0 Views
ในเวลานี้เองเฉินเฟิง มังกี้และกลุ่มก็ได้พบกับทางออกทางใหม่แล้ว เนื่องจากสัตว์อสูรกลายพันธ์จำนวนมากมายถูกเซี่ยกังจงดึงดูดไปความกดดันของพวกเขาจึงน้อยมาก
“จากตรงนี้พวกเราสามารถไปยังเขตที่3ได้” มังกี้กล่าวออกมาอย่างเร่งร้อน
ที่นี่มีผนึกขวางกั้นเอาไว้อยู่ซึ่งมันเป็นทางเข้าสู่เขตที่4อีกทางหนึ่ง ภายในเวลาสั้นๆมังกี้ก็ได้ตรวจพบเส้นทางนี้เข้าซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“ขึ้นอยู่กับนายแล้ว” ซูเฟยกล่าวอย่างกังวล
“อืม” เฉินเฟิงพยักหน้า อย่างไรก็ตามในตอนที่เขากำลังจะเข้าสู่โลกดิจิทัลเขาก็พลันหยุดชะงัก
“มีอะไรหรอ?”
ซูเฟยและคนอื่นๆสบสายตากัน
“ชู่..” เฉินเฟิงกล่าวออกมาเบาๆราวกับว่าเขารู้สึกได้ถึงบางสิ่ง
ในตอนนั้นเอง
เมื่อทุกๆคนเงียบเสียงลง จากทิศทางที่ไกลออกไปเสียงร่ำไห้กรีดร้องดังก้องขึ้นมาให้ได้ยินอย่างชัดเจน นั่นเป็นเสียงของนักเรียนจากชั้นปีที่3ห้องเรียนที่2 ใช่แล้วมันเป็นเสียงของพวกนั้น!
เมื่อจ้าวหลิงและคนอื่นๆภายในกลุ่มได้ยินเสียงนี้พวกเขาก็พลันมึนงง
“อาจารย์นั่นคงหนีไปคนเดียวแล้ว…”
แม้แต่ทีมของพวกเขาที่มารวมตัวกันก็เพราะงานยังไม่ทอดทิ้งเพื่อนรวมทีมเลยแต่ในทางกลับกันเซี่ยกังจงผู้นั้นซึ่งเป็นอาจารย์ผู้นำนักเรียนชั้นปีที่3ห้องเรียนที่2นี้มากลับละทิ้งนักเรียนของตัวเองเอาไว้ที่นี่แล้วหนีไปตัวคนเดียวเช่นนี้? นี่แมร่งโคตรจะบ้าบอเลย!
“ช่างพวกนั้นเถอะ”
ซูเฟยแค่นเสียง “นักเรียนพวกนี้ไม่อาจแยกแยะถูกผิดได้เองทั้งๆที่พวกนั้นไม่มีอะไรดีเลยแท้ๆ”
“ถูก” จ้าวหลิงเชื่อแบบเดียวกัน
ตามอาจารย์มาออกสำรวจงั้นหรอ?
ส้นตีนเถอะ พวกนั้นมาก็เพื่อปล้นผู้อื่นเท่านั้น! สำหรับคนอื่นแล้วกระทั่งสั่งให้ผู้อื่นส่งวัตถุดิบที่พวกเขาได้รับมาอย่างยากลำบากให้แต่กลับไม่มีนักเรียนคนใดขัดขวางนี่นะ? ศีลธรรมของพวกนั้นอยู่หลืบไหน?
อย่างไรก็ตามเฉินเฟิงก็ได้ชะงักเท้าลง
“เชี่ย”
“เฉินเฟิงไม่ใช่ว่านายต้องการจะช่วยพวกนั้นหรอกนะใช่ไหม?”
ซูเฟยและคนอื่นๆกลายเป็นงุนงง จากการกระทำก่อนหน้าของเขาพวกเขาเห็นได้ชัดเลยว่าเฉินเฟิงเป็นคนที่เป็นการเป็นงาน ในครั้งนี้เขาคงจะไม่กลายเป็นพวกจิตใจอ่อนไหวในเวลาเช่นนี้หรอกนะ?
พวกเขาที่เอาชีวิตรอดมากจากความป่าเถื่อนได้เป็นเวลานานสิ่งที่พวกเขากลัวที่สุดก็คือสมาชิกทีมที่เป็นเช่นนี้นี่แหละ!
“ชั้นนึกบางสิ่งขึ้นมาได้”
เฉินเฟิงขมวดคิ้ว “มีใครการันตีได้ไหมว่าพวกเราจะรอดออกไปได้จริงๆ?”
“ไม่มี”
ทุกคนจับจ้องกันอย่างท้อใจ
รอดงั้นหรอ?
ในเวลานี้ไม่มีใครกล้ายืนยันในข้อนี้แน่นอน
ภยันตรายมีอยู่ในทุกหนทุกแห่งเลย
พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าสัตว์ประหลาดจากเขตที่5ที่คนผู้ตกสู่ความหวาดกลัวผู้นั้นกล่าวถึงเป็นเช่นไร แม้ว่าถ้าพวกเขาสามารถหนีออกไปจากภูเขามังกรสัญจรได้พวกเขาก็ไม่รู้อยู่ดีว่าสถานการณ์ภายนอกเป็นเช่นไรบ้าง! ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังสังหรณ์ใจอีกด้วยว่าอันตรายที่รออยู่ภายนอกนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าที่เจอกันอยู่ภายในเลย ในเวลาเช่นนี้ไม่มีใครกล้ายืนยันแน่นอน!
ในครั้งนี้มันอันตรายอย่างมากจริงๆ!
เฉินเฟิงพลันเปิดปากขึ้นมา “แต่ชั้นมั่นใจ!”
“เอาจริง?”
ซูเฟยและพวกรู้สึกยินดีขึ้นมา
ในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้เฉินเฟิงกลับมีความมั่นใจว่าจะรอดออกไปได้?
“แน่นอนถ้าพวกนายเชื่อคำกล่าวของชั้นน่ะนะ”
เฉินเฟิงยิ้ม
ซูเฟยและคนอื่นสบสายตากันก่อนที่จะพยักหน้าออกมาพร้อมๆกัน แม้ว่าพวกเขาจะรวมตัวกันได้ไม่นานแต่พวกเขาก็ยังเชื่อในตัวของเฉินเฟิง
“ถ้างั้นตามชั้นมาเลย”
เฉินเฟิงหมุนกายและเดินไปยังทิศทางของพวกนักเรียน
“เฮ้อ”
ซูเฟยและคนอื่นๆยิ้มออกมาขมๆ พวกเขาทำได้เพียงตามเฉินเฟิงไปเท่านั้น
พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆเฉินเฟิงถึงได้ใจอ่อนขึ้นมา อย่างไรก็ตามในเมื่อเฉินเฟิงมั่นใจพวกเขาก็จะสู้อยู่ข้างเดียวกับเฉินเฟิง!
“ในเวลานี้พวกเราทำได้เพียงเชื่อในตัวสหายผู้นี้เท่านั้นแล้ว”
ทุกๆคนยิ้มออกมาขมๆ
เฉินเฟิงเดินตรงไปยังทิศทางของพวกนักเรียนอย่างหนักแน่นขณะเดียวกันก็มีรอยยิ้มประดับอยู่ที่มุมปากของเขา
ใจอ่อนหรอ?
จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง!
เขาไม่ได้ใส่ใจกับกลุ่มคนโง่เหล่านี้ด้วยซ้ำ!
แม้แต่เจ้าของร่างคนเก่ายังมีความรู้สึกกับนักเรียนพวกนี้ไม่ค่อยดีนักเลย เขาเองก็ไม่ต่างเช่นกัน! เหตุผลที่เขาต้องการช่วยพวกนี้ก็เนื่องมาจากเขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายคุ้นเคยลอยผ่านเขาไป จากสิ่งนั้นเขาเข้าใจบางสิ่งขึ้นมา หากอยากรอดออกไปทางรอดเพียงทางเดียวของพวกเขาก็อยู่ภายในมือของนักเรียนกลุ่มนี้
เอาให้ชัดเจนก็คือ – อยู่ภายในมือของหวังเยว่!
ในเวลาเดียวกันนี้ ภายในเขตทะเลของภูเขามังกรสัญจรก็ได้ถูกย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉานแล้ว
ไม่มีผู้ใดสังเกตเลยว่าเหนือขึ้นไปบนอากาศนั้นมีเมฆขาวเอี่ยมอ่องลอยอยู่บนนั้น เคลื่อนไหวขึ้นลงตามลมอย่างงดงาม
**
เขตที่4ของภูเขามังกรสัญจร นักเรียนทั้งหมดกำลังนั่งอยู่บนพื้นอย่างสิ้นหวัง
หลังจากที่พยายามทุกทางที่สามารถทำได้แล้วและพบว่าพวกเขาไม่อาจที่จะจัดการกับสัตว์อสูรกลายพันธ์พวกนี้ได้เลย พวกเขาจึงได้ยอมแพ้ พวกเขากำลังนั่งรออยู่ – นั่งรอช่วงเวลาเมื่อความตายกร้ำกรายมาถึง
พวกเขาทั้ง30คนนั่งอยู่บนพื้นดิน มีเพียงเสียงร่ำไห้บางเบาที่ดังขึ้นมาพอให้ได้ยินเท่านั้น ไกลออกไปเหล่าสัตว์อสูรกลายพันธ์ก็กำลังพุ่งตรงมายังพวกเขา
ทุกๆคนรู้ดีว่าเมื่อสัตว์อสูรกลายพันธ์มาถึงเมื่อใดก็เป็นเวลาที่พวกเขาต้องทิ้งชีวิตเอาไว้เช่นกัน
ในเวลานั้นเองซูจินก็ยืนขึ้นและยืนขวางหน้าทิศทางที่พวกสัตว์อสูรกลายพันธ์กำลังมุ่งเข้ามา
“ถ้าพวกเราต้องตายถ้างั้นขอให้ชั้นตายก่อนได้ไหม?”
ซูจินปิดตาลง “ถ้าเราไม่เชื่อใจอาจารย์มากเกินไปและไม่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาชั้น…”
ไม่มีใครหยุดเธอเพราะว่า…มันไร้ประโยชน์ ในเมื่อยังไงทุกๆคนก็ต้องตาย ตายก่อนตายหลังมันจะต่างกันตรงไหน?
“โฮก!”
กลิ่นอายของสัตว์อสูรกลายพันธ์พวกนั้นกลายเป็นเพิ่มขึ้นมาอย่างน่าหวาดหวั่น นักเรียนส่วนมากต่างกอดกันขณะที่ร่างกายสั่นเทา เมื่อพวกเขาเห็นสัตว์อสูรกำลังจะมาถึงตัวซูจินพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มปิดตาลง อย่างไรก็ตามในตอนนั้นเองพลันมีเสียงดังกึกก้องขึ้นมา ปลุกทุกๆคนให้ตื่นขึ้น ในตอนที่พวกนักเรียนเปิดตาขึ้นมาอีกครั้งพวกเขาทั้งหมดก็กลายเป็นนิ่งอึ้งตะลึงงันกันไป
มีเงาร่างร่างหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าของพวกเขา
นั่นก็คือเฉินเฟิง!
เฉินเฟิงได้นำเพื่อนไม่กี่คนของเขามาและฆ่าพวกสัตว์อสูรกลายพันธ์เหล่านั้นทิ้งไป
“แม้ว่ามันจะแข็งแกร่งขึ้นแต่มันก็ยังเป็นขยะอยู่ดี”
ซูเฟยเหยียบไปบนศพของสัตว์อสูรกลายพันธ์
“อืมมม”
จ้าวหลิงขดริมฝีปากพร้อมกับจับจ้องไปที่เหล่านักเรียนที่กำลังนิ่งอึ้ง “แม้ว่าชั้นจะไม่รู้ว่าทำไมเจ้าปัญญาอ่อนเฉินเฟิงนั่นถึงต้องการช่วยพวกนายแต่ถ้าพวกนายคนใดกล้าที่จะฉุดให้พวกเราช้าลงชั้นนี่แหละที่จะเป็นคนฆ่าพวกนายทั้งหมดเอง”
มังกี้และเถี่ยจี่เองก็จับจ้องไปที่พวกเขาอย่างเย็นชา
“เฉินเฟิง…”
“ช่วยเรา?”
ถึงตอนนี้พวกเขาจึงได้ตื่นขึ้นจากอาการงุนงงได้
ปลอดภัยแล้ว!
พวกเขาปลอดภัยแล้วจริงๆ!
ทุกๆคนร่ำร้องออกมาอย่างมีความสุข
ต่อมาพวกเขาก็นึกได้อย่างรวดเร็วว่าคนที่มาช่วยพวกเขาก็คิอเฉินเฟิงที่ถูกพวกเขาดูถูก เฉินเฟิงที่ถูกพวกเขาขับไล่ไปก่อนหน้านี้!
ด้วยความคิดนี้ทุกๆคนก็ก้มหัวลงอย่างละอาย
“ขอโทษ”
ทุกๆคนรู้สึกละอายใจอย่างมาก
เฉินเฟิงยิ้มอย่างใจเย็น ด้านหน้าของเขาเป็นซูจินที่กำลังจับจ้องมาที่เขาอย่างงุนงง “ชั้นกำลังฝันอยู่?”
เฉินเฟิงยียวน “เธออยากจะมานอนในเวลาแบบนี้รึไง?”
“ไป!”
เฉินเฟิงไม่ให้เวลาพวกเขากล่าวไร้สาระอีกต่อไป “ทุกๆคนไม่ต้องกล่าวอะไร อย่าได้ส่งเสียงออกมา อย่าร้องไห้ด้วย! ใครก็ตามที่กล้าสร้างความรบกวนขึ้นมาชั้นจะทิ้งพวกนายไปจริงๆด้วย! มีเพียงทางนี้เท่านั้น…” เฉินเฟิงหยุดชะงัก “ที่พวกเราจะรอดออกไปได้”
ทุกๆคนกลายเป็นเงียบงัน พวกเขาพบว่าสิ่งที่เฉินเฟิงกล่าวออกมาคือ ’พวกเรา’ และเมื่อพวกเขานึกไปถึงสิ่งที่พวกเขาทำกับเฉินเฟิงก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้พวกเขาส่วนมากก็ก้มหัวลงต่ำอย่างละอายใจ
“ไปกัน”
เฉินเฟิงนึกๆทุกๆคนไปยังทางออกที่ถูกพบโดยมังกี้
“ชั้นจะช่วยด้วย”
หวังเยว่สูดลมหายใจเข้าลึก แม้ว่าเขาจะเกลียดเฉินเฟิงแต่ในเวลาเช่นนี้พวกเขาทั้งคู่จำเป็นต้องร่วมมือกัน
“แม้ว่าชั้นจะไม่มีพลังด้านการต่อสู้แต่ชั้นก็ยังเป็นนักสร้างยีนมือใหม่ พลังจิตวิญญาณของชั้นก็ทรงพลังอยู่บ้างชั้นสามารถช่วยนายจัดการกับผนึกได้”
“…”
เฉินเฟิงจ้องมองไปที่เขาและกล่าวออกมาอย่างเย็นชา “ไม่จำเป็น”
“เฉินเฟิง!”
หวังเยว่กัดแฟ่นแน่น “ชั้นรู้ว่านายเกลียดชั้นแต่ยังไงก็เหอะตอนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวพันกับความเป็นและความตายดังนั้นนายช่วยวางความเกลียดชังไว้ก่อนได้ไหม? พลังจิตวิญญาณของนายมีอยู่แค่30แต้มเท่านั้นขณะที่ปัจจุบันชั้นมีอยู่80แต้ม มันมากกว่านายอยู่หลายเท่า ความเร็วในการจัดการกับผนึกของชั้นเร็วกว่านายมาก!”
“ไม่จำเป็น”
เฉินเฟิงเดินไปยังผนึกอย่างไม่แยแส
“เฉินเฟิง”
หวังเยว่ระเบิดออกมาอย่างกราดเกรี้ยวแต่เขาก็ทำได้เพียงกล่าวออกมาดีดีเท่านั้น “ผนึกแบบนี้ด้วยพลังจิตวิญญาณแค่30แต้มของนายนายจำเป็นต้องใช้เวลาถึง3นาทีเพื่อจัดการกับมันส่วนชั้นใช้เวลาเพียงแค่นาทีเดียวก็…”
หวังเยว่ยังไม่ทันจะได้กล่าวจบ
“เพล้ง!”
ผนึกได้ถูกลบออกไปแล้ว
หวังเยว่อ้าปากกว้างค้างอยู่นาน
นักเรียนทั้งหมดก็กลายเป็นโง่งม
หนึ่งวินาที?
นี่มันพรสวรรค์ท้าทายสวรรค์เช่นใดกัน? นี่คือเฉินเฟิงซึ่งเป็นนักเรียนที่ได้ชื่อว่าระดับท็อปของพวกเขางั้นหรอ? นี่คืออันดับหนึ่งของโรงเรียนเฉินเฟิง? นี่คือเฉินเฟิงที่อยู่เหนือทุกผู้คน? ในตอนนี้พวกเขาก็พลันรู้สึกได้ว่าแม้ว่าเฉินเฟิงจะไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยเขาก็ยังเป็นคนที่พวกเขาไม่อาจที่จะก้าวข้ามได้อยู่ดี!
เห็นได้ชัดว่านี่คือคนที่เกิดมาเพื่อเป็นอัจฉริยะ
ติดตามตอนใหม่ก่อนใครได้ที่