0 Views
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น?” มู่หยวนพลันรู้สึกว่าผมของเขาชูชันขึ้นมา
“ไม่มีอะไร” เฉินเฟิงนึกบางสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญขึ้นมาได้ “นายรู้วิธีเพิ่มค่าพลังจิตวิญญาณไหม?”
“สร้างยีนไง” มู่หยวนกล่าวออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ “สำหรับนักสร้างยีนอย่างพวกเราตราบใดที่เรายังคงสร้างยีนต่อไปค่าพลังจิตวิญญาณของพวกเราก็จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้านายรู้สึกว่าการเติบโตนี้มันช้าเกินไปนายก็สามารถขยายขอบเขตภาวะของยีนของนายได้ในระดับหนึ่ง คลาสเรียนระดับสูงบางคลาสเองก็สามารถช่วยเพิ่มค่าพลังจิตวิญญาณได้ด้วยเช่นกัน”
เฉินเฟิงส่ายหัว “ชั้นต้องการแบบเพิ่มขึ้นพรวดพราดเลยน่ะ”
เขารู้เกี่ยวกับวิธีที่มู่หยวนกล่าวบอกออกมาอยู่ก่อนแล้ว วิธีพวกนั้นเป็นวิธีที่นักสร้างยีนทั่วไปใช้กันในการพัฒนาตัวเองอย่างไรก็ตามสิ่งที่เขามีไม่พอก็คือเวลานี่แหละ!
“เพิ่มขึ้นพรวดพราดเหรอ?” มู่หยวนขมวดคิ้ว “ขอคิดก่อนนะ….ซื้อยีนรีเอเจนต์ที่เพิ่มค่าสถานะถาวรล่ะ? มันค่อนข้างแพงอยู่นะ”
“ใช้ไปแล้ว” เฉินเฟิงกล่าวออกมาอย่างหนักแน่น
“งั้นชั้นก็คิดวิธีอื่นไม่ออกแล้ว” ในทันใดนั้นมู่หยวนก็พลันนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้เขาจึงส่ายหัวของเขา “สำหรับนักสร้างยีนแล้วมีเพียงไม่กี่วิธีหรอกที่ทำได้ แน่นอนว่ามันไม่มีทางลัดแต่อย่างใดแต่ยังไงก็เถอะถ้าเป็นสำหรับนักรบพันธุกรรมแล้ว….”
ดวงตาของเฉินเฟิงพลันเกิดประกายไฟ ‘ใช่แล้ว นักสร้างยีนเองก็ถือเป็นนักรบพันธุกรรมรูปแบบจิตวิญญาณด้วยเหมือนกัน! พวกนักรบพันธุกรรมแบบแท้ๆไม่อาจสร้างยีนรีเอเจนต์ใดๆออกมาได้เองอยู่แล้วถ้างั้นแล้วพวกเขาจะสามารถเพิ่มพลังจิตวิญญาณได้ยังไง?’
“ชั้นก็ไม่รู้ว่าควรจะบอกนายดีไหม”
มู่หยวนยิ้มขมๆออกมา ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเปิดปากกล่าว “นายรู้ไหมว่าพวกนักรบพันธุกรรมเขาเพิ่มพลังกันยังไง?”
“ผ่านการฝึกฝนไงไม่ใช่หรอ?” เฉินเฟิงคาด
“นั่นก็เป็นทางหนึ่ง”
มู่หยวนสูดหายใจเข้า “นอกจากวิธีการฝึกฝนแบบปกติและการฝึกซ้อมที่มีความยากสูงๆแล้วพวกนักรบพันธุกรรมยังมีวิธีอื่นที่เร็วกว่าแต่อันตรายยิ่งกว่าอยู่ด้วยนั่นก็คือ – การเสริมแกร่งให้ยีน!”
“เสริมแกร่งให้ยีน?” ดวงตาของเฉินเฟิงส่องประกายออกมา ดูเหมือนว่าเขาจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน
“ใช่ การเสริมแกร่งให้ยีน!” มู่หยวนพยักหน้า “สิ่งที่เรียกว่าการเสริมแกร่งให้ยีนคือวิธีการที่คนผู้นั้นไปล่าสังหารสัตว์อสูรกลายพันธุ์ที่มียีนรูปแบบเดียวกันกับที่คนผู้นั้นผสานเข้าไปและนำยีนของพวกมันมาเป็นของตนเอง! ยกตัวอย่างเช่น ถ้านายผสานเข้ากับยีนหมีป่าคลาสF ถ้างั้นนายก็จำเป็นต้องฆ่าหมีป่าที่แข็งแกร่งกว่านายและดูดซับยีนของมันเข้ามาในร่างกาย ด้วยวิธีนี้นายจะสามารถเสริมแกร่งให้กับยีนหมีป่าของนายได้!”
เฉินเฟิงยังคงรู้สึกสับสนอยู่เล็กน้อย “แล้วจะเสริมแกร่งยังไง?”
“ฆ่า ดูดกลืนแล้วก็ผสาน” มู่หยวนกล่าวออกมาตรงๆ “การเสริมแกร่งให้ยีนแตกต่างจากการกลั่นยีนอย่างมาก ถ้านายต้องการดูดกลืนยีนเข้ามาในร่างกายของนายและเสริมแกร่งให้กับยีนของนายเองนายจำเป็นต้องแน่ใจว่ายีนมันยังสามารถทำปฏิกริยาได้อยู่! หรือจะกล่าวอีกอย่างก็คือนายจำเป็นต้องเสริมแกร่งให้กับยีนให้สำเร็จภายในเวลาไม่กี่นาทีหลังจากที่ฆ่าสัตว์อสูรลงได้มิฉะนั้นแล้วปฏิกริยาตอบสนองของมันจะหายไป”
‘เป็นเช่นนี้เอง’
เฉินเฟิงคิดเกี่ยวกับมัน ‘ฟังดูแล้วก็ไม่ยากไม่ใช่หรอ?’
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเขาผสานกับยีนหมีป่าและมีค่าความแข็งแกร่งอยู่30แต้ม เขาจำเป็นต้องฆ่าหมีป่าที่มีค่าความแข็งแกร่งมากกว่า30แต้มและดูดกลืนยีนของมันเข้ามาภายในร่างกายเพื่อยกระดับยีนของเขาใช่ไหม? ฟังดูง่ายอย่างยิ่งดังนั้นแล้วมันอันตรายอย่างที่มู่หยวนกล่าวตรงไหน?
เฉินเฟิงพลันคิดบางสิ่งขึ้นมาได้ “ค่าคุณลักษณะจะเพิ่มขึ้นมาแน่นอนเลยรึเปล่า?”
“แน่นอนว่าไม่” มู่หยวนส่ายหัว “นายจะคิดว่าการเสริมแกร่งให้กับยีนเป็นเหมือนหลอดแก้วที่มีของเหลวสองชนิดแตกต่างกันก็ได้ กล่าวง่ายๆก็คือถ้านายฆ่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์ที่มีค่าคุณลักษณะสูงกว่านาย2แต้มนายก็จะได้รับค่าคุณลักษณะเพิ่มมาแค่แต้มเดียว! ยังไงก็เถอะถ้าเกิดว่ามันมีค่าคุณลักษณะต่ำกว่านายล่ะก็…”
“หึหึ…ถ้าเป็นแบบนั้นค่าคุณลักษณะของนายก็จะลดลง”
“มันไม่มีปัญหาแน่นอนถ้าค่าคุณลักษณะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามในตอนที่ค่าคุณลักษณะของนายลดลงยีนของนายก็จะเริ่มเสื่อมสภาพ อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายของนายจะหนักหนามาก ซึ่งก็อาจจะเรียกได้ว่าประดุจดั่งหายนะก็ว่าได้”
“เฮือก”
เฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าอย่างหนาวเหน็บ
ลดลงหรอ?
ยีนเสื่อมสภาพงั้นหรอ?
เขาเข้าใจได้ทันที
กล่าวง่ายก็คือเพื่อที่จะยกระดับยีนแล้วเขาจำเป็นต้องฆ่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์ที่มีค่าคุณลักษณะสูงกว่าค่าคุณลักษณะของเขาจึงจะประสบผล
ไม่อย่างนั้นแล้วถ้าเกิดว่าฆ่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์ไปอย่างยากลำบากแต่กลับจบลงด้วยการที่ค่าคุณลักษณะลดลงแทนมันจะไม่กลายเป็นที่น่าขบขันไปหรอกหรือ?
อย่างไรก็ตามไม่ต้องคำนึงถึงว่าการหาสัตว์อสูรกลายพันธุ์ที่เข้าข่ายลักษณะนี้ก็ยากพออยู่แล้วแต่แม้ว่าสามารถหาเจอได้จริงๆจะสามารถเอาชัยได้ไหมล่ะ? สัตว์อสูรกลายพันธุ์ที่มีค่าคุณลักษณะแบบเดียวกับมนุษย์จะมีพลังที่มากกว่ามนุษย์อยู่แล้วเช่นนี้ก็หมายความว่ามันจะแข็งแกร่งกว่ามนุษย์!
นี่คือกระบวนการเสริมแกร่งให้ยีน!
ฆ่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์ ดูดกลืนยีนของมันมา ผสานเข้ากับยีนของตนเองและทำให้การเสริมแกร่งของยีนสมบูรณ์เพื่อเพิ่มค่าคุณลักษณะของตน!
นี่เป็นวิธีซึ่งนักรบพันธุกรรมใช้ในการเพิ่มพลังของพวกเขา
เรียบง่ายแต่โหดเหี้ยม!
ยิ่งไปกว่านั้นมันยังโคตรอันตรายอีกด้วย!
“ดังนั้น…” มู่หยวนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงมืดมน “โอกาสตายของนักรบพันธุกรรมส่วนมากที่ใช้วิธีนี้จึงสูงมาก”
“เข้าใจล่ะ”
เฉินเฟิงรับรู้ อย่างไรก็ตามนี่ก็นำไปสู่คำถามถัดไป “ถ้าชั้นไปเจอพวกสัตว์อสูรที่มีค่าคุณลักษณะ100แต้มหลายๆตัวเข้าและฆ่าพวกมันได้ไม่ใช่ว่าชั้นจะสามารถขึ้นไปถึงขีดจำกัดของคลาสFได้ในพริบตาหรอ?”
เฉินเฟิงยังคงรู้สึกมีความหวังอยู่นิดๆ
ถ้าเขาสามารถปลดปล่อยพลังทั้งหมดของคมดาบวายุออกมาได้…
“มันจะง่ายดายเช่นนั้นได้ยังไง?”
มู่หยวนกล่าวออกมาอย่างโผงผาง “นายคิดว่าการเสริมแกร่งให้ยีนมันง่ายที่จะกระทำขนาดนั้นเลยรึไง? ความยากของกระบวนการเสริมแกร่งให้ยีนก็ขึ้นอยู่กับความอดทนของร่างกายของนายและพลังใจของนายเอง สหพันธ์พันธุกรรม(คนละที่กับสหภาพนักสร้างยีน)เองก็แนะนำไว้ว่าสำหรับคลาสFแล้วการเพิ่มค่าคุณลักษณะควรจะอยู่ที่1ถึง2แต้มต่อการเพิ่มขึ้นหนึ่งครั้ง ถ้าสูงกว่านี้มันจะกลายเป็นเรื่องอันตรายทันที”
เฉินเฟิงยังคงสังสัยอยู่ “อันตรายยังไง?”
“จะรู้ไหม? ชั้นไม่ใช่นักรบพันธุกรรมนะเฮ้ย” มู่หยวนกรอกตาก่อนที่ใบหน้าของเขาจะกลายเป็นจริงจัง “สิ่งที่อันตรายจริงๆตอนนี้คือตัวและความคิดของนายในปัจจุบันนี่แหละ เฉินเฟิงชั้นรู้ว่านายต้องการเพิ่มค่าพลังจิตวิญญาณให้ได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามนายกำลังเร่งรีบเกินไป!”
“ดูออกง่ายขนาดนั้นเลยหรอ?” เฉินเฟิงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
“อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย” มู่หยวนถอนหายใจ “ชั้นจำได้ดีว่าตอนชั้นเป็นเด็กขาดแคลนเงินนั้นเป็นเช่นไร ชั้นมักจะคิดหาวิธีมากมายในการทำเงินให้ได้รวดเร็วและง่ายดาย อย่างไรก็ตามชั้นก็ไม่มีความสามารถพอที่จะทำได้ หลังจากที่ชั้นเติบโตขึ้นและเตรียมจะเริ่มแผนการที่วางไว้เนิ่นนานมาแล้วชั้นก็ต้องพบว่าทางลัดทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นข้อห้ามในกระบวนกฏหมายทั้งสิ้น”
“…” เฉินเฟิงรู้สึกเหวอ ‘กลายเป็นว่าวิธีที่นายคิดมาทั้งหมดเป็นวิธีที่ผิดกฎหมายทั้งนั้นเลยใช่ไหม?’
“นายเข้าใจแล้วใช่ไหม?” มู่หยวนกล่าวแนะนำ “เป็นปกติอยู่แล้วที่ทางลัดจะมาพร้อมกับภยันตราย ยิ่งเร็วมากเท่าไหร่อันตรายก็ยิ่งมากเท่านั้น! แม้จะเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ยีนเองนายก็จำเป็นต้องทำอย่างช้าๆและไม่อาจเร่งรัดได้”
“แต๊งหลายนะ” เฉินเฟิงเข้าใจความหมายของเขาดี “เพิ่มที่จะพัฒนาให้ได้อย่างรวดเร็วมันก็จำเป็นต้องเผชิญอันตรายสินะ”
มู่หยวนยิ้ม “ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเหมือนพวกเราที่เป็นนักสร้างยีน พวกเราเพียงแค่สร้างยีนต่อไปอย่างมั่นคงพลังของพวกเราก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเอง ดูชั้นสิพลังจิตวิญญาณของชั้นก็เพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆและมั่นคงด้วย ตอนนี้ชั้นก็ตัดผ่านมาถึงคลาสEได้แล้ว”
มู่หยวนรู้สึกภาคภูมิใจมาก นี่เองที่เป็นเหตุผลว่าทำไมอาชีพนักสร้างยีนถึงได้เป็นที่นิยมนัก
“ก็จริง” เฉินเฟิงหัวเราะออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
“อย่าลืมล่ะ อย่าได้มุทะลุเกินไป” มู่หยวนกล่าวเตือนออกมาอีกครั้ง
เฉินเฟิงยิ้ม “แน่นอน”
หลังจากกล่าวขอบคุณมู่หยวนแล้วเฉินเฟิงก็วางสายไป
แม้ว่า ‘พี่ชายผู้เป็นมิตร’ ผู้นี้จะกล่าวเตือนเขาถึงอันตรายแล้วเฉินเฟิงก็ยังคงตัดสินใจแล้วอยู่ดี ไม่ว่ามันจะอันตรายแค่ไหนก็ตามมันจะอันตรายกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ภูเขามังกรสัญจรเชียวหรือ?
เฉินเฟิงไม่ได้วางแผนที่จะกลายเป็นพวกนักสร้างยีนเก็บตัวแน่นอน!
เพื่อช่วยเหลือในกระบวนการสร้างยีน นักสร้างยีนส่วนใหญ่จึงมักจะผสานเข้ากับยีนรูปแบบสนับสนุน ดังนี้แล้วพลังต่อสู้ของพวกเขาจึงอ่อนแออย่างมาก แม้ว่าจะเป็นนักสร้างยีนระดับแกรนมาสเตอร์เองพวกเขาก็มักจะจ้างคนไว้เพื่อคุ้มกันตัวเองซะมากกว่า แล้วคิดว่าคนอย่างเฉินเฟิงจะวางความปลอดภัยของตัวเองเอาไว้ในมือของคนอื่นหรอ?
ถ้าจะให้เฉินเฟิงกล่าวตรงๆเลยเขาก็คงตอบว่าไม่มีทางแน่นอน
หัวใจของมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่อันตรายแต่มักคุ้นนี้แล้วด้วย!
เฉินเฟิงไม่ต้องการให้มีคนมาคอยปกป้องไปตลอดหรืออยู่ในเขตปลอดภัยทั้งชีวิตและกลายเป็นพวกเนิร์ดเก็บตัว ในโลกใบนี้ยังคงมีสถานที่ลี้ลับอีกมากมายและเขาต้องการที่จะเดินทางไปสำรวจทุกที่!
ใครบอกว่านักสร้างยีนต้องผสานกับยีนรูปแบบสนับสนุนเสมอไปกันล่ะ?
ใครบอกว่านักสร้างยีนไม่มีพลังต่อสู้กัน?
แม้จะเป็นนักสร้างยีนก็ตามแต่เขาก็ยังต้องการเป็นนักสร้างยีนที่มีพลังต่อสู้ไร้ขีดจำกัดด้วยเช่นกัน!
เฉินเฟิงมั่นใจอย่างมาก
ในเมื่อเขาต้องการกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ เรื่องธรรมดาอย่างการต่อสู้และการฝึกฝนตัวเองเขาไม่อาจหลบเลี่ยงได้!
เสริมแกร่งให้ยีนหรอ?
เฉินเฟิงทำแน่
อย่างไรก็ตามเขาก็จำเป็นต้องเตรียมการก่อน
ในวันเดียวกันนั้นเฉินเฟิงเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคมดาบวายุในออนไลน์ ความสามารถทางพันธุกรรมของเขามีที่มาจากสัตว์อสูรกลายพันธุ์ที่เรียกว่าจิ้งจอกวายุซึ่งมีอยู่แทบทุกหนทุกแห่ง
ถ้าเป็นที่โกลซิตี้ละก็…
หลังจากที่กรองช่องค้นหาแล้วก็มีเพียงสถานที่เดียวที่เหลืออยู่ : ป่าเขาเขียวขจี
ป่าเขาเขียวขจี
ทางใต้ของโกลซิตี้เป็นที่ตั้งของป่าขนาดยักษ์ เนื่องมาจากภูมิประเทศที่ขรุขระจึงมีมนุษย์อยู่เบาบาง มันกลายเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์อสูรกลายพันธุ์หลายสิบชนิด ปกติแล้วไม่ค่อยมีผู้คนย่างกายเข้าไปนัก มีเพียงแค่กลุ่มนักรบพันธุกรรมกลุ่มเล็กๆที่แข็งแกร่งพอสมควรเท่านั้นถึงจะกล้าไปที่นั่นเพื่อทำการเสริมแกร่งให้ยีน!
จิ้งจอกวายุเองก็เป็นหนึ่งในหลายสิบชนิดของสัตว์อสูรกลายพันธุ์ที่มีอยู่ในที่แห่งนั้น
“อืมมม”
เฉินเฟิงจับจ้องไปที่ข้อมูลเหล่านี้อย่างตั้งอกตั้งใจ โชคดีที่พวกจิ้งจอกวายุไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่ชอบอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นฝูงนัก
“ข้อได้เปรียบของสัตว์อสูรกลายพันธุ์มีอยู่เยอะกว่ามากเราไม่อาจจัดการพวกที่แข็งแกร่งกว่าเราได้แน่”
เฉินเฟิงจมอยู่กับความคิด แต่ถ้าเขาใช้ออร่าแห่งความโชคดีเพื่อสังหารพวกจิ้งจอกวายุที่แข็งแกร่งกว่าเขาในพริบตาการพัฒนาของเขาจะต้องรวดเร็วมากอย่างแน่นอน
อืมมม….
แต้มจิตวิญญาณหนึ่งแต้มจะเพิ่มค่าพลังจิตวิญญาณขึ้นมาหนึ่งแต้มและในตอนนี้เขาก็มีแต้มจิตวิญญาณอยู่52แต้ม
“เราจำเป็นต้องใช้อีก38แต้ม”
ความต้องการของเฉินเฟิงไม่ได้สูงนัก เขาต้องการเพียงแค่ให้ค่าพลังจิตวิญญาณของเขาไปถึง90แต้มเพื่อที่เขาจะสามารถสร้างยีนที่แข็งแกร่งที่สุดอันนั้นออกมาได้เท่านั้นและมันก็คงเพียงพอถ้าเขาล่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์อย่างมีแบบแผน มันคงเป็นไปได้แน่ที่เขาจะสามารถพุ่งขึ้นไปถึง90แต้มได้ในเวลาสั้นๆ
“นี่นับเป็นโอกาสอันดี”
เฉินเฟิงเหมือนถูกล่อลวงลวงหลอก
หลังจากที่คำนวณดูแล้วเขาก็สรุปได้ว่า ด้วยออร่าแห่งความโชคดีแล้วความเสี่ยงที่เขาต้องพานพบเมื่อไปยังป่าเขาเขียวขจีเพื่อฆ่าจิ้งจอกวายุคงไม่สูงมากนักแต่สิ่งที่เขาจะได้รับกลับคืนมาสูงเป็นอย่างมาก!
เฉินเฟิงตัดสินใจได้ในพริบตา “คุ้มค่าที่จะไป”
อย่างไรก็ตามมันก็ยังมีปัญหาอยู่
ยกตัวอย่างเช่น…
ไอ้สามปัญญาอ่อนที่สะกดรอยเขาอยู่ก่อนหน้านี้ แม้ว่าพวกมันจะหายไปแล้วเฉินเฟิงก็ยังคงอดไม่ได้ที่จะระมัดระวังในเรื่องนี้และเตรียมการอย่างตั้งใจ
น้ำยาฟื้นฟูจิตวิญญาณ – 3ขวด
น้ำยาเพิ่มพลังจิตวิญญาณ – 3ขวด
ยีนรีเอเจนต์ของอสรพิษสายฟ้า – 1ขวด
เครื่องตรวจวัดสัตว์อสูรกลายพันธุ์ – หนึ่งชุด
หลังจากสองวันผ่านไปเฉินเฟิงก็เตรียมการเสร็จสิ้น
เดิมทีเขาตั้งใจจะสร้างยีนรีเอเจนต์ของอสรพิษสายฟ้าออกมา2ขวดโชคไม่ดีที่แผนของเขาต้องพังลงเพราะเงินของเขาที่มีในตอนนี้สร้างขึ้นมาได้เพียงแค่หนึ่งเท่านั้น
หลังจากที่เตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วเขาก็ออกเดินทาไปยังแคมป์ของสหพันธ์พันธุกรรมที่อยู่ภายในป่าเขาเขียวขจีทันที
ติดตามตอนใหม่ๆก่อนใครได้ที่ The Strongest Gene ยีนส์เทพ