0 Views

บทที่ 257 ซากโครงกระดูก

 

(กลุ่มลับ >>> The Lord’s Empire – นิยายแปล)

 

ประการแรก จ้าวฝูต้องการปกป้องพวกเขา – ไม่ว่าในโลกจุติสวรรค์เขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน หลังจากกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง เขาก็เป็นแค่คนธรรมดา และเขาสามารถถูกฆ่าโดยคนอื่นได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่เต็มไปด้วยตระกูลอันทรงอำนาจและมีขนาดใหญ่มากมาย คนปกติและตระกูลทั่วไปไม่สามารถแข่งขันกับพวกเขาได้เลย และถ้าพวกเขาขัดขวางผลประโยชน์ของตระกูลเหล่านั้น ตระกูลอันทรงอำนาจก็คงจะฆ่าพวกเขาได้ง่ายๆ

นี่ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย แต่มันก็เป็นความจริง ถึงอย่างไรก็ตาม กฎแห่งป่าก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับความยุติธรรม

ในตอนนี้ โลกกลายเป็นของตระกูลใหญ่และทรงอำนาจ และอาจจะเป็นไปได้ว่าหลังจากโลกจุติสวรรค์กลืนกินโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว คนธรรมดาจะมีอิสระมากขึ้นและเริ่มขัดขวางตระกูลเหล่านั้น

นอกจากนี้จ้าวฝูยังต้องการควบคุมพวกเขา เมื่อพาพวกเขาไปยังที่นั่น ถ้าพวกเขากล้าทรยศ เขาก็จะสามารถฆ่าคนพวกนี้ได้ในทันที

หลังจากผ่านประการณ์ของเขามา มันยากมากที่จ้าวฝูจะเชื่อใจใคร

หลังจากจัดการเรื่องต่างๆของทางเลือกแห่งสวรรค์แล้ว จ้าวฝูก็กลับไปยังเมืองต้าฉิน วันนี้เป็นวันที่เขาต้องทำการแลกเปลี่ยนกับนครงออร์ค

นี่เป็นครั้งที่สี่ที่พวกเขาได้แลกเปลี่ยนกัน ในช่วงสามครั้งแรก จ้าวฝูได้ใช้อุปกรณ์และยาจำนวนมากเพื่อแลกเปลี่ยนกับคนกว่า 3,000 คน แต่ละครั้ง กูนาดอร์จะมอบหมาป่ายักษ์ให้เป็นของขวัญแก่จ้าวฝู แต่ออร์คของจ้าวฝูก็พบว่ามีหมาป่ายักษ์บางส่วนที่ถูกควบคุมไว้โดยนครออร์ค และพวกมันอาจจะนำภัยมาได้ในอนาคต
จ้าวฝูจึงฆ่าหมาป่าที่ถูกควบคุมไว้โดยตรง ถึงอย่างไรก็ตาม เขาก็มีม้าพงไพรทมิฬอยู่แล้ว ดังนั้นต้าฉินจึงไม่ได้ขาดแคลนม้าอะไร นอกจากนี้เขายังได้ใช้วิญญาณม้าหยกที่ได้รับมาจนทำให้ในตอนนี้ม้าทุกๆตัวอยู่ในระยะประมาณ 0-6 แล้ว

อย่างไรก็ตาม หมาป่ายักษ์ก็ยังมีประโยชน์อยู่ – พวกมันสามารถใช้เป็นม้าและอสูรสงครามได้ โดยการใช้คมเขี้ยวของมันฉีกกระชากศัตรู

คราวนี้ จ้าวฝูได้ใช้ช่องทางการเทเลพอร์ตอีกครั้งเพื่อไปยังนครออร์ค ในตอนนี้ ทหารออร์คที่ยืนเฝ้ายามอยู่ต่างก็คุ้นเคยกับจ้าวฝูแล้ว และพวกมันก็รู้สึกมีความสุขมากกับสิ่งที่จ้าวฝูนำมาฝากพวกมันในแต่ละครั้ง ในตอนนี้เขายังได้รับความนับถือจากพวกออร์ค และพวกมันก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อเขาอย่างหยาบคายอีก

“ผู้มาเยือน ท่านมาแล้ว! ข้าจะพาท่านไปเจอท่านรองลอร์ดเอง” หนึ่งในออร์คที่ยืนเฝ้ายามอยู่พูดออกมาเสียงดังในขณะที่เขายิ้ม

จ้าวฝูยิ้มและหยิบยาจิตวิญญาณต่ำต้อยออกมาก่อนที่จะยื่นมันให้กับเขา ทหารออร์คไม่ปฏิเสธและเก็บมันลงไปในกระเป๋าทันทีก่อนที่จะพาจ้าวฝูไปยังเต้นท์ขนาดใหญ่

สิ่งที่ทำให้จ้าวฝูแปลกใจก็คือกูนาดอร์กำลังคุยกับใครบางคนอยู่แล้ว คนผู้นี้สวมเสื้อคลุมอยู่เช่นกัน ดังนั้นเขาจึงไม่เห็นรูปลักษณ์ อย่างไรก็ตามจ้าวฝูก็สามารถบอกได้จากเสียงของเขาว่ามันเป็นคนที่เขารู้จัก – มันคือโจวหมิงจากตระกูลโจว!

ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่? ดูเหมือนมันจะไม่ใช่แค่จ้าวฝูที่ต้องการร่วมมือกับพวกออร์ค ในตอนนี้ที่ตระกูลโจวได้รับการสนับสนุนจากต้าหมิง พวกเขาจึงพัฒนาขึ้นได้อย่างมั่นใจจนดั้นด้นมาถึงที่นี่เพื่อทำข้อเสนอ
ในเวลานั้น กูนาดอร์ก็พบว่าจ้าวฝูเข้ามาข้างในแล้วและยิ้มให้ในขณะที่เขากล่าวว่า “ท่านแขกผู้มีเกียรติ ทำไมท่านถึงยืนอยู่ตรงทางเข้าล่ะ? ท่านไม่พอใจกับการต้อนรับของนครกากิงั้นเหรอ?”

จ้าวฝูหาข้อแก้ตัวอย่างรวดเร็วและกล่าวว่า “ข้าเห็นท่านรองลอร์ดกำลังพูดคุยกับคนอื่นอยู่ ข้าจึงไม่อยากเข้าไปรบกวนท่าน ดังนั้นข้าจึงเลือกรออยู่ที่ทางเข้า”

เมื่อเขาได้ยินเสียงนี้ โจวหมิงก็หันไปมอง และเขาก็จำจ้าวฝูได้ในทันที แม้ว่าเขาจะรู้จักจ้าวฝูในนาม ‘จ้าวซิน’ก็ตาม จากคำพูดที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้จักกันมานานและร่วมมือกันอยู่แล้ว การปรากฏตัวอย่างฉับพลันของจ้าวฝูได้พังทลายแผนการทั้งหมดของเขาไป

นับตั้งแต่ที่เขาได้รับการสนับสนุนจากต้าหมิง ตระกูลโจวก็ได้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่พวกเขาก็มักจะมีความคัดแย้งกับตระกูลเจียงอยู่เสมอ นับตั้งแต่ครั้งนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองตระกูลได้พังทลายลงและกลายเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ส่งผลให้เกิดการแข่งขันอันรุนแรง

จ้าวฝูคาดไว้ว่าเจียงเฟิงจะได้รับประโยชน์มากมายจากจ้าวซิน เนื่องจากการเสียสละตัวของน้องสาวของเขา เมื่อรวมกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างจ้าวฝูและตระกูลโจว จ้าวหมิงก็ยิ่งเกลียดจ้าวฝูมากขึ้นและอยากให้เขาตายไปให้พ้นๆ

ตระกูลโจวในตอนนี้มีการสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ และกลายเป็นเรื่องยากขึ้นสำหรับพวกเขาที่จะได้รับผลประโยชน์ที่ดีในนครแสงศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นโจวหมิงจึงคิดถึงนครออร์คที่ทุกคนมองข้ามไปขึ้นมาในทันใด

นครออร์คไม่ใช่นครหลักของระบบ ดังนั้นมันจึงขาดแคลนหลายๆสิ่ง ถ้าพวกเขาสามารถร่วมมือกันได้ พวกเขาก็จะได้รับผลประโยชน์มหาศาล และความแข็งแกร่งของตระกูลโจวอาจจะเหลือล้ำยิ่งกว่าตระกูลเจียง อย่างไรก็ตาม แผนการนี้ก็ต้องหยุดชะงักไปโดยจ้าวซิน!
โจวหมิงมองไปที่จ้าวฝูอย่างชั่วร้ายและเรียกออกมาอย่างเย็นชา “จ้าวซิน!”

จ้าวฝูสามารถตรวจจับความเป็นศัตรูของจ้าวหมิงได้ และเขาก็แค่นเสียงอยู่ภายในใจ ถ้าไม่ใช่ว่ามันยังไม่ถึงเวลา เขาคงจะทำลายตระกูลโจวไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็เลือกที่จะทำตัวสุภาพและถาม “นายน้อยโจม ไม่ได้เจอกันนานนะ!”

กูนาดอร์สามารถรับรู้ถึงความเป็นปฏิปักษ์ได้ เขาพบว่าทั้งสองคนรู้จักกันดี ดังนั้นเขาจึงยิ้มและเชื้อเชิญให้จ้าวฝูเข้ามา

เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวฝู โจวหมิงก็หันหน้าออกไปและไม่สนใจเขา

จ้าวฝูไม่ได้ให้ความสนใจกับโจวหมิงเหมือนกัน และเขาได้พูดกับกูนาดอร์โดยตรง “ท่านรองลอร์ด ข้ามาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนคนอีกครั้ง!”

เมื่อได้ยินเรื่องนี้ กูนาดอร์ก็ยิ้มและกล่าวว่า “ข้าจะพาเจ้าไปเอง พวกเราจับทาสได้เยอะเลย”

เมื่อได้ยินเรื่องนี้ โจวหมิงก็รู้สึกตกใจอย่างเหลือเชื่อ เขาไม่เคยคิดว่าจ้าวฝูจะสามารถซื้อคนได้ – เขามีเงินมากมายแค่ไหนกัน?

ในเวลานั้น กูนาดอร์ก็หันมาขอโทษ และบอกให้โจวหมิงรอก่อน

แน่นอนว่าโจวหมิงก็อยากดู เนื่องจากเขากำลังขาดแคลนคนและอยากซื้อด้วย นอกจากนี้เขายังต้องการรู้ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของจ้าวฝู ดังนั้นเขาจึงยิ้มและกล่าวว่า “ท่านรองลอร์ด ข้าก็อยากไปดูด้วย”

กูนาดอร์ไม่ว่าอะไร และในขณะที่เขากำลังจะตกลง จ้าวฝูก็กล่าวว่า “ท่านรองลอร์ด โปรดเก็บการแลกเปลี่ยนนี้ไว้เป็นความลับ ข้าไม่อยากให้ใครรู้ ข้าซื้อคนไปจากท่านมากมายและมอบผลประโยชน์หลายอย่างให้กับนครออร์ค”

เนื่องจากโจวหมิงไม่ไว้หน้าเขา จ้าวฝูจึงไม่สนใจที่จะไว้หน้าโจวหมิง
กูนาดอร์รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าจ้าวฝูเป็นคนที่นำประโยชน์มาให้กับพวกเขามากที่สุด เขาจึงทำได้เพียงแค่ขอโทษโจวหมิง

เรื่องนี้ทำให้โจวหมิงรู้สึกโกรธมาก และใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นไม่น่าดู

ต่อจากนั้นกูนาดอร์ได้พาจ้าวฝูไปยังที่ที่มีคนอยู่ มันมีคนราวๆ 1,700 คนถูกขังไว้ในกรงไม้ และแม้ว่าระดับของพวกเขาจะค่อนข้างต่ำ แต่จ้าวฝูก็ยังพึ่งพอใจอยู่ดี

คราวนี้จ้าวฝูได้นำอุปกรณ์และยาออกมาเป็นจำนวนสองเท่าของครั้งก่อน สร้างความตกใจให้กับกูนาดอร์

จ้าวฝูกล่าวอย่างจริงจังว่า “ท่านรองลอร์ด ข้ากับคนๆนั้นขัดแย้งกัน และข้าไม่ต้องการให้เขามีโอกาสได้พัฒนา ดังนั้นข้าหวังว่านครของท่านจะไม่ร่วมมือกับเขา เพื่อชดเชยความสูญเสียของท่าน ข้ายินดีจ่ายให้เป็นสองเท่า”

หลังจากคิดดูแล้ว กูนาดอร์ก็ยิ้มและตกลง จ้าวฝูเองก็ยิ้มออกมาและเริ่มส่งคนเหล่านี้กลับไป

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา กูนาดอร์และโจมหมิงต่างก็ยิ้มในขณะที่พวกเขาได้ตกลงกัน – อันที่จริง กูนาดอร์ได้ทรยศต่อจ้าวฝูในทันที ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้เตือนโจวหมิงว่าจ้าวฝูพูดอะไรและบอกให้โจวหมิงแลกเปลี่ยนกับนครออร์คอย่างลับๆในอนาคต

โจวหมิงหัวเราะออกมาเสียงดังและคิดกับตัวเอง “ไอ้บัดซบจ้าวฝูอยากจะจำกัดการพัฒนาของตระกูลโจวงั้นเหรอ? ข้าเดิมพันเลยว่ามันไม่คิดแน่ว่านครออร์คจะร่วมมือกับข้า ข้าจะดำเนินการอย่างลับๆเพื่อที่จ้าวซินจะไม่รู้เรื่องนี้!”

สำหรับพวกออร์ค ผลประโยชน์คือทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นจ้าวฝูหรือโจวหมิง กูนาดอร์ก็ไม่เคยมองว่าเป็นสหาย เนื่องจากในวันหนึ่งกองทัพออร์คจะบดขยี้พวกเขา

ในระยะไกล จ้าวฝูได้ซ่อนตัวอยู่และมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง และเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา


The Lord’s Empire – นิยายแปล