0 Views
“เธอพูดอะไร?”
หัวใจของเฉินเฟิงเต้นระรัว อย่างไรก็ตามบนใบหน้าของเขากลับไม่มีร่องรอยความกังวลใจแสดงออกมาให้เห็นเลย กลับกันเขาจับจ้องมองไปที่หวังเหยาด้วยใบหน้าประหลาดใจและกล่าวถามออกมาด้วยซ้ำ “จะเป็นไปได้ยังไง? ตอนนั้นชั้นไม่ได้กระทั่งลงไปในทะเลด้วยซ้ำ”
“ชั้นรู้อยู่แล้วว่านายจะไม่ยอมรับ” หวังเหยาไม่ได้แปลกใจ “ถ้าสิ่งนั้นมันอยู่กับนายจริงๆถ้างั้นนายก็ต้องระวังตัวให้ดี คุณค่าของสิ่งนั้นมีค่ามากกว่าที่นายจิตนาการเอาไว้เยอะ คนพวกนั้นจะไม่ปล่อยให้มีใครหลุดรอดไปจากกระบวนการสอบสวนของพวกมันแน่! ถ้าให้ชั้นเดาล่ะก็นะชั้นคิดว่าทุกๆคนที่ไปยังหุบเขามังสัญจรในวันนั้นคงถูกตรวจสอบอยู่ในเงามืดอยู่ตลอดนั่นแหละ”
“ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้นายมีมันอยู่ก็เถอะแต่นายจะใช้มันได้หรอ?”
หวังเหยาเงยหน้าและจ้องมาที่เฉินเฟิงพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างจริงจัง “นายคิดว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปีนายถึงจะสามารถใช้แก่นแท้เลือดระดับนั้นได้? 5ปี? 10ปี? 20ปี? ด้วยพลังในตอนนี้ของนายถ้านายเลือกขายมันออกไปไม่ว่าจะขายให้ใครก็ตามก็มีโอกาสเป็นไปได้มากที่นายจะถูกฆ่าเพื่อเก็บให้เรื่องนี้เป็นความลับ! แต่ถ้านายส่งมันมาให้กับชั้น ชั้นสัญญาว่าจะทำตามความต้องการของนาย3ประการแบบไม่มีข้อแม้ใดๆ”
3ประการ!
เฉินเฟิงขบคิด
เขาพึ่งจะเริ่มฝึกมาได้เพียงไม่นานเท่านั้น อย่างไรก็ตามเพียงเวลาสั้นๆแค่นี้เขากลับได้เผชิญกับอันตรายมามากมายเท่าไหร่แล้ว?! ไม่ว่าจะเป็นตระกูลหลงที่หุบเขามังกรสัญจรหรือมนุษย์กลายพันธุ์ภายในป่าเขาเขียวขจี อันตรายเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเหตุการณ์ไม่คาดคิดทั้งสิ้น!
แม้ว่าเขาต้องการจะหลีกลี้อันตรายเหล่านี้ก็ตาม แต่เขาก็ไม่อาจกระทำได้!
เขาสามารถรับมือกับเหตุการณ์ส่วนมากที่เขาเผชิญมาได้ อย่างไรก็ตามสำหรับอันตรายที่คาดไม่ถึงบางรูปแบบก็จำเป็นต้องมีผู้หนุนหลังที่ทรงพลังเพื่อรับมือกับเรื่องเหล่านั้น! หวังเหยาเองก็เหมาะสมที่จะเป็นผู้หนุนหลังให้เขาได้อย่างดีเยี่ยม!
หนี้3ประการที่เธอกล่าวมาก็เท่ากับชีวิตของเขาอีก3ชีวิต
นี่เป็นการแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมดี
ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่หวังเหยากล่าวออกมาก็เป็นเรื่องจริง เขาจะสามารถใช้แก่นแท้เลือดของมังกรทะเลได้หรือ? มันเป็นสิ่งที่จะนำเขาไปสู่ปัญหาไม่รู้จบถ้าเขายังเก็บมันเอาไว้ ปัญหาจะมาเคาะถึงหน้าประตูได้ตลอดเวลา!
อย่างไรก็ตาม….
ในตอนนี้สิ่งที่เขากังวลที่สุดไม่ใช่หวังเหยาแต่เป็นหวังเยว่ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับหวังเยว่เรียกได้ว่าเลวร้ายทีเดียวและเขาก็ไม่คิดว่ามันจะดีขึ้นได้ในอนาคตด้วย แต่ท้ายที่สุดแล้วหวังเยว่ก็ยังคงเป็นน้องชายของหวังเหยาอยู่!
นี่เป็นความกังวลหลักๆของเขา
อย่างไรก็ตามเขาไม่กังวลว่าหวังเหยาจะเป็นคนที่ชอบลงมือแบบไม่ยั้งคิด ไม่อย่างนั้นเพื่อล้างแค้นให้กับน้องชายของเธอ เธอก็สามารถมาทำลายเฉินเฟิงได้ตลอดเวลาถ้าต้องการ
และตอนนี้หวังเหยาก็สงสัยว่าเขาเก็บแก่นแท้เลือดของมังกรทะเลเอาไว้
ถ้าเธอเป็นคนประเภทที่ทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเธอคงจะจับตัวเฉินเฟิงและบังคับฝืนอ่านความทรงจำของเขาไปแล้ว
เหตุการณ์เช่นนั้นเป็นเรื่องธรรมดาภายในยุคนี้!
และด้วยพลังของเฉินเฟิงเขาจะสามารถต่อต้านได้หรือ?
ไม่
แต่หวังเหยาก็ไม่ได้ทำ
คำแนะนำของเธอคือให้แลกเปลี่ยนแก่นแท้เลือดมังกรทะเลกับบุญคุณ3ประการที่เธอจะติดค้างเขาเอาไว้ซึ่งจากสิ่งที่เธอแสดงออกมาถือว่าน่านับถือทีเดียว เฉินเฟิงไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงได้ทำดีกับเขาเช่นนี้และเขาก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเธอมีแผนการอะไรบางอย่างอยู่หรือไม่
“นายกำลังกังวลเกี่ยวกับหวังเยว่แล้วก็ตระกูลหวังอยู่ล่ะสิ?” หวังเหยาพลันกล่าวออกมา
เฉินเฟิงหรี่ตาลงและไม่กล่าวสิ่งใด
“ถ้าเป็นเรื่องนั้นนายไม่ต้องกังวล” หวังเหยากล่าวออกมาอย่างเฉยเมย “ตระกูลหวังและชั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถ้าไม่ใช่เพราะชั้นมีความสัมพันธ์กับหวังเยว่แล้วล่ะก็พวกคนจากตระกูลหวังยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอจะถือรองเท้าให้ชั้นด้วยซ้ำ”
หัวใจของเฉินเฟิงสั่นระรัวอีกครั้ง
“นายกับหวังเยว่สามารถจัดการเรื่องบุณคุณความแค้นของพวกนายได้ตามใจ”
หวังเหยาจ้องมาที่เฉินเฟิงด้วยสายตาเฉยเมย “ส่วนสำหรับตระกูลหวัง…..ในเมื่อชั้นบอกว่าชั้นติดหนี้นายอยู่3ข้อ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยหรือช่วงชิงชีวิตชั้นก็จะทำ…” หวังเหยาหยุดชะงักไปชั่วครู่ ใบหน้าของเธอเผยรอยยิ้มหวาดหยดย้อยที่มาพร้อมกับจิตสังหารเข้มข้นที่ถูกปลดปล่อยออกมา “รวมไปถึงคนตระกูลหวังด้วยเช่นกัน”
“เฮือก…”
เฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าอย่างตื่นตระหนก
รวมตระกูลหวังด้วย!
เขารู้ว่าสาวน้อยคนนี้ไม่ได้โกหกเขาและก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้นเช่นกัน เมื่อพูดถึงตระกูลหวังแล้วพลันมีจิตสังหารปรากฏขึ้นมาในดวงตาของสาวน้อยนางนี้!
นี่พิสูจน์ได้แล้วว่า…
ถ้าเขาต้องการให้หวังเหยาไปฆ่าใครในตระกูลหวังเธอก็จะทำมันจริงๆ!
ถ้าเป็นเช่นนี้นี่ก็เป็นเรื่องน่ากลัวจริงๆแล้ว
ไม่ใช่ว่าสาวน้อยคนนี้เป็นคนจากตระกูลหวังหรอกหรือ? เดี๋ยวนะ ถ้าเธอเป็นคนจากตระกูลหวังจริงๆ เธอควรจะเป็นคนที่พวกนั้นให้ความสนใจและใส่ใจเลี้ยงดูสิ? แล้วทำไมหวังเยว่ถึงกลับกลายเป็นคนที่ถูกเลือกแทน?
ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังเป็นพี่สาวของหวังเยว่อย่างเห็นได้ชัด นี่ทำให้หลายๆสิ่งแปลกประหลาดไปยิ่งกว่าเดิม
หวังเหยาจริงๆแล้วเป็นใครกันแน่?
“เดิมทีชั้นก็ไม่ได้คิดจะทำเรื่องพวกนี้หรอก” ทันใดนั้นหวังเหยาก็กล่าวออกมาเบาๆ “สิ่งเหล่านี้ที่ชั้นทำให้หวังเยว่เป็นการช่วยเหลือครั้งสุดท้ายในฐานะพี่สาวของเขา ถ้าเขายังคงดื้อรั้นและปฏิเสธที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองและเลือกจะอยู่ภายในตระกูลหวังต่อไป อนาคตของเขา….”
หวังเหยาหยุดตรงนี้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เฉินเฟิงได้ยืนก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ร่างกายของเขาสั่นไหวไปจนถึงแก่น
ตระกูลหวัง…
หวังเหยา…
ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองย่อมต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“บอกชั้นทำไม?” เฉินเฟิงพลันกล่าวถาม
“หลังจากที่ต้องเก็บเรื่อวราวเหล่านี้เป็นความลับมานานชั้นรู้สึกเหน็ดเหนื่อยน่ะ”
ร่องรอยความสับสนปรากฏขึ้นมาในดวงตาคู่สวยคู่นั้นก่อนที่จะกลับกลายมาเป็นใสกระจ่างดุจเดิมอย่างรวดเร็วพร้อมกับที่เธอกล่าวออกมาอย่างเมินเฉย “นอกจากนี้ นายจะให้แก่นแท้เลือดมังกรทะเลกับชั้นไหมล่ะถ้าไม่มั่นใจในตัวชั้นน่ะ?”
เฉินเฟิงจับจ้องไปที่เธออย่างใจเย็น
หวังเหยาเองก็เงยหน้าและจ้องมาที่ดวงตาของเฉินเฟิงเช่นเดียวกัน
ช่วงเวลาในตอนนี้ราวกับว่าเวลาจะถูกแช่แข็ง
จู่ๆเฉินเฟิงก็รู้สึกว่าสาวน้อยเย็นชาและเย่อหยิ่งผู้มีพลังน่าหวาดกลัวผู้นี้กลับมีด้านที่แตกต่างออกไป จากดวงตาของเธอเขาสามารถมองเห็นโลกได้นับพันหมื่น
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่
เฉินเฟิงถอนหายใจออกมา “เธอมั่นใจจริงๆหรอว่ามันอยู่ในมือชั้น?”
“สัญชาติญาณ” หวังเหยากระพริบตาอย่างน่ารัก
เฉินเฟิงยอมแพ้ “เธอชนะ”
“หวังว่าเราจะร่วมงานกันได้อย่างมีความสุขนะ”
หวังเหยาเหยียดมือออกมาอย่างเฉยเมย
เฉินเฟิงจับมือของเธอและรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากมือที่ขาวนวลเนียนดุจหยกข้างนี้
ภายในแคมป์ หวังเยว่กำลังเบื่อหน่ายอยู่กับการรอคอยมาได้ซักพักแล้ว
“พี่”
เมื่อหวังเหยาและเฉินเฟิงกลับมา หวังเยว่ก็รีบก้าวเข้ามาหาทันที “พวกเรา…”
“แกกลับไปก่อนเลย” หวังเหยาโบกมือ “ชั้นมีเรื่องต้องไปทำกับเฉินเฟิง”
“???”
หวังเยว่กลับกลายเป็นโง่งมงุนงง
เชี่ยไรเนี่ย? นี่เขาโดนทิ้งอีกแล้ว?
เมื่อจับจ้องไปที่พี่สาวของมันและเฉินเฟิงที่กำลังจากไป มันก็เริ่มเกิดความรู้สึกเลวร้ายขึ้นมา แมร่งเอ๊ย ดูจากหลายๆสิ่งที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นมานี่ไม่ใช่ว่าเฉินเฟิงจะกลายมาเป็นพี่เขยของมันรึไง?
เชี่ย!
เพียงแค่จิตนาภาพไปถึงฉากนั้นเขาก็รู้สึกตกใจไม่รู้จะกล่าวยังไงดีแล้ว
“ไม่ เป็นไปไม่ได้”
หวังเยว่พึมพำ พี่สาวของเขาเป็นดั่งไอดอลของตัวเขา เช่นนี้แล้วเธอจะไปตกหลุมรักขยะแบบเฉินเฟิงได้ยังไง! พวกเขาต้องมีธุระกันเฉยๆแน่นอน! ใช่ตามนั้น!
ในความจริงแล้วเฉินเฟิงกับหวังเหยาก็มีธุระที่ต้องทำกันเฉยๆจริงๆนั่นแหละ
บริเวณชายหาดภายในบริเวณใกล้เคียงกับภูเขามังกรสัญจรที่ถูกทำลายลงไป เมื่อเฉินเฟิงเดินไปขุดแก่นแท้เลือดมังกรทะเลที่เขาฝังเอาไว้ในทรายมาให้ หวังเหยาก็กลายเป็นไร้คำพูด
“เช่นนี้…”
“นายเก็บแก่นแท้เลือดมังกรทะเลนี่ไปต่อหน้าต่อหน้าพวกเราเช่นนี้เลย?”
หวังเหยาลูบใบหน้าเล็กจ้อยของเธอ
“แค่ก แค่ก”
เฉินเฟิงกระแอม
“…”
หวังเหยาจะกล่าวอะไรได้?
ความกล้าหาญขนาดใดกันที่ชายคนนี้มี?
แต่เขาก็ทำได้สำเร็จจริงๆ!
กล่าวตามตรงแล้วถ้าไม่ใช่เพราะเธอลากเขามาให้ช่วยจัดการกับผนึกในวันนี้เธอก็คงยังไม่พบว่าตัวเขามีปัญหาแน่นอน แม้แต่ในตอนท้ายที่สุดเธอก็ยังได้เพียงแต่สงสัยในตัวเขาเท่านั้น
เฉินเฟิงผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆนั่นแหละ
พวกเขาทั้งคู่ไม่ได้รั้งอยู่นานนัก หลังจากผ่านไปเพียงชั่วครู่หวังเหยาก็พาเฉินเฟิงออกไปจากที่แห่งนี้
ไม่นานหลังจากที่พวกเขาจากไปพลังจิตวิญญาณอันทรงพลังก็กวาดผ่านไปทั่วบริเวณนี้ มันหยุดลงตรงจุดนี้เป็นเวลานานและหายไปอย่างเงียบงันหลังจากไม่พบสิ่งใด
“แปลก…”
“ชั้นรู้สึกถึงบางสิ่งที่นี่…”
“หรือว่าเราจะรู้สึกไปเอง?”
..
ยามดึกดื่น เฉินเฟิงก็กลับมาถึงบ้านเช่าของเขาภายในโกลซิตี้จนได้
หวังเหยาจากไปหลังจากที่ทิ้งเขาเอาไว้ที่ย่านชุมชน
เฉินเฟิงต้องกลับบ้านเพียงลำพังแต่เขาก็โล่งใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขากลัวว่าจะถูกจับได้โดยความสามารถลึกลับบางอย่างมาตลอดและกังวลมาตลอดว่าจะเกิดอะไรขึ้น!
โชคดีที่คนเหล่านั้นดูเหมือนจะไม่มีวิธีแปลกประหลาดเช่นที่ว่าไปนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาถูกหวังเหยาช่วยเอาไว้และเรื่องที่บ่อน้ำเยือกแข็ง ทั้งสองเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เฉินเฟิงรู้สึกมาตลอดว่าเขาติดหนี้เธออยู่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง ตอนนี้เมื่อแลกเปลี่ยนแก่นแท้เลือดมังกรทะเลกับเธอไปแล้วและเขาก็ยังไม่ได้ใช้ข้อตกลง3ประการที่หวังเหยาให้ไว้อีกด้วย เขารู้สึกว่าการที่ได้ชีวิตมาเพิ่มมาอีก3ชีวิตเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าอย่างยิ่งแล้ว
อย่างน้อยก็…
เช่นนี้เขาก็สามารถพูดกล่าวกับเธอได้อย่างเท่าเทียมกันแล้ว
“เราอวดโอ่เกินไปหน่อยรึเปล่านะ?”
เฉินเฟิงยกยิ้มเย้ยหยันขึ้นมา
ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลใดแต่แม้ว่าพลังของเขาจะยังคงอ่อนแออยู่แต่เขาก็ไม่ต้องการให้สถานะของเขาเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าสาวน้อยผู้นี้ดูต่ำต้อยเกินไปนัก
“อย่าไปคิดอีกเลย”
เฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก
ในตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาคือการยกระดับของตัวเอง!
การเผชิญหน้ากับมนุษย์กลายพันธุ์และการไปยังบ่อน้ำเยือกแข็งในครั้งนี้ทำให้ค่าคุณลักษณะของเฉินเฟิงขึ้นมาอยู่อีกระดับหนึ่งเลยทีเดียว ค่าพลังทุกด้านของเขาล้วนขึ้นสู่ระดับใหม่ทั้งสิ้น
ค่าคุณลักษณะของยีน ความแข็งแกร่ง : 50ความเร็ว : 50พลังกาย : 50จิตวิญญาณ : 100สภาวะในปัจจุบันความอดทน : 50/50 (ค่าพลังกายทุกๆ1แต้มจะเพิ่มขีดจำกัดของค่าความอดทนขึ้น1แต้ม)
พลังจิตวิญญาณ : 100/100 (จิตวิญญาณทุกๆ1แต้มจะเพิ่มค่าพลังจิตวิญญาณ1แต้ม)
“ในที่สุดก็100แต้มแล้ว!”
ร่างกายของเฉินเฟิงสั่นเทาอย่างตื่นเต้น ค่าคุณลักษณะของเขาในที่สุดก็เพียงพอใช้งานซักที!
จากการคำนวณของเขาก่อนหน้านี้ เพื่อปรับเปลี่ยนยีนของมดทองคำให้เป็นยีนที่แข็งแกร่งที่สุดเขาจำเป็นต้องใช้ค่าพลังจิตวิญญาณประมาณ90แต้มและใช้ค่าความโชคดีอีกมหาศาล!
“เราสามารถลองตัดผ่านขีดจำกัดได้ทุกเมื่อด้วย!”
“ยังไงก็ตาม เราจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อตัดผ่านขีดจำกัดและแม้ว่าเราจะไปถึงคลาสEจริงๆมันก็ยังไม่ได้นับว่าเป็นการยกระดับที่มากมายอะไร เราคงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราตอนนี้คือการสร้างยีนที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาให้ได้ก่อน!”
เฉินเฟิงคิดคำนวณอย่างเงียบๆ
เป้าหมายในปัจจุบันของเขาคือการสร้างยีนที่แข็งแกร่งที่สุด!
เขาเปิดกล่องทดลองขึ้นมาและหยิบเอาแก่นแท้เลือดของมดทองคำที่ยังเหลือซึ่งถูกเก็บอยู่ภายในกล่องรักษาความปลอดภัยออกมา ทันใดนั้นเขาก็ต้องรู้สึกทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาเนื่องจากบางจุดของแก่นแท้เลือดเริ่มมีขนสีเขียวเติบโตขึ้นมาแล้ว
“เสื่อมสภาพแล้ว…”
เฉินเฟิงยิ้มขม
แก่นแท้เลือดของมดทองคำสามารถมีชีวิตอยู่ได้เพียงแค่3วันเท่านั้น
ในบรรดาแก่นแท้เลือด3ชุดและวัตถุดิบที่เขาเตรียมเอาไว้สำหรับใช้สร้างยีนมดทองคำนั้น เขาสามารถสร้างได้สำเร็จในอันแรก ล้มเหลวในอันที่สองและเก็บวัตถุดิบชุดสุดท้ายเอาไว้เพราะเขายังไม่มีเวลาจะสร้างมัน เขาต้องการลองว่าเมื่อถูกผนึกแล้วแก่นแท้เลือดจะมีผลกระทบใดๆหรือไม่ แต่ทุกอย่างกลับอยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของเขา เพียงหลังจากผ่านไปได้2วันแก่นแท้เลือดชุดนี้กลับเน่าเสียๆแล้ว
ยังไงก็ตามสูตรระดับดาวสูงๆก็แตกต่างไปจากสูตรระดับต่ำๆอยู่แล้ว สำหรับสูตรระดับสูงๆเหล่านี้แก่นแท้เลือดเป็นเพียงแค่วัตถุดิบส่วนเล็กๆเท่านั้น จุดสำคัญที่สุดของมันก็คือวัตถุดิบที่ใช้สร้างเครื่องบ่มของเหลวซึ่งใช้ในกระบวนการบ่มยีนซะมากกว่า
“ดูเหมือนต้องทิ้งแล้วมั้งเนี่ย”
เฉินเฟิงขบคิด
ไม่เพียงแต่แก่นแท้เลือดเท่านั้นที่เน่าเสีย กระทั่งค่าความโชคดีของเขาก็เหลือเพียงแค่3แต้มเท่านั้น!
ในกระบวนการสร้างของเขาก่อนหน้านี้ สองขั้นตอนแรกใช้ค่าความโชคดีไปถึง15แต้ม ค่าความโชคดีที่จำเป็นต้องใช้ในขั้นตอนสุดท้ายที่เขาจำเป็นต้องเตรียมเครื่องบ่มของเหลวสำหรับการผสานยีนยังไม่รู้เลยว่าต้องใช้เท่าไหร่!
“คงต้องเตรียมไว้อย่างน้อยซัก40แต้ม!”
เฉินเฟิงตัดสินใจ
แม้ว่าเขาอาจจะไม่จำเป็นต้องเตรียมค่าความโชคดีเอาไว้ขนาดนั้นก็ตามแต่เพื่อเหลือยังไงก็ดีกว่าเพื่อขาดอยู่แล้ว
ในเมื่อเป็นเช่นนี้เขาก็จะสามารถใช้เวลา2วันระหว่างที่รอให้ค่าความโชคดีฟื้นฟูเพื่อไปตระเตรียมวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับการสร้างเอาไว้ได้อีกด้วย
“ดูเหมือนเราต้องวางเดิมพันทั้งหมดในโอกาสสุดท้ายนี้แล้ว”
จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเฉินเฟิงลุกโหมขึ้นมา
ติดตามตอนใหม่ก่อนใครได้ที่ The Strongest Gene ยีนส์เทพ