0 Views

ตอนที่ 2 – Cube (2)

สถาบันฝึกอบรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นสถาบันชั้นแนวหน้าในด้านศิลปะเวทมนต์ วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์
[Cube]

Cube คือชื่อของเกาะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางทะเลตะวันออก เกาะที่สร้างขึ้นแห่งนี้มีขนาดใหญ่กว่า ยออิโด[1] ถึง 2 เท่า
ด้วยพื้นที่ที่ใหญ่จึงทำให้มีนักเรียนนายร้อยมากถึง 5,000 คน ด้วยนักเรียนชั้นปี 1 1,300 คน ขณะที่อีก 2,000 คนยังเป็นว่าที่นายร้อยอยู่ที่เพิ่งจบการศึกษามาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน นักเรียนนายร้อยหัวกะทิต่างมาจากทั่วโลกเพื่อมารวมตัวกันที่นี่ จึงยิ่งทำให้เกิดมีการแข่งขันสูงมากขึ้นไปอีก แต่ถึงอย่างนั้นที่แห่งนี้ยังดูรุนแรงและเศร้าซึมเกินไปที่จะคิดว่านี่คือบ้านสำหรับวัยรุ่นที่อายุช่วง 17-19 ปี
และเมื่อขึ้นปี 2 นักเวทย์ผู้ที่เลือกเพื่อจะเป็นวีรบุรุษจะต้องมาจาก ‘มหาวิทยาลัยเวทมนต์แห่งชาติ’ เพราะฉะนั้นจะมีนักเรียนนายร้อยเพิ่มอีก 200-300 คน

นอกจากนี้ยังมีอาจารย์ผู้อบรมฝึกสอน, สาวเสิร์ฟในโรงอาหาร, คนทำความสะอาด, ผู้ที่คอยเสาะทหารหัวกะทิที่มาที่นี่เป็นบางครั้งบางคราว, สมาคมของรัฐบาล, วิศวกรผู้ที่คอยซ่อมบำรุงและจัดการดำเนินการต่างๆ, ทหารที่คอยรักษาความปลอดภัย, หมอและนักวิจัยที่คอยดูแลเหล่านักเรียนนายร้อย, คนงานร้านสะดวกซื้อที่อยู่ข้างใต้อาคาร Cube, และอื่นๆ…ผู้คนเหล่านี้รวมๆแล้ว 50,000 คนที่ทำงานประจำอยู่ที่ Cube

โดยปกติที่แห่งนี้เป็นจุดนัดพบที่สำคัญที่ได้รับความสนใจจากเหล่านักลงทุนที่ต่างหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ ผมกำหนดการตั้งค่านิยายของผมให้ปฏิบัติตามอย่างภักดี เกาหลีเป็นอีกหนึ่งประเทศมหาอำนาจที่เหนือกว่าสหรัฐ ผมดูเหมือนจะจำเหตุผลหลายประการสำหรับเรื่องนี้ได้ และอีกผลหนึ่งที่ชัดเจนก็คือ ผมเป็นคนเกาหลี

ไม่ว่ากรณีใด ชุนดงเป็นอีกหนึ่งในสมาชิกของ Cube เพราะงั้นเขาจึงพูดได้เต็มปากว่าเขาก็เป็นหนึ่งในหัวกะทิเช่นกัน แต่ผมกลับไม่ได้เขียนจุดยืนให้ชุนดงเลย
ดังนั้น โชคชะตาของชุนดงจึงควรจะอยู่ในที่ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเนื้อเรื่องหลัก ในขณะที่เขาจะไม่ได้รับโอกาสให้ใช้ชีวิตอย่างคนสำคัญและมีชีวิตที่สำคัญอย่างตัวละครหลักตัวหนึ่ง บางทีอาจจะเป็นเรื่องดีที่เขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายและไม่มีความวุ่นวายใดๆก็เป็นได้

…นั่นก็เป็นชีวิตอีกรูปแบบที่ผมก็ต้องการเช่นกัน
เมื่อต้องมองไปที่ประตูห้องเรียนผมก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

[Novice – Veritas]

Novice หมายถึง นักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 1 ขณะที่ Veritas เป็นชื่อของคลาส งั้นก็หมายความว่า ผมอยู่ปี 1 คลาส 1 สินะ
ผมรู้ว่าคลาสนี้เป็นอย่างไร
ชิน จงฮัก และ คิม ซูโฮ ทั้งคู่อยู่ในคลาสนี้ มีกลุ่มเกิดขึ้นรอบๆพวกเขา มีทั้งแผนการร้ายมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เริ่มจากตัวบงการอย่าง ชิน จงฮัก และเหล่าลิ่วล้อของเขาที่มักจะสร้างความวุ่นวายในคลาส ในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งในคลาส ผมก็มักจะถูกกลั่นแกล้งโดยที่พวกเขาไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกกันเลย

“ฮู่วว”

หลังจากที่หายใจเข้าออกอยู่นับครั้งไม่ถ้วน ผมก็ค่อยๆเปิดประตูออกอย่างระมัดระวัง

ภายในห้องเป็นเงาประกาย : ขาวสะอาดเหมือนไม่เคยมีฝุ่นและมีโต๊ะยาว 3 ตัวที่วางซ้อนกันอยู่
ฉันควรนั่งตรงไหนดีนะ? ผมมองไปรอบๆห้องและเจอ ชิน จงฮัก นั่งอยู่ไหนออกไปตรงที่นั่งด้านหลังห้อง ด้วยท่านั่งที่ดูสง่าผ่าเผย คนที่นั่งข้างๆเขาคือเพื่อนตั้งแต่วัยเด็ก ยู ยอนอา ที่กำลังพล่ามไม่หยุด
ทั้งคู่นั้นไม่ได้ให้ความสนใจมาที่ผม

ขอบคุณพระเจ้า

ผมนั่งลงบนที่นั่งของตัวเองตรงแถวกลางของห้อง
เหมือนเป็นที่ที่เหมาะสมกับตัวประกอบ ผมมองตรงไปข้างหน้าด้วยความงุนงง หน้าห้องไม่มีกระดานดำแต่กลับมีฉากรับภาพโฮโลแกรมใช้ในการสอนแทน

“…ฮื้มมม”

ภาคการศึกษาของ Cube เริ่มต้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ อากาศข้างนอกหนาวมากแต่ข้างในนั้นอบอุ่นจึงทำให้ผมนั้นเริ่มง่วงขึ้นมา
ตอนนี้ 8 โมงเช้าแล้วเดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงจะเริ่มเรียน
ความจริงแล้วผมไม่ได้คาดว่าจะมาถึงนี่เร็ว แต่เนื่องจากเดินทางมาจากกรุงโซลถึง Cube ใช้เวลาไม่นานเนื่องจากใช้ ‘พอร์ทัล’ แต่ผมคาดว่าคงได้หลงสักครั้งเมื่อใช้ประตูนี่ อย่างไรก็ตาม มีบางอย่างที่ถูกเรียกว่า รถเมล์ของ Cube จะวิ่งครบรอบ Cube ทุกๆ 10 นาที ซึ่งนั่นไม่ได้มีอยู่การตั้งค่าเดิมของนิยายผม
ลองคิดถึงเรื่องนั้นดูสิ มันเป็นข้อผิดพลาดในส่วนของผมที่มีตัวละครหลักเดินรอบๆวิทยาเขตที่แสนจะใหญ่ขนาดนี้ ตั้งแต่นิยายกลายเป็นโลกจริงก็ดูเหมือนนิยายมันจะแก้ไขจุดด่างพล้อยของตอนด้วยตัวเอง

“…ต่อไป ผมขอนอนหลับหน่อยแล้วกัน ผมไม่อยากจะคิดอะไรไปมากกว่านี้”
หลับตาลง และฟุบหน้าลงกับโต๊ะ

一ตื่นได้แล้ว!

เสียงตะโกนที่ดังลั่นปลุกผมให้ตื่น
เมื่อผมลืมตาขึ้นก็มองเห็นครูฝึกยืนอยู่ตรงหลังโพเดี้ยม

“วันนี้เป็นวันแรก เพราะฉะนั้นการฝึกก็จะไม่มีอะไรเป็นพิเศษมากนักแต่ฉันก็หวังว่าทุกคนจะได้รับการฝึกในตอนเช้านี้ การฝึกไม่เคยให้ผลร้ายกับใคร โดยเฉพาะเช้าตรู่อย่างนี้ที่มานาของพวกนายเต็มเปี่ยม”

การฝึกตอนเช้างั้นหรอ?
…เอ้อ ใช่ ก็อะไรประมานนั้น การฝึกภาคสนามเริ่มตอนตี 5 ถึง 8 โมงเช้า ผมได้ใส่จุดนี้ไว้ในเนื้อเรื่องเพียงเพราะว่าจะได้ให้แต่ละตัวละครนั้นได้พบปะกันบ้าง

“เอาล่ะ เริ่มจากแนะนำตัวเองก่อนเลยแล้วกัน ฉัน คิม ซูฮยอก ครูฝึกสอนที่จะดูแลพวกนายทุกคนตลอดจนทั้งปีนี้”

ชื่อนั่น…ผมพอจำมันได้ลางๆ

“อันดับคะแนนของฉันอยู่ที่ 3850 และที่ 9737 ของโลก ตามการจัดอันดับของสมาคม ฉันก็จะอยู่อันดับ high-intermediate ที่ 5”

ดวงตาของนักเรียนถึงกับสว่างขึ้น มันก็เป็นที่เข้าใจได้ เพราะทั่วโลกมีเหล่าวีรบุรุษที่ถือกำเนิดขึ้นราวๆ 2 พันล้านคนได้ อันดับที่ 9737 มันหมายความว่าเขาต้องเป็นคนที่มีทักษะมากพอตัวเลยทีเดียว

“ฉันคิดว่าคงพอแล้วสำหรับการแนะนำตัว”

คิม ซูฮยอค ดูเหมือนจะชอบปฏิกิริยาของนักเรียนที่นั่งอ้าปากค้างอยู่ตรงมุมห้อง

“วันแรกจะรู้สึกพิเศษหน่อยนะ พวกนายอาจจะถึงกับนอนไม่หลับเนื่องจากความตื่นเต้นหรือไม่ก็ความกังวลนิดหน่อย หรือบางทีอาจจะรู้สึกดีที่ได้พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นก็ได้ อ้อ แล้วก็บางทีพวกนายอาจจะยินดีที่ได้เห็นไฟที่ลุกโชนของตัวเองอีกครั้ง”

เหล่านักเรียนนายร้อยก็โพล่งหัวเราะออกมาเล็กๆ แต่ครูฝึกยังคงแสดงสีหน้าที่นิ่งเงียบอยู่

“แต่ Cube จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ฉันสัญญาได้เลยว่า จะไม่มีเวลาพอที่จะให้กับทุกความสัมพันธ์ ใน Cube พวกนายจะได้สัมผัสถึงประสบการณ์นานัปการกับสถานการณ์การต่อสู้จริงๆ ตั้งตารอคอยรับประสบการณ์ที่แสนจะโหดร้ายของโลกจริงได้เลยว่าเป็นยังไง”

รอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ของเขาทำให้ผมถึงกับเสียวสันหลัง
การฝึกการต่อสู้ แน่นอนผมต้องมีส่วนร่วม…

“ต่อไป คือเป้าประสงค์ของ Cube เครื่องบ่งชี้เดียวถึงความสำเร็จก็คือเกรดของพวกนาย สมาคมจะดูแค่เกรดของพวกนาย ดังนั้น เราจะแบ่งชั้นพวกนายอย่างแม่นยำและเข้มงวด ถ้าต่ำกว่าเกณฑ์ พวกนายจะต้องเรียนซ้ำชั้น ตามสถิติแล้ว น้อยกว่าครึ่งของนักเรียนนายร้อยที่จบการศึกษาที่จะต้องเรียนซ้ำชั้นนะ แต่ถ้ายังคงซ้ำชั้นไปถึง 2 ปีหรือมากกว่านั้น พวกนายจะถูกเฉดหัวออกไปจากที่นี่ ถ้าพวกนายเป็นวีรบุรุษไม่ได้ พวกนายก็จะเป็นแค่ตัวแทนหรือแค่พวกทหารรับจ้าง ฉันจำเป็นต้องบอกให้รู้ไว้ก่อนเพราะรู้ว่านั่นคงไม่ใช่สิ่งที่พวกนายต้องการ ถูกมั้ย?”

หลังจากที่ขู่ให้เหล่านักเรียนนายร้อยกลัว ครูฝึกก็หยุดและเริ่มเดินดูใบหน้าของนักเรียนแต่ละคน

“ฉันพอเห็นหน้าบ้างแล้ว ก็พอคุ้นหน้าคุ้นตาบ้างเล็กน้อย”

ครูฝึกเองก็คุ้นเหมือนกับผมนั่นแหละ
คิม ซูโฮ, ชิน จงฮัก, ยู ยอนอา, แช นายุน, ราเชล, โย ยองฮาน
6 คนนี้เป็นเหล่าตัวละครที่สำคัญที่ผมสัมผัสได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ชิน จงฮัก นั่งอยู่กับ ยู ยอนอา เนื่องจาก คิม ซูโฮ และ แช นายอน ต่างมองกันว่าเป็นคู่แข่ง พวกเขาก็ไม่ได้นั่งข้างกันอีกเลย เจ้าหญิงราเชลนั่งคนเดียว ส่วน โย ยองฮาน นั่งอยู่ข้างหลัง คิม ซูโฮ

“ฉันจะย้ำอีกครั้ง ว่าที่ Cube พวกนายจำเป็นต้องพิสูจน์ว่าสิ่งที่พวกนายได้เรียนมาจนกระทั่งถึงตอนนี้และทักษะของพวกนายที่ได้รับการฝึกฝนมานั้นสามารถเอามาใช้ได้ในการต่อสู้ จะไม่มีการอ่อนข้อหรืออะไรก็ตามสำหรับการฝึก จำไว้ด้วย”

ด้วยเหตุนี้ คิม ซูฮยอก จึงประกาศไว้เพื่อทราบ

“เอาล่ะ เตรียมตัวให้พร้อม ตารางฝึกวันนี้ไม่ได้ใช้เวลานานมากนัก โดยภารกิจแรกก็คือ ‘การเลือกอาวุธหลัก’”

 

* * * * *

 

“ที่นี่มีอาวุธทุกอย่างที่พวกนายพอจะนึกออกได้”

สำหรับวีรบุรุษที่อยู่อันดับสูงๆจะเรียกอาวุธของพวกเขาว่า ‘อาวุธอันล้ำค่า’ ขณะที่อาวุธเหนือระดับ [มีเอกลักษณ์เฉพาะ] เราจะกำหนดชื่อให้อยู่ในกลุ่มของ ‘อาวุธยุทโธปกรณ์’

แต่ผมไม่รู้ว่าอาวุธหลักของผมคืออะไร เพราะผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอดีตที่ผ่านมาของชุนดงเลย

“ไปยืนตรงหน้าอาวุธที่พวกนายอยากจะได้ ทางเราจะจัดหาอาวุธสำหรับการฝึกให้พวกนายเอง แต่อย่าเพิ่งดูถูกมันเพียงเพราะเป็นแค่อาวุธสำหรับฝึกซ้อมล่ะ ราคาในตลาดกลางของอาวุธเหล่านี้อยู่ที่ 5 ล้านวอน”

ที่นี่มีอาวุธครบทุกประเภทมากกว่าที่ผมจะจิตนาการถึงจริงๆ
ดาบ, หอก, ดาบโค้ง, กริช, กระบี่, ง้าว, ดาบใหญ่, ดาบสองมือ, ธนู, ปืน, แส้, ถุงมือเหล็ก เป็นต้น…เด็กนักเรียน 100 ชีวิตจากคลาส Veritas ต่างกำลังยืนอยู่หน้าอาวุธที่ตัวเองต้องการ

“โปรดเลือกอย่างระมัดระวัง เพราะการเลือกอาวุธเพื่อมาเป็นอาวุธหลักของพวกนายนั้นจะไม่สามารถทำการเปลี่ยนได้หากยังใช้ไม่ถึง 6 เดือน”

ดาบและหอกเป็นอาวุธที่ได้รับการถูกเลือกมากที่สุด คิม ซูโฮ และ ชิน จงฮัก ยืนอยู่หน้าดาบและหอกตามลำดับ นักเรียน 70 จาก 100 คน เลือกดาบ, หอก, หรือดาบโค้ง อาวุธ 3 ชนิดนี้ถูกเรียกว่า ‘อาวุธตรีเอกภาพ’ ในทางกลับกัน ยู ยอนอา เลือกแส้ แช นายุน เลือกธนู ส่วนราเชลเลือกกระบี่
อย่างไรก็ตามผมยังคงยืนทำหน้างงอยู่หน้าอาวุธ

“คิม ชุนดง ทำไมนายยังนิ่งเฉยอยู่อีก?” คิม ซูฮยอกถาม

ผมยืนจ้องมองด้วยสายตาที่ว่างเปล่าไปยังอาวุธชนิดหนึ่งที่ไม่มีใครเลือกเลย
เป็นอาวุธที่นิยมในโลกของผม เป็นหนึ่งในอาวุธที่ไม่จำเป็นต้องมีคู่มือการใช้งานใดๆทั้งนั้นและเป็นอีกหนึ่งอาวุธที่ทุกคนสามมารถใช้ได้เพียงแค่ปลายนิ้ว แต่สำหรับโลกในนิยาย อาวุธชนิดนี้เป็นโลหะที่เปราะบางที่สุด เป็นอาวุธที่เหล่าวีรบุรุษทุกคนต่างหลีกเลี่ยงที่จะใช้มัน แต่เหตุที่ต้องมีอาวุธชนิดนี้คงเป็นเพราะให้เห็นว่าที่นี่มีอาวุธทุกอย่างพร้อมดูจะเป็นเหตุผลที่เป็นไปได้มากที่สุดแล้ว

แต่นี่เป็นตัวเลือกเดียวที่ผมมี
ผมไม่มาสารถใช้อาวุธโจมตีระยะใกล้ได้เลย ถึงแม้ว่าชุนดงจะมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ก็ตาม ผมก็ไม่อยากที่จะฝึกซ้อมการต่อสู้ในระยะประชิดอยู่ดีเพราะเราต่างรู้ดีว่าเลือดจะนองไปทุกที่ที่มีการฆ่าฟันเกิดขึ้น

“คิม ชุนดง”

เสียงของครูฝึกเริ่มต่ำลง แล้วเหล่านักเรียนคนอื่นๆก็เริ่มหันมาสนใจผม ชิน จงฮัก และ คิม ซูโฮ ที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มนักเรียน
ผมไม่ได้อยากจะทำตัวเป็นจุดสนใจสักหน่อย
ผมจึงรีบเดินไปคว้าอาวุธทันที
ผมสัมผัสได้ถึงโลหะที่หนักอึ้งในมือของผม กลิ่นของสนิมโชยขึ้นมาเตะจมูกผม
แล้วสายตารอบๆก็หันมาจับจ้องที่ผมมากขึ้น

อาวุธที่อยู่ในมือผม ณ ตอนนี้ก็คือ ปืนสั้น

[1] ยออิโดเป็นเกาะขนาดใหญ่ในกรุงโซล มีพื้นที่ 8.4 ตารางกิโลเมตร สามารถรองรับคนได้ถึง 31,000 คนเลยทีเดียว