0 Views

บทที่ 190 ช่วงชิงวิญญาณผีร้าย

 

(กลุ่มลับ >>> The Lord’s Empire – นิยายแปล)

 

นับตั้งแต่สมัยโบราณกาล ฝ่ายที่มีผู้คนสนับสนุนคือฝ่ายที่ควบคุมโลกใบนี้เอาไว้ การสนับสนุนด้านประชากรสามารถกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ปกครอง

ทหารของจางหงจำนวน 3,500 คนต่างมีประสบการณ์ค่อนข้างมาก และเพราะจ้าวฝูมีทหารแค่ 1,000 คนเท่านั้น พวกเขาจึงต้องเผชิญหน้ากับศัตรูแบบหนึ่งต่อสาม จ้าวฝูเสียเปรียบอย่างชัดเจน ดังนั้นเขาจึงหวังว่าจะใช้ชาวเมืองเพื่อต่อต้านจางหง

ในเวลาเดียวกัน เขาก็ได้สาดโคลนเข้าใส่จางหง ในความเป็นจริง จ้าวฝูไม่รู้ว่าจริงๆแล้วความตายของหลิวหมิงนั้นเกิดขึ้นเพราะจางหงหรือไม่ แต่เขาก็ยังพยายามใส่ร้ายจางหงอย่างเต็มที่

นี่เป็นวิธีการเดียวเท่านั้นที่เขาจะสามารถปลุกระดมฝูงชนเข้าต่อกรกับจางหงและช่วยเหลือกองกำลังของเขาได้!

เสียงเอ็ดตะโรในเมืองไม้ภูผาได้ปลุกผู้คนเป็นจำนวนมาก และเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงตะโกนเหล่านั้น ชาวเมืองก็พากันออกมา เมื่อพวกเขาได้เห็นหลิวซูไป่กำลังร้องตะโกนและความโศกเศร้าเสียใจของเธอ พวกเขาจึงโมโหขึ้นมาในทันทีและเข้าร่วมกับกองกำลังของจ้าวฝู

ผู้คนเข้าร่วมกับกองกำลังของจ้าวฝูมากขึ้นเรื่องๆ และพวกเขาได้พุ่งเข้าไปยังที่พำนักของเจ้าเมือง และดูเหมือนว่าจะไม่อาจหยุดยั้งได้เลย ในไม่ช้า ทั้งสองฝ่ายก็เข้าโรมรันกัน

ด้านหนึ่ง จางหงได้ควบคุมทหารส่วนใหญ่ไว้และชาวเมืองอีกส่วนน้อย ในขณะที่ด้านของจ้าวฝูมีกองกำลังเล็กๆของทหารและโจร 1,000 คน อย่างไรก็ตาม เขามีชาวเมืองส่วนใหญ่ที่คอยสนับสนุน

“เจ้าเป็นใครกัน?” จางหงถามในขณะที่เขาจ้องมองไปยังร่างในชุดคลุมสีดำข้างกายหลิวซูไป่

เขารู้ว่าหลังจากที่หลิวซูไป่หลบหนีไปได้ไม่กี่วัน มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะรวบรวมคนเข้าใสโจมตีเมืองได้มากมายขนาดนี้ ทั้งหมดนี้ต้องเป็นฝีมือของร่างในชุดคลุมสีดำข้างกายเธอแน่ๆ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะอยู่ในเมืองไม้ภูผามานานแต่จางหงก็ไม่เคยได้ยินเรื่องของคนผู้นี้มาก่อน

“ข้าเป็นใครมันไม่สำคัญ! ข้าได้ยินว่ามีทรราชปรากฏตัวขึ้นในเมืองไม้ภูผา และพยายามจะสังหารแม้กระทั่งคนแก่และเด็ก หัวใจของข้าเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจที่จะช่วยคุณหนูหลิวเพื่อทวงคืนเมืองไม้ภูผาและจำกัดเจ้า ไอ้สารเลว!”

จ้าวฝูพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้ตัวเองชอบธรรมมากที่สุดเพื่อที่จะได้รับการสนับสนุนจากชาวเมือง และเขาได้ทำให้จางหงดูเลวร้ายอย่างถึงที่สุด

“ฮึ่ม!” จางหงแค่นเสียงอย่างเย็นชา – เขาไม่เชื่อจ้าวฝูเลย จะมีไอ้โง่ที่ไหนที่ทุ่มเวลาและความพยายามเป็นอย่างมากโดยไม่ร้องขอรางวัลใดๆ? จางหงตระหนักได้ว่าเป้าหมายของจ้าวฝูน่าจะเป็นเมืองไม้ภูผาด้วยเช่นกัน

“อ่า กั่วเซิง! รีบมาที่นี่! หยุดช่วยจางหงก่อกรรมทำเข็ญได้แล้ว เจ้าจะมีจุดจบที่ไม่ดีเช่นเขา!”

ในขณะที่จางหงกำลังจะพูดอะไรออกมา เสียงของผู้อาวุโสคนหนึ่งได้ดังออกมา อันที่จริง ฝ่ายของจ้าวฝูได้ดึงความสนใจจากผู้คนมาแล้ว

เมื่อเทียบระหว่างชาวเมืองและทหาร เห็นได้ชัดว่าทหารทรงพลังกว่า ถึงอย่างไรก็ตาม เหล่าทหารต่างมีทั้งอาชีพ อุปกรณ์สวมใส่ ทักษะ ประสบการณ์ในการต่อสู้ และบัฟ ดังนั้น มันจึงเป็นธรรมดาที่ทหารจะทรงพลังกว่าชาวเมืองมาก

ด้วยเหตุนี้จ้าวฝูจึงเลือกที่จะเล่นกับอารมณ์ของทหาร คนที่ทหารของจางหงกำลังเผชิญหน้าอยู่นั้นคือชาวเมือง ซึ่งมีทั้งครอบครับและเพื่อนของพวกเขา มันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะโจมตีและฆ่าคนเหล่านี้

หัวใจของทหารหลายคนเริ่มสั่นสะท้านและพวกเขาก็ดูจะอยากเข้าร่วมกับฝ่ายของจ้าวฝู!

“ใช่แล้ว! ลูกชายของเฒ่าหลี่ อย่าได้กระทำความชั่วช้ากับไอ้สารเลวนั่นอีกเลย!”

“พี่ใหญ่ มาฝั่งนี้เถอะ อย่าติดตามคนแบบนั้นต่อไปอีกเลย!”

“ที่รัก! มาฝั่งนี้!”

ฝ่ายของจ้าวฝูได้ใช้กลยุทธ์ทุกประเภท เมื่อเผชิญหน้ากับเสียงตะโกนของสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนฝูง ทหารหลายคนก็ดูราวกับว่าพวกเขากำลังจะเข้าร่วมกับจ้าวฝู

เมื่อเห็นเช่นนี้ จางหงได้เริ่มโมโหขึ้นมาในทันใดและระเบิดกลิ่นอายของการบ่มเพาะในระยะที่ 2 ของเขาออกมา ส่งผลให้เกิดน้ำหนักกดทับลงบนตัวทุกๆคนในขณะที่เขาตะโกนออกมา “ข้าจะดูว่าใครกล้าไป!”

กลิ่นอายยิ่งใหญ่นี้ทำให้ทหารหลายคนที่ต้องการจะเข้าร่วมกับฝ่ายของจ้าวฝูต้องตัวแข็งค้าง จางหงเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองไม้ภูผาอย่างแท้จริงและสามารถข่มภาพฉากนี้ได้ด้วยกลิ่นอายของเขาเพียงคนเดียว

ภายใต้รัศมีอันยิ่งใหญ่ของจางหง หลายคนเริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจและเปิดเผยความหวาดกลัวออกมา พวกเขารู้สึกว่าจางหงนั้นไม่สามารถเอาชนะได้ และขวัญกำลังใจของฝ่ายจ้าวฝูก็เริ่มจมดิ่งลง

ในขณะนั้นเอง กลิ่นอายที่ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าของจางหงและกระทั่งแข็งแกร่งกว่าได้เข้าปะทะกับกลิ่นอายของจางหง

“ทุกคนอย่ากังวลไป ข้าจะสังหารจางหงผู้นี้เอง!”

สายตาของทุกๆคนจดจ้องมาที่ร่างในชุดคลุมสีดำ และเสียงโห่ร้องแห่งความดีใจก็ได้สาดเทออกมา มันราวกับว่าพวกเขากำลังมองไปที่วีรบุรุษผู้เกรียงไกร

ซุนเซียวเว่ยถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขาไม่คาดคิดว่าจ้าวฝูจะแข็งแกร่งจนถึงจุดที่เขาสามารถต่อสู้กับผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งที่สุดได้

จางหงมองไปที่จ้าวฝูและปลดปล่อยจิตสังหารออกมา ร่างของเขาหายไปราวกับสายฟ้าและพุ่งเข้าใส่จ้าวฝู เขารู้ว่าถ้าเขาไม่กำจัดจ้าวฝู มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้อย่างเต็มที่ จ้าวฝูเองก็ตระหนักได้ถึงสิ่งเดียวกัน และเขาได้วาดดาบเข้าปะทะกับจางหง

ต่อจากนั้น จางหงและจ้าวฝูก็เข้าโรมรันกัน และกองกำลังของพวกเขาได้เข้าปะทะกันด้วย แม้ว่าจะมีทหารหลายคนของจางหงที่เข้าร่วมกับฝ่ายของจ้าวฝู แต่มันก็ยังมีทหารเป็นจำนวนมากที่จงรักภักดีต่อจางหง ส่งผลให้เกิดการต่อสู้ที่รุนแรง

ดาบของจางหงเปล่งแสงสีดำอันเย็นวาบออกมาและพุ่งเข้าใส่ลำคอของจ้าวฝู ในขณะที่จ้าวฝูได้หลบออกไปด้านข้าง ในทันทีหลังจากนั้น จางหงได้กวาดดาบของเขาไปยังด้านข้าง และบังคับให้จ้าวฝูต้องปัดป้องดาบของตน

จากนั้นจางหงได้หมุนตัวและส่งลูกเตะออกมา ทำให้ขาของเขาแหวกผ่านอากาศด้วยเสียง ‘หวือ’ จ้าวฝูตอบสนองด้วยการกำหมัดของเขาและชกออกไปด้วยพลังทั้งหมด

ปัง!

เสียงอากาศระเบิดออกมาในขณะที่จ้าวฝูและจางหงถอยไปคนละ 2 ก้าว จ้าวฝูไม่คาดเลยว่าจางหงจะทรงพลังขนาดนี้ และจางหงเองก็ไม่คิดว่าจ้าวฝูจะแข็งแกร่งขนาดนี้เช่นกัน เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในรัศมี 100 กิโลเมตรนี้ และเขาไม่คิดว่าจะมีคนที่ทัดเทียมกับเขาปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ใบหน้าของทั้งสองฝ่ายเริ่มเปลี่ยนเป็นจริงจัง และพวกเขาได้เริ่มเข้าปะทะกันอีกครั้ง ดาบของจ้าวฝูฟันเข้าใส่จางหงอย่างรุนแรง ซึ่งจางหงก็หลบไปด้านข้างและสะบัดดาบของเขาขึ้น นี่เป็นการโจมตีอันโหดเหี้ยมที่เล็งไปยังคางของจ้าวฝู และจ้าวฝูก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและหลบหลีกได้แบบฉิวเฉียด

ทันใดนั้นเอง จางหงก็ก้าวไปข้างหน้า และดาบของเขาได้แผ่ลำแสงสีเทาจำนวนมหาศาลออกมาในขณะที่มันแทงเข้าใส่หน้าอกของจ้าวฝู

จ้าวฝูตอบสนองด้วยการแค่นเสียงอย่างเย็นชาและปลดปล่อยอสูรนภาฟาดฟันออกมา!

ปรานดาบสีดำอันแหลมคมสาดซัดออกมาและปะทะเข้ากับดาบของจางหง ส่งผลให้เกิดการระเบิดขึ้นอีกครั้ง ลำแสงดำกระจัดกระจายไปทั่วทุกหนแห่ง ปลดปล่อยแรงกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวออกมาและทำให้มันไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้นัก

“ช่วงชิงวิญญาณผีร้าย!”

หลังจากปะทะกันหลายครั้ง จางหงก็ตระหนักได้ว่าเขาเสียเปรียบอยู่ และเขาทำได้เพียงแค่ระเบิดการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาออกมา ร่างกายของเขาปะทุออกมาด้วยออร่าสีเทาอันชั่วร้าย และเขาได้ฟาดฟันออกมาในขณะที่มีภูตผีที่ดูชั่วร้ายปรากฏขึ้นและพุ่งเข้าหาจ้าวฝูราวกับภาพเบลอ

จ้าวฝูยกดาบอสูรนภาขึ้นอย่างช้าๆและรวบรวมปรานอสูรของมัน จากนั้นก็ปลดปล่อยพิธีอสูรนภาออกมา

ภาพของอสูรร้ายพุ่งออกมาในทันทีและเข้าปะทะกับภูตผีร้าย!

ฉึก!

ภาพของอสูรได้ทะลวงภูตผีร้ายออกเป็นชิ้นด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว และจางหงก็กระอักเลือดออกมา จ้าวฝูคว้าโอกาสนี้ไว้และพุ่งเข้าใส่ เขาเปลี่ยนเป็นเงาอันพร่ามัวในขณะที่แทงดาบเข้าใส่หน้าอกของจางหง จากนั้นเขาก็บิดมันเพื่อทำลายอวัยวะภายในของจางหงและสังหารคนผู้นี้

ในทันทีที่จางหงตาย ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาก็สูญเสียจิตวิญญาณในการต่อสู้ และสถานการณ์ได้เอนมาฝั่งของจ้าวฝู ส่งผลให้เขาได้รับชัยชนะไปครอง


The Lord’s Empire – นิยายแปล