0 Views

บทที่ 235 พันธมิตร 100 ตระกูล

 

จ้าวฝูได้ลอบเข้าไปในห้องเรียนด้วยตัวของเขาเองอย่างเงียบเชียบ ทั้งห้องมีนักเรียนที่ตั้งใจเรียน ไม่มีใครพูดเลยแม้แต่คนเดียวยกเว้นคุณครูเท่านั้นที่ยังพูดอยู่

ได้มองดูนักเรียนที่กำลังตั้งใจเรียนอยู่ ก็ทำให้จ้าวฝูนึกถึงตอนที่เขายังเป็นนักเรียนอยู่ ที่แห่งนี้สอนให้เด็กเป็นข้าราชการและรัฐมนตรีสำหรับต้าฉินในอนาคต

ไม่จำเป็นต้องกังวัลเกี่ยวกับการการทุจริตและการละเมิดอำนาจ เพราะจ้าวฝูไม่ได้เป็นผู้ปกครองที่ไร้ความสามารถดังนั้นก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

จ้าวฝูมักจะรักษาความโปร่งใสและความเป็นธรรมเสมอ แต่เขาก็ต้องการคนที่มีความสามารถและพรสวรรค์ที่แท้จริง ดังนั้นเขาได้เตรียมการทดสอบในหลายๆรูปแบบไว้ให้ แต่นั้นก็สำหรับในอนาคต

แน่นอนว่าจ้าวฝูไม่ได้จะสอนพวกเขาเพียงการจัดการ นั้นมันเป็นเรื่องง่ายเกินไปและสั้น ในการที่จะผลิตข้าราชการและรัฐมนตรี พวกเขาจะต้องได้เรียน เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์,ปรัชญา,สังคม และอย่างอื่นอีกมากมายที่ไม่ได้อยู่ในหนังสือ

เพื่อไม่ให้เด็กนั้นรู้แต่เรียนและอ่าน เพื่อลดปัญหาเหล่านี้นั้นเป็นเหตุผลที่จ้าวฝูใช้การศึกษาที่ต้องให้เด็กเรียนรู้ได้จริงและนำไปใช้จริงได้ จ้าวฝูไม่ต้องเห็นเด็กนักเรียนของต้าฉินที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยยกเว้นการอ่านและเขียน

ในตอนนั้นเองที่จ้าวฝูเงียบเกินไปจนทำให้คุณครูสังเกตเห็น คุณครูได้มองมาจากนั้นใบหน้าของครูก็ได้ซีดเผือก เขาทำท่าว่าจะวางหนังสือลงและกำลังจะทำความเคารพเมื่อจ้าวฝูได้ให้สัญญาณว่าให้สอนต่อ อย่างไรก็ตามเด็กก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติของครู เด็กๆจึงหันมามอง

ทันใดนั้นนักเรียนทุกๆคนก็ลุกขึ้นยืนด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย บ้างก็ ดีใจ,ตื่นเต้นและชื่นชม พวกเขาทำท่าเคารพจ้าวฝูด้วยความรู้สึกตื่นเต้นที่จ้าวฝูได้มาพบพวกเขาที่โรงเรียน

ที่เป็นเช่นนี้เพราะจ้าวฝูไม่ใช่เป็นแค่คนสำคัญแต่ยังเป็นองค์จักรพรรดิในอนาคต เป็นการดำรงอยู่ที่ใหญ่ที่สุดในต้าฉิน เช่นนี้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากตื่นเต้น ต้าฉินได้กำลังคนมามากมาย แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังไม่เคยเห็นจ้าวฝูและได้ยินเพียงวีรกรรมของเขาเพียงเท่านั้น

จ้าวฝูค่อนข้างรู้สึกอึดอัด เขาเพียงแค่จะมาสังเกตการณ์เพียงแค่นั้นไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น มองหน้าพวกเขาส่งสายตาที่บริสุทธิ์มาให้ จ้าวฝูรู้สึกสงบภายในจิตใจของเขา เขายิ้มออกมาและปล่อยให้พวกเด็กๆได้เรียนต่อไปส่วนตัวเขาก็เดินออกมา

ความคิดของจ้าวฝูเป็นคนที่ทันสมัยและจ้าวฝูไม่ได้ถือว่าเป็นชายต้องเหนือกว่าหญิง เขาอนุญาตให้ชายกับหญิงเรียนที่โรงเรียนได้ ในแง่ของตำแหน่งในรัฐบาล เขาจะไม่เลือกปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ที่มีความสามารถที่จะเป็นอะไรก็ได้ตามที่พวกเขาต้องการ

ถ้าเป็นในสมัยโบราณ เรื่องพวกนี้คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้วและถึงแม้จะเป็นโลกจุติสวรรค์ จ้าวฝูก็ปฏิเสธเรื่องที่ไร้สาระพรรค์นั้นไป

หลังจากได้ไปพบกับสำนักพลเรือนในโรงเรียนแล้ว จ้าวฝูก็ได้ไปที่สำนักการยุทธ์

เปรียบเทียบกันแล้วสำนักการยุทธ์ดูมีชีวิตมากกว่าที่สำนักพลเรือนที่โรงเรียนเยอะ บนสนาม นักเรียนใช้อาวุธทุกประเภท และเพื่อลดอาการบาดเจ็บอาวุธพวกนั้นจึงเป็นเพียงไม้ธรรมดา เพราะมีผู้คนมากมายก็ทำให้วุ่นวายไม่น้อย

สำนักการยุทธ์สอนเกี่ยวกับการต่อสู้,ศิลปะแห่งการสงคราม,และความรู้พื้นฐาน มันพัฒนาภาคภูมิใจของชาติและความเป็นผู้นำในนักเรียน

จ้าวฝูได้พบกับเพชรในงามในนั้นด้วยที่มีทักษะที่ดีและสามารถล้มคู่ต่อสู้ได้หลายคน มากไปกว่านั้นพวกเขายังดูฉลาดอีกด้วย

ทั้งหมดนี้จ้าวฝูรู้สึกพอใจสำนักพลเรือนที่โรงเรียนและสำนักการยุทธ์มาก หลังจากกลับเมืองจ้าวฝูก็เรียกหลี่ซือให้เข้าพบ

ไม่นานหลี่ซือก็ได้มาทำความเคารพและถามอย่างสุภาพว่า “ฝ่าบาทมีอะไรกับข้าช่นนั้นรึ”

จ้าวฝูหัวเราะเล็กน้อยและตอบว่า “ไม่มากหรอก ข้าแค่ไปที่เมืองต้าฉินและพบว่าสิ่งอำนวยความสะดวกนั้นไร้ที่ติ เจ้าต้องใข้ความพยายามและเลวามากไปไม่น้อย”

หลี่ซือรู้สึกขอบคุณจากใจจริง เขายิ้มออกมาและก้มหัวพูดว่า “นั้นเป็นสิ่งที่ตัวข้าควรทำขอรับ”

“โอเค ไม่ต้องถ่อมตัวขนาดนั้น ที่เมืองต้าฉินพัฒนาได้อย่างดีนั้นก็เพราะความพยายามของเจ้า”

หลี่ซือรู้สึกมีความสุขแต่ก็ไม่สามารถแสงดงออกมาได้ เพราะจ้าวฝูเป็นเจ้านายของเขา เขาไม่สามารถพังกำแพงระหว่างเจ้านายกับข้ารับใช้ได้ ดังนั้น เขาจึงต้องยับยั้งตัวเองบ้าง

หลังจากนั้นจ้าวฝูพูดออกมาว่า “ข้าต้องการดำเนินการตรวจสอบสำหรับการพัฒนาของโรงเรียนฉิน ใครที่สามารถทำได้ดีไม่ว่าจะอายุเท่าใด ก็จะได้รับโอกาสในการเรียนกับทหารและเจ้าเมือง

หลี่ซือคิดตามและก็ตอบกลับว่า “ฝ่าบาททรงฉลาดยิ่งนัก นี่จะไม่เป็นเพียงแค่แรงจูงใจให้นักเรียนเท่านั้นแต่ยังทำให้พวกเขาได้รับประสบการณ์กับการฝึกด้วย ข้าน้อยจะเตรียมการให้ทันที

หลังจากหลี่ซือได้เดินออกไปแล้ว จ้าวฝูก็ได้เอาแผนที่ขนาดใหญ่ออกมา แผนที่นี้เป็นแผนที่ตอนเหนือของภูมิภาคตอนกลาง หลังจากนั้นจ้าวฝูก็ได้เรียก ผู้บัญชาการทหารของเขาทั้งหมดมาและพูดว่า “ตอนนี้ โรงเรียนสรรพศาตร์ได้พบที่อยู่ของต้าฉินแล้ว และตอนนี้พวกมันกำลังสะสมกำลังและมาล้อมต้าฉินและฆ่าอย่างกับสัตว์”

หลังจากได้ยินสิ่งที่จ้าวฝูพูดออกมาผู้บัญชาการทหารก็โกรธออกมา พวกโรงเรียนสรรพศาตร์คิดว่า ต้าฉินเป็นคนขี้แพ้งั้นรึ พวกมันช่างกล้ามาก

“พวกเจ้าอยากพูดอะไรไหม”จ้าวฝูถามออกมา

ใบหน้าของไป่ฉิงก็เย็นชา และเขาก็ปล่อยจิตสังหารออกมาแล้วพูดออกมาว่า “ฝ่าบาท พวกเราจะไม่ทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น ตอนนี้ ภูมิภาคยังไม่เป็นปึกแผ่น ดังนั้นพวกมันยังไม่สามารถทำอะไรต้าฉินได้ในตอนนี้”

“ข้าเชื่อว่าตอนนี้ ต้าฉินจำเป็นต้องพัฒนาให้ได้มากที่สุดเพื่อจัดการกับสิ่งนี้ ถ้าเขาร่วมมือกับหนึ่งตระกูล พวกเราก็ฆ่าหนึ่งตระกูล ถ้าร่วมมือสิบตระกูล เราก็ฆ่าสิบตระกูล ต่อให้ร่วมมือกันมากี่ตระกูล พวกเราก็จะฆ่าให้หมดและเอาศพของพวกมันมาล้างเท้าพวกเรา”

น้ำเสียงเย็นชาของไป่ฉิงกล่าวขึ้นในห้องโถง มันเต็มไปด้วยจิตสังหาร ทำให้ทุกคนในห้องโถงขนลุก

หลังจากไป่ฉิงพูดจบ หวังเจี้ยนก็คิดสักพักแล้วกล่าวมา “ที่แม่ทัพไป่กล่าวมาก็ถูก แต่การฆ่าก็ไม่ใช่การแก้ปัญหา มีการต่อสู้มากเกินไปก็ทำให้ทรัพยากรของต้าฉินสูญเสียมากเกินไป ข้าว่าพวกเราควรเก็บมิตรไว้ใกล้ตัวและเก็บศัตรูไว้ใกล้ยิ่งกว่า เราควรทำลายพันธมิตรแนวตั้ง”

“ข้าว่าเราควรสร้างกองกำลังขนาดใหญ่เพื่อยับยั้งพวกมัน ทำให้พวกมันกลัวว่าจะมาสามารถต่อกรกับพวกเราได้ ถ้านั้นเกิดขึ้น พันธมิตรแนวตั้งก็จะถูกทำลายโดยที่พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลย”

เว่ยเลี่ยว ที่จ้องไปที่แผ่นที่มาตลอดก็พูดออกมาว่า “แม่ทัพไป่และแม่ทัพหวังเจี้ยนพูดมาได้ดีทั้งคู และข้าก็เห็นด้วย อย่างไรก็ตามตอนนี้ข้าว่าเราควรที่จะตั้งกองกำลังไว้ป้องกัน พันธมิตรแนวตั้ง ทุกๆคนโปรดมองไปที่แม่น้ำนิทรา”

ก่อนที่เว่ยเลี่ยวจะได้พูดต่อ จ้าวฝูก็พูดออกมาว่า “เราจะใช้ แม่น้ำนิทราวีรบุรุษสันติภาพ, ใบไม้ทักษิณและกระติกน้ำเปิด เป็นรากฐานที่จะแยกตอนเหนือของภูมิภาคกลาง ป้องกันไม่ให้ พันธมิตรแนวตั้งทำอันตรายพวกเรา”

หลังจากได้ยินทุกๆคนในห้องโถงก็ประหลาดใจ ใครจะไปคิดละว่าจ้าวฝูจะบอกจุดสำคัญได้เร็วขนาดนี้ พวกเขายอมรับในความฉลาดของจ้าวฝูเลย จ้าวฝูก็ยิ้มและบอกพวกเขาเกี่ยวกับการพบจางเฮง หลังจากที่ทุกคนประหลาดใจ เว่ยเลี่ยวก็ดูเหมือนจะสนใจและยิ้มออกมา

จากนั้นเว่ยเลี่ยวก็อธิบายเกี่ยวกับแผนการณ์ให้ฟัง จากคำแนะนำของจางเฮง เกี่ยวกับแผนการรวมและรายละเอียดปลีกย่อยและจุดต่างๆ


The Lord’s Empire – นิยายแปล