0 Views

บทที่ 53 ความเกลียดชังลับๆ

ผู้หญิงคนนี้คือจี้ฉิน คนที่พาเขามาที่นี่ จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนเปิดประตูและถามว่า “มีอะไร?”

จี้ฉินยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า “จ้าวฝู พี่หญิงซีได้เชิญนายมาพบกับเธอ”

จ้าวฝูจ้องไปที่เธอด้วยความประหลาดใจอยู่เสี้ยววินาที เขารู้ว่าใครคือพี่หญิงซี เธอมีนามว่าอิ๋งซีและผู้สืบทอดของหนึ่งในหกสายเลือดหลักของตระกูลอิ๋ง ทำไมเธอถึงต้องการพบเขา? มันไม่ใช่เพราะตัวตนของเขาในฐานะผู้สืบทอดมรดกต้าฉินถูกเปิดเผย เพราะไม่มีใครสามารถรับรู้ได้

“ทำไมอิ๋งซีถึงต้องการพบผม?” จ้าวฝูตระหนักว่าเธออาจจะได้ยินเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นและคิดว่าเขามีค่าให้ใช้งาน

จ้าวฝูคิดถึงเรื่องนี้ก่อนที่จะพยักหน้าและออกไปกับจี้ฉินและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พวกเขามาที่สวนอันงดงามซึ่งมีหญิงสาวดูอายุราวๆ 23 – 24 อยู่ เธอสวมชุดสีขาวและดูคล้ายนางฟ้านางสวรรค์ท่ามกลางหมู่ดอกไม้

“พี่หญิงซี ฉันพาเขามาแล้ว” จี้ฉินกล่าวด้วยความสุภาพในขณะที่เธอก้มลงเล็กน้อย

อิ๋งซีเพิ่งเลือกดอกไม้ขนาดเล็กเสร็จและยิ้มอย่างมีเสน่ห์ ก่อนที่จะมองไปทางจ้าวฝูและพยักหน้าให้

เมื่ออิ๋งซีมองมาที่เขา เขาก็ยังคงนิ่งเงียบและยืนนิ่งอยู่

“มากับฉัน!” อิ๋งซีกล่าวก่อนหมุนตัวและเดินออกไป

จ้าวฝูตามหลังเธอ และพวกเขามาถึงศาลาภายในสวนในเวลาต่อมา อิ๋งซีนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่อันประณีตและส่งสัญญาณให้จ้าวฝูนั่งจ้าวฝูพยักหน้าและนั่งลง โดยหันหน้าไปหาเธอ

“นายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องการพบนาย?” อิ๋งซีถามขณะที่เธอยิ้มเล็กน้อย

จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และแม้ว่าเขาจะคาดเดาได้ว่าทำไม แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้และส่ายหน้า

เมื่อเห็นเช่นนี้ อิ๋งซีถามด้วยความพึงพอใจว่า “นายเกลียดตระกูลหลี่ไหม?”

ตามที่คาดไว้ จากสิ่งที่เกิดขึ้น คนของตระกูลอิ๋งระดับสูงได้ค้นพบเกี่ยวกับสถานะของเขา จ้าฝูไม่ได้ปิดบังอะไรและตอบไปอย่างจริงจังว่า “ใช่ ผมเกลียด!”

“ถ้าฉันช่วยนายแก้แค้น นายจะยินดีที่จะเข้าร่วมกลุ่มของฉันไหม? ไม่ต้องกังวล ฉันจะทำให้แน่ใจว่านายจะปลอดภัยและไม่มีใครสามารถคุกคามชีวิตของนายได้ ”

อิ๋งซีไม่ได้อ้อมค้อมและแสดงความตั้งใจของเธออกไปอย่างชัดเจนหลังจากได้เห็นความเกลียดชังในแววตาของจ้าวฝู

“ช่วยฉันแก้แค้น?”

จ้าวฝูรู้ว่าอิ๋งซีจะไม่ช่วยเขาแก้แค้นแน่ๆ แต่เธอต้องการใช้เขาเป็นเครื่องมือเพื่อควบคุมตระกูลหลี่ต่อไปในอนาคต

เมื่อช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายมาถึง โลกจะเต็มไปด้วยสงคราม ตระกูลใหญ่แต่ละตระกูลได้เริ่มเตรียมตัว และตระกูลอิ๋งก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน ถ้าตระกูลอิ๋งต้องการจัดการกับตระกูลหลี่,จ้าวฝูจะเป็นชิ้นส่วนสำคัญ

เนื่องจากจ้าวฝูมีสายเลือดของตระกูลหลี่ด้วย ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาไม่ได้มีอะไรมากก็ตาม หากแต่ตระกูลอิ๋งสนับสนุนเขา เขาก็สามารถแบ่งแยกตระกูลหลี่และควบคุมมันได้ในขณะที่ยังคงเป็นหนึ่งในคนของตระกูลอิ๋ง

ตระกูลอิ๋งมีสมาชิกในตระกูลประกอบหลายคน ดังนั้นทำไมพวกเขาถึงเลือกจ้าวฝูล่ะ? มันเป็นเพราะตัวหมากต้องไม่โง่เกินไป ไม่เช่นนั้นตระกูลอิ๋งจะไม่สามารถควบคุมตระกูลหลี่ได้ และตัวหมากก็จะต้องไม่ฉลาดเกินไป เพราะพวกเขาอาจจะหันกลับมาต่อต้านตระกูลอิ๋งได้

นอกจากนี้สถานะของจ้าวฝูยังค่อนข้างน่าสนใจ การควบคุมคนที่มีสายเลือดตระกูลอิ๋งย่อมดีกว่าการควบคุมสมาชิกในตระกูลประกอบของตระกูลหลี่

จ้าวฝูคาดเดาเป้าหมายของอิ๋งซีได้นานแล้ว และทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอกล่าวก็อยู่ภายใต้การคาดเดาของเขาทั้งหมด ดังนั้นจ้าวฝูจึงไม่ได้ทำตัวโง่เขลาเกินไป หรือไม่ได้เปิดเผยความฉลาดของตนมากเกินไป

ก่อนที่จะมาที่นี่ จ้าวฝูต้องการเปิดเผยสถานะของเขาที่เป็นผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน แม้ว่าตระกูลอิ๋งและตระกูลหลี่นั้นจะค่อนข้างอันตราย แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก ถ้าเขาไม่เปิดเผยสถานะของเขา เขาอาจจะถูกฆ่าตายโดยตระกูลหลี่ ดังนั้นเขาจึงต้องเปิดเผยตัวเองเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดได้ และหวังว่าจะสามารถจัดการกับตระกูลอิ๋งในอนาคตได้อย่างช้าๆ

แผนการในปัจจุบันของจ้าวฝูก็เพียงพอที่จะทำให้สุนัขจิ้งจอกเฒ่าบางคนหวาดกลัวและนักยุทธศาสตร์บางคนต้องหวาดหวั่น จ้าวฝูเคยประสบกับความยากลำบากมากมายนับตั้งแต่เขายังเยาว์วัยและเห็นโลกมามาก ประสบการณ์ของเขาทำให้เขาเข้าใจธรรมชาติของโลกที่โหดร้ายใบนี้

จ้าวฝูเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดในชีวิตของเขา และความเหงาเป็นสิ่งที่สามารถนำมาซึ่งความเจ็บปวดของใครบางคนและนำคนนั้นไปสู่ความบ้าได้ อย่างไรก็ตามมันก็อาจทำให้คนผู้นั้นกลายเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และมองผ่านหัวใจของคนอื่นๆได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบุคลิกและความเฉลียวฉลาดของจ้าวฝูเป็นเช่นนี้

จ้าวฝูพยักหน้าและตกลงคำขอของอิ๋งซี เนื่องจากเธอจะปฏิบัติต่อเขาในฐานะตัวหมาก เขาก็จะใช้เธอเพื่อรับประกันถึงความปลอดภัยของเขาในตอนนี้ พวกเขาทั้งสองต่างใช้ประโยชน์จากกันและกัน ซึ่งนี่ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อจ้าวฝูมากที่สุด ณ ตอนนี้

สำหรับตอนนี้ อิ๋งซีสามารถควบคุมเขาได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นเขาจะทำตามที่เธอต้องการ สำหรับตระกูลหลี่ เขาไม่จำเป็นต้องมีใครช่วยเขาแก้แค้น การย้อมมือด้วยเลือดของคนที่เกลียดชังเท่านั้นถึงจะล้างความแค้นได้

อิ๋งซียินดีเป็นอย่างมากที่เห็นจ้าวฝูตกลง จ้าวฝูเป็นตัวหมากที่สำคัญในแผนการของเธอ ดังนั้นเธอจึงสั่งให้ปฏิบัติต่อจ้าวฝูให้ดีและย้ายไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

……………………………………………………

ปัง!

ภายในห้องที่พำนักของตระกูลหลี่ หลี่เฟิงทุบฝ่ามือลงบนโต๊ะด้วยความโกรธเกรี้ยวและตะโกนว่า “ตระกูลอิ๋งล้ำเส้นเกินไปแล้ว!”

หลี่เฟิงรู้สึกโกรธมากเพราะตระกูลอิ๋งได้ส่งข้อความว่า “ถ้าจ้าวฝูตาย เราจะฆ่าคน 100 คนจากตระกูลหลักของแก”

ตระกูลอิ๋งเห็นตระกูลหลี่อยู่ในสายตาเลย ตระกูลหลี่ก็ยังคงเป็นตระกูลขนาดใหญ่และมีความภาคภูมิใจของตัวเอง ดังนั้นหลี่เฟิงจะสามารถยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างไร?

“ฮึ่ม!” หลี่เฟิงแค่นเสียงอย่างเย็นชาในขณะที่เขากล่าวว่า “ตระกูลอิ๋งอวดดีเกินไปแล้ว พวกมันคิดว่าตระกูลหลี่ไร้พรสวรรค์และเกรงกลัวตระกูลอิ๋งงั้นเหรอ?”

เมื่อพ่อบ้านเห็นว่าหลี่เฟิงโกรธมากจนดูราวกับว่าเขาต้องการที่จะเริ่มต้นสงครามกับตระกูลอิ๋ง พ่อบ้านที่อยู่ข้างๆเขาก็รีบพูดออกมา “นายท่าน โปรดใจเย็นลงก่อน การขัดแย้งกับตระกูลอิ๋งในตอนนี้ยังไม่สมควรเท่าไร พวกมันยังไม่ได้พบผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน ดังนั้นเราจึงควรลดระดับความสำคัญลงในตอนนี้ ในอนาคต ตระกูลหลี่จะทรงพลังมากกว่าตระกูลอิ๋ง และมันจะไม่สายเกินไปที่จะจัดการกับพวกมันในตอนนั้น”

หลี่เฟิงพยักหน้า ความโกรธของเขาลดลงเล็กน้อยในขณะที่เขาถามว่า “เจ้าจัดการมือสังหารไปรึยัง? เราไม่สามารถปล่อยให้ตระกูลอิ๋งมีโอกาสที่จะฉกฉวยอะไรจากพวกเราไปได้”

พ่อบ้านตอบกลับด้วยความสุภาพ “อย่ากังวลเลยครับ มันถูกจัดการไปแล้ว”

หลี่เฟิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ถ้านักฆ่าตกอยู่ในเงื้อมมือของตระกูลอิ๋ง มันคงจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับตระกูลหลี่ เป็นไปได้ที่ตระกูลอิ๋งจะกล่าวว่าตระกูลหลี่พยายามที่จะฆ่าหลานนอกคอก แต่มันก็ล้มเหลว ซึ่งจะทำให้ชื่อเสียงของตระกูลหลี่ดิ่งลงเหว

อย่างไรก็ตามหลี่เฟิงรู้สึกว่าเขามองข้ามอะไรบางอย่างไป หลังจากที่หลานนอกคอกได้เข้าร่วมกับตระกูลอิ๋ง เขาได้ส่งนักฆ่าตามไป ไม่ว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้ได้ดีแค่ไหน ตระกูลอิ๋งก็ต้องรู้แน่ๆว่ามือสังหารถูกส่งมาโดยตระกูลหลี่ อย่างไรก็ตามถ้าตระกูลหลี่ไม่ได้ทำมันตอนนี้และปล่อยให้จ้าวฝูเติบโตขึ้น การจัดการกับเขาก็จะยากลำบากมากยิ่งขึ้นในอนาคต ถ้าเขารู้ว

เรื่องนี้จะเกิดขึ้น เขาคงจะฆ่าทั้งแม่และลูกเสียตั้งแต่ตอนนั้น

หลี่เฟิงอดที่จะเกลียดชังจ้าวฝูมากยิ่งขึ้นไม่ได้


The Lord’s Empire – นิยายแปล