0 Views

TWO Chapter 208 สงครามมู่เย่ ตอนที่ 10

พวกเขาได้ติดตามร่องรอยที่รถศึกได้ทิ้งเอาไว้ โอหยางโชวพร้อมทหารม้า 1,700 นาย ที่ยังเหลือได้ตามพวกเขาไปตามแม่น้ำเว่ย ตลอดทางลงไปยังทิศใต้ พวกเขามความตั้งใจที่แน่วแน่ในการฆ่าหรือจับผู้นำของราชวงศ์โจวให้ได้ด้วยความพยายามเพียงครั้งเดียว

ราชาหวู่และเจียงซางไม่ได้คาดคิดแม้แต่น้อยว่า ข้าศึกจะมีม้าที่มีความเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อเช่นม้าฉิงศึกฉิงฟู่ พวกมันสามารถติดตามพวกเขามาได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าพวกเขาจะออกมาก่อนหน้านี้ก็ตาม เนื่องจากพวกเขาไม่ทราบเรื่องนี้ ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ได้กังวลและกลบเกลื่อนเส้นทางหลบหนีของพวกเขาแต่อย่างใด

เมื่อถึงเวลาใกล้เที่ยง รถศึกของศัตรูก็อยู่ในระยะสายตาของโอหยางโชว

โอหยางโชวรีบยกมือเป็นสัญญาณให้หยุด เมื่อเขาส่งสัญญาณ ทหารม้าที่เร่งเดินทางด้วยความเร็วสูง ก็หยุดลงในทันที มันราวกับว่าพวกเขาเหยียบลงที่เบรกอย่างรุนแรง การเคลื่อนไหวของพวกเขา เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างไร้ที่ติ

“หวังเฟิง!” โอหยางโชวเรียกนายกองแห่งกองร้อยทหารองครักษ์ของเขา

หวังเฟิงซึ่งตามหลังโอหยางโชวมาติดๆ ก็ขี่ม้ามาข้างหน้าเขา แล้วกล่าวว่า “นายท่าน!”

“มานี่”

นายกองผู้เยือกเย็นสับสน เขาไม่รู้ว่าลอร์ดของเขาพยายามจำทำอะไร โอหยางโชวได้กระซิบบางอย่างกับหวังเฟิง หลังจากนั้น หวังเฟิงก็แสดงความประหลาดใจออกมาในชั่วระยะเวลาสั้นๆ แต่ไม่นานเขาก็กลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง แม้ว่าใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปชั่วครู่ แต่ก็ไม่มีใครทันได้สังเกตเห็น ไม่มีใครรู้ว่าลอร์ดของพวกเขาบอกอะไรกับเขา

หวังเฟิงกลับไปยังตำแหน่งของเขา และส่งสัญญาณให้ทหารองครักษ์ชั้นสูง เขาก็กล่าวว่า “ทหารองครักษ์ชั้นสูงมากับข้า!” จากนั้น เขาก็เดินทางไปยังเส้นทางเล็กๆด้านข้าง

“ขอรับ!” เหล่าทหารองครักษ์ชั้นสูงกล่าวตอบ พวกเขารีบตามนายกองของพวกเขาไปโดยไม่คิดอะไร

ทหารม้าทั้งหมดรวมถึงหลินยี่ไม่ได้ตั้งคำถามใดๆ มีกฎในกองทัพว่า ‘สิ่งที่ไม่ควรกล่าวจะไม่ถูกกล่าว สิ่งที่ไม่ควรถามก็จะไม่ได้รับการตอบ’

ในฐานะผู้นำสูงสุดของกองทัพซานไห่ คำสั่งของโอหยางโชวถือเป็นความลับสูงสุดเสมอ

“เดินทางต่อ จงจำไว้ว่า ข้าต้องการราชาหวู่และเจียงซางขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ จับตัวพวกเขาและอย่าได้ทำร้ายพวกเขา” โอหยางโชวเตือนทหารม้าของเขาอีกครั้ง เพราะเขากังวลว่า พวกเขาจะเผลอทำร้ายราชาหวู่และเจียงซางอย่างไม่ตั้งใจ

“ขอรับนายท่าน!”

หลังจากหยุดสั้นๆ กองทัพก็เดินหน้าต่อไป เพื่อจับศัตรูที่ยังหลบหนีอยู่ข้างหน้า

เสียงห้อม้าดั่งสนั่นราวกับฟ้าผ่า มันได้แจ้งเตือนให้ราชาหวู่รู้ตัวว่า ผู้ไล่ล่าตามพวกเขาทันแล้ว ราชาหวู่หันกลับไป สิ่งที่ปรากฎในสายตาของเขาคือคลื่นของม้าที่ดุร้าย ซึ่งกำลังเข้ามาใกล้พวกเขาเรื่อยๆ ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่และความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

ชุดเกราะหมิงกวงของทหารม้าต่างก็เปล่งประกายออกมา ขณะที่มันสะท้อนกับแสงแดด

รัศมีสีทองที่สะท้อนจากชุดเกราะหมิงกวงโดดเด่นเป็นอย่างมาก ดังนั้น ราชาหวู่จึงจำได้ว่า ทหารม้าเหล่านี้ ก็คือ ผู้ที่ฆ่าเหล่าทหารพันธมิตรของเขาอย่างไร้ปราณี ใบหน้าของราชาหวู่กลายเป็นซีดขาว ในสายตาของเขา ทหารม้าเหล่านี้เป็นเงาของสงคราม ที่อยู่ภายในเมฆหมอกแห่งสงคราม พวกเขาจะตัดและเหยียบศัตรูภายใต้กีบเท้าเหล็กของพวกเขา และแสงที่สะส้อนจากชุดเกราะของพวกเขา ก็ทำให้พวกเขาดูราวกับเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์

“สวรรค์ต้องการให้ข้าตายอย่างนั้นหรือ!” ราชาหวู่รู้สึกเสียใจ

หลังจากที่ราชาหวู่คร่ำครวญ ฝนลูกศรก็ถูกยิงไปยังพวกเขาด้วยความเร็วสูง

รถศึกแต่ละคันจะมีทหาร 3 นาย ประจำอยู่

ทหารที่ยืนอยู่ทางซ้ายทำหน้าที่เป็นทหารธนู เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นหัวของรถศึก เรียกว่า เช่อฉั้ว หรือ เจียโซว คนที่ยืนอยู่ด้านขวาเป็นทหารง้าว หน้าที่ของเขาคือการจัดการกับศัตรูด้วยง้าวของเขา และจัดการกับอุปสรรคต่างๆที่ขวางทางรถศึก ถูกเรียกว่า เช่อโหยว หรือ ขานเขิ้น สำหรับคนขับรถศึกที่ยืนอยู่ตรงกลาง เขาถือดาบสั้นคอยปกป้องตัวเอง

ทหารม้าเน้นพุ่งเป้าไปที่เช่อฉั้วและคนขับรถศึก วัตถุประสงค์ของพวกเขาคือ หยุดการคุกคามของศัตรู ที่สามารถตอบโต้พวกเขาได้ และหยุดไม่ให้รถศึกเคลื่อนที่ต่อไปไก้ แน่นอนว่า การจะทำเช่นนั้น ต้องมีทักษะการยิงที่ดีมากๆ

ตามที่คาดไว้ บรรดาเช่อฉั้วบนรถศึก พยายามที่จะยิงตอบโต้ อย่างไรก็ตาม ช่วงระยะยิงที่สั้นของพวกเขาดูราวกับเป็นเรื่องตลก เมื่อเทียบกับช่วงระยะยิงของทหารม้าที่ใช้ธนูประกอบ ลูกศรทั้งหมดของเช่อฉั้วตกลงที่พื้นก่อนที่มันจะมาถึงเหล่าทหารม้า

“หยุดเดี๋ยวนี้ หรือจะตาย!” หลินยี่ตะโกนเสียงดังภายใต้คำสั่งของโอหยางโชว

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงซางก็รู้สึกแก่ขึ้นอย่างกระทันหัน เขารู้สึกว่า เขาเป็นเพียงคนแก่ที่อ่อนแอ ผู้เล่นเหล่านี้มักจะทำสิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขา เขาเป็นคนที่ฉลาดและมีไหวพริบ แต่ปริมาณข้อมูลที่พวกเขามีแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การดำรงอยู่ของฝ่ายตรงข้าม อยู่นอกเหนือความเข้าใจของยุคนี้ แม้ว่าเขาจะมีกลยุทธ์และเทคนิคซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของเขามากมาย เขาก็ยังไม่สามารถใช้มันทำอะไรได้มากนัก

“ฝ่าบาท เราควรจะหยุด เราไม่สามารถหนีได้อีกแล้ว” เจียงซางกล่าวอย่างขมขื่น

โอหยางโชวและทหารม้าของเขาล้อมรถม้าทั้ง 300 คัน ไว้อย่างรวดเร็วในทันที แม้ว่าพวกเขาจะหยุดแล้ว แต่ทหารม้าก็ยังไม่ยอมปล่อยการ์ดของพวกเขาลง พวกเขายังคงตื่นตัวอยู่ตลอด ในความเป็นจริง พวกเขายังคงยกคันธนูของพวกเขาไว้ และชี้มันไปทางศัตรูแต่ละคน ที่อยู่ด้านหน้าของพวกเขา เพื่อป้องกันไม่ให้ใครทำอะไรโง่ๆ

“วางอาวุธลงบนพื้นด้วย!” โอหยางโชวกล่าวด้วยเสียงข่มขู่

ทหารที่อยู่รอบๆมองไปที่ราชาของพวกเขาด้วยใบหน้าซีดขาว ราชาหวู่ไม่กล้ามองหน้าของพวกเขา เขาเพียงมองลงไปและทำท่าทางให้พวกเขาทำตามที่โอหยางโชวเรียกร้อง เหล่าทหารโยนอาวุธของพวกเขาลงบนพื้นดิน และหยุดการต่อต้านของพวกเขา

คนเหล่านี้กลายเป็นแกะในโรงฆ่าสัตว์ พวกเขาทำได้เพียงรอเวลาตายเท่านั้น ชะตากรรมของพวกเขาอยู่ในมือของโอหยางโชวแล้ว

เจียงซางยืนอยู่บนรถม้าอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ เขากล่าวอย่างกล้าหาญว่า “กองกำลังและทักษะของท่านเด็ดขาดมาก ข้ายังไม่รู้จักชื่อของท่านเลย ช่วยบอกชื่อของท่านมาให้ข้าทราบได้หรือไม่ ให้ข้าตายโดยรู้ว่าพวกเขาได้แพ้ให้กับใคร”

โอหยางโชวพยักหน้า และเดินไปข้างหน้ากองกำลังของเขา พร้อมกับหลินยี่และผู้ติดตาม 2-3 นาย จากนั้น เขาก็กล่าวว่า “ข้าเป็นตัวแทนผู้เล่นฝ่ายราชวงศ์ซาง ชื่อของข้าคือ ฉีเยว่หวู่ยี่ ข้ามาที่นี่เพื่อนำพวกท่านไปเป็นเชลยภายใต้การควบคุมของราชาโจวแห่งราชวงศ์ซาง หยุดการต่อต้านที่ไร้ประโยชน์เสียเถิด!”

เจียงซางไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป หลังจากที่เขาตัดสินจากพฤติกรรมแปลกๆของโอหยางโชว เจียงซางสามารถบอกได้ว่า โอหยางโชวกำลังวางแผนอะไรอยู่ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงจะถูกฆ่าทั้งหมดลแล้ว

เจียงซางพยายามรวบรวมความเยือกเย็น และสงบสติอารมณ์ของตนลง เขาคิดกับตนเองว่า บางทีอาจจะยังมีโอกาสอยู่ และจงใจกล่าวออกมาว่า “ตี้สินเป็นราชาที่ชอบใช้ความรุนแรง, ละโมบ และทำผิดทำนองครองธรรม! เขาใช้ทรัพยากรของประเทศไปมากมายโดยไม่จำเป็น! แล้วเหตุใด คนเช่นท่านถึงเต็มใจที่จะทำงานให้เขากัน?”

โอหยางโชวยิ้ม แล้วกล่าวว่า “ไท่กง ท่านคงต้องการจะล้อข้าเล่นซินะ พวกเราต่างก็รับใช้ราชาของพวกเรา ไม่มีอะไรมากกว่านั้น” โอหยางโชวไม่ได้ตอบโต้ข้อกล่าวหาของเจียงซาง เขากล่าวเพียงว่าพวกเขาต่างก็รับใช้ราชาคนละคนกัน ดังนั้น ความคิดเห็นของพวกเขาย่อมแตกต่างกัน

เจียงซางเงียบอยู่ชั่วครู่ เขารู้แล้วว่าโอหยางโชวเป็นคนที่มุ่งมั่น ดังนั้น เขาจึงกล่าวอย่างตรงไปตรงมากับโอหยางโชวว่า “แล้วท่านต้องการอะไร? ในเมื่อชีวิตของพวกเราอยู่ในกำมือท่านแล้ว ทำไมไม่ทำสิ่งที่ชัดเจนกับเราล่ะ? ท่านกำลังลังเลอะไรอยู่?”

เจียงซางสามารถตีเข้าที่เป้าหมายหลักของโอหยางโชวได้โดยตรง

โอหยางโชวคำนับเขา แล้วกล่าวว่า “สิ่งที่ข้าต้องการหรือ? ข้ามาที่นี่ก็เพราะไท่กง”

“โอ้ ข้าเป็นเพียงคนแก่ที่กำลังจะตาย แล้วสิ่งใดกันที่ทำให้ท่านเข้าร่วมสงครามนี้เพื่อมาหาข้า?”

“ข้ามั่นใจว่าไท่กงคงรู้ว่าผู้เล่นอย่างเรา ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานนัก หวู่ยี่ชื่นชมสติปัญญาและบุคลิกภาพของท่าน ดังนั้น หวู่ยี่จึงหวังว่า ไท่กงจะติดตามข้า เพื่อคอยชี้แนะข้าได้ทุกวัน” โอหยางโชวกล่าวอย่างกล้าได้กล้าเสีย เขาเผยให้เห็นถึงความตั้งใจของเขา

เจียงซางยังคงหนักแน่น เขาตอบว่า “ขุนนางที่ดีไม่รับใช้นาย 2 คน นอกจากนี ท่านยังเป็นศัตรูของพวกเราด้วย”

โอหยางโชวส่ายหัว แล้วกล่าวว่า “ไท่กง โปรดอย่าได้ปฏิเสธข้าเร็วนัก บางที หลังจากได้ฟังเงื่อนไขของข้า ท่านอาจจะเปลี่ยนความคิดของท่านก็ได้”

“อย่าได้กล่าวอะไรอีกเลย ไม่ว่าเงื่อนไขของท่านจะเป็นเช่นไร ข้าก็จะไม่ยอมรับมัน!” เจียงซางกล่าวอย่างหนักแน่น

โอหยางโชวรู้สึกผิดหวัง เขาพอจะคาดเดาปฏิกิริยาดังกล่าวได้ ที่เจียงซางกล่าวออกมา เพราะเขาต้องการที่จะต่อสู้เพื่อผลประโยชน์และสิทธิ์ต่างๆมากขึ้น ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ยอมรับมันจริงๆ โอหยางโชวกล่าวต่อว่า “แล้วถ้าเกิดว่า เงื่อนไขของข้าคือ การที่ข้าปล่อยให้ราชาหวู่หลบหนีไปล่ะ ท่านจะเข้าร่วมกับข้าหรือไม่?”

“ท่านกำลังจะบอกว่า ถ้าข้ายอมรับ แล้วท่านจะปล่อยราชาหวู่ไปหรือ?” เจียงซางยืนยันอีกครั้ง

โอหยางโชวพยักหน้า แล้วกล่าวว่า “ถูกต้อง!”

“แล้วคนอื่นๆล่ะ?” เจียงซางยังไม่พอใจกับแค่การช่วยราชาหวู่ โอหยางโชวยิ้มเยาะ แล้วกล่าวว่า “ไท่กง การปล่อยให้ราชาหวู่หนีไป เป็นสิ่งที่ข้าทำให้ท่านได้มากที่สุดแล้ว ข้ายังคงต้องกลับไปรับโทษจากราชาของข้าอีก โปรดอย่าได้บังคับข้าอีกเลย”

ทันทีที่โอหยางโชวกล่าวจบ นอกเหนือจากราชาหวู่แล้ว ราชาคนอื่นๆกลายเป็นซีดขาว ราวกับว่าพวกเขาไม่มีเลือดอีกต่อไป ไม่ต้องสงสัยเลยว่าโอหยางโชวได้ประกาศความตายของพวกเขาแล้ว

เจียงซางยังคงเงียบ และความคิดหลายอย่างก็วิ่งเข้ามาในจิตใจของเขา เขารู้ว่าโอหยางโชวไม่ใช่คนใจอ่อน “ก็ได้ ข้าจะเข้าร่วมกับท่าน อย่างไรก็ตาม ข้ารู้สึกเบื่อหน่ายกับเรื่องเหล่านี้ ข้าไม่ต้องการจะเป็นขุนนางอีกต่อไป ข้าจะขออยู่ให้ห่างจากงานราชการตลอดชีวิตหลังจากนี้”

ครึ่งแรกของประโยคทำให้โอหยางโชวตื่นเต้น แต่ครึ่งหลังของมันทำให้โอหยางโชวยิ้มของมาอย่างขมขื่น อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้รู้สึกผิดหวัง เขารู้ว่าบุคคลทางประวัติศาสตร์ไม่ง่ายนักที่จะรับสมัคร

มันคงเป็นเรื่องโกหก หากจะกล่าวว่า โอหยางโชวไม่คิดจะรับสมัครเจียงซาง

เขาเลือกที่จะรับสมัครเจียงซางด้วยวิธีของเขา อย่างไรก็ตาม ไกอาไม่ได้ปล่อยให้เขาทำตามที่ต้องการง่ายๆ

โอหยางโชวถอนหายใจอยู่ภายในใจของเขา สุดท้ายแล้ว มันก็จะยังคงมีกำไรแน่นอน แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการช่วยโอหยางโชว อย่างไรก็ตาม ตราบเท่าที่เจียงซางอยู่อาศัยในเมืองซานไห่ บุคคลทางประวิตศาสตร์คนอื่นๆก็จะถูกดึงดูดมาเมืองซานไห่เนื่องจากอิทธพลของเขา สำหรับผลประโยชน์อื่นๆ มันขึ้นอยู่กับว่าโอหยางโชวจะจัดการอย่างไร

“แจ้งเตือนระบบ : ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นฉีเยว่หวู่ยี่ สำหรับการรับสมัครเจียงซางได้สำเร็จ เนื่องจากเจียงซางถูกบังครับ ผู้เล่นไม่ได้เติมเต็มข้อกำหนดทั้งหมด จางซางจึงจะอยู่ในสถานะปลดเกษียน”

“แจ้งเตือนระบบ : ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นฉีเยว่หวู่ยี่ สำหรับการเป็นผู้เล่นคนแรกที่รับสมัครบุคคลทางประวัติศาสตร์, รางวัลพิเศษ : คะแนนคณูปการสงคราม 4,000 แต้ม, คะแนนชื่อเสียง 20,000 แต้ม”

นี่เป็นกำไรที่ไม่คาดคิด โอหยางโชวยังคงเยือกเย็น และสั่งให้คนของเขาแยกรถศึกของเจียงซางออกจารถศึกอื่นๆ โอหยางโชวกังวลว่า ร่างกายที่ชราภาพของเจียงซางจะบอบช้ำจากการกระทบกระเทือนที่มากเกินไปของรถศึก

สำหรับรถศึกของราชาหวู่ โอหยางโชวสั่งให้เปิดทางให้เขาออกไป แต่ราชาหวู่ปฏิเสธที่จะออกไป เขากล่าวว่า “ข้าไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองได้รับอิสระ โดยเสียสละเสนาบดีของตัวเองและพันธมิตรของตัวเองได้! ข้าปฏิเสธที่จะยอมจำนน และข้าจะสู้ด้วยชีวิตและความตาย!”

ความโศกเศร้าเริ่มกระจายออกไปรอบๆ ทหารที่อยู่รอบๆเริ่มกุมที่หัวใจของตัวเอง

ในรถศึก เจียงซางคำนับราชาของเขา แล้วกล่าวว่า “ฝ่าบาท! ท่านต้องรักษาสายเลือดของราชวงศ์โจวไว้ มันเป็นความรับผิดชอบและหน้าที่ของท่าน! ได้โปรด รีบไปเถิด!”

ราชาหวู่เสียใจ “แต่ถ้าไม่มีท่าน แม้ว่าข้าจะมีชีวิตรอดกลับไปก็ตาม ข้าจะทำอะไรได้กันหากขาดท่าน?” ราชาหนุ่มไม่สบายใจและปวดหัวการอนาคตของราชวงศ์โจว

“ในประเทศ ท่านยังคงมีโจวกง เขาสามารถช่วยท่านได้ ฝ่าบาท ท่านจะต้องไม่ทิ้งมัน และต้องพยายามกู้ศักดิ์ศรีของราชวงศ์โจวให้ได้!” เจียงซางกล่าว

“ฝ่าบาท! โปรดทิ้งพวกเราไว้ที่นี่ และกลับไปเถิด!” ทันใดนั้น ทหารองครักษ์ของราชาหวู่ก็คุกเข่าลง และขอร้องให้ราชาของพวกเขาหลบหนีไป

แม้ว่าเมื่อได้เห็นฉากนี้แล้ว เขาจะมีอารมณ์ร่วมอยู่บ้าง โอหยางโชวก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก นี่คือสงคราม และสงครามเต็มไปด้วยเลือดและความโหดร้ายเสมอ นอกจากนี้ ต้องมีการเตรียมพร้อมด้านจิตใจ หากพวกเขาต้องการจะเริ่มมันกับใครซักคน

ราชาหวู่ได้ถอยหายใจยางอย่างคร่ำครวญ แล้วขึ้นรถศึก จากนั้นก็รีบจากไป

 

แฟนเพจ : TWOแปลไทย