0 Views
“เตือนครั้งสุดท้ายนะ หยุดพ่นอะไรไร้สาระซักที”
ดวงตาของเฉินเฟิงมองกวาดหวังเยว่อย่างเย็นชา “นายแค่ตามพวกชั้นมาก็พอ”
“ไปๆ”
ซูเฟยพบว่านี่นั้นน่าขันอย่างมาก
ต้องการเทียบความเร็วในการจัดการกับผนึกกับเฉินเฟิงงั้นหรือ? เจ้าหนูต่อให้นายมีค่าจิตวิญญาณ100แต้มก็ไร้ค่าอยู่ดี!
ผนึกได้ถูกลบออกไปแล้ว
หลายๆคนทิ้งความรู้เดิมๆไปทันที
ด้วยบทเรียนที่ได้รับมาเมื่อครู่นี้ ครั้งนี้ไม่มีผู้ใดเปิดปากขึ้นมาอีกแม้แต่หวังเยว่เองก็หยุดพูดเช่นกันกลับกันเขาเดินตามหลังมาอย่างเงียบงันแทนด้วยซ้ำ ทั้งกลุ่มมาถึงเขตแรกโดยปราศจากปัญหาใดๆ สัตว์อสูรกลายพันธ์ที่พวกเขาได้เจอตามทางถูกซูเฟยและกลุ่มของเขาจัดการไปอย่างสบายๆขณะเดียวกันผนึกทั้งหมดที่พบระหว่างทางเองก็ถูกเฉินเฟิงลบทิ้งไปจนสิ้น
ใช่แล้วเป็นการลบมันออกไปในพริบตาเช่นเดิม
พลังจิตวิญญาณอันทรงพลังงั้นหรอ? นักสร้างยีนมือใหม่งั้นหรอ?
มีประโยชน์ตรงไหนกัน?
ต่อหน้าเฉินเฟิงพวกนั้นก็เป็นเพียงแค่เรื่องตลกขบขันเท่านั้น!
ตลอดทางตั้งแต่เขตที่4จนถึงเขตที่1ไม่มีผนึกใดเลยที่เมื่ออยู่ต่อหน้าเฉินเฟิงแล้วจะอยู่ได้นานเกินกว่า1วินาที ภายใต้น้ำยาฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณที่ซูเฟยมีให้ใช้อย่างไม่จำกัดเฉินเฟิงสามารถกวาดผ่านทุกๆสิ่งมาได้ตลอดทาง พาพวกเขาทุกคนออกมาได้อย่างไร้ซึ่งปัญหาใดๆ นักเรียนทั้งหมดกลายเป็นโง่งมไปขณะที่ซูเฟยพบว่าปฏิกริยาตอบสนองของพวกนี้นั้นดูตลกดี
ไม่นานนักพวกเขาก็ออกมาจากถ้ำน้ำแข็ง
อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาออกมาจากเขตเทือกเขาแล้วทุกๆคนก็ต้องตกใจเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้านนอก
เลือด!
เลือดเต็มไปหมด!
ท้องทะเลอันใหญ่โตนั่นได้กลายเป็นสีแดงโลหิตไปแล้ว!
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่…”
ซูเฟยที่ต้องการกล่าวถามออกมา ทันใดนั้นจู่ๆก็พลันเกิดเสียงระเบิดขึ้นที่ภูเขาด้านหลังของพวกเขา
“บึ้ม บึ้ม!”
ภูเขาทั้งลูกพังทลายลงและเสียงดังกึกก้องก็ดังขึ้นมาให้ได้ยินไม่รู้จบทำให้หัวใจของทุกๆคนสั่นไหวขึ้นมา ในตอนนี้นักเรียนทั้งหมดจากชั้นปีที่3ห้องที่2รู้สึกหวาดกลัวไปทั่วทั้งใจ
ถ้าพวกเขาช้ากว่านี้ซักนิดล่ะก็…
ถ้าไม่ใช่เพราะความเร็วในการลบผนึกที่ท้าทายสวรรค์ของเฉินเฟิงล่ะก็…
พวกเขาจับจ้องไปที่เฉินเฟิง คนที่ช่วยพวกเขาเอาไว้ราวกับวีรบุรุษ ในตอนนี้เขาก็ยังคงใจเย็นอยู่เช่นเดิม ไม่ใช่ว่า…อัจฉริยะที่แท้จริงคือเช่นนี้?
“ปัง!”
ทั่วทั้งภูเขาพังทลายลงมา
น้ำแข็งสีฟ้าสดใสแตกกระจายไปรอบๆ จุดที่เคยเป็นภูเขามังกรสัญจรก่อนนี้ได้จมลงไปสิ้นและก่อตัวขึ้นเป็นน้ำวนขนาดยักษ์ดูคล้ายกับปากขนาดมหึมาที่ดูร้ายกาจและน่าหวาดกลัว ภูเขาขนาดใหญ่เช่นนั้นกลับถูกกลืนกินหายไปภายในเวลาไม่ถึง10วินาทีดีด้วยซ้ำ
พร้อมกับการพังทลายของภูเขาและทิ้งไว้เพียงน้ำวนนั้น ขนาดของเกาะขนาดยักษ์ที่เหลือก็คืออาณาเขตรูปวงแหวนโดยมีน้ำวนที่อยู่ตรงกลางเท่านั้น สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของมันก็คือภายในน้ำวนนั่นสัตว์อสูรกลายพันธ์คลาสDที่ดูคล้ายกับสัตว์อสูรจากเขตที่5พยายามดิ้นรนหลบหนีออกมาอยู่แต่ท้ายที่สุดมันก็ถูกดูดลงไปด้วยพลังดึงดูดของน้ำวน
“โฮก…”
ตัวแล้วตัวเล่า เสียงคำรามของพวกมันดังกึกก้องออกมา
สัตว์อสูรกลายพันธ์คลาสDพยายามดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง อย่างไรก็ตามยิ่งพวกมันดิ้นรนมากเท่าใดพวกมันก็ยิ่งจมลึกลงไปเท่านั้น พวกมันค่อยๆถูกน้ำวนกลืนกินไปและไม่นานพวกมันก็หายไปจากครรลองสายตาของเหล่าผู้ที่จับจ้องอยู่
“เฮือก…”
หลายๆคนสูดลมหายใจเข้าอย่างหนาวเหน็บ ซูเฟยและคนอื่นๆที่ยืนอยู่บนขอบของเกาะรูปวงแหวนเมื่อได้เห็นฉากนี้ร่างกายของพวกเขาก็เริ่มหลั่งเหงื่อออกมา
เกือบแล้ว!
พวกเขาเกือบที่จะมีชะตากรรมเช่เนดียวกับสัตว์อสูรกลายพันธ์พวกนั้นแล้ว
“สถานที่แห่งนี้อยู่ได้อีกไม่นานแล้ว”
จ้าวหลิงกล่าว “รีบออกไปกันเถอะ”
ฮึ่ม!
พลังน้ำแข็งปะทุขึ้นมาภายในมือของจ้าวหลิงและผิวน้ำทะเลภายใต้เท้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปเป็นน้ำแข็ง อย่างไรก็ตามก่อนที่พวกเขาจะได้ทันรู้สึกดีใจทันใดนั้นน้ำแข็งทั้งหมดก็พลันแตกสลายไปในพริบตา
“เพล้ง!”
สัตว์อสูรกลายพันธ์ที่มีดวงตาสีแดงฉานปรากฏขึ้นมาบนผิวทะเล
ฟุ่ม!
ฟุ่ม!
เสียงแปลกประหลาดดังขึ้นหลายครั้ง
ทันทีต่อจากนั้นสัตว์อสูรกลายพันธ์ที่ดูน่าหวาดกลัวตัวแล้วตัวเล่าก็เริ่มปรากฏขึ้นมาบนผิวทะเลสีแดงเลือดที่ดูคล้ายกับทะเลโลหิตนี้ทำให้ทุกๆคนเริ่มสั่นกลัวขึ้นมา
นี่มันเชี่ยอะไรกัน?
“อ๊าวววว!”
สัตว์อสูรกลายพันธ์ทุกตัวบ้าคลั่งขึ้นมาทันทีเมื่อได้เห็นคนแปลกหน้า
ฟู่ม!
ฟู่ม!
เสียงน้ำกระจายดังขึ้นมารอบๆ
สัตว์อสูรทั้งหมดที่ถูกยั่วยุโดยกลิ่นอายของคนแปลกหน้าพวกนี้พุ่งตรงเข้าใส่พวกเขาอย่างบ้าคลั่ง พลังของพวกมันเพิ่มขึ้นไม่หยุดขณะเดียวกันจำนวนของพวกมันก็มีมากเกินกว่าจะนับได้!
“เวรเอ้ย!”
จ้าวหลิงและคนที่เหลือเตรียมรับมืออย่างเร่งรีบ
เพลิง
น้ำแข็ง!
พลังทุกอย่างที่พวกเขามีถูกปลดปล่อยออกมาแต่พวกเขาก็ไม่อาจหยุดพวกมันทั้งหมดได้!
“พวกเราจะเอาไงต่อ?” ซูเฟยคำรามออกมาเสียงดัง
“จำนวนของพวกมันมีเยอะมากพวกเราไม่อาจหยุดพวกมันไว้ได้อีกนานนัก” จ้าวหลิงหยิ้มขมๆ
ปัง!
เถี่ยจี่ทุบสัตว์อสูรกลายพันธ์ลอยออกไปยังกลุ่มของพวกมันด้วยหมัดของเขา ท่าทีของเขายังคงเย็นชาอยู่เช่นเดิม พลังทั่วทั้งร่างกายของเขาใกล้จะมาถึงขีดจำกัดของมันแล้วเพราะว่าจำนวนของสัตว์อสูรกลายพันธ์ที่อยู่ที่นี่มีมากเกินไป
“เวรเอ้ย”
หัวใจของซูเฟยพลันสั่นหนาวขึ้นมา
มันเกิดห่าอะไรขึ้นกับที่แห่งนี้กันแน่วะ?
ไม่มีผู้ใดรู้แน่นอน!
สัตว์อสูรพวกนี้ไม่ได้แข็งแกร่งแต่พวกมันมีมากจนเกินไป!
ส่วนสำหรับพวกนักเรียนเหล่านั้นแม้ว่าจะถูกปกป้องอยู่โดยกลุ่มของซูเฟยแต่ร่างกายของพวกเขาก็ยังคงสั่นไหวอย่างหวาดกลัวอยู่ดี พวกเขาบางคนที่มีความสามารถทางพันธุรกรรมในรูปแบบสนับสนุนเองก็ปลดปล่อยความสามารถของพวกเขาออกมาอย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้ช่วยได้มากนัก การทัศนศึกษาครั้งนี้ได้ทำลายความเย่อหยิ่งทั้งหมดของพวกเขาในฐานะของนักเรียนเตรียมมหาลัยทิ้งไปจนสิ้น!
“พวกเราจะทำไงดี?”
ผู้หญิงจำนวนมากเริ่มสะอึกสะอื้นขึ้นมา
ในตอนนี้เองเฉินเฟิงก็พลันเดินก้าวขึ้นมาด้านหน้า ภายใต้การปกป้องของเถี่ยจี่เขาค่อยๆเดินไปจนถึงชายหาดได้อย่างไม่ยากเย็น สายตาของทุกๆคนต่างก็จับจ้องอยู่ที่เขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
“มังกี้คำนวณเสร็จรึยัง?” เฉินเฟิงกล่าวถาม
“เรียบร้อย” มังกี้พยักหน้าเบาๆ “มีสัตว์อสูรกลายพันธ์คลาสFอยู่กว่า600ตัว นอกจากนี้พวกมันทั้งหมดยังมีพลังเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากอาการบ้าคลั่งแต่ไม่มีสัตว์อสูรคลาสEอยู่เลย มีเพียงจำนวนของพวกมันเท่านั้นที่มีเยอะจนเกินไปดังนั้นพวกเราจึงไม่อาจรับมือได้ทั้งหมด”
“จ้าวหลิง!”
“ผลักสัตว์อสูรกลายพันธ์พวกนี้ทั้งหมดกลับลงไปยังทะเลที” เฉินเฟิงตะโกนออกมา
“รับทราบ”
ทั่วทั้งร่างของจ้าวหลิงส่องประกายรัศมีแสงเย็นเยียบออกมา พลังเยือกแข็งอันน่าหวาดกลัวได้ระเบิดออกมาในพริบตานั้นและบังคับให้สัตว์อสูรกลายพันธ์ทั้งหลายที่อยู่ใกล้กับทะเลต้องถอยล่นกลับไปยังทะเล อย่างไรก็ตามนี่คือดีที่สุดที่เธอสามารถทำได้แล้ว สัตว์อสูรกลายพันธ์ทั้งหมดไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆเลย กลับกันพวกมันเริ่มพุ่งเข้ามาด้วยอาการบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ
“ชั้นทำเต็มที่แล้วนะ” ใบหน้าของจ้าวหลิงขาวซีดและเธอก็เกือบที่จะล้มพับลงบนพื้นเช่นนั้น
ซูจินช่วยพยุงเธอขึ้นมา
“ถ้างั้นต่อไปก็…ปล่อยให้ชั้นจัดการเอง” เฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าพร้อมๆกับรีเอเจนต์ที่ส่องประกายรัศมีแสงสีขาวซึ่งอยู่ภายในมือของเขาพลันถูกโยนลงไปยังท้องทะเล
“เปรี้ยง!”
ลำแสงสีขาวปะทุขึ้นมา
ภายในดวงตาของเฉินเฟิงมีประกายเย็นชาปรากฏขึ้นมา
สายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนได้ปะทุออกมาในเวลาเดียวกัน อสรพิษตัวเล็กที่ก่อตัวขึ้นมาจากสายฟ้าอย่างน่าประหลาดปรากฏตัวขึ้นมา มันส่องประกายอยู่ภายในท้องทะเลและขยายขนาดอย่างบ้าคลั่งภายใต้การเพิ่มพลังจากพลังลึกลับบางอย่างที่มีอยู่ภายในน้ำทะเล ด้วยการรับพลังจากน้ำทะเลมามันจึงปลดปล่อยพลังอันน่าอัศจรรย์ที่แม้แต่เฉินเฟิงก็ไม่ได้คาดคิดเอาไว้ออกมา
“เปรี้ยง!”
“เปรี้ยง!”
ทะเลโลหิตพลันเริ่มเดือดขึ้นมา
สัตว์อสูรกลายพันธ์ทั้งหมดถูกช็อตจนทำให้ผิวหนังของพวกมันไหม้เกรียมและอวัยวะภายในอ่อนยวบ พวกมันพยายามดิ้นรนอยู่ในน้ำทะเลนั้นอย่างบ้าคลั่ง หลังจากที่ผ่านไปเป็นเวลานานเมื่อสายฟ้าหายไปก็มีเพียงแค่ซากศพจำนวนนับไม่ถ้วนที่ลอยอืดอยู่บนทะเลโลหิตนี้
ตายสิ้น
ทั้งหมดตายไปจนสิ้น!
แม้แต่เฉินเฟิงเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้
น้ำยาพายุสายฟ้าควรจะมีพลังอยู่ในระดับเดียวกับการโจมตีของคลาสEเท่านั้น!
แผนเดิมของเขาก็คือใช้พลังของน้ำยาพายุสายฟ้านี้จัดการกับสัตว์อสูรกลายพันธ์ไปจำนวนหนึ่งเพื่อเปิดทางให้ได้มากที่สุดทำให้พวกเขาสามารถหลบหนีออกไปได้ เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าพลังของน้ำยาพายุสายฟ้าอันนี้จะทรงพลังเช่นนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในน้ำทะเลอันลึกลับแห่งนี้ด้วยแล้วมันแสดงพลังออกมาได้เกินกว่าที่เขาจะสามารถจิตนาการไปได้มากนัก
ทรงพลังอย่างมาก
ทุกๆคนจับจ้องมาที่เฉินเฟิงอย่างตื่นตะลึง
แม้แต่ซูเฟยและกลุ่มของพวกเขาเองก็มึนงงเช่นกัน เดิมทีที่เขาสามารถทำลายม่านพลังของหวังเยว่และสามารถลบข้อจำกัดได้ในพริบตาก็น่าตื่นตะลึงพอแล้ว พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะทรงพลังจนถึงขั้นนี้
คนผู้นี้…
ซูเฟยยิ้มออกมาขมๆ
ในเวลาเดียวกัน
นักเรียนทั้งหมดจากชั้นปีที่3ห้องที่2ต่างก็จับจ้องไปที่เงาร่างที่ยืนอยู่ตรงชายหาด เฉินเฟิงอยู่ไม่ห่างไกลจากพวกเขานักแต่เขากับทำให้ทุกๆคนรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด มากกว่าหนึ่งครั้งแล้วที่คนผู้นี้ที่พวกเขาเคยดูหมิ่นได้ช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้
สอบตกงั้นหรอ?
โคตรจะตลก!
ทุกๆคนรู้สึกเหมือนว่าใบหน้าของพวกเขาถูกตบอย่างแรง รู้สึกละอายอย่างมาก
เฉินเฟิง!
หวังเยว่จับจ้องไปที่เฉินเฟิงพร้อมตะโกนร่ำร้องอยู่ภายในใจ เขาไม่อาจทำใจเชื่อในเรื่องนี้ได้เลย เหตุใดเฉินเฟิงถึงได้มีพลังเช่นนี้? ไอ้หมอนี่ควรจะเป็นแค่ขยะสิ! จนถึงตอนนี้หวังเยว่มีทรัพยากรสนับสนุนเขาอยู่มากมายเขาควรจะทิ้งห่างเฉินเฟิงไปได้ไกลลิบสิ! เขาจะยอมให้ขยะเช่นนี้ก้าวข้ามหัวเขาไปได้ยังไง?
ไม่สิ…
หวังเยว่พึมพำ
มันเป็นเพราะว่าตัวเขายังไม่ได้ผสานเข้ากับยีนก็เท่านั้น!
‘เฉินเฟิงชั้นจะต้องเก่งกว่าแก ไม่เพียงแต่ในด้านของการสร้างยีนเท่านั้น เมื่อชั้นผสานเข้ากับยีนได้ชั้นจะกลายเป็นนักรบพันธุกรรมและนักสร้างยีนที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์! เส้นทางที่คนธรรมดาอย่างพวกแกไม่กล้าที่จะเหยียบย่างเข้าไป ชั้นนี่แหละจะเหยียบเข้าไปเอง!’
หวังเยว่คำรามก้องอยู่ภายในใจ
เขาไม่ได้รู้สึกขอบคุณเฉินเฟิงที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้เลยแม้แต่น้อย การที่โดนเฉินเฟิงช่วยเอาไว้เขารู้สึกแย่ยิ่งกว่าตายซะด้วยซ้ำ! เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาพึ่งจะลั่นสัจจะอย่างจริงจังว่าจะทิ้งห่างเฉินเฟิงไปจนไม่เห็นฝุ่นแต่วันนี้เขากับถูกเฉินเฟิงข่มเอาไว้นับครั้งไม่ถ้วน แล้วเขาจะรู้สึกสุขใจได้อย่างไร?
มันรู้สึกเลวร้ายยิ่งกว่าตายซะอีก
ความรู้สึกเช่นนี้คล้ายกับว่าใบหน้าของเขาโดนเฉินเฟิงเยหยียบย่ำ
‘ชั้น…จะไม่แพ้!’
หวังเยว่กำหมัดของเขาแน่น
อย่างไรก็ตามในตอนนี้เฉินเฟิงไม่ได้ใส่ใจพวกเขาเลย กลับกันเขากำลังจับจ้องไปที่ฝั่งตรงข้ามของทะเล ที่ตรงนั้นมีคนในชุดดำสองคนยืนอยู่ ความผันผวนของพลังจิตวิญญาณหนาแน่นถูกปลดปล่อยออกมารอบกายของพวกนั้น
เฉินเฟิงเปิดปากของเขาขึ้นทันที “มังกี้”
“รับทราบ”
ประกายสายแสงฟ้าปะทุออกมาจากดวงตาของมังกี้ ดวงตาคู่นั้นส่องประกายออกมาอย่างต่อเนื่องและไม่นานต่อมาเขาก็กล่าวยืนยัน “เป็นพวกนั้น พวกนั้นกำลังวางแผนที่จะใช้ท้องทะเลแห่งนี้เป็นวัตถุดิบในการสร้างบางสิ่งขึ้นมา!”
“พวกนั้นตั้งใจจะฆ่าทุกคนที่อยู่ที่นี่!” น้ำเสียงของมังกี้เย็นชาอย่างมาก
“ถ้างั้นก็แค่จัดการกับพวกมัน”
เจตนาสังหารเข้มข้นปรากฏขึ้นมาภายในดวงตาของซูเฟย “ฆ่ามันได้พวกเราก็รอด”
“ไป!”
จ้าวหลิงฟื้นฟูขึ้นมาได้มากแล้ว เธอยืนขึ้นด้วยท่าทีเย็นชา “ขอดูหน่อยเถอะว่าไอ้สองคนนี้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังทุกสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่มันเป็นใคร”
อ่านตอนใหม่ก่อนใครได้ที่