0 Views

ตอนที่ 3 – Cube (3)

ปืนยังคงเป็นอาวุธที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกอยู่ดี แต่นั่นเป็นเพียงอาวุธสำหรับทหารธรรมดาที่ไม่สามารถใช้มานาได้

แทนที่จะใช้กระสุนแบบทั่วๆไปที่เรารู้จักกัน แต่ปืนของโลกนี้นั้น ใช้ ‘กระสุนมนตรา’ กระสุนบรรจุด้วยมานาซึ่งถูกบีบอัดอยู่ข้างใน มีพลังในการฆ่าพวกปีศาจเกรด 8 ในระดับ low-intermediate ในเชิงเปรียบเทียบ การฝึกกระบี่กล่าวได้ว่า 5 ล้านวอน โดยเฉลี่ยแล้วสามารถกำจัดได้เพียงแค่ปีศาจระดับต่ำๆเท่านั้น เพราะฉะนั้นปืนจึงเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งในตัวมันเองซึ่งก็สามารถกำจัดปีศาจระดับต่ำได้เช่นเดียวกัน

แต่วีรบุรุษและทหารรับจ้างที่ใช้พลังเวทย์นั้น พวกเขาจะไม่เลือกปืน ด้วยเหตุผลที่ว่า ‘พลังเวทย์’ ไม่สามารถนำมาปรับใช้กับปืนได้ เพราะงั้นก็ไม่ได้สำคัญว่าผู้ใช้ปืนจะแข็งแกร่งแค่ไหน อาวุธก็มีศักยภาพที่จำกัดอยู่ดี

ในการเลือกอาวุธหลัก มุมมองที่สำคัญที่สุดคือจุดเริ่มต้น ในช่วงสั้นๆ ระดับของอาวุธจะสูงขึ้นจะดูน่าเกรงขามขึ้นจากเดิมที่เคยเป็น

ตัวอย่างเช่น ปืนถูกแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ – ผลิตออกมาจำนวนมากๆ, ผลิตตามสเป็คของลูกค้าหรือผลงานชิ้นโบว์แดงนั่นเอง ดาบ ในทางตรงกันข้ามคือมีมากทั้งในเรื่องของ – ความเก่าแก่, ความเป็นอาวุธพร้อมรบ, ความลำค่า, ตำนานที่ยาวนาน, เรื่องเล่าขานถึงความทรงพลัง เป็นต้น

นี่เป็นเพราะในโลกแห่งนี้ทั้งเรื่องเทพนิยายและตำนานต่างเป็นที่ประจักษ์กันดี

ดาบเป็นอาวุธที่มีประวัติศาสตร์ทั้งยาวนานและลึกซึ้ง โดยปกติ ดาบหลายๆเล่มได้มีการสืบทอดต่อๆกันมาจากเทพนิยายและตำนานที่ถูกกล่าวขานที่มีทั้ง ดาบของเฟรเออร์, มุรามาสะ ตำนานดาบอสูร, เทอร์ฟิล์ ดาปต้องคำสาป, ดาบศักดิ์สิทธ์ดูเรนดอล, เอกซ์แคลิเบอร์ดาบในตำนานของกษัตริย์ เป็นต้น… ในโลกแห่งนี้ยังมีตำนานของดาบอีกหลายเล่มที่ยังคงรอการถูกค้นพบอยู่ใน ‘ดันเจี้ยน’ และ ‘ทาวเวอร์’ ซึ่งดาบแต่ละชนิดนั้นเป็นสมบัติล้ำค่า แน่นอนสมบัติล้ำค่าเหล่านี้ก็คู่ควรกับผู้ที่มีความชำนาญในเรื่องการใช้ดาบ

เพราะฉะนั้นแล้ว วีรบุรุษที่เลือกใช้อาวุธเก่าแก่มากๆ จนวันหนึ่งที่พวกเขาเติบโตจนมาถึงจุดผลัดเปลี่ยน อาวุธที่มีระดับสูงจะสามารถช่วยให้พวกเขาให้เอาชนะได้ทุกสิ่งอย่าง

“…คิมชุนดง”

คิมซูฮยอก เรียนชื่อผมอีกครั้งก่อนที่สมาร์ทวอทช์ที่ข้อมือครูฝึกจะแจ้งเตือน คงเพราะเหตุผลอะไรบ้างอย่างที่ทำให้ผมสามารถดูข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในระบบข้อมูลป้องกันได้
มันเป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวผมเอง – นักเรียนนายร้อย คิมชุนดง

“ทำไมไม่ใช้ดาบ?”

ตามที่คาดไว้ของตัวประกอบ คิมชุนดง เป็นแค่นักดาบที่ธรรมดาทั่วไป

“ผมตัดสินใจแล้วว่าจะเปลี่ยนมันทีหลัง”

“แน่ใจนะ?”

“ครับ”

คิม ซูฮยอก ไม่ได้พอใจกับคำตอบของผมสักเท่าไร แต่เขาก็พยักหน้ารับพร้อมด้วยการนิ่วหน้าเล็กน้อย

“เอางั้นก็ได้ ที่ Cube นักเรียนนายร้อยทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือก ครูฝึกจะไม่เข้าไปก้าวก่ายใดๆทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของตัวนักเรียนเองด้วย”

คิมซูฮยอก เดินออกไปแล้ว แต่เสียงกระซิบพึมพำท่ามกลางหมู่นักเรียนยังคงไม่หยุด จริงๆเสียงกระซิบเหล่านั้นมันน่าจะเงียบเกินกว่าที่ผมจะได้ยินได้ แต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรผมถึงได้ยินเสียงกระซิบจากหลายๆคนชัดเจน ดูเหมือนว่านี่จะเป็นพรสวรรค์ของตัวชุนดงนะ เห้อ…ช่างไร้ประโยชน์อะไรเช่นนี้

“ปืนงั้นหรอ? หมอนั่นบ้าไปแล้วหรือเปล่า?”

“เขาจะมาที่ Cube ทำไม ถ้าสุดท้ายแล้วเขาหวังจะเป็นแค่พวกทหารรับจ้าง?”

ก่อนที่จะได้เข้ามาที่ Cube บรรดานักเรียนนายร้อยต้องได้ลองอาวุธทุกประเภท เพราะต้องหาอาวุธที่เข้ากับพรสวรรค์ของแต่ละคนได้พอดี แต่ปืนไม่จำเป็นต้องใช้พรสวรรค์ใดๆ เพียงแค่คุณสอดนิ้วเข้าไปที่ไกจากนั้นก็ลั่นไกแค่นี้จบ

“อาวุธหลักที่เลือกวันนี้น่ะ พวกนายเปลี่ยนมันได้ง่ายๆเลยนะ และถ้าไม่ได้ใส่ใจที่จะเลือก พวกนายจะต้องผ่านการฝึกและบททดสอบเดิมๆอีกมากมาย นั่นหมายความว่าจุดอ่อนของอาวุธจะเป็นสิ่งที่พวกนายต้องรับมือกับมันให้ได้”

คิมซูฮยอก ประกาศลั่นขณะที่มองมาทางพวกเรา
ผมเข้าใจนะ แต่บ้าเอ๊ย ก็ไม่มีตัวเลือกอื่นนี่!
บรรดานักเรียนนายร้อยที่นี่ สอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตั้งแต่พวกเขาอายุ 7 ถึง 8 ขวบได้ หรือพูดอีกอย่างว่าพวกเขาได้ผ่านทั้งการฝึกฟัน, แทง, ทำลายล้างและยิงปืนมาเป็น 10 ปีแล้ว

แต่ผมแตกต่างออกไป

ผมไม่ได้รับช่วงความทรงจำของชุนดงและผมก็ห่างไกลจากคำว่านักดาบในโลกจริงๆเสียด้วย บ้าเอ๊ย ผมไม่แม้แต่จะเล่นกีฬาหรือแม้แต่ความเลือดเย็นก็แทบจะไม่มี
ในท้ายที่สุด ผมก็เพียงแค่เลือกอาวุธโจมตีระยะไกลสักชิ้น มีธนูกับปืน ขอบคุณกองบริการกองทับบกของเกาหลี ที่อย่างน้อยก็ทำให้ผมได้คุ้นเคยกับปืนมาบ้าง

“เอาล่ะ ทางเราจะจัดห้องให้พวกนายทุกคนและข้าวของส่วนตัวทุกอย่างจะถูกส่งไปที่นั่น หลังจากนั้นก็ว่างไปก่อน คาบเรียนจะเริ่มในอีก 4 วัน นั่นคือวันจันทร์หน้า”

คิมซูฮยอก ประกาศไปขณะที่มองมาที่ผมด้วยสายตาเวทนาด้วย
แล้วต่อจากนั้นขั้นการเลือกอาวุธหลักก็จบลง

 

* * * * *

 

 

“โย่ ว่าไงมือปืน จริงจังป่ะเนี่ย?”

“ฉันแค่ไม่เข้าใจอ่ะ นายเป็นหนึ่งในพวกที่ชอบเรียกร้องความสนใจหรอ? นี่เป็นครั้งแรกที่ Cube เลยนะ ที่ฉันได้ยินว่ามีใครบางคนเลือกปืนเพื่อเป็นอาวุธหลัก”

ระหว่างทางกลับหอ มีกลุ่มเด็กนักเรียนชายที่จับกลุ่มกันคุยถึงเรื่องนี้ ผมก็แค่ทำเป็นไม่ต้องไปใส่ใจกับคำพูดเยอะเย้ยเช่นนั้น
เมื่อเห็นว่าผมไม่ได้มีอาการกระวนกระวายใดๆจากที่โดนยุแหย่ พวกเขาก็สลายตัวไปเหลือไว้เพียงเสียงหัวเราะคิกคัก ตามที่คาดไว้พวกเด็กนักเรียนชายเหล่านี้พวกเขาคงสนใจในตัวนักเรียนหญิงเอาซะมากๆ
แม้แต่ผมเองยังต้องเหลียวหลัง
แชนายุน, ราเชลและ ยูยอนอา ความสวยของเด็กหญิง 3 คนนี้มากล้นเกินกว่าที่ผมตั้งค่าไว้ในนิยายเสียอีก
ขณะที่ผมกำลังเหลือบมองพวกเขา เราก็มาถึงหอพอดี

“นี่เป็นหอพักสำหรับปี 1”

ตึกระฟ้า 6 ตึก ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าผม
ตามที่ คิม ซูฮยอก บอกไว้ แต่ละตึกมีทั้งหมด 100 ชั้น แต่ละชั้นมีห้องด้วยกัน 5 ห้อง
ซึ่งห้องจะกระจายไปตามเกรด แต่ถึงแม้จะมีคนที่เกรดต่ำเตี้ยเรี่ยติดก็ตามพวกเขาก็ยังคงมีห้องเป็นของตัวเองอยู่ ส่วนนักเรียนนายร้อยทั้งชายและหญิงที่เกรดดีที่สุด 3 อันดับแรกของสมาคมโรงเรียนนายร้อย จะได้รับห้องเพนท์เฮ้าส์คือห้องที่บนสุดของตึกนั่นเอง คิม ซูโฮ เป็นเพียงคนเดียวที่ปฏิเสธเงื่อนไขนั่น เขาแค่บอกว่ามันใหญ่เกินไปสำหรับเขา

“ผู้ชายไปทางขวา ผู้หญิงไปทางซ้าย ส่วนกุญแจห้องถูกเก็บไว้ในสมาร์ทวอทช์ที่ข้อมือของพวกนายทุกคนเรียบร้อยแล้ว”

ขณะที่ คิมซูฮยอก อธิบาย บรรดาชั้นปี 1 จากคลาสอื่นๆก็มาถึง ถ้าผมจำไม่ผิด ปี 1 จะมีอยู่ทั้งหมด 10 คลาสด้วยกัน Veritas, Acceptance, Intelligence, Wisdom, Cultivation, Honor, Virtue, Friendship, Potential, และ World
ผมควรมองหาลักษณะพิเศษของตัวละครตัวอื่นๆดีไหม? หน้าตาของพวกเขาบางก็ดูไม่เป็นมิตรเอาซะเลย…

“ชุนดง… คิมชุนดง!”

“ห๊ะ ผมหรอ? อะไร?”

“อะไรงั้นหรอ?”

คิมซูฮยอก กำลังตะโกนเรียก ผมแค่ใจลอยไปขณะหนึ่ง แต่สายตาของเขาดูแคบเล็กลงเหมือนเหยี่ยวที่กำลังจะจ้องทำร้ายเหยื่อ สายตาที่ดุดันของเขาทำให้ผมยืนตัวแข็งทื่อ คิมซูฮยอก หลับตาลงและถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งราวกับผิดหวังกับพฤติกรรมของผมเอามากๆ

“…นี่สมาร์ทวอทช์ของนาย มารับไป”

“อ้อ… ครับ”

ผมแทบจะรู้สึกได้ว่าขาทั้ง 2 ข้างกำลังสั่นอยู่ แถมยังได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักจากเด็กนักเรียนบางคนมาจากด้านหลังอีกด้วย
พวกแกกล้าดียังไงมาหัวเราะใส่คนที่สร้างพวกแกขึ้นมา?
ผมโกรธอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดผมก็ยกโทษให้พวกนั้นเพราะผมใจกว้างพอ
ก็ผมไม่มีทางเลือกอื่นทำได้แค่ปล่อยผ่านไป ผมไม่มีทางที่จะเอาคืนพวกนั้นได้…

 

* * * * *

 

ห้องที่ผมได้รับ ใหญ่กว่าห้องอพาร์ทเม้นท์ของชุนดงเสียอีก ในห้องมาพร้อมกับ โซฟายาว, เตียงนอน, หม้อหุงข้าว, ทีวี, คอมพิวเตอร์ และรวมไปถึงอุปกรณ์เวทย์มนตร์ต่างๆอีกด้วย

“…ให้เยอะเกินไปรึเปล่าเนี่ย?”

อยากจะทิ้งตัวลงนอนบนโซฟานุ่มๆ ผมคิดในใจ
ผมไม่ได้รู้สึกถึงน้ำหนักจริงๆของปืนสั้นที่อยู่ในมือเลย
ถ้าลองคิดถึงเรื่องนั้น มันอาจจะดีกว่าหากออกจาก Cube ถ้าผมเลือกปืนน่ะนะ การได้เป็นนักเรียนนายร้อยที่จบมาจากสมาคมโรงเรียนนายร้อยก็คงจะมากพอแล้วที่ผมจะออกไปใช้ชีวิตได้อย่างไม่อดอยาก

แต่ปัญหาของผมมันจะไม่ได้จบแค่ตรงนั้นน่ะสิ
ทำไมผมจึงถูกส่งมาอยู่ในโลกนี้และผมจะกลับออกไปได้อย่างไรกัน เพื่อหาหนทางออก ผมจำต้องอยู่ให้ใกล้กับเนื้อเรื่องหลักให้มากที่สุด
…ถึงแม้ว่าผมจะใช้ปืนเพื่อเข้าใกล้เนื้อเรื่องหลักก็ตาม
ผมควรลองยิงเพื่อให้ได้เห็นถึงพลังของปืนกระบอกนี้ดีไหม?

“อืมมม…”

ผมคิดอะไรดีๆออกแล้ว
กระโดดขึ้นบนโซฟา ผมเล็งเป้าไปที่กำแพงและหลับซ้ายลง และจากนั้นก็แค่ใช้นิ้วเพื่อลั่นไก…

一ดิ๊ง ด่อง

เสียกริ่งดังขึ้น
เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังออกมาจากทางประตู

一อันดับที่ 934 คิม ชุน ดง มารับสัมภาระด้วยครับ

มันคือหุ่นยนต์นั่นเอง ผมโยนปืนทิ้งไว้บนโซฟา เดินไปเปิดประตูและเห็นกล่องที่มีขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนพื้น
ดูเหมือนชุนดงจะส่งสัมภาระตัวเองมาไว้ล่วงหน้า จากนั้นผมก็หยิบกล่องแล้วเอาเข้าไปในห้อง

[สัมภาระส่วนบุคคลของ คิมชุนดง อับดับที่ 1543 ของสมาคมโรงเรียนนายร้อย, อันดับที่ 934 ของโรงเรียนวีรบุรุษกองทัพบก]

อับดับที่ 934 ไม่ใช่ว่าเกินค่าเฉลี่ยไปแล้วหรอ?
ด้วยการยิ้มเยาะ ผมก็เอามือดึงเทปออกทันที

“…หือ?”

ในกล่องมีของอยู่แค่เพียงชิ้นเดียว
แต่ผมรู้ว่านี่มันคืออะไร
นี่มันไม่ใช่ของส่วนตัวของชุนดง แต่มัน…เป็นของผมเอง
นี่เป็นของจากชีวิตก่อนหน้าที่จะ…ฟังดูแปลกไปหน่อยนะที่จะเรียกว่า ‘ชีวิตก่อนหน้า’

ถึงกระนั้นก็เถอะ นี่เป็นแลปท็อปที่ผมใช้เขียนนิยายตอนอยู่บนโลก…