้าอยู่” ตี่สินกล่าวโดยตรง หลังจากนั้น เขาก็หันไปทางเอ้อหลาย ที่ยืนอยู่ด้านข้างห้องโถง “ข้าจะรักษาสัญญาของข้า จากนี้ไป ข้าจะมอบขุนพลเอ้อหลายให้กับเจ้า และเจ้าจะต้องไม่เพิกเฉยต่อเขา”

โอหยางโชวพยักหน้า แล้วกล่าวว่า “ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”

เอ้อหลายเข้าใจสถานการณ์ในทันที เขาเดินไปหาโอหยางโชว และคุกเข่าลงพื้นข้างหนึ่ง แล้วกล่าวว่า “ข้าจะทำตามคำสั่งของท่าน นายท่านของข้า”

โอหยางโชวรีบไปประคองเขาอย่างรวดเร็ว และขอให้เขาลุกขึ้น “ลุกขึ้นเถิด ขุนพลของข้า”

ในขณะเดียวกันนั้น ก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบ ดังขึ้นที่หูของเขา

“แจ้งเตือนระบบ : ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นฉีเยว่หวู่ยี่ ในการรับสมัครบุคคลทางประวัติศาสตร์ระดับจักรพรรดิ เอ้อหลาย”

โอหยางโชวตรวบสอบสถานะของเอ้อหลาย

ชื่อ : เอ้อหลาย(ระดับจักรพรรดิ)

ราชวงศ์ : ราชวงศ์ซาง

อัตลักษณ์ : ขุนพลแห่งเมืองซานไห่

อาชีพ : ขุนพลขั้นพิเศษ

ความจงรักภักดี : 80

ผู้นำ : 75

กำลัง : 98

สติปัญญา : 50

การเมือง : 25

ลักษณะพิเศษ : พลัง(พลังโจมตีของกองกำลังตัวเอง เพิ่มขึ้น 20%), ออร่าโลหิตอสูร(ขวัญกำลังใจของกองกำลังตัวเอง เพิ่มขึ้น 40%)

การบ่มเพาะ : เทคนิคเสือสีหวงจิง

อุปกรณ์ : ชุดเกราะสัมฤทธิ์

คำอธิยาย : ขุนพลผู้มีชื่อเสียงแห่งราชวงศ์ซาง, บรรพบุรุษแห่งราชวงศ์ฉิน, มีชื่อเสียงด้านพละกำลัง เขาสามารถต่อสู้กับแรด ปะทะกับเสือ และเผชิญหน้ากับหมีได้

แม้ว่าเขาจะเป็นขุนพลขั้นพิเศษเช่นเดียวกับขุนพลซี เขาก็ยังขาดอุปกรณ์ที่เหมาะสม แต่เรื่องนี้ ไม่ได้สำคัญอีกต่อไป เพราะโอหยางโชวได้วางแผนที่จะสร้างชุดเกราะและอาวุธดีๆให้กับเขา นอกจากนี้ โอหยางโชวยังวางแผนที่จะหาพาหนะดีๆให้กับเขาด้วย เพื่อที่จะเพิ่มความสามารถให้กับเขาให้ได้มากที่สุด

รางวัลที่ตี้สินมอบให้โอหยางโชวไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ตี้สินส่งถุงสีแดงเข้มให้กับโอหยางโชวด้วยตัวเอง แล้วกล่าวว่า “ราชวงศ์ซางของเราเชื่อในพระเจ้าและปีศาจ พวกเราสวดอ้อนวอนขอความคุ้มครองจากพวกเขา ในถุงนั้นมีเม็ดเครื่องหอม 5 เม็ด มันอัดแน่นไปด้วยการสวดภาวนาในทุกๆวัน มันมีค่าเป็นอย่างมาก และจะส่งผลกระทบแต่วัดทุกๆวัด ของขวัญที่ข้าให้เจ้านี้ จงนำมันไปใช้อย่างฉลาด”

คำกล่าวของตี้สินทำให้โอหยางโชวประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดว่าจะได้รับไอเท็มดังกล่าวนี้ เมื่อเขาเข้ามารับรางวัลของเขา

ไม่เพียงแค่นั้น ตี้สินยังกล่าวต่อว่า “ตามข้ามา รางวัลสุดท้ายที่ข้าเตรียมไว้ให้เจ้าอยู่นอกห้องโถง”

โอหยางโชวตามตี้สินไปด้านนอก เขาอยากรู้เรื่องรางวัลสุดท้ายนี้ รางวัลประเภทใดกันที่ต้องให้ราชาผู้หนึ่งต้องออกไปด้านนอกด้วยตัวเอง ในความคิดของเขา รางวัลนี้จะต้องมีค่ามหาศาล

ตามที่เขาคาดไว้ ตี้สินชี้ไปที่หม้อสำริดขนาดใหญ่ แล้วกล่าวว่า “ฟ่านติง เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ ตอนนี้ ข้าขอมอบมันให้กับเจ้า เพื่อเป็นการยกย่องความสำเร็จของเจ้า”

โอหยางโชวมองไปที่หม้อติงนี้ มันดูเหมือนจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีสี่ขา มันตั้งอยู่บนพื้นดิน มีฝาปิดและที่จับ 2 ข้าง ในตัวของติง เป็นภาพแกะสลักของสัตว์ต่างๆที่น่าเลื่อมใสและดูสมจริง

แม้ว่าเขาจะไม่ทราบถึงวิธีใช้สิ่งนี้ มันก็ไม่ได้หยุดเขาไม่ให้เอามันไปด้วย เขาโค้งคำนับตี้สินสำหรับการตอบแทนอย่างมีน้ำใจของเขา

จากนั้น โอหยางโชวและทหารองครักษ์ชั้นสูงของเขา ก็ออกไปจากพระราชวัง และสมทบกับกองกำลังของเขา หลังจากนั้น พวกเขาก็เทเลพอร์ตกลับดินแดนของพวกเขา

 

แฟนเพจ : TWOแปลไทย