0 Views

บทที่ 33 วิวัฒนาการผ่านการฆ่าฟัน

 

หมู่บ้านออร์คมีออร์คอยู่ 5,000 ตัวซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของหมู่บ้านต้าฉิน และเป็นไปได้ว่าจะเป็นหมู่บ้านระดับสูง หลังจากพูดคุยกับไป่ฉีและคนอื่นๆแล้ว จ้าวฝูก็ตัดสินใจว่าในตอนนี้มันจะเป็นการดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงพวกมัน ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะไม่สำรวจทางทิศเหนือ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพวกออร์ค ในเวลาเดียวกัน เขาก็สั่งให้ทุกคนในหมู่บ้านเพิ่มการป้องกันและระมัดระวัง

เผ่าพันธุ์คนแคระรู้จักการหลอมสร้างโดยธรรมชาติและมีพรสวรรค์ในด้านนี้ แม้ว่าพวกมันจะเป็นคนแคระเทา แต่พวกมันก็มีทักษะการหลอมสร้าง และความช่วยเหลือของพวกมันได้ลดภาระของหวางต้าหวูไปมาก ตอนนี้จ้าวฝูจะสามารถผลิตอุปกรณ์ได้เป็นจำนวนมากแล้ว

จ้าวฝูได้จัดการเรื่องการซ่อมแซมโล่ของนักรบก็อบลินทั้ง 10 ตัวก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นเขาก็นำตราประทับคำสั่งออกมาและปลดปล่อยทหารม้าโครงกระดูกทั้ง 10 ตัว สิ่งนี้ทำให้เกิดเสียงร้องด้วยความตกใจและความหวาดกลัวเป็นจำนวนมาก จ้าวฝูรีบอธิบายว่าทหารม้าโครงกระดูกเหล่านี้้เป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้าน จ้าวฝูวางแผนที่จะสร้างชุดเกราะชุดใหม่ให้กับทหารม้าโครงกระดูกเพื่อเพิ่มการป้องกันของพวกมัน ทหารม้าโครงกระดูกทรงพลังมากอยู่แล้ว และถ้าทหารม้าโครงกระดูกมีชุดเกราะเต็มยศ แม้แต่จ้าวฝูก็คงจะไม่สามารถสังหารพวกมันได้ง่ายๆ

ในทันใดนั้นเอง ชาวบ้านหนึ่งคนที่อยู่ในกลุ่มสอดแนมก็ได้เข้ามารายงาน “ฝ่าบาท! พวกเราค้นพบหมู่บ้านก็อบลินหนึ่งแห่งที่อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตก 12 กิโลเมตร!”

จ้าวฝูต้องการจะทดสอบไอเดียของเขาที่มีต่อด้านล่างของรอยแยก ดังนั้นเขาจึงพาทหาร 300 คนมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกของหมู่บ้านต้าฉิน หมู่บ้านก็อบลินแห่งนี้คล้ายกับหมู่บ้านโล๊ค และมีก็อบลินอยู่ราวๆ 300 ตัว จาก 300 ตัว มีเพียง 200 ตัวที่สามารถต่อสู้ได้ การป้องกันโดยรอบหมู่บ้านค่อนข้างอ่อนแออีกด้วย

ตอนนี้ดวงอาทิตย์เริ่มตกดินลงแล้ว ซึ่งเป็นเวลาที่ก็อบลินกำลังกลับมาจากการล่าสัตว์ จ้าวฝูแบ่งทหารของเขาออกเป็น 4 กลุ่มในทันทีและดักซุ่มโจมตีพวกก็อบลิน พวกเขาฆ่าก็อบลินทั้ง 4 กลุ่ม ทำให้หมู่บ้านก็อบลินสูญเสียชาวบ้านไปจำนวน 160 ตัว

พวกก็อบลินยังไม่ตรวจพบอะไร มันกำลังจะมืดแล้ว และพวกมันก็กำลังรอให้ทีมล่าสัตว์นำอาหารกลับมา

อย่างไรก็ตาม พวกมันก็ต้องรู้สึกผิดหวัง – ไม่มีก็อบลินตัวไหนที่กลับมา แต่กลับเป็นลูกศรไฟที่เริ่มยิงเข้าใส่หมู่บ้าน และสังหารก็อบลินไปเป็นจำนวนมาก ทั้งยังทำให้สิ่งปลูกสร้างของพวกมันลุกไหม้

หลังจากนั้นสักครู่ ในที่สุดก็อบลินก็ตระหนักได้ว่าศัตรูโจมตี และพวกมันได้รวบรวมกองกำลังของพวกมันและวิ่งออกจากหมู่บ้านมา

เมื่อจ้าวฝูเห็นว่ามีก็อบลินไม่ถึง 100 ตัวที่วิ่งออกมา เขาก็อัญเชิญทหารม้าโครงกระดูกทั้ง 10 ตัวและพาทหารส่วนที่เหลือเข้ารับการโจมตี

ทหารม้าโครงกระดูกกระทุ้งม้าของตน

ม้าโครงกระดูกควบเข้าใส่ก็อบลิน และหลังจากที่ก็อบลินเห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของทหารม้าโครงกระดูกทั้ง 10 ตัว พวกมันก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา อย่างไรก็ตาม พวกมันได้รวบรวมความกล้าหาญทั้งหมดและพุ่งไปข้างหน้าต่อ

แคว๊ก! แคว๊ก! แคว๊ก…

ทหารกระดูกแทงก็อบลินและทะลวงหน้าอกของศัตรู ส่งผลให้เลือดสาดกระเซ็นขึ้นไปในอากาศ

ทหารม้าโครงกระดูกทั้ง 10 ตัวเปรียบเสมือนใบมีดอันแหลมคมที่แทงเข้าไปในกองกำลังก็อบลิน พวกมันพุ่งทะยานผ่านก็อบลินทั้งหมดโดยไม่สามารถหยุดยั้งได้ และแบ่งก็อบลินออกเป็น 2 กลุ่ม – นี่คือพลังของทหารม้า

ต่อจากนั้น ผู้ใช้โล่และทหารราบของจ้าวฝูก็พุ่งเข้าไปและเริ่มต่อสู้ระยะประชิดกับพวกก็อบลิน พวกก็อบลินไม่ได้มีโอกาสใดๆเลย – พวกมันมีจำนวนน้อยกว่าตั้งแต่เริ่มและก็ถูกความหวาดกลัวที่มีต่อทหารม้าโครงกระดูก ทำให้ขวัญกำลังใจของพวกมันลดลงไปเป็นอย่างมาก

จ้าวฝูตัดสินใจว่ามันพอแล้ว และบอกให้ผู้อาวุโสโล๊คโน้มน้าวให้พวกก็อบลินยอมจำนน ไม่น่าแปลกใจที่หมู่บ้านก็อบลินเลือกที่จะยอมจำนน

ตอนนี้เหลือก็อบลินอยู่เพียง 80 ตัวเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ หรือเด็ก และเหลือเพียง 10 กว่าคนที่สามารถต่อสู้ได้ พวกมันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการยอมจำนน

จ้าวฝูมองไปที่ทหารม้าโครงกระดูกทั้ง 10 ตัว หลังจากการต่อสู้จบลง พวกมันก็ยืนอยู่ข้างๆซากศพของก็อบลิน และสายธารของออร่าสีเทาได้เริ่มไหลออกมาจากซากศพเข้ามาสู้ทหารม้าโครงกระดูก ต่อจากนั้น เพลิงวิญญาณภายในศีรษะของทหารม้าโครงกระดูกก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้น

“พวกมันสามารถวิวัฒนาการผ่านการฆ่าฟันได้?” จ้าวฝูพึมพำกับตัวเองด้วยความประหลาดใจ

จ้าวฝูไม่ได้ถือสาอะไรกับเรื่องนี้ – ถึงอย่างไร การที่สามารถวิวัฒนาการผ่านการฆ่าฟันได้ก็เป็นประโยชน์สำหรับเขา หลังจากนั้นเขาก็ไปที่โถงหมู่บ้านเพื่อพิชิตหมู่บ้านแห่งนี้และเลือก [ย้าย] เขาได้รับการประกาศจากระบบที่บอกเขาว่าเขาได้รับคะแนนความสำเร็จ 50 แต้ม และหมู่บ้านต้าฉินก็ได้รับค่าประสบการณ์อีก 201 แต้ม จากนั้นเขาก็นำศพของก็อบลินบางส่วนกลับไปยังหมู่บ้านต้าฉิน

จากนั้นจ้าวฝูก็นำคนบางส่วนไปที่แท่นบูชาที่มีโครงกระดูกอยู่เพื่อทดสอบไอเดียของเขา เขาวางศพของก็อบลินหนึ่งตัวไว้ภายในค่ายกลก่อนที่จะเปิดใช้งานมัน

เมื่อค่ายกลถูกเปิดใช้งาน ลำแสงก็พุ่งออกมาจากมันในขณะที่พลังงานไร้รูปร่างได้ยกซากศพก็อบลินขึ้นสูงในอากาศ เลือดและเนื้อของก็อบลินดูเหมือนจะละลาย แต่พวกมันก็ไม่ได้ตกลงมาที่แท่นบูชาเลย กลับกัน พวกมันลองไปทางหัวของมัน

จากนั้น ศพของก็อบลินก็กลายเป็นโครงกระดูกในขณะที่ลูกแก้วแสงโลหิตได้ลอยอยู่ตรงกลางหน้าผากของมัน ค่ายกลเวทมนตร์หยุดลง และโครงกระดูกก็ร่อนลงบนพื้นในขณะที่ลูกแก้วแสงโลหิตได้ลอยอยู่ในอากาศ

จ้าวฝูเดินเข้าไปและมองไปที่ข้อมูลของมัน แม้ว่าจะด้วยบุคลิกของเขา แต่เขาก็ยังอดหัวเราะออกมาด้วยเสียงอันดังไม่ได้ “มาดูกันว่าใครจะสามารถหยุดความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรต้าฉินได้”

[ลูกแก้วระดับ F]: รายละเอียด: พลังงานต้นกำเนิดของดวงวิญญาณจากสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งที่เคยมีชีวิต หลังจากใช้ลูกแก้ว คนผู้นั้นจะสามารถเลื่อนระดับเป็นระดับ F ได้

แม้ว่าเขาจะรู้ว่ามันเป็นค่ายกลสำหรับการสกัดซากศพ แต่จ้าวฝูก็ไม่คาดคิดมันจะสร้างลูกแก้วแสงเช่นนี้ขึ้นมาได้ – มันสามารถเปลี่ยนระดับของผู้คนได้จริงๆ

แน่นอนว่ามันไม่สำคัญว่าลูกแก้วอันนี้จะเป็นลูกแก้วระดับ F หากเขาได้รับซากศพระดับสูงจากสิ่งมีชีวิตระดับ S, SS หรือ SSS ลูกแก้วแสงที่สกัดจากพวกมันก็จะสามารถเพิ่มระดับของผู้คนได้สูงยิ่งขึ้น

ตอนนี้การบ่มเพาะยังไม่สำคัญนัก อย่างไรก็ตาม อนาคตจะถูกตัดสินโดยทหารที่มีระดับการบ่มเพาะที่สูง และหากทหารของเขามีระดับสูงกว่า ความเร็วในการพ่มเพาะของพวกเขาย่อมสูงขึ้นด้วย

“มันคืออะไรกัน ฝ่าบาท?” ไป่ฉีถามด้วยความสงสัย เขาแทบจะไม่เคยเห็นจ้าวฝูเป็นเช่นนี้มาก่อน และมันแปลกสำหรับเขามาก

จ้าวฝูส่งลูกแก้วให้ไป่ฉี และหลังจากที่มองไปที่มัน ไป่ฉีก็พูดออกมาด้วยความตกใจ “มีสิ่งที่ท้าทายสวรรค์เช่นนี้อยู่ในโลกด้วยหรือ?”

จ้าวฝูพยักหน้า หลังจากคิดย้อนกลับไปถึงรายละเอียดของค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพี ซึ่งบอกว่ามันคือหนึ่งในค่ายกลท้าทายสวรรค์อันยิ่งใหญ่ เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าอีก 5 อันที่เหลือเป็นอย่างไร

“ฝ่าบาท การได้รับค่ายกลท้าทายสวรรค์เช่นนี้มาคือมหาโชคของต้าฉิน!” เมื่อคิดถึงอนาคตของต้าฉิน ไป่ฉีก็แสดงความยินดีกับจ้าวฝูในขณะที่เขาประสานมือไว้

“เอาล่ะ” จ้าวฝูกล่าว “ในตอนนี้ สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่สำคัญที่สุดของเรา ดังนั้นพวกเราควรดำเนินการปกป้องมัน”

หลังจากนั้น ไป่ฉีได้นำคน 400 คนมาปิดกั้นเส้นทางเดินอื่นๆ

จ้าวฝูไม่รู้ว่าทางเดินอื่นนั้นนำไปสู่ที่ได้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจปิดกั้นพวกมันไว้ก่อน แล้วค่อยมาตรวจสอบทีละเส้นทางในภายหลัง

นั่นคืองานหลักในอีก 2 – 3 ข้างหน้า หลังจากจัดการกับเรื่องทั้งหมดแล้ว จ้าวฝูก็ออกมาจากโลกจุติสวรรค์ และอ่านฟอรัมเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าโลกทั้งใบได้เริ่มตกลงสู่ความสับสนวุ่นวาย ประเทศ ความเชื่อ และเผ่าพันธุ์ต่างเริ่มปะทะกันอย่างรุนแรง


The Lord’s Empire – นิยายแปล