0 Views

TWO Chapter 207 สงครามมู่เย่ ตอนที่ 9

สิ่งที่เกิดขึ้นในสงครามมู่เย่ ไม่ได้เป็นไปตามที่คนอื่นๆคาดหวัง

มันกลับกลายเป็นตรงข้ามกับความคาดหวังของคนอื่นๆ กองทัพทั้ 3 ของฝ่ายราชวงศ์โจวสูญเสียอย่างมาก ตอนนี้ พวกเขาสูญเสียทหารไปมากกว่าครึ่งแล้ว และส่วนที่ยังเหลือก็กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เจียงซางที่บัญชาการอยู่เบื้องหลัง เมื่อเขาเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้านหน้า เขาทำได้เพียงถอนหายใจออกมาอย่างขมขื่น ก่อนที่จะส่งสัญญาณให้พวกเขาล่าถอย

เขาเข้าใจอย่างชัดเจนแล้วว่า หลังจากที่จบการสู้รบในวันนี้ ความเป็นไปได้และโอกาสที่จะล้มล้างราชวงศ์ซาง ทั้งหมดได้ถูกทำลายลงแล้วอย่างสมบูรณ์ และหลังจากจบสงครามนี้ ราชวงศ์โจวก็คงจะไม่รอดจากการตอบโต้ของราชวงศ์ซาง เขายังไม่ลืมว่า กองทัพหลักของราชวงศ์ซางที่อยู่ทางตะวันออก กำลังเดินทางกลับมาด้วยความเร็วสูงสุด

พวกเขาได้ใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขารวบรวมได้แล้ว แต่มันก็ยังนำพวกเขามายังผลลัพธ์เช่นนี้ มันช่างน่าขมขื่นจริงๆ

ในฐานะเสนาบดีและผู้บัญชาการสูงสุดของราชวงศ์โจว เขาไม่สามารถหนีโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้ เขาสามารถชดใช้ได้ด้วยชีวิตของเขาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะชดใช้ด้วยชีวิตของตนเอง ยังมีสิ่งสุดท้ายที่เขาจะต้องทำ เขาต้องปกป้องและรักษาชีวิตของราชาหวู่ไว้ให้ได้ เพื่อให้ราชวงศ์โจวจะยังคงอยู่ต่อไป ตราบเท่าที่ยังคงมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็ยังมีโอกาสที่จะกลับมาได้เสมอ และพวกเขาก็จะกลับมาลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

เจียงซางสั่งให้กองรถศึกหันหลังกลับ และเตรียมพร้อมสำหรับการล่าถอย เมื่อราชาหวู่กลับมาถึง พวกเขาก็จะเริ่มล่าถอยในทันที สำหรับทหารที่เหลือและทหารของเหล่าพันธมิตร เจียงซางไม่สามารถช่วยพวกเขาทั้งหมดจากสถานการณ์ที่น่ากลัวนี้ได้

เจียงซางเป็นคนที่มีความชอบธรรมมาก เขาเป็นคนเก่งในเรื่องการใช้เล่ห์กล จนถึงขั้นที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ เจียงซางยังเป็นคนทำให้กลุ่มชาติพันธ์ทั้งหมดในตงยี่เริ่มการกบฎต่อราชวงศ์ซาง เขาคือคนบงการให้เกิดเหตุการณ์เหล่านั้นทั้งหมดเอง เมื่อสงครามระหว่างชนเผ่าต่างๆและราชวงศ์ซางเริ่มขึ้น ประเทศของเขาก็จะได้รับประโยชน์จากมัน

หลังจากที่ได้รับคำสั่งให้ล่าถอย ราชาหวู่ก็แสดงความรับผิดชอบของจักรพรรดิในเวลาที่สำคัญที่สุด เขาเริ่มคิดที่จะให้ทหารของเขาคุ้มกันด้านหลัง เพื่อให้กองทัพของพันธมิตรสามารถล่าถอยได้ก่อน แต่ตอนนี้ พันธมิตรของเขาได้สูญเสียจิตใจของพวกเขาไปแล้ว พวกเขาถูกฆ่าเหมือนหมูและพวกเขาเหลือทหารอยู่เพียง 1,000 นายเท่านั้น

สงครามครั้งนี้เป็นเหมือนฝันร้ายสำหรับกลุ่มพันธมิตร หลังจากที่กลับไปยังประเทศของตนแล้ว สิ่งที่พวกเขาจะทำคือเตรียมรับการตอบโต้ของราชวงศ์ซาง ตามบุคลิกของตี้สิน สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเหล่าราชาทั้งหลายคือการเสียสละชีวิตของตนเพื่อการบูชาวิญญาณ

สำหรับผู้เล่นฝ่ายจักรพรรดิโจว พวกเขาได้เริ่มล่าถอยก่อนหน้านี้แล้ว พวกเขาไม่เห็นโอกาสในการชนะสงครามในครั้งนี้อีกแล้ว เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะเลือกกลับดินแดนของตน และไม่ตายเพื่อกองทัพราชวงศ์โจว ทหารทุกนายที่พวกเขานำมา ล้วนเป็นทหารที่ดีที่สุดในดินแดนของพวกเขา ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ยินดีที่จะสูญเสียโดยไม่จำเป็น

กองกำลังที่เหลือ 20,000 นาย ของเหล่าผู้เล่นได้ทิ้งอาวุธ ชุดเกราะและอุปกรณ์ของพวกเขา จากนั้น พวกเขาก็เริ่มวิ่งไปทั่วทุกทิศทุกทาง พวกเขาวิ่งราวกับเป็นหมาจรจัดที่ถูกคนไล่ล่า บางคนซ่อนตัวอยู่ในป่า บางคนพยายามที่จะข้ามแม่น้ำ และบางคนก็วิ่งขึ้นไปบนภูเขา มันเป็นฉางที่น่าตกใจมาก กองกำลังทั้งหมดของผู้เล่นเหล่านี้ ไม่มีเจตนาที่จะกลับไปยังเมืองเมิ่งจินเลย พวกเขาจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหนซักแห่งในเขตทุรกันดาร จนกว่าสงครามจะจบลง

เมื่อราชาโจวแห่งราชวงศ์ซาง ตี้สิน เห็นลักษณะของกองกำลังของผู้เล่นเหล่านั้น เขารู้ว่าพวกเขาจะไม่อยู่ที่นี่นานนัก ดังนั้น เขาจึงไม่ได้สั่งให้กองทัพของเขา ไล่ตามศัตรูที่หลบหนีเหล่านี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่ไม่จำเป็น

แม้ว่าพวกเขาจะกำราบกองกำลังของผู้เล่นได้สำเร็จ แต่ทหารหลวงและทหารองครักษ์จักรพรรดิ ก็ยังคงสูญเสียอย่างมาก กองกำลังของผู้เล่นนั้นแข็งแกร่ง ถ้าพวกเขาพร้อมจะตายเพื่อคะแนนคณูปการสงคราม ช้างศึกคงจะถูกจัดการทั้งหมด ทหารองครักษ์จักรพรรดิถูกฆ่าตายไปกว่าครึ่ง และทหารหลวงคงเหลืออยู่ไม่กี่พันนาย

ตีเฉินมองไปยังกองทัพที่กำลังหนี แล้วถอนหายใจ เขาได้พ่ายแพ้ให้กับฉีเยว่หวู่ยี่อีกครั้งในสงครามมู่เย่ ส่วนชุนเซิ่นจุนและคนอื่นๆ พวกเขาไม่แม้แต่จะมีโอาสเข้าร่วมสงครามครั้งนี้

“ตอนนี้เราจะทำอย่างไรต่อไปดี” จวู่ไต๋เฟิงฮัวถาม

ตี่เฉินมองไปรอบๆ เขาสามารถระดมกองกำลังได้ไม่ถึง 500 นาย ด้วยซ้ำ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสร้างความแตกต่าง นอกจากนี้ เขาได้สูญเสียทหารม้าทั้งหมดของเขาแล้ว คงเป็นไปไม่ได้ที่เขาและกองกำลังของเขาจะหนีไปพร้อมกับราชาหวู่ ทางเลือกเดียวของเขาก็คือ หนีและซ่อนตัวในเขตทุรกันดาร เหมือนกับผู้เล่นคนอื่นๆ

ตี่เฉินยิ้มอย่างขมขื่น แล้วกล่าวว่า “ตอนนี้เราควรทำอย่างไรหรือ? ไม่มีอะไรที่เราทำได้อีกแล้ว นอกจากหลบหนีและซ่อนตัว”

ทหาร 500 นาย ล้อมรอบราชาหวู่และรีบถอบกลับอย่างรวดเร็ว ส่วนทหารอีก 20,000 นาย ยังคงอยู่ที่ด้านหลัง เพื่อป้องกันความปลอดภัยในการหลบหนีของราชาของพวกเขา พวกเขาต่อสู้อย่างกล้าหาญ ยืนเป็นแนวป้องกัน คอยขวางกั้นไม่ให้ทหารโล่ดาบที่นำโดนขุนพลซีฝ่าไปได้

ทหารที่อยู่ด้านหลัง 20,000 นายนี้ เตรียมตัวที่จะไม่ได้กลับประเทศและพบเจอครอบครัวของตัวเองอีก หน้าที่สุดท้ายของพวกเขาในตอนนี้ก็คือ ซื้อเวลาให้กับราชาของพวกเขาให้มากที่สุด เพื่อให้ราชาของพวกเขาหลบหนีได้อย่างปลอดภัย พวกเขาได้บ้าคลั่งไปแล้ว ถ้าศัตรูแทงพวกเขา พวกเขาก็จะยึดจับศัตรูไว้ แล้วให้พี่น้องของพวกเขาตอบโต้ศัตรู มันเป็นดั่งโศกนาฏกรรม แต่ด้วยความบ้าคลั่งของพวกเขานี้เอง มันจึงสามารถหยุดกองทัพที่ขุนพลซีเป็นผู้นำได้

อย่างไรก็ตาม ขุนพลซีก็น่าอัศจรรย์มาก เขาตื่นเต้นกับทะเลเลือดในสนามรบ เขาสามารถฆ่าทหารของศัตรูได้เพียงการแกว่งอาวุธเพียงครั้งเดียว และเขาตะโกนออกไปว่า “อย่าให้มีใครรอดชีวิต ฆ่าพวกมันให้หมด แล้วไปจับราชาหวู่มา ส่งผู้ที่ขวางทางไปสู่ความตายซะ!”

“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!” เหล่าทหารโล่ดาบเปร่งเสียงคำรามที่รุนแรง ราวกับมันจะทะลวงท้องฟ้า

แม้แต่หัวไชเท้าที่บ้าคลั่งที่สุด ก็ยังไม่สามารถที่จะต้านทานมีทำครัวได้ เมื่อทหารราชวงศ์โจวขัดขวางการเคลื่อนไหวของพวกเขา ทหารราบเกราะหนักที่อยู่ด้านหน้าก็กวัดแกว่งดาบ เพื่อตัดแขนขาของศัตรู จากนั้น พวกเขาก็กระแทกโล่ของพวกเขา เพื่อบดขยี้หัวของศัตรู

ทหาร 20,000 นาย ที่ถูกทิ้งไว้เพื่อปกป้องการล่าถอยของราชา ได้ตายไปทีละคนทีละคน ปริมาณของพวกเขาลดลงอย่างรวดเร็ว ถูกเฉือนไปทีละชั้นทีละชั้น เกิดเป็นฉากนองเลือดที่น่ากลัว การเสียสละของพี่น้องของพวกเขา ไม่ได้ทำให้พวกเขากลับ แต่มันกลับช่วยขับเคลื่อนพวกเขาให้ก้าวไปข้างหน้า

ขณะที่ราชาหวู่กำลังล่าถอย เขาสามารถได้ยินเสียงร้องคำรามของเหล่าทหาร พวกเขาเหล่านั้นคือทหารของเขา คนของเขา และลูกๆของเขา ศัตรูกำลังสังหารพวกเขาอย่างไร้ปราณี แต่ราชาอย่างเขากลับไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากเฝ้าดูการตายของพวกเขา

ราชาหวู่หันหลังกลับไปมองตี้สิน ผู้ที่กำลังเฝ้ามองสนามรบอยู่บนรถศึกสีทองของเขา จากนั้น ราชาหวู่ก็กล่าวอย่างดุเดือดว่า “ข้าสาบานกับพระเจ้า ว่าข้าจะฆ่าเจ้า สำหรับสิ่งที่เจ้าได้ทำในวันนี้!” เขายึดถือความเกลียดชังนี้เข้าไปในส่วนในลึกจิตใจของตัวเขาเอง ขณะที่เขาเตรียมจะถอยไปพร้อมกับกองรถศึกของเขา

จนถึงตอนนี้ ทหารหน้าไม้ที่ด้านหลังก็ยังไม่ได้หยุดการยิงหน้าไม้ของพวกเขา ดังนั้น ฝนลูกศรจึงยังคงตกลงไปยังเส้นทางการล่าถอยของกองทัพราชวงศ์โจวอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้มีทหารจำนวนมาก บาดเจ็บลดตายระหว่างที่กำลังล่าถอย

ในเวลานี้ ทหารราชวงศ์โจวไม่สามารถให้ความสำคัญกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บได้อีกต่อไป พวกเขาทำได้เพียงปล่อยให้คนเหล่านั้นนอนอยู่กับพื้น และร้องไห้อย่างหมดหนทาง พวกเขาแสร้งทำเป็นว่าไม่ได้ยินเสียงร้องไห้เหล่านั้น

ศพได้เกลื่อนกลาดเต็มพื้นที่สนามเพลาะ ที่อู่ทางใต้ของเมืองมู่เย่ และมีเลือดไหลนองไปทั่วแผ่นดิน ส่วนที่โหดร้ายที่สุดก็คือ ศพเหล่านั้นได้กลายเป็นหินรองพื้นที่ดีที่สุดในการล่าถอยของทหารที่ยังเหลือ อย่างน้อย พวกเขาก็ไม่ต้องเสียพลังงานมากในการข้ามร่องลึกของสนามเพลาะ ทุกวินาทีและทุกนาที มีความสำคัญต่อพวกเขาเป็นอย่างมากในเวลานี้ เนื่องจากมันจะส่งผลต่อชีวิตและความตายของทหารทุกคนได้

ตอนนี้ ความคิดเดียวของพวกเขาก็คือ การหลบออกจากระยะยิงของทหารหน้าไม้ศัตรูให้เร็วที่สุด การยิงลูกศรของทหารหน้าไม้ ได้กลายเป็นฝันร้ายของพวกเขาไปแล้ว

แม้กระทั่งเมื่อราชาหวู่ได้ถอยกลับไป เขาก็ไม่สามารถทำอะไรำได้อีก นอกจากเสียใจ “ทหารหน้าไม้ที่แข็งแกร่งเหล่านี้ ได้ทำลายความฝันของข้า!” ในเวลานี้ เขาได้มารวมตัวกับกองรถศึกที่อยู่ด้านหลังแล้ว ทหารองครักษ์จักรพรรดิของเขาเหลือเพียง 1,000 นายเท่านั้น

โอหยางโชวไม่ได้วางแผนที่จะหยุดเพียงเท่านี้ ตี้สินได้แต่งตั้งให้เขาเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดแล้ว และยังได้ออกคำสั่งจากด้านหลัง ให้จับกุมราชาหวู่และเจียงซาง โอหยางโชวจึงสั่งให้ทหารม้าไปช่วยทหารโล่ดาบ ซึ่งมันจะทำให้พวกเขาสามารถจัดการกับกองทัพที่เหลืออยู่ของศัตรูได้อย่างรวดเร็ว

“จับราชาหวู่! จับเจียงซาง!”

กองทัพก้าวไปข้างหน้าและเปิดฉากโจมตี พร้อมกับร้องตะโกนออกมา

กองทหารม้าเป็นกลุ่มแรกที่ทำ ตอนนี้ กองทหารม้าได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้องเท่านั้น พวกเขาได้บุกทะลวงจากทางด้านซ้าย เจาะเข้าไปในกองกำลังหลักที่ยังเหลืออยู่ของศัตรู ภายใต้การนำของขุนพลจากเลี้ยว, ฉินฉีอ๋องและหลินยี่

ในความเป็นจริง ถ้าทหารม้าสามารถข้ามไปด้านหลังของศัตรูได้ในตอนนี้ พวกเขาจะมีโอาสได้ทำลายรถศึก 300 คัน และสามารถจับราชาหวู่และเจียงซางได้

อย่างไรก็ตาม การทำลายรถศึกทั้งหมดจะเป็นเหมือนการทำลายความหวังทั้งหมดในการล่าถอย เมื่อความหวังสุดท้ายถูกบดขยี้ พวกเขาก็จะหมดหวังที่จะมีชีวิตอยู่ การทำลายรถศึก จะทำให้ศัตรูสู้ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขามี จนกว่าพวกเขาจะตาย ซึ่งมันจะทำให้เกิดความเสียหายที่ไม่จำเป็น

ไม่เพียงเท่านั้น โอหยางโชวยังคงต้องการสร้างผลประโยชน์ให้กับตนเอง ถ้าเขาปล่อยให้ราชาหวู่หนีรอดไปได้ จะมีเพียงทหารม้าเมืองซานไห่เท่านั้น ที่จะไล่ตามพวกเขาทันได้ ผลที่ตามมาก็คือ รางวัลสำหรับการสังหารราชาหวู่ ซึ่งแน่นอนว่ามันจะตกมาอยู่ในมือเขา

นอกจากนี้ โอหยางโชวยังต้องการลดความสูญเสียของทหารโล่ดาบ ทหารของศัตรูได้บ้าคลั่งไปแล้ว ดังนั้น พวกเขาจึงยังสามารถระเบิดพลัง สร้างความเสียหายให้กับทหารโล่ดาบได้

การเสริมกำลังของทหารม้า ทำให้ทหารราชวงศ์โจวพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง ทหารม้าและทหารโล่ดาบได้ร่วมมือกันสังหารศัตรู จากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ในเวลานี้ ในที่สุดทหารหน้าไม้ได้หยุดการยิงฝนลูกศรของพวกเขาแล้ว การยิงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ทาสที่มีร่างกายอ่อนแอทรุดตัวลงกับพื้น แม้แต่ทหารหน้าไม้ของผู้เล่นทั้ง 5,000 นาย ก็ยังหมดแรง

พวกเขามีบทบาทสำคัญสำหรับชัยชนะในครั้งนี้อย่างมาก

กว่าพวกเขาจะสังหารทหารราชวงศ์โจวที่เหลือทั้งหมดได้ ราชาหวู่พร้อมเจียงซางและราชาคนอื่นๆก็ได้หลบหนีออกไปจากสนามรบแล้ว

ตอนนี้ เสียงในสนามรบเริ่มเงียบลง เหลือเพียงบางส่วนที่เป็นผู้ที่บาดเจ็บเท่านั้น

ไม่มีใครรู้ว่าฝันที่เคยตกพรำๆหยุดลงเมื่อไหร่ เมฆที่เคยดำทะมึนค่อยๆกระจายออกจากกัน และแสงอาทิตย์ก็เริ่มส่องลงมายังพื้นดินอีกครั้ง นำความอบอุ่นไปสู่ผู้ที่รอดชีวิตทั้งหมด

แสงอาทิตย์นี้ได้ส่องมายังทางใต้ของเมืองมูเย่ ไม่มีสีเขียวหลงเหลืออยู่ในพื้นที้นี้อีกต่อไป มันถูกปกคลุมด้วยศพและเลือกทั้งหมด กลุ่มของนกแร้งเริ่มบนเข้ามาในสนามรบ พวกมันติดตามกลิ่นเลือกที่ปลดปล่อยออกมาจากศพ พวกมันวนเวียนอยู่กลางอากาศ และไม่ยอมจากไปไหน

เมื่อมองไปยังสนามรบด้านหน้าพวกเขา ผู้เล่นหลายคนที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่สงบสุขของโลกจริง ไม่สามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทันที พวกเขาเริ่มถอยตัวเองไปอยู่ด้านหลัง และเริ่มที่จะอาเจียนออกมา

มันเป็นเกมส์ที่บกพร่อง การตั้งค่าที่สมจริงของเกมส์ เป็นสิ่งที่โหดร้ายเป็นอย่างมาก อวัยวะภายใน, ลำไส้ และสมอง กระจายอยู่ทั่วสนามรบ ล่อให้ฝูงหนอนและแมลงเข้ามา

บางที สิ่งเหล่านี้อาจเป็นดั่งงานฉลองที่ไม่คาดฝันของพวกสัตว์ที่อยู่ในเขตทุรกันดาร

ราชาโจวแห่งราชวงศ์ซาง ตี้สิน ยืนอยู่บนรถศึกสีทองของเขา เขาไม่สนใจฉากนองเลือดด้านหน้าเขา ในความเป็นจริง เขาดูเหมือนจะพอใจกับมากมาก ขุนพลเอ้อหลายที่ยืนอยู่ข้างๆเขาก็ยิ้มออกมาเช่นกัน

โอหยางโชวขี่ม้าฉิงฟู่ของเขา มุ่งหน้ามายังรถศึกสีทอง เขาลงจากหลังมา แล้วคำนับตี้สิน จากนั้น เขาก็ถามว่า “ฝ่าบาท ผู้นำของศัตรูยังคงอยู่ ข้าขออนุญาติไล่ตามพวกเขาและจัดการพวกเขาได้หรือไม่?”

ตี้สินมีเจตนาเดียวกัน เขาเข้าใจว่า หากต้องการจะกำจัดหญ้าป่า พวกเขาก็ต้องถอนรากของมันออก อย่างไรก็ตาม กองกำลังของเขาเป็นทหารราบ จึงไม่มีทางที่พวกเขาจะสามารถตามจับศัตรูที่หลบหนีได้ เขาจึงมีความสุขที่โอหยางโชวอาสาเช่นนี้

“ข้าอนุญาติ ฆ่าพวกเขาให้หมด แล้วข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม” ตี้สินให้สัญญากับเขา

“ความประสงค์ของฝ่าบาท คือหน้าที่ของข้า” หลังจากที่ได้รับอนุญาติ โอหยางโชวก็ขี่ม้าของเขาไปหาหลินยี่ พวกเขาเดินทางไปพร้อมกับทหารม้า มุ่งหน้าไปในเส้นทางสู้เมืองเมิ่งจิน

ผู้เล่นคนอื่นๆทำได้เพียงดูทหารม้าเมืองซานไห่จากไปเท่านั้น ความอิจฉาปรากฎอยู่บนใบหน้าของพวกเขาอย่างชัดเจน พวกเขารู้ว่า คะแนนคณูปการสงครามจำนวนมาก กำลังรอให้โอหยางโชวและทหารม้าของเขาเก็บเกี่ยว คนที่หนีไปไม่ได้มีเพียงราชาหวู่และเจียงซาง แต่ยังมีราชาคนอื่นๆอีก ซึ่งพวกเขาก็มีค่าเป็นคะแนนคณูปการสงครามจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม พวกเขาสามารถทำได้เพียงตำหนิตัวเอง ที่ม้าศึกของพวกเขาไม่ดีเท่าม้าศึกฉิงฟู่ของโอหยางโชวและทหารม้าของเขา

 

แฟนเพจ : TWOแปลไทย