0 Views

บทที่ 293 เทพเจ้า vs สัตว์ร้ายทั้งสี่

 

(กลุ่มลับราคาพิเศษ >>> The Lord’s Empire – นิยายแปล)

 

ค่ายกลจักรพรรดิอมตะสาดแสงใช้หินพลังงานจำนวนมากเพื่อเปิดใช้งาน แต่เนื่องจากจ้าวฝูตอนนี้มีเหมืองหินพลังงานขนาดใหญ่ เขาจึงไม่ได้ใส่ใจในการใช้ค่ายกล

อีกาสีทองปลดปล่อยแสงสีทองสดใสขณะที่บินขึ้นไปในอากาศและเข้าร่วมกับสัตว์ร้ายอีกสามตัวรอบๆเทพเจ้าเคอร์ในสี่ทิศทางที่แตกต่างกัน

เทพเจ้าเคอร์เริ่มมองอย่างจริงจัง สัตว์ร้ายทั้งสี่ก็จ้องมองเทพเจ้าเคอร์ขณะที่พวกมันกรีดร้อง

ทันใดนั้นหมาป่าสีเขียวก็เริ่มลงมือ มันพุ่งเข้าหาเทพเจ้าเคอร์ด้วยความเร็วที่เร็วมาก อ้าปากและกัดไปตรงคอของเทพเจ้าเคอร์

เทพเจ้าเคอร์รีบถอยไปที่ด้านข้าง หลีกเลี่ยงการโจมตีหมาป่าสีเขียวขณะที่งัดสามง่ามขึ้น ส่งหมาป่าสีเขียวบินขึ้นไปบนอากาศ

“โฮ้ก!” พยัคฒ์ทมิฬคำรามและกลายเป็นภาพเบลอสีดำ อ้าปากของมันเป็นกัดไปที่หลังของเทพเจ้าเคอร์

เทพเจ้าเคอร์หรี่ดวงตา หมุนกลับและยกสามง่ามของมันให้ปลดปล่อยแสงสีม่วงขนาดใหญ่ เมื่อพยัคฒ์ทมิฬอยู่ห่างออกไปเพียงแค่สองเมตร เทพเจ้าเคอร์ก็แทงไปทางพยัคฒ์ทมิฬและพลังงานไร้รูปร่างก็ซัดพยัคฒ์ทมิฬลงบนพื้น

“แคว้ก!” ในขณะนั้น นกอินทรีสีแดงเลือดใช้โอกาสนี้โจมตี กรงเล็บของมันปลดปล่อยแสงออร่าที่คมชัดอย่างน่าเหลือเชื่อขณะที่พวกมันคว้าหัวของเทพเจ้าเคอร์

เทพเจ้าเคอร์ตกใจและใช้สามง่ามกั้นก่อนที่จะร้องออกมา “โล่ปีศาจเทวะ!”

ทันใดนั้น มือที่ถิอส้อมไว้ยิงแสงสีแดงโลหิตออกมา กลายเป็นโล่ขนาดใหญ่ขวางกั้นไว้ โล่นี้มีความยาว 10 เมตรกว้าง 4 เมตร มีภาพของปีศาจที่มีร่างเป็นมนุษย์และหัวเป็นแพะติดอยู่

ในขณะนั้น กงเล็บของนกอินทรีสีแดงโลหิตกดลงบนเทพเจ้าเคอร์

บูม!

เสียงระเบิดดังออกมา เป็นเล็บที่น่ากลัวถูกกั้นโดยโล่ขนาดใหญ่ โล่นั้นมองดูคล้ายภาพลวงตา แต่จริง ๆ แล้วมันมีการป้องกันที่กล้าแข็งยิ่ง

“แคว้ก!” อีกาสีทองเลือกช่วงเวลานั้นเพื่อโจมตีและสยายปีกออก บินไปข้างหน้าขณะที่มันแทงไปทางด้านหลัง

“อ้ากกกก !!” เทพเจ้าเคอร์กรีดร้อง เป็นแผลเปื้อนเลือดที่ปรากฏบนหลังของมันซึ่งเลือดสีม่วงไหลซึมออกมา แผลยังโดนแผดเผาเพราะแสงศักดิ์สิทธิ์ยับยั้งคุณสมบัติปีศาจของเทพเจ้าเคอร์

การโจมตีที่ล่อลวงนี้ทำให้เทพเจ้าเคอร์โกรธเคืองอย่างสิ้นเชิงและหมอกของมันส่องแสงสีม่วงเป็นจำนวนมากขณะที่มันแทงเข้าหาอีกาทองคำ ในการตอบสนอง อีกาทองคำสยายปีกและหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว

“แรงขับปีศาจเทวะ!” เทพเจ้าเคอร์โห่ร้องเมื่อแสงสีม่วงกลายเป็นภาพขนาดใหญ่ อีกาทองคำไม่สามารถหลบการโจมตีนี้ได้และปีกซ้ายของมันถูกโจมตี มันสามารถที่จะหนีไปหลังจากที่ดิ้นรนอย่างลำบาก แต่เปลวไฟสีทองรอบๆตัวมันหรี่ลงไปอย่างมาก

โชคดีที่อีกาทองคำไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่แท้จริง แต่เป็นการสร้างการของค่ายกลจักรพรรดิอมตะสาดแสง ด้วยหินพลังงาน มันเพียงพอที่จะฟื้นตัวได้ทันที

“อวู้!” หมาป่าสีเขียวหอนขณะที่มันรีบวิ่งไปที่เทพเจ้าเคอร์อีกครั้ง

การสู้รบครั้งใหญ่ระหว่างสัตว์ร้ายทั้งสี่และเทพเจ้าเคอร์นั้นเพียงพอที่จะทำให้สวรรค์สั่นสะเทือนและการระเบิดครั้งใหญ่ๆก็ดังออกมาอย่างต่อเนื่อง หากไม่ได้เพราะว่าพื้นที่แถบนี้นี้ถูกปกไปคลุมด้วยยันต์วัชระ มันมีแนวโน้มว่าจะยุบตัวลง

ขณะที่การสู้รบเกิดขึ้น สัตว์ร้ายทั้งสี่ดูเหมือนจะมีพลังอำนาจเหนือกว่า อย่างไรก็ตาม พลังของสัตว์ร้ายทั้งสามตัวมาจากทหาร 50,000 นายในขณะที่พลังของอีกาทองคำมาจากค่ายกลจักรพรรดิอมตะสาดแสง

อย่างไรก็ตาม เทพเจ้าเคอร์นั้นต่างกัน – มันเป็นเพียงร่างจำแลงและการเชื่อมต่อกับตัวหลักถูกตัดขาดจากโดยบาเรียขวางกั้นขั้นสุดยอดของจ้าวฝู เมื่อเป็นเช่นนั้น มันก็จะอ่อนแอขณะที่ต่อสู้

“โฮ้กกก !!!” พยัคฒ์ทมิฬกระโดดเข้าใส่เทพเจ้าเคอร์อีกคั้งขณะที่เทพเจ้าเคอร์ได้โยกสามง่ามอย่างหนักหน่วง

บูม!

การปะทะกันของทั้งสองพลังงานส่งผลให้เกิดการระเบิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเป็นสาเหตุให้พายุพัดพาป่าให้ไปหมดสิ้น

เมื่อเทพเจ้าเคอร์ปะทะกับพยัคฒืทมิฬ อีกาทองคำคว้าโอกาสนี้โจมตีอีกครั้งจากเบื้องหลังเทพเจ้าเคอร์

อย่างไรก็ตาม เทพเจ้าเคอร์เตรียมพร้อมอยู่แล้ว หลบไปด้านข้างและฟาดด้วยสามง่ามของมันทำให้เกิดภาพสามง่ามหลายอันและกระทบอีกาทองคำปลิวไปไกลกว่า 10 เมตร อย่างไรก็ตาม อีกาสีทองตีปีกของตนทำให้ร่างกายของตนมั่นคงขึ้นก่อนที่จะพุ่งเข้าหาเทพเจ้าเคอร์อีกครั้ง

เมื่อเห็นการโจมตีของอีกาทองคำ เทพเจ้าเคอร์ก็หรี่ตาลงและเตรียมพร้อมที่จะโจมตีอีกครั้ง

“หวือ!” กรงเล็บคู่ที่จู่โจมลงมาเรื่อย ๆ – ในขณะที่เทพเจ้าเคอร์มุ่งความสนใจไปที่อีกาทองคำ นกอินทรีสีแดงเลือดก็บินถลาลงมา เทพเจ้าเคอร์รู้สึกประหลาดใจและแทงไปที่นกอินทรีแดงเลือดด้วยสามง่ามของมันอย่างรวกเร็ว

อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้น นกอินทรีสีแดงเลือดค่อยๆหมุนเทพเจ้าเคอร์ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ ส่งมันลงมาอย่างรวดเร็ว เทพเจ้าเคอร์ตีปีกของมัน พยายามที่จะชะลอตัวลง แต่เสียงลมที่พัดกระหน่ำออกมาในวินาทีถัดมาเป็นหางยาวโผล่ตรงหน้ามัน

ปัง!

มีแสงระเบิดวูบวาบออกมา แม้ว่าเทพเจ้าเคอร์เคยใช้สามง่ามเพื่อป้องกันหน้ามัน ร่างกายของมันยังคงถูกส่งกระเด็นออกไป

ในอีกด้านหนึ่ง หมาป่าสีเขียวแยกเขี้ยวและกระโดดไปยังเทพเจ้าเคอร์พร้อมกับความแร็วที่พอจะถล่มภูเขาได้

เผชิญหน้ากับการกัดนี้ การแสดงออกของเทพเจ้าเคอร์กลายเป็นป่าเถื่อนและใช้พลังแห่งเทพเจ้าที่เหลืออยู่ในระดับต่ำเพื่อใช้โล่ปีศาจเทวะอีกครั้ง ภาพของโล่ขนาดมหึมาขวางกั้นอยู่หน้าหมาป่าสีเขียว แต่เทพเจ้าเคอร์ไม่สามารถหายใจได้ก่อนที่ลมพายุจะกวาดมาที่เขาและนกอินทรีสีแดงโลหิตปรากฏตัวอีกครั้งเหนือตัวเขา

เทพเจ้าเคอร์จับสามง่ามแน่น ทำให้เกิดแสงสีม่วงจำนวนมากไหลออกมาและแทงขึ้นไป ภาพสามง่ามขนาดมหึมาปรากฏขึ้น เปล่งออร่าที่ดูเหมือนจะสามารถทะลุผ่านอะไรก็ได้และแทงเข้าหาอินทรีสีแดงโลหิต

นกอินทรีสีแดงโลหิตคุ้นเคยกับการโจมตีของเทพเจ้าเคอร์และพลิกร่างกายในอากาศกลางเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีนี้ได้อย่างหวุดหวิด

ในขณะนั้น อีกาสีทอง พยัคฒ์ทมิฬและหมาป่าสีเขียวโจมตีพร้อมกันใส่เทพเจ้าเคอร์

การแสดงออกของเทพเจ้าเคอร์กลายเป็นน่ากลัวเมื่อเปลวเพลิงสีแดงเลือดไหลออกทั่วร่าง ทำให้กลิ่นอายของมันกลายเป็นทรงพลังมากยิ่งขึ้น

“เปิดใช้งานค่ายกลปิดผนึกสี่มุม!” จ้าวฝูสามารถบอกได้ว่าเทพเจ้าเคอร์กำลังพยายามทำอะไรบางอย่างและรัศมีของมันเริ่มแข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลที่จะใช้ค่ายกลสุดท้าย

แสงสีฟ้า ขาว ดำและแดงกระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นภาพขนาดใหญ่สี่ภาพ พวกมันเป็นมังกรฟ้าคราม, พยัคฒ์ขาว, เต่าดำและนกสีชาด

ภาพสี่ภาพเหล่านี้ปรากฏรอบ ๆ เทพเจ้าเคอร์และเปล่งแสงที่แตกต่างออกไป จู่ๆ ไฟก็กลายเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสรอบเทพเจ้าเคอร์และค่ายกลก่อตัวสมบูรณ์ขึ้น ทำให้พลังการปิดผนึกมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภายในค่ายกลนี้ เทพเจ้าเคอร์รู้สึกว่าร่างกายของมันหนักและมีแรงจำกัดที่มองไม่เห็น ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะเคลื่อนที่

ค่ายกลที่ทรงพลังค่อยๆเข้าใกล้มาและเทพเจ้าเคอร์ก็ถูกมันโค่นล้มลงไป

ในที่สุดทั้งสี่ภาพกลับไปที่เสาหินของพวกมันและค่ายกลลดลงถึงพื้นดินในขณะที่เทพเจ้าเคอร์ยังนอนราบกับพื้นดิน ไม่สามารถที่จะเคลื่อนที่ได้

ตอนนี้ สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือการทำระเบิดครั้งสุดท้ายและทำร้ายเทพเจ้าเคอร์อย่างหนักก่อนที่จะนำมันไปไว้บนค่ายกลสักกลั่นสวรรค์และปฐพีและปรับแต่งมัน จากนั้นทุกอย่างจะจบลง

จ้าวฝูยืนอยู่นอกค่ายกลปิดผนึกสี่มุมและเขาได้เห็นว่าเทพเจ้าเคอร์ได้ลดศีรษะที่หยิ่งลงด้วยเหตุผลบางประการ เพราะพวกเขาจะถูกปราบปรามโดยค่ายกลหากพวกเขาเข้าไปในเขต จ้าวฝูจึงสั่งให้นักธนูนับไม่ถ้วนของเขาเล็กเป้าและจุดไฟ

ทันใดนั้นเทพเจ้าเคอร์ก็เงยหน้าขึ้นมองไปทางจ้าวฝูเมื่อดวงตาของเขากลายเป็นแดงโลหิตและรอยยิ้มที่ชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก

“เชื้อสายเทพเจ้าที่แท้จริง!”


The Lord’s Empire – นิยายแปล