0 Views

บทที่ 240 ท้องฟ้าสีโลหิต

 

ด้านล่างของเหมืองหินพลังงาน โครงกระดูกร่างหนึ่งค่อยๆลุกขึ้นยืน โครงกระดูกตัวนี้ถือดาบคริสตัลและมีเปลวเพลิงจิตวิญญาณสีทองอยู่ในหัวของมัน กระดูกของมันนั้นเป็นสีขาวและไร้ตำหนิราวกับหยก กลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ของมันทำให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณนี้อึ้งไปด้วยความตกตะลึง

โครงกระดูกตัวนี้ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง และจ้าวฝูที่กำลังยืนอยู่บนพื้นก็ตรวจจับพลังนี้ได้อย่างชัดเจน

ดาบที่มันถืออยู่ต้องเป็นอาวุธระดับตำนานแน่ๆ มันสึกกร่อนเนื่องจากผ่านกาลเวลามานาน และเนื่องจากมันเป็นอาวุธระดับตำนานในตอนนี้ ในอดีตมันย่อมต้องเป็นอาวุธระดับมหากาพย์แน่ๆ

หลังจากลุกขึ้นยืน สายตาของโครงกระดูกได้จดจ้องอยู่ที่แม่ทัพนักธนูโครงกระดูก ร่างกายของโครงกระดูกเปลี่ยนเป็นลำแสงสีทองในขณะที่มันพุ่งเข้าไป

มันดูเหมือนจะเป็นเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที และโครงกระดูกตัวนี้ก็ได้เข้าร่วมการต่อสู้

อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นเอง จ้าวฝูก็ได้วาดดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่าของเขาและส่งพลังแห่งราชาของตนเข้าสู่มัน ก่อนที่จะแทงมันลงไปที่พื้น ครึ่งวงกลมสีแดงโลหิตแผ่ออกมาในทันทีและชักนำโครงกระดูกเข้าสู่เขตแดนทุ่งสังหาร

โครงกระดูเงยหน้าขึ้นไปที่ท้องฟ้าสีโลหิต และมองลงมายังซากศพบนพื้น ก่อนที่จะมองไปทางจ้าวฝู

ชิ้ง!

ดาบคริสตัลของโครงกระดูกครวญครางออกมาในขณะที่มันยิงลำแสงสีดำเส้นใหญ่ออกไป ในพริบตา โครงกระดูกได้ข้ามผ่านระยะทางกว่า 100 เมตรและปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของจ้าวฝูในขณะที่มันเหวี่ยงดาบของมัน นำพามาซึ่งปรานดาบจำนวนมหาศาล

ปัง!
จ้าวฝูประหลาดใจมากและรีบวาดดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่าขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตี คลื่นแห่งพลังงานจำนวนมหาศาลไหลผ่านดาบของเขา ส่งผลให้ร่างกายของเขาถอยร่นไปด้านหลังกว่า 10 เมตรก่อนที่เขาจะสามารถทรงตัวได้

โครงกระดูกตัวนี้ทรงพลังมากเกินไป และด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา จ้าวฝูไม่สามารถเอาชนะมันได้เลย จากถุงสมบัติภูตผีของผีฟ้ากว่า 70 อันที่พวกเขาได้รับมาจากเทศกาลภูตผี พวกเขาได้รับศิลาปลดผนึกมา 3 ก้อน ดังนั้นจ้าวฝูจึงไม่มีทางเลือกนอกจากใช้พวกมันในตอนนี้ พลังที่ถูกผนึกอยู่ภายในร่างกายของของเขาหายไปในทันทีในขณะที่ความรู้สึกของพลังอำนาจได้แผ่กระกายไปทั่วร่างกายของเขา

ฟิ้ว!

โครงกระดูกปรากฏกายขึ้นเหนือร่างของจ้าวฝู และดาบของมันดูเหมือนจะแผ่กลิ่นอายที่สามารถแยกทุกๆสิ่งได้ในขณะที่มันฟาดลงมาที่จ้าวฝู

ดวงตาของจ้าวฝูเปิดออกในขณะที่ลำแสงสีดำได้ระเบิดออกมาจากร่างกายของเขา และเขาได้จับดาบไว้แน่นในขณะที่เขาเหวี่ยงมันขึ้นไปป้องกัน

ปัง!

อากาศดูจะระเบิดออกมาในขณะที่ดาบสองเล่มเข้าโรมรันกัน พลังทำลายล้างระเบิดออกมา ส่งผลให้พื้นดินแตกออก เกิดขึ้นเป็นหลุมกว้าง 20 เมตร

โครงกระดูกจ้องมองจ้าวฝูอย่างชั่วร้าย และประหลาดใจที่จ้าวฝูสามารถรับการโจมตีของมันได้ มันแทงดาบของมันลงมา บังคับให้จ้าวฝูต้องเอนตัวไปด้านหลัง ต่อจากนั้น ร่างกายของมันได้หายไปอีกครั้ง และโผล่ขึ้นมาที่ด้านข้างของจ้าวฝูอีกครา จากนั้นก็ฟาดดาบของมันออกมาตามแนวนอน

เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังออกไปไกลนับพันเมตรในขณะที่จ้าวฝูหมุนตัว และป้องกันการโจมตีของมันด้วยดาบของเขาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในวินาทีต่อมา โครงกระดูกได้หายไปอีกครั้ง และโจมตีเข้ามาที่อีกฝั่ง

ปัง! ปัง! ปัง!

โครงกระดูกรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง และหายไปพร้อมกับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง เพื่อโจมตีจ้าวฝูจากทุกทิศทาง การต่อสู้ระหว่างทั้งสองก่อให้เกิดลำแสงดาบสาดกระจายไปทั่ว ก่อตัวขึ้นเป็นสายลมอันรุนแรง พื้นดินที่พวกเขาได้ต่อสู้กันถูกทำลายไปอย่างสิ้นเชิง คงเหลือไว้เพียงแต่รอยแยกจากดาบจำนวนนับไม่ถ้วน

การโจมตีของโครงกระดูกรุนแรงและรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง ไม่เปิดโอกาสให้จ้าวฝูได้พักหายใจเลย จ้าวฝูรู้สึกไม่พอใจมากที่เขาถูกข่มไว้โดยโครงกระดูกตนนี้

เคร้ง!

โครงกระดูกเหวี่ยงดาบของมัน ซึ่งนำพามาด้วยลำแสงอันแหลมคม และจ้าวฝูได้โคจรพลังแห่งราชาของเขาทั้งหมดและส่งมันเข้าไปในดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่า ดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่าแผ่ลำแสงสีโลหิตอันน่าพรั่นพรึง และจ้าวฝูได้ฟันออกไปด้วยความเกรี้ยวกราด ส่งผลให้เกิดลำแสงสีแดงโลหิตอันน่าสะพรึงกลัวออกมา เมื่อดาบปะทะกัน ในที่สุดจ้าวฝูก็สามารถบังคับให้โครงกระดูกถอยร่นไปได้และหยุดการเคลื่อนไหวของมัน

อย่างไรก็ตาม โครงกระดูกก็ฟื้นตัวได้ในทันทีและทะยานเข้าหาจ้าวฝู ในเวลานั้นเอง จ้าวฝูได้ชักดาบอสูรนภาออกมาและแทงมันลงไปบนพื้น ปรานปีศาจจำนวนมหาศาลหลั่งไหลออกมาจากดาบอสูรนภา ย้อมพื้นดินให้เป็นสีดำ

จ้าวฝูยื่นมือออกมา และตราประทับแห่งราชาของเขาได้ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ เมื่อมันเห็นเช่นนี้ โครงกระดูที่อยู่ห่างออกไปเพียง 5 เมตรได้หยุดนิ่งและถอยกลับไปในทันที

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

หอกสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นมาจากบนพื้น เจาะทะลวงผ่านร่างกายของโครงกระดูกและชูชันสูงขึ้นไปในอากาศกว่า 20 เมตร

การโจมตีนี้ทำให้เปลวเพลิงจิตวิญญาณของโครงกระดูกหรี่ลงเล็กน้อย – ดูเหมือนว่ามันจะได้รับความเสียหายอย่างมากจากการโจมตีนี้ โครงกระดูกชูดาบคริสตัลในมือของมันขึ้นมา และดาบได้แผ่ระลอกคลื่นแปลกๆออกมาในทันใด ต่อจากนั้น โครงกระดูกได้ฟันไปที่หอกสีดำซึ่งกำลังแทงเข้าสู่ร่างกายของมัน ส่งผลให้พวกมันกลายเป็นคริสตัลและแตกกระจายออกไป

โครงกระดูกร่อนลงมาจากฟ้าและแผ่ออร่าดาบอันน่าเกรงขามในขณะที่มันฟันดาบลงมาหาจ้าวฝู ในการตอบสนอง จ้าวฝูได้ชี้ดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่าไปที่มันและตะโกนออกมาเบาๆ “ผนึก!”

ทันใดนั้น เขตแดนขนาดใหญ่ก็หดตัวลงและเปลี่ยนเป็นพลังผนึกที่ตรึงเข้าใส่ร่างของโครงกระดูก เพราะพวกเขาทั้งสองต่างอยู่ภายในเขตแดนทุ่งสังหาร จ้าวฝูจึงสามารถใช้พลังของมันได้ตามต้องการ พลังงานนี้ทำให้โครงกระดูกที่กำลังร่อนลงมาหยุดชะงักไปเล็กน้อย!

ในเวลานั้นเอง จ้าวฝูได้นำหอกบดขยี้ปีศาจออกมาและส่งพลังของเขาเข้าไป หอกบดขยี้ปีศาจเปล่งแสงสีเงิน และอักษรรูนที่อยู่บนตัวหอกได้ขยับไปมาพร้อมกับแผ่พลังบดขยี้ปีศาจอันทรงพลังออกมา

ตู้ม!!

จ้าวฝูทุ่มพลังทั้งหมดของตนไปกับการขว้างหอก หอกพุ่งออกไปพร้อมด้วยแสงสีเงินเจิดจ้าและเสียงดังอึกทึกที่อยู่รอบๆตัวหอก จากนั้นมันได้ทะลวงผ่านหน้าอกของโครงกระดูก ส่งหลุมขนาดเท่ากำปั้นและอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงให้กับโครงกระดูก

“อ๊ากกก!!!”

ในขณะที่จ้าวฝูกำลังเอาหอกบดขยี้ปีศาจอีกอันออกมาและจัดการกับโครงกระดูก โครงกระดูกก็ได้คำรามออกมาในทันใดและระเบิดพลังอันน่าพรั่นพรึงออกมา มันหลุดพ้นออกมาพลังผนึกได้อย่างง่ายดาย และร่างกายของมันได้บิดตัวในขณะที่มันได้ปลดปล่อยการโจมตีอันทรงพลังออกมา ส่งผลให้เกิดลำแสงดาบยาว 20 เมตรพุ่งเข้าหาจ้าวฝู

ปัง!
จ้าวฝูถอยกลับไปข้างหลังด้วยการโจมตีนี้ และในขณะที่ลำแสงดาบปะทะเข้ากับพื้น มันได้ทำให้พื้นดินกลายเป็นคริสตัลในทันที จ้าวฝูใช้ดาบของเขา แต่เขาก็ไม่สามารถป้องกันการโจมตีนี้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้เสื้อผ้าบริเวณไหล่ขวาของเขากลายเป็นผลึก พลังงานอันมหาศาลยังได้บาดไหล่ของจ้าวฝูให้เกิดบาดแผลขึ้น ส่งผลให้เขาเลือดไหลออกมา

ปัง!

หลังจากที่โครงกระดูกร่อนลงมาบนพื้น เปลวเพลิงจิตวิญญาณในหัวของมันได้หรี่ลงอีกครั้งและเหลือขนาดเพียงเพียงสองในสาม ดูเหมือนมันจะต้องเสียค่าใช้จ่ายไปมากในการปลดปล่อยพลังที่น่าสะพรึงกลัวนี้ออกมา

เมื่อเห็นเช่นนี้ จ้าวฝูก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก  เขาไม่สนใจอาการบาดเจ็บที่ไหล่ขวาและพุ่งเข้าหามันด้วยดาบในมือของเขา จากนั้นก็เข้าโรมรันใส่โครงกระดูก โครงกระดูกถูกบังคับให้ต้องป้องกันด้วยพลังทั้งหมดของมัน แต่มันก็ยังต้องถอยไปอย่างต่อเนื่อง

“โฮกกก!!” ในเวลานั้น โครงกระดูกได้ระเบิดพลังที่เหลือของมันออกมา และในที่สุดก็สามารถโต้กลับไปได้อีกครั้งโดยการแทงดาบของมันเข้าหาลำคอของจ้าวฝูในทันใด

จ้าวฝูหลบไปด้านข้างและตะวัดดาบของเขาขึ้นอย่างหนักหน่วง ปะทะเข้ากับโครงกระดูก และส่งให้มันกระเด็นขึ้นไปบนอากาศ ในทันที่ที่เขาทำเช่นนี้ เขาได้เปลี่ยนไปใช้ดาบอสูรนภาและชี้มันไปทางโครงกระดูก

ร่างของปีศาจขนาดมหึมาพุ่งออกมาจากดาบและบินเข้าหาโครงกระดูกด้วยกลิ่นอายปีศาจอันมหาศาล

โครงกระดกในอากาศขัดขืนด้วยแรงเฮือกสุดท้ายและยิงลำแสงดาบของมันออกมาอีกครั้ง เปลี่ยนให้ภาพปีศาจกลายเป็นคริสตัลขนาดใหญ่และระเบิดออกกลายเป็นฝุ่นผงคริสตัล

ปัง!

ในเวลานั้นเอง ลำแสงสีเงินที่มีพลังอันมหาศาลได้พุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่างและทะลวงผ่านหน้าอกของโครงกระดูก เปลวเพลิงจิตวิญญาณในหัวของมันหรี่ลงอีกครั้งก่อนที่จะหายไป

ร่างของโครงกระดูกพังทลายลงกลางอากาศ และท่อนกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนได้ตกลงสู่พื้น กระดูกสีขาวหยกสูญเสียความมันวาวและกลายเป็นกองกระดูกธรรมดาอีกครั้ง

ในเวลาเดียวกัน โครงกระดูกก็ได้ดรอปไอเท็มสี่ชิ้น


The Lord’s Empire – นิยายแปล