0 Views
“ซูจิน”
เฉินเฟิงจดจำชื่อนี้ได้
อ่า ใช่แล้วนี่คือหญิงสาวที่เจ้าของร่างคนเดิมนั้นแอบหลงรักอยู่ เนื่องด้วยคะแนนของทั้งคู่นั้นอยู่ในบรรดาท็อปด้วยกันทั้งคู่ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจึงนับว่าดีอย่างมาก
“ทำไมเธอถึงกลายเป็นแบบนี้?”
ซูจินกล่าวออกมาเบาๆ “เวลาอยู่ที่โรงเรียนเธอมักจะเป็นคนอ่อนน้อมและอ่อนโยนแท้ๆ”
เฉินเฟิง “…”
“พวกเรารู้ว่าเธอสอบตกและอยู่ในอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนักอย่างไรก็ตามทำไมเธอถึงพูดแบบนี้กับอาจารย์ล่ะ? 3ปีที่ผ่านมาอาจารย์เซี่ยดูแลเธอดีอย่างมากเลยนะ แม้แต่ทุนการศึกษาของเธอก็ได้มาจากการช่วยเหลือของอาจารย์เซี่ยไม่อย่างนั้นแล้วเธอจะสามารถซื้อยีนรีเอเจนต์รูปแบบจิตวิญญาณมาได้ยังไงกัน?” ซูจินกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
เฉินเฟิง “…”
เฉินเฟิงรู้สึกเหมือนกับว่าซูจินที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเขานั้นจะปลดปล่อยรัศมีแสงศักสิทธิ์ออกมา รัศมีแสงหนาแน่นนั้นกระทั่งก่อตัวขึ้นเป็นตัวอักษรขนาดยักษ์ว่า – ดอกบัวบริสุทธิ์ (แปลง่ายๆก็คือคนที่โคตรจะบริสุทธิ์ไม่รู้จักความชั่วเลย)
นี่คือหญิงสาวที่เจ้าของร่างคนเดิมชอบ?
ลำบากน่าดูเลยนะนี่
เฉินเฟิงไม่แม้แต่กระทั่งจะสนใจ’การกระทำ’ของเธอ
ในตอนนี้เองเหล่านักเรียนที่เหลืองก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเช่นกัน คำกล่าวของซูจินมีผลกับอารมณ์ของนักเรียนทุกๆคน ใช่แล้วคนผู้นี้เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร?
“ที่เธอพูดมานั่นเรื่องจริงไหม” ซูเฟยกล่าวถามออกมาอย่างกังวล
“อืม” เฉินเฟิงไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “ชั้นเป็นนักเรียนระดับท็อปดังนั้นถ้าทุนการศึกษาไม่ถูกมอบให้กับชั้นงั้นมันควรจะถูกมอบให้กับใครล่ะ? จริงๆเขาต้องการจะมอบมันให้กับคนอื่นด้วยซ้ำแต่ยังไงก็เถอะเขาทำเช่นนั้นได้ที่ไหนล่ะ?”
กลายเป็นเช่นนี้เอง
จ้าวหลิงและกลุ่มพลันรู้สึกเหมือนตรัสรู้ขึ้นมา เวรเอ้ยแม้แต่ทุนการศึกษาของโรงเรียนก็กลายเป็นเครื่องของมือสำหรับใช้อาจารย์สร้างบุญคุณกับนักเรียนไปแล้วหรือนี่? โรงเรียนทุกวันนี้ช่างน่ากลัวจริงๆ
“อาจารย์พวกเราไม่จำเป็นต้องกล่าววาจากับไอ้ขยะพวกนี้แล้ว”
หวังเยว่พลันเปิดปากขึ้นมา “ผมจะปกป้องนักเรียนเอง อาจารย์ไปจัดการกับพวกมันได้เลย”
“เธอมีทางหรอ?”
เซี่ยกังจงรู้ว่านักเรียนคนนี้มีพื้นหลังไม่ธรรมดา โชคร้ายที่แม้ว่าตัวเขานั้นจะพยายามป้อยอหวังเยว่อยู่หลายครั้งแต่หวังเยว่กลับไม่แยแสใดๆแต่แล้วทำไมจู่ๆวันนี้เขาถึงได้ก้าวขึ้นมายุ่งกัน?
“แน่นอน”
หวังเยว่ยิ้มออกมาอย่างสบายๆ
“ออกมา!”
เขายกข้อมือขึ้นมาและเปิดใช้งานชิบที่อยู่บนข้อมือนั้น
“ฮึ่ม…”
ม่านพลังป้องกันอ่อนๆพลันปรากฏขึ้นมาล้อมรอบกายของเหล่านักเรียนเอาไว้
“ม่านพลังป้องกันคลาสE สามารถป้องกันการโจมตีจากนักรบพันธุกรรมคลาสEได้” หวังเยว่กล่าวออกมาอย่างไม่แยแส “แน่นอนว่าถ้าคุณปล่อยให้พวกนั้นพุ่งเข้ามาโจมตีพวกเราได้สิ่งที่ล้อมรอบพวกเราเอาไว้นี้จะไม่สามารถทนได้ไหว”
หวังเยว่รู้สึกเสียใจอยู่เล็กน้อย เนื่องจากพลังของเขาอ่อนแออย่างมากเขาจึงสามารถใช้งานได้แค่ชิบของม่านพลังป้องกันคลาสEเท่านั้น ไม่อย่างนั้นล่ะก็…
“ไม่ต้องกังวลจะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นแน่”
เซี่ยกังจงยิ้มออกมาอย่างเย็นชา “เพียงแค่พวกหมาบ้าระดับE พวกนี้ไม่ได้กระตุ้นความสนใจของครูได้ด้วยซ้ำ ชั้นอยากจะดูจริงๆว่าถ้าไม่มีพวกหมาไม่กี่ตัวนี่คอยให้หลังแก เฉินเฟิงแกจะยังหยิ่งยโสได้อยู่ไหม?”
“อาจารย์อย่าทำร้ายเขานะคะ”
ซูจินกล่าวออกมาเบาๆ “เฉินเฟิงไม่ใช่คนเลว”
เซี่ยกังจงยิ้มให้เธอ “อาจารย์เพียงแค่จะให้บทเรียนกับเขาเท่านั้นไม่อย่างนั้นแล้วด้วยท่าทีในปัจจุบันของเขาเขาจะต้องไปยั่วยุคนอีกมากมายในอนาคตอย่างแน่นอนซึ่งมันอาจจะทำให้เขาสูญเสียชีวิตได้”
เมื่อถึงตอนนี้ซูจินจึงถอยออกไป
เฉินเฟิง “…”
การตอบสนองของเขาที่มีต่อการกระทำของผู้หญิงคนนี้คงสามารถอธิบายออกมาได้ด้วยคำว่า ‘อ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ’
ในตอนนั้นเองเซี่ยกังจงก็ก้าวขึ้นมาข้างนอก
“ปัง!”
กลิ่นอายน่าหวาดหวั่นซึ่งเป็นระดับนักรบพันธุกรรมคลาสDถูกปลดปล่อยออกมา แม้ว่าซูเฟยและพวกของเขาจะเป็นคลาสEระดับสูงสุดพวกเขาก็ยังคงรู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันน่าหวาดกลัวอยู่ดี
“คลาสD…”
ซูเฟยยิ้ม
อาจารย์ที่เป็นผู้นำกลุ่มคนนี้ซึ่งคอยเอาแต่มุดหัวอยู่ในโรงเรียนและฝึกฝนจนเป็นนักรบคลาสDคิดจริงๆหรือว่าคลาสDนั้นจะสามารถกดข่มคลาสEได้จริงๆ? หรือกระทั่งจะสามารถทำลายนักรบคลาสEระดับสูงสุดได้อย่างราบคาบ?
“ถ้างั้นก็มาลองดูหน่อยเถอะ”
รอยยิ้มเหี้ยมเผยให้เห็นออกมาเล็กน้อยบนใบหน้าของซูเฟย
ในเวลาเดียวกันที่อีกด้านนั้น หวังเยว่จับจ้องมาที่เฉินเฟิงขณะที่ยกยิ้มออกมาอย่างบางเบา “หลังจากที่มีหมาบ้าไม่กี่ตัวคอยหนุนหลังแกแกเลยคิดว่าตัวเองยอดเยี่ยมแล้วรึไง? แม้ว่าเซี่ยกังจงจะเป็นพวกไม่มีอะไรดีแต่วันนี้ชั้นก็อยากจะเห็นแกโดนมันกระทืบอยู่ดี”
“ชิบของม่านพลังป้องกันคลาสEนี่เป็นของที่ซื้อมาใหม่หรอ?”
เฉินเฟิงรู้สึกมึนงงเมื่อจับจ้องไปที่ชั้นแสงของม่านพลังนี้ บนโลกนี้กลับกลายเป็นว่ามีสิ่งของเช่นนี้อยู่จริงๆ
“แน่นอน”
หวังเยว่ภาคภูมิใจอย่างมาก “นี่ไม่ใช่อะไรที่ขยะแบบแกจะสามารถมี…”
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมครั้งสุดท้ายที่ชั้นกระทืบนายถึงได้ไม่เห็นนายใช้มัน”
เฉินเฟิงเข้าใจได้ทันที
มือของหวังเยวาสั่นเทาพร้อมกับเส้นเลือดที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าผากของเขา
ตอนนี้เองนักเรียนรอบๆก็จำได้ว่าไม่กี่วันก่อนนั้นดูเหมือนว่าจะมีคนบางคนเห็นหวังเยว่ได้รับบาดเจ็บ ไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นว่าโดนเฉินเฟิงกระทืบมา
“หึหึหึหึ”
หวังเยว่จับจ้องมาที่เฉินเฟิงอย่างเย็นชา “เฉินเฟิงชั้นอยากจะรู้จริงๆว่าแกจะยโสไปได้อีกนานแค่ไหน แกไม่เป็นห่วงเพื่อนของแกเลยรึไง? พวกมันกำลังจะตายในไม่ช้าแล้วนะ”
“พวกเขาน่ะนะ?”
เฉินเฟิงส่ายหัว “ชั้นไม่เป็นห่วงพวกเขาหรอก กลับกันด้วยซ้ำตอนนี้ชั้นเป็นห่วงพวกนายมากกว่า”
“ห่วงพวกชั้น?”
หวังเยว่พลันรู้สึกเลวร้ายขึ้นมา
“ช่าย นายแน่ใจนะว่าของเล่นนี้ของนายจะสามารถป้องกันการโจมตีของนักรบคลาสEได้น่ะ?” เฉินเฟิงยังรู้สึกสงสัย
“แน่นอน”
หวังเยว่กล่าวออกมาอย่างหยิ่งยโส “นี่เป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างขึ้นมาโดยสตอมเทค…”
ก่อนที่เขาจะได้กล่าวจบประโยคนั้น
อย่างเนิบช้าเฉินเฟิงได้หยิบเอาขวดยีนรีเอเจนต์ที่ส่องประกายแสงสีขาวออกมาจากกระเป๋าของเขา จากระยะห่างไกลเช่นนั้นเขาก็ขว้างปามันออกมา ขวดแก้วนั้นพุ่งปะทะเข้าใส่ม่านพลังป้องกันนี้
“ปัง!”
สายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนกราดเข้าใส่ม่านพลัง
“ปัง!”
“ปัง!”
“ปัง!”
ภายในเวลาเสี้ยววินาทีมันก็ถูกทำลายเป็นชิ้นๆไปโดยสายฟ้า ม่านพลังป้องกันอันเยี่ยมยอดที่หวังเยว่กล่าวถึงถูกทำลายลงด้วยพลังที่ดุดันยิ่งกว่าก่อนที่มันจะกระทั่งได้แสดงพลังของมันออกมาด้วยซ้ำ
ทุกๆคนกลายเป็นมึนงง
นี่มันของเหี้ยอะไรกันวะ?
ม่านพลังป้องกันที่สามารถรับการโจมตีจากนักรบคลาสEได้กลับถูกทำลายง่ายๆเช่นนี้?
เป็นไปได้ยังไง?
หวังเยว่ทรุดกายลงขณะที่จับจ้องไปที่สายรัดข้อมือของเขา บนนั้นมีคำน่าหวาดหวั่นไม่กี่คำแสดงขึ้นมา – พลังงานหมด!
หรือจะกล่าวอีกอย่างก็คือ การโจมตีของเฉินเฟิงภายในเสี้ยววินาทีนั้นเกิดกว่าขีดจำกัดที่ม่านพลังจะสามารถทนรับได้ไหว ไม่เพียงแต่ม่านพลังของเขาถูกทำลายเท่านั้นแม้แต่หินพลังงานที่เขาตระเตรียมไว้ก็ถูกใช้ไปจนหมด
นี่มันเป็นไปได้ยังไง!?
“แก…”
หวังเยว่ชี้ไปที่เฉินเฟิงอยู่เป็นเวลานานแต่เขาก็ยังคงมึนงงอยู่และไม่กล้าที่จะเปิดปากกล่าวออกมา นั่นเป็นเพราะจู่ๆเฉินเฟิงก็หยิบขวดยีนรีเอเจนต์ที่ส่องประกายแสงเช่นเดิมออกมาอย่างเนิบช้าอีกครั้ง ภายใต้รัศมีแสงสีฟ้าน้ำแข็งของถ้ำนี้ทำให้มันดูส่องประกายมากยิ่งขึ้นไปอีก
“อยากลองอีกดอก?”
เฉินเฟิงกล่าวออกมาอย่างเนิบช้าและกลิ้งขวดยีนรีเอเจนต์ภายในมือของเขาเล่น
“อึก..”
นักเรียนทั้งหมดกลืนน้ำลายกันเอื้อกใหญ่และจับจ้องไปที่เฉินเฟิงอย่างหวาดกลัว หวาดกลัวสิ่งของที่กลิ้งอยู่ภายในมือของเขา
ในเวลาเดียวกัน เซี่ยกังจงที่กำลังจะเข้าสู้และทำลายล้างกลุ่มของซูเฟย พลันได้ยินเสียงที่ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของเขา ในตอนนั้นเองเขาก็หยุดชะงักลงและจับจ้องไปที่ขวดน้ำยาภายในมือของเฉินเฟิง ประกายไม่อยากจะเชื่อปรากฏขึ้นมาภายในสายตาของเขา
“นี่ก็เป็นสิ่งที่แกเก็บเกี่ยวได้ในครั้งนี้ด้วย?”
สายตาของเซี่ยกังจงกลายเป็นเย็นชา “ดีมาก กล้าที่จะข่มขู่ชั้นโดยใช้นักเรียนที่รักของชั้น”
“ออกไป ชั้นอนุญาตให้พวกแกไสหัวไปได้!”
เซี่ยกังจงคำรามออกมา “ไอ้พวกสวะออกไปให้หมด”
เฉินเฟิงฉีกยิ้มออกมาขณะที่ดู ‘การแสดง’ ของเซี่ยกังจง
“ไปกัน” ซูเฟยกล่าว
แน่นอนว่าพวกเขาไม่อยากจะเสวนากับพวกกลุ่มคนที่มีไอคิวต่ำตมอีกต่อไป
“อืมม”
เฉินเฟิงพยักหน้ารับเบาๆ
แต่ทันใดนั้นเองเขาก็พลันหยุดลงพร้อมกับจ้องไปยังกลุ่มนักเรียนแล้วกล่าวออกมาเบาๆ “เชื่อใจเซี่ยกังจงผู้นี้มากๆเข้าซักวันพวกนายจะเสียใจ”
“สวะ!”
“ไอ้คนไม่รู้จักอายเอ๊ย!”
นักเรียนหลายคนก่นด่าออกมาอย่างกรุ่นโกรธ
“ไอ้เวรเฉินเฟิงแกกล้าขู่อาจารย์โดยใช้พวกเรา”
“ใช่ด่าแมร่งเลย”
หลายๆคนในที่นี้เริ่มรู้สึกไม่พอใจ
“ทำไมนายถึงกลายเป็นแบบนี้?”
ซูจินรู้สึกผิดหวัง
“คนเลวพวกนี้กล้าที่จะข่มขู่อาจารย์โดยใช้พวกเธอนี่มันช่าง….” เซี่ยกังจงกล่าวออกมาอย่างกรุ่นโกรธ
“อาจารย์อย่าไปกลัวพวกมัน พวกเราจะแก้แค้นให้คุณเอง!”
“ใช่พวกเรากำลังจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแล้ว”
“รอจนพวกเราเข้ามหาวิทยาลัยได้ก่อน…”
นักเรียนหลายคนกล่าวปลอบเขาออกมา
“พวกเธอ…”
เซี่ยกังจงรู้สึกพอใจ
แม้ว่าเขาจะแสดงท่าทีว่าโกรธออกมาแต่ภายในใจนั้นเขาไม่ได้โกรธเช่นนั้นจริงๆ อาจจะจริงที่ว่าเขาถูกเฉินเฟิงสบประมาทแต่เขาก็ได้ความชอบจากนักเรียนทุกคนมาแทน!
เหตุใดเซี่ยกังจงที่แข็งแกร่งที่สุดถึงจำต้องถอยออกมาก้าวหนึ่งอย่างอัปยศกันล่ะ?
มันก็เพื่อนักเรียนเหล่านี้!
โคตรจะฟังดูดีใช่ไหม?
มันแสดงออกมาให้เห็นผ่านทางแววตาของนักเรียนพวกนี้ นอกจากหวังเยว่ที่ไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย ดวงตาของนักเรียนคนอื่นๆต่างก็เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
การเดิมพันครั้งนี้ได้กำไรแล้ว!
ติดตามตอนใหม่ก่อนใครได้ที่