0 Views
“นี่…”
เฉินเฟิงทำได้เพียงยิ้มขมๆออกมา
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
แม้แต่มนุษย์กลายพันธุ์คลาสEยังถูกเขาฆ่ามาแล้วแต่ตอนนี้ตัวเขากำลังจะถูกฆ่าโดยพวกสัตว์อสูรกลายพันธุ์คลาสFเนี่ยนะ?
เขาเป็นอัจฉริยะที่มีความสามารถในการต่อกรกับคนที่มีระดับคลาสสูงกว่านะเฮ้ย!
ในตอนนี้เหล่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์ดูเหมือนจะสัมผัสถึงพลังภายในร่างกายของเฉินเฟิงได้ สายตาของพวกมันในทันใดก็พลันเต็มไปด้วยความละโมบพร้อมกับจิตสังหารเข้มข้นที่ซึมลึกอยู่ภายในดวงตาสีแดงฉานของพวกมัน
“กรร…”
กลุ่มสัตว์อสูรกลายพันธุ์พุ่งตรงไปยังทิศทางของเฉินเฟิง
“นรกเอ้ย”
เฉินเฟิงยิ้มขม
ในตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาสามารถพึ่งได้มีเพียงออร่าแห่งความโชคดีแล้ว
อย่างไรก็ตาม….
ในสถานการณ์ตอนนี้มันจะใช้ได้หรือไม่นะ?
ออร่าแห่งความโชคดี!
ทำงาน!
ออร่าแห่งความโชคดีเป็นสิ่งที่เฉินเฟิงมักจะใช้มันออกมาในด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น มิฉะนั้นแล้วถ้าเขาเพียงแค่ต้องการปลดปล่อยคมดาบสายลมออกมาแต่ออร่าแห่งความโชคดีกลับทำงานกับทุกสิ่งรอบๆกายของเขามันคงใช้งานค่าความโชคดีหลายร้อยหรือหลายพันแต้มต่อวินาทีเป็นแน่ ค่าความโชคดีเพียงน้อยนิดที่เขามีแน่นอนว่าไม่เพียงพออยู่แล้ว!
ปล่อยให้ชั้นได้ผ่านการเสริมแกร่งไปอย่างสบายๆทีเถอะ!
เฉินเฟิงสวดภาวนาในใจ
ปัง!
ในตอนนี้เองค่าความโชคดี5แต้มที่เหลือก็ลดลงไปอย่างรวดเร็ว ภายในพริบตาแต้มทั้งหมดก็ถูกใช้ไปจนเกลี้ยง อย่างไรก็ตามสัตว์อสูรกลายพันธุ์รอบๆเขาก็ยังคงอยู่เช่นเดิม
“เราคงคิดมากเกินไป” เฉินเฟิงพึมพำ
หรือว่าค่าความโชคดีจะไม่พอ?
เฉินเฟิงถอนใจ
สายตาของเขาเริ่มมืดดับลงขณะเดียวกันความเจ็บปวดภายในร่างกายของเขาก็ยังดำเนินต่อไป เมื่อสัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรกลายพันธุ์จำนวนมากมายที่ยังคงพุ่งตรงเข้ามาหาเขาเขาจึงรู้สึกหมดจนทาง เฉินเฟิงเลือกที่จะเมินพวกมันและเริ่มคุยกับตัวเองต่อไป
เฉินเฟิงพึงพำขึ้นมาภายในใจ ‘ยังไงก็ใกล้จะตายในไม่ช้านี้แล้ว เราจะไปกลัวอะไร! แต่สงสัยจังน้าว่าจะมีใครมาส่งเราไหม…’
ในช่วงเวลาสุดท้ายของเขา สติของเขาเริ่มเลือนราง
ในช่วงเวลาครุมเครือนี้เขารู้สึกเหมือนว่าจะได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นกึกก้อง การเสริมแกร่งของร่างกายของเขาดูเหมือนจะเสร็จสมบูรณ์แล้วในตอนนี้ ความเจ็บปวดภายในร่างกายของเขาในที่สุดก็หายไปจนสิ้น เฉินเฟิงในตอนนี้เหมือนกับคนที่แช่อยู่ในกลุ่มไอน้ำจากเหงื่อที่ระเหยออกมาพร้อมด้วยร่างกายทั่วทั้งร่างของเขาที่เปียกโชก เขาทรุดกายลงไปบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงพร้อมด้วยใบหน้าขาวซีด
สำเร็จ? หรือล้มเหลว?
เฉินเฟิงไม่อาจรับรู้สิ่งใดได้เลย
เฉินเฟิงเปิดตาขึ้นมาในขณะที่ยังคงรู้สึกมึนงงอยู่เล็กน้อย เขารู้สึกเหมือนว่าเขาจะมองเห็นบางสิ่งซึ่งนั่นก็คือเงาร่างอันคุ้นเคยที่ตอนนี้ยืนอยู่เบื้องหน้าของเขา เขากระพริบตาหลายครั้งก่อนที่สมองของเขาจะได้กลับมาเป็นปรกติเขากลับเผลอกล่าวคำเหล่านี้ออกมาได้อย่างปาฏิหาริย์ “ไม่ใช่อกแบนๆจริงๆด้วย”
“ปัง!”
พลังอันน่าหวาดกลัวระเบิดเข้าที่หน้าท้องของเฉินเฟิงพร้อมกับตัวของเฉินเฟิงที่ถูกถีบออกไปจากจุดนี้ เขาปะทะเข้ากับต้นไม้และจนมันหักโค่นลงไปถึง2ต้นก่อนที่ล่างกายของเขาจะหยุดลงในที่สุด
เฉินเฟิงรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดมหาศาลที่ระเบิดขึ้นมาภายในร่างกาย
ความรู้สึกนี้….
สมองของขาพลันปลอดโปร่งขึ้นมาในทันที “เรายังไม่ตาย?”
ใช่แล้ว
เขายังมีชีวิตอยู่!
พลังของเขาค่อยๆกลับคืนมา
เมื่อรู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่ปะทุอยู่ภายในร่างกายของเขาและสมองของเขาที่ปลอดโปร่งอย่างไม่น่าเชื่อนี้ เขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเขารอดจากสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดมาได้แล้ว!
การเสริมแกร่งให้ยีนสำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว!
และเขาก็ยังคงมีชีวิตอยู่!
เฉินเฟิงรู้สึกยินดีอย่างสุดซึ้ง
เดี๋ยวนะ….ถ้าเป็นแบบนี้ก็หมายความว่า… เฉินเฟิงจับจ้องมองไปที่เงาร่างคุ้นตาที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเขาและทันใดนั้นเขาก็ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกจนเย็นปอด
“หัวโล่งแล้วใช่ไหม?”
ใบหน้าเล็กๆของหวังเหยาจับจ้องมาที่เขาอย่างเย็นชา
“อือ..”
เฉินเฟิงรู้สึกกังวลอย่างมาก เขาหวาดกลัวว่าสตรีน้อยผู้นี้จะเล่นงานเขาอีกรอบ
“พูดคำเมื่อกี้อีกครั้งสิ”
หวังเหยาปะทุขึ้นมาด้วยเจตนาสังหารเข้มข้น
“โทษทีๆ”
เฉินเฟิงกล่าวขอโทษซ้ำๆ ก่อนนี้เขาเผลอพ่นอะไรไร้สาระออกมาในตอนที่สมองของเขายังไม่สู้ดีนัก ตอนนี้เขาไม่กล้าที่จะกล่าวสิ่งที่เขาได้กล่าวออกไปก่อนหน้านี้เป็นแน่ เขาไม่กล้ากระทั่งจะกล่าวอะไรที่มีโอกาสเกี่ยวข้องกับคำกล่าวก่อนหน้านี้ซะด้วยซ้ำ นับได้ว่าก่อนหน้านี้เขาหาเรื่องตายจริงๆ
หวังเหยาแค่นเสียงเย็นออกมา “เฮอะ!”
เฉินเฟิงเกาหัว “ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่?”
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสตรีผู้นี้ที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้สองครั้งสองคราเขาจึงรู้สึกอึดอัดอยู่เล็กน้อย
“ชั้นบังเอิญได้ยินเสียงที่นี่พอดีเลยมาดูสถานการณ์ซักหน่อย ไม่คิดเลยว่าจะได้เก็บสิ่งมีชีวิตออกมาตัวหนึ่ง” หวังเหยากล่าวออกมาอย่างไม่สนโลก
เฉินเฟิง “…”
เขาถูกจัดให้เป็นเหมือนกับสิ่งของที่โลลิผู้นี้หยิบขึ้นมาจากถนนงั้นหรอ?
อย่างไรก็ตามเขาก็รู้ดีว่าส่วนหนึ่งของเรื่องนี้เป็นผลมาจากพลังของออร่าแห่งความโชคดี เดิมทีหวังเหยาอาจจะผ่านไปเฉยๆเท่านั้นอย่างไรก็ตามเนื่องจากการใช้งานออร่าแห่งความโชคดีทำให้เธอบังเอิญรับรู้ถึงจุดที่เขาอยู่
ค่าความโชคดี5แต้มที่เหลือถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าจริงๆ
ในตอนนั้นเองเสียงกัดฟันของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้นมาให้ได้ยิน
“เฉินเฟิง!”
เฉินเฟิงหันกายไปดูและทันใดนั้นก็พบว่านั่นก็คือหวังเยว่!
เฉินเฟิงรู้สึกงุนงง “ทำไมนายมาอยู่นี่?”
“ชั้นต่างหากที่ควรจะถาม!” หวังเยว่เดือดละอุไปด้วยความโกรธ กว่าเขาจะสามารถตื๊อให้หวังเหยามาช่วยเขาล่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์ที่นี่เพื่อยกระดับให้ตัวเขาได้ก็เรียกได้ว่าเขาต้องประสบกับความยากลำบากมากนักกว่าจะพาเธอมาได้ แต่ไม่คิดเลยว่าเมื่อตอนที่เขามาถึงเขาจะมาบังเอิญพานพบเข้ากับเฉินเฟิงไอ้ตัวซวยเข้าพอดิบพอดี
ถ้าเขาอยู่คนเดียวล่ะก็…
ฉากที่เขาทรมานเฉินเฟิงหลากหลายรูปแบบเริ่มปรากฏชัดขึ้นมาในหัว
“ชั้น?”
เฉินเฟิงเมินหวังเยว่ทันที เขาหันหัวกลับไปมองหวังเหยาที่ตอนนี้สายตาของเธอยังคงเต็มไปด้วยความสงสัยและอธิบายออกมาพร้อมกับรอยยิ้มจืดสนิท “ชั้นมาที่นี่เพื่อเสริมแกร่งยีนน่ะ ไม่คิดเลยว่ารากฐานของชั้นจะห่วยเกินไปและเกือบที่จะทนไม่ไหวซะแล้ว”
“มีอะไรที่ขยะอย่างแกทนได้ด้วยรึไง?”
หวังเยว่แค่นเสียง
นี่ใช่ความจริงแน่หรือ?
สายตาไม่แยแสของหวังเหยากวาดผ่านไปยังซากศพที่อยู่ในระยะไกลออกไปแต่ไม่กล่าวสิ่งใดออกมา
“ยังไงก็ตามดีแล้วที่พวกเราได้พบกันที่นี่”
หวังเหยาหมุนศีรษะเล็กๆของเธอเล่นขณะที่ขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ชั้นช่วยนายไว้ดังนั้นตอนนี้นายต้องช่วยชั้นบ้างแล้ว”
“ได้สิ”
เฉินเฟิงพยักหน้า
“มีบางอย่างในหุบเขาเขียวขจีแห่งนี้ที่ชั้นต้องการ อย่างไรก็ตามผนึกของมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างเป็นปัญหาอยู่บ้าง เดิมทีชั้นต้องการให้หวังเยว่จัดการกับมัน อย่างไรก็ตามไอ้หนูขยะเปียกนี่ดูยังไงก็คงใช้ประโยชน์ไม่ได้มากอยู่ดี” หวังเหยากล่าวออกมาอย่างไม่สนโลกเช่นเดิม
“พี่!”
หวังเยว่รู้สึกราวกับไม่ได้รับความเป็นธรรม
“???!”
เฉินเฟิงเบิกตากว้างอย่างไม่ตั้งใจ
ห่าราก! พี่???
เมื่อมองไปที่รูปร่างเล็กจิ๋วของเธอและมองไปที่หวังเยว่ที่มีความสูงอย่างน้อย170เซนติเมตรอีกครั้งเฉินเฟิงก็รู้สึกมึนงง พวกนี้เป็นพี่น้องท้องเดียวกันจริงๆ? และยังเป็นพี่สาวกับน้องชายด้วย?!
“เรื่องเล็กน้อย”
หวังเหยาไม่ต้องการกล่าวให้มากความ
“เข้าใจแล้ว”
เฉินเฟิงกดความตกตะลึงและความต้องการอยากจะรู้เรื่องราวให้มากกว่านี้เอาไว้ในใจเพราะเมื่อเขาได้เห็นจิตสังหารเข้มข้นในดวงตาของเธอเขาก็กลัวว่าชีวิตน้อยๆของเขาจะตกอยู่ในอันตรายถ้าเขายังคงถามต่อไป
“หยุดกล่าวอะไรไร้สาระกันซักที สรุปนายจะตกลงรึเปล่า?”
หวังเยว่กล่าวออกมาอย่างมุทะลุ “พี่ชั้นช่วยแกเอาไว้นะเว้ย!”
“ตอนนี้ชั้นช่วยไม่ได้”
เฉินเฟิงส่ายหัว “ชั้นไม่สามารถจัดการกับข้อจำกัดได้ด้วยสภาพในปัจจุบันนี้แน่ ถ้าจะสามารถทำได้ก็คงเป็นพรุ่งนี้เลย”
หวังเหยากวาดสายตามองไปที่ร่างกายของเฉินเฟิง เมื่อเห็นเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นและเปียกโชกไปด้วยเหงื่อและใบหน้าซีดขาวของเขาเธอก็พยักหน้ารับออกมาน้อยๆ “ชั้นจะไปหานายพรุ่งนี้”
“ปัญหาเยอะจริง”
หวังเยว่พึมพำและได้รับสายตาดุร้ายจากหวังเหยาเป็นการตอบแทน
ฟู่มมม!
แสงสว่างปรากฏออกมาพร้อมกับที่พวกเขาพุ่งทะยานขึ้นไปยังหมู่เมฆ
หวังเหยาจับพวกเขาสองคนเอาไว้ในมือแต่ละข้างของเธอและพาทั้งเฉินเฟิงและหวังเยว่กลับไปยังที่ตั้งของแคมป์ หลังจากที่แลกเปลี่ยนรายละเอียดกับเฉินเฟิงแล้วเธอก็พาหวังเยว่จากไป
เฉินเฟิงรู้สึกขอบคุณ
แม้ว่าสตรีน้อยผู้นี้มักจะปกคลุมไปด้วยจิตสังหารอยู่ตลอดเวลาแต่ทั้งหมดทั้งมวลนั่นก็ล้วนแล้วแต่พุ่งเป้าไปที่ศัตรูของเธอทั้งสิ้น!
ช่วยเธอจัดการกับผนึกน่ะหรือ?
เฉินเฟิงจำเป็นต้องเตรียมการให้ดี
เมื่อกลับมายังเขตเมืองแล้วเขาก็กลับไปยังบ้านเช่าของเขาและทิ้งกายลงบนเตียงอย่างแรง
โคตรเหนื่อยเลย!
โคตรอันตรายเลยด้วย!
แม้ว่าจะมีค่าความโชคดีเพื่อไว้ถึง50แต้มและตระเตรียมยีนรีเอเจนต์ของอสรพิษสายฟ้าเอาไว้และระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลาแล้วก็ตาม เขาก็ยังคงเผชิญเข้ากับอันตรายไม่สิ้นสุดอยู่ดีและเกือบที่จะไม่ได้กลับมาบ้านอีกครั้งหนึ่งแล้ว เพื่อความต้องการที่ในการยกระดับตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ราคาที่เขาต้องจ่ายไปนับได้ว่าน่าหวาดหวั่นกว่าที่เขาได้จิตนาการเอาไว้เยอะทีเดียว! อย่างไรก็ตามก็โชคดีที่ครั้งนี้เขายังกลับมาบ้านได้อย่างปลอดภัย
สิ่งที่เขาได้รับมาครั้งนี้ในทางกลับกันแล้ว….
เฉินเฟิงตรวจสอบข้อมูลพันธุกรรมของเขา
ค่าคุณลักษณะของยีน
ความแข็งแกร่ง : 50
ความเร็ว : 50
พลังกาย : 50
จิตวิญญาณ : 81
พัฒนาขึ้นมาทุกด้าน!
เมื่อเทียบกับเขาคนก่อนแล้วตัวเขาในปัจจุบันแตกต่างออกไปคนละระดับอย่างสิ้นเชิง
ยิ่งเสี่ยงมากเท่าไหร่กำไรก็ยิ่งมากเท่านั้น!
หลังจากผ่านประสบการณ์เฉียดตายครั้งนี้ ความแข็งแกร่ง ความเร็วและพลังกายของเขาซึ่งเดิมทีมีเพียงแค่10แต้มได้พุ่งขึ้นมาเป็น50แต้มและค่าพลังจิตวิญญาณที่เดิมทีเขามีอยู่52แต้มก็กลายเป็น81แต้มอย่างไม่น่าเชื่อ ค่าคุณลักษณะที่เพิ่มขึ้นทุกด้านรวมกันแล้วมากถึง149แต้ม! เป็นตัวเลขที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงอย่างแท้จริง!
“เราเกือบจะมาถึงขีดจำกัด100แต้มแล้ว”
เฉินเฟิงรู้สึกดีใจ
คุ้มมาก!
หลังจากที่จัดการกับผนึกให้หวังเหยาในวันพรุ่งนี้แล้วเขาจะเตรียมการอีกครั้งก่อนที่จะออกล่าจ่าฝูงจิ้งจอกวายุอีกครั้งหนึ่ง เขาจะต้องไปถึง100แต้มได้ในเวลาสั้นๆนี้เป็นแน่!
เมื่อเวลานั้นมาถึงยีนที่แข็งแกร่งที่สุดก็จะ…
เขาจะสามารถค้นคว้าสร้างมันขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์แน่นอน!
หัวใจของเฉินเฟิงเดือดระอุ
ค่าความโชคดีของเขาถูกใช้ไปจนเกลี้ยงแต่เขาก็ยังจำเป็นต้องช่วยหวังเหยาในวันพรุ่งนี้อยู่ดี อย่างไรก็ตามเขาอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ค่าความโชคดีของเขาก็ได้ ด้วยการที่มีหวังเหยาคอยคุ้มกันในตอนที่เขาจัดการกับผนึกอยู่ใครจะกล้าเข้ามารนหาที่ตายกัน?
เขาพักผ่อนอย่างสุขสงบในค่ำคืนนั้น
วันถัดมาเขาก็มาถึงแคมป์ภายในหุบเขาเขียวขจีในตอนเช้า
เมื่อเขามาถึงสองพี่น้องหวังยังมาไม่ถึงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเขากลับพบเข้ากับทีมของซูเฟยอย่างไม่คาดคิดเข้าที่นี่
ติดตามตอนใหม่ๆก่อนใครได้ที่ The Strongest Gene ยีนส์เทพ