0 Views

บทที่ 54 ต้าถัง

 

ในอีกห้องหนึ่งของตระกูลหลี่ หลี่ไป่ฉิงกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้และมองดูเอกสาร รอยยิ้มแห่งความประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาในขณะที่เขากล่าวว่า “ใครจะคิดว่าฉันจะมีพี่ชายต่างมารดาอีกคน!”

ในขณะผู้สืบทอดมรดกต้าถัง หลี่ไป่ฉิงได้รับการสนับสนุนจากตระกูลหลี่อย่างเต็มที่ พวกเขาทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดให้กับเขา ซึ่งเขาได้ใช้มันเพื่อสร้างเครือข่ายข่าวกรอง นั่นทำให้เขาได้พบว่าปู่ของตนได้ส่งนักฆ่าไปจัดการจ้าวฝู

หลังจากคิดถึงเรื่องนี้ หลี่ไป่ถังก็ได้คิดกับตัวเอง “จ้าวฝู ตระกูลหลี่ทำผิดต่อคุณ ถ้าคุณไม่ได้ทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อตระกูลหลี่ ฉันจะช่วยคุณอย่างแน่นอนในอนาคต และจะชดเชยมันให้กับคุณ แต่ถ้าคุณกลายเป็นหมากของตระกูลอิ๋ง และพยายามที่จะทำร้ายตระกูลหลี่ งั้นก็อย่ามาโทษที่ฉันต้องเลือดเย็นละกัน”

“ฝ่าบาท ตอนนี้พวกเราควรทำอะไรกันดี?” ชายหนุ่มหน้าตาน่าเกรงขามถามในขณะที่เขาก้มหน้าลงและประสานมือ

ชายหนุ่มคนนี้มีภูมิหลังอันไม่ธรรมดา เขาเป็นลูกหลานของแม่ทัพที่มีชื่อเสียงแห่งต้าถังและมีชื่อว่าหลี่กวางอี้ แม้ว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลของตัวเอง แต่หลังจากได้พบกับหลี่ไป่ฉิง เขาก็ประทับใจในพรสวรรค์ของหลี่ไป่ฉิง และเห็นหลี่ไป่ฉิงผู้สืบทอดอันชาญฉลาด ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจทำตามบรรพบุรุษของตน การมอบความจงรักภักดีให้กับต้าถัง

ต้าถังเองก็ได้รับตัวตนในประวัติศาสตร์ 2 คน หนึ่งคือเซี่ยเหยินกุ้ย แม่ทัพไร้คู่เปรียบที่ต่อสู้และเอาชัยในศึกสงครามมามากมายและสร้างผลงานให้กับต้าถังมานับไม่ถ้วน อีกคนหนึ่งคือเว่ยเจิ่ง สมุหนายกผู้ยิ่งใหญ่ที่กล้าพูดจาอย่างตรงไปตรงมาและคัดค้านต่อองค์จักรพรรดิ

หลี่ไป่ฉิงตอบหลี่กวางอี้ “ตอนนี้ยังไม่มีอะไรให้กังวล ความขัดแย้งระหว่างตระกูลหลี่และตระกูลอิ๋งไม่ใช่เรื่องดีสำหรับทั้งสองฝ่าย และมันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นเท่านั้น พวกเราจะปล่อยให้ทุกสิ่งอย่างดำเนินไปตามที่มันควรจะเป็น”

หลี่กวางอี้พยักหน้าและถอยกลับไปอีกฝั่งเพื่อบริการหลี่ไป่ฉิง

……………………………………………………………

สำหรับจ้าวฝู เขาได้ย้ายเข้าไปยังที่ที่สมาชิกตระกูลหลักอาศัยอยู่ และอิ๋งซียังได้มอบบอดี้การ์ดให้คอยปกป้องเขา

นั่นคือทั้งหมดที่พวกเขาสามารถทำได้ในตอนนี้ ในตอนนี้จ้าวฝูปลอดภัยขึ้นมากแล้ว และเมื่อเขาเดินเข้าไปในห้องใหม่ เขาก็หยิบศิลาโลกจุติสวรรค์ออกมาและเลือกที่จะเข้าสู่โลกจุติสวรรค์

จ้าวฝูได้ละทิ้งความคิดอันไม่น่าพอใจในโลกแห่งความเป็นจริงและตั้งสมาธิทั้งหมดไปที่หมู่บ้านต้าฉิน ตอนนี้หมู่บ้านต้าฉินคือสิ่งเดียวที่จ้าวฝูสามารถวางใจได้

เนื่องจากภัยคุกคามของออร์คได้ถูกกำจัดออกไปแล้ว จ้าวฝูจึงเริ่มวางแผนเรื่องเกี่ยวกับจิตวิญญาณเทพเจ้า อย่างไรก็ตาม อย่างแรกที่เขาต้องพิจารณาก็คือเรื่องการใช้ค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพีจำเป็นต้องใช้หินพลังงาน ด้วยพลังงานที่เหลืออยู่ในปริมาณที่จำกัด มันจะสามารถสกัดกลั่นจิตวิญญาณเทพเจ้าได้ไหม?

หินพลังงานเป็นทรัพยากรที่สำคัญอย่างแน่นอน ไม่ว่ามันจะเป็นตอนนี้หรือในอนาคต ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อไม่มีพวกมัน เขาก็จะไม่สามารถใช้ค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพีได้ อย่างไรก็ตาม หินพลังงานก็มีราคาแพงเกินไป พวกมันมีราคาก้อนละ 10 เหรียญทอง ซึ่งนั่นก็คือ 100,000 เหรียญเงิน!

จ้าวฝูไม่ได้มีเงินมากนัก แต่เขาก็สามารถใช้อุปกรณ์ที่ได้รับมาจากพวกโครงกระดูกเพื่อแลกเป็นหินพลังงานได้ อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์พวกนี้ก็เป็นสิ่งที่จ้าวฝูขาดแคลนอยู่ในเวลานี้เช่นกัน

หลังจากพิชิตพวกต่างเผ่าได้มากมาย จ้าวฝูได้นำโคโบลด์ 100 ตัว จากทั้งหมด 300 ตัวที่เขาพิชิตได้ ก็อบลิน 300 ตัว จากทั้งหมด 700 ตัวที่เขาพิชิตได้ ออร์ค 100 ตัว จากทั้งหมด 400 ตัวที่เขาพิชิตได้ เอลฟ์ 600 ตัว จากทั้งหมด 1,400 ตัวที่เขาพิชิตได้ เข้ามาสู่กองทัพของเขา ในตอนนี้จ้าวฝูมีทหาร 2,900 คน แต่เขาก็มีเกราะระดับครามแค่ 1,000 กว่าชิ้นเท่านั้น เขาจะขายอะไรได้เมื่อเขาขาดแคลนขนาดนี้?

หินพลังงานเป็นสิ่งที่หายากมากๆ และเว้นเสียแต่ว่าเขาจะพบวิธีหาเงินเป็นจำนวนมาก มันก็เป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะซื้อพวกมันมาสักก้อน จ้าวฝูเริ่มสงสัยว่าเขาจะสามารถหาเหมืองในป่าแห่งความพรั่นพรึงได้ไหม

ดังนั้น เขาจึงต้องพับแผนการสกัดกลั่นจิตวิญญาณเทพเจ้าไว้ก่อน แน่นอนว่าแผนการปัจจุบันของเขาก็คือการสำรวจป่าแห่งความพรั่งพรึงต่อ ตอนนี้จ้าวฝูได้สำรวจเป็นรัศมี 30 กิเมตรจากหมู่บ้านต้าฉินแล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องการเห็นสิ่งที่เขาจะสามารถหยิบจับเอามาได้จากนอกเขตที่ว่า

ตอนนี้เขามีทหารทั้งหมด 2,900 คน และการพาทั้งหมดไปด้วยก็ดูจะมากเกินไป จ้าวฝูตัดสินใจที่จะแบ่งพวกมันออกเป็น 2 กลุ่ม – กลุ่มแรกทัพโดยตัวเขาเอง และอีกกลุ่มนำโดยไป่ฉี พวกเขาจะสำรวจบริเวณรอบๆของพวกเขาจากทิศทางที่ต่างกัน

หลายวันต่อมา ทั้งสองกลุ่มก็สามารถสำรวจรัศมี 50 กิโลเมตรรอบๆหมู่บ้านต้าฉินได้แล้ว พวกเขาไม่ได้พบอะไรที่สลักสำคัญ แต่ก็สามารถพิชิตหมู่บ้านเริ่มต้นได้อีก 4 หมู่บ้าน มันเป็นหมู่บ้านมนุษย์ธรรมดา หมู่บ้านโจรธรรมดา หมู่บ้านโนมส์ธรรมดา และหมู่บ้านก็อบลินธรรมดา

หมู่บ้านทั้งสี่สามารถเพิ่มจำนวนประชากรของหมู่บ้านต้าฉินได้อีกมาก เพราะจ้าวฝูได้ใช้กลยุทธ์ที่ทำให้สามารถรักษาคนเป็นจำนวนมากไว้ได้ ทั้งสี่หมู่บ้านได้เพิ่มจำนวนคนให้กับเขาอีก 1,300 คน และเขาก็ได้ย้ายคน 500 คนจากคนพวกนี้เข้ามายังกองทัพของเขา ทำให้นายทหารเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 3,400 คน ตอนนี้หมู่บ้านต้าฉินเป็นหมู่บ้านที่ทรงพลังมากที่สุดในรัศมี 100 กิโลเมตรรอบๆหมู่บ้านแล้วอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ หลังจากพิชิตหมู่บ้านเริ่มต้นทั้งสี่หมู่บ้านได้ จ้าวฝูก็ได้รับคะแนนความสำเร็จมาอีก 200 แต้ม ส่งผลให้เขาเลื่อนระดับขึ้นเป็นบารอนระดับสาม แม้ว่าเขาจะอยู่ในระดับที่สาม แต่มันก็ยังคงเป็นบารอน ซึ่งหมายความว่าเขามีสิทธิ์ที่จะยกระดับหมู่บ้านต้าฉินขึ้นเป็นเมืองได้ นอกจากนี้ บารอนระดับสามยังมีสิทธิพิเศษอื่นๆอีก ยกตัวอย่างเช่นการได้รับความเคารพมากยิ่งขึ้นจากผู้คุ้มกันของเมืองหลัง, ส่วนลดในร้านค้า 10%, สิทธิ์ในการซื้อบ้านในเมืองหลัก และสิทธิ์ในการอาศัยอยู่ในเมืองหลักโดยไม่ต้องเสียคะแนนความดีความชอบ

จ้าวฝูถูกดึงดูดจากสิทธิ์ในการซื้อบ้าน ในนวนิยายเกมเสมือนจริงบางเรื่อง ตัวละครจะซื้อที่ดินจำนวนมหาศาลและพัฒนามัน จากนั้นก็ขายด้วยจำนวนเงินที่ประเมินค่าไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้บ้านในเมืองหลักสามารถเช่าได้เพียงอย่างเดียว คนส่วนใหญ่ต้องได้คะแนนความดีความชอบและกลายเป็นผู้อยู่อาศัยซะก่อนถึงจะซื้อที่ดินได้ ซึ่งพวกเขาก็ถูกจำกัดการซื้อที่ดินไว้ให้อยู่ในเขตที่พักอาศัยและไม่สามารถซื้อที่ดินในย่านธุรกิจหรือย่านชนชั้นสูงได้ และพวกเขายังถูกจำกัดขนาดของที่ดินที่สามารถซื้อได้อีก

จ้าวฝูรู้ว่าเขาสามารถซื้อบ้านได้โดยตรงด้วยสถานะบารอนระดับที่สามของเขา แต่มันก็อาจมีข้อจำกัดที่คล้ายกัน อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังตัดสินใจไปที่เมืองหลักเพื่อลองดู เขาขาดเงินจริงๆ ดังนั้นเขาจึงอยากดูว่ามีวิธีการไหนที่สามารถหาเงินก้อนใหญ่มาได้โดยเร็ว

จ้าวฝูใช้ช่องทางการเทเลพอร์ต และมาที่เมืองแสงศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง มันไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย และยังมีผู้คนอยู่มากมายเช่นเคย หลังจากมาถึง จ้าวฝูก็มุ่งหน้าไปยังสำนักงานอสังหาริมทรัพย์ในย่านที่อยู่อาศัยโดยทันที

เมื่อจ้าวฝูมาถึง เขาก็พบว่ามีคนอยู่ที่นั่นอยู่หลายคน จ้าวฝูเห็นบางคนที่เขารู้จักอันได้แก่เจียงโหรวและคนจากตระกูลเจียง และยังมีชายหนุ่มขี้อวดจากตระกูลโจวและผู้ติดตามของเขา

อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มคนนั้นก็ไม่กล้าจะวุ่นวายอะไรมาก สำนักงานอสังหาริมทรัพย์ได้รับการจัดการโดยเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นแม้แต่ตระกูลโจวที่ที่สามารถวางท่าในหมู่ผู้เล่นได้ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของผู้อยู่อาศัยในเมืองหลักเลย ถ้าตระกูลโจวกล้ารุกรานเมืองหลัก มันจะไม่มีใครจากตระกูลโจวที่กล้าเข้ามาสู่เมืองแสงศักดิ์สิทธิ์อีก พลังของเมืองหลักไม่ใช่สิ่งที่สามารถท้าทายได้

จ้าวฝูเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับชายคนนั้น ประการแรก มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันระหว่างพวกเขา และประการที่สอง เหตุผลที่ชายคนนี้กล้าตามราวีคนของตระกูลเจียงอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนใจถึงผลที่ตามมา

นั่นคงเป็นเพราะตระกูลโจวทรงพลังมากเกินไป ทำให้ตระกูลเจียงต้องก้มหัวให้ ถึงอย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็สามารถบอกได้ว่าตระกูลเจียงนั้นก็ไม่ได้อ่อนแอเลย หรืออีกเหตุผลหนึ่ง มันอาจเป็นเพราะผู้อาวุโสของตระกูลพวกเขาได้สนับสนุนให้พวกเขาพัฒนาความสัมพันธ์กัน หรืออย่างน้อย มันก็จะไม่มีใครเข้ามาแทรกแซงได้


The Lord’s Empire – นิยายแปล