0 Views

เปลือกตาหานเซี่ยวกระตุก

ความไว้วางใจที่เขาใช้เวลาเพื่อก่อร่าง-จาง เหว่ยอาจเป็นคนตรง แต่เขาก็ทำหน้าที่ของผู้นำได้ดี โดยธรรมชาติ หานเซี่ยวไม่ได้โกรธเคืองอะไรเขา

อย่างไรก็ตาม โอกาสเขาได้ถูกเตะออกไปอย่างไร้ค่า-เหนือสิ่งอื่นใด เบื้องบนคือคนตัดสินใจหลายสิ่ง

จาง เหว่ยเข้าใจความจริงนี้ดี แต่ในฐานะหัวหน้าหน่วย เขาไม่อาจยอมรับคนที่มีเบื้องหลังเป็นปริศนาได้-เบื้องบนไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆเกี่ยวกับหานเซี่ยวแก่เขาเลย

นอกจากนี้ ในสายตาเขา หานเซี่ยวยังเป็นเด็กใหม่และยังไม่อาจเห็นความสามารถแท้จริงได้ ในสายงานเขา ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยสามารถก่อให้เกิดผลร้ายแรงได้ ดังนั้นการมอบหมายเด็กใหม่มาเช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องน่าหัวเราะเลย

แน่นอน มันไม่ใช่จาง เหว่ยที่ดูถูกเด็กใหม่ อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าสายลับใหม่ทุกคนควรผ่านการฝึก2-3ปีก่อนได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมหน่วยลับ

ใครโยนหมอนี่มาให้เรา?คิดว่าพวกเราเป็นพี่เลี้ยงเด็กรึไง?

พวกเขาทำเกินไป!บัดซบ!

ขณะที่จาง เหว่ยกำลังตรวจสอบหานเซี่ยว เขาก็ตัดสินใจเพิกเฉยต่อผลกระทบและจะเตะหานเซี่ยวไปยังหน่วยอื่นหากเขาไม่อาจทำงานร่วมกับกลุ่มได้

แม้หานเซี่ยวจะไม่รู้ว่าเขากำกลังคิดอะไร แต่เขาก็พบว่าดวงตาของจาง เหว่ยเต็มไปด้วยความเป็นอริ

ทันใดนั้น แล็ปท็อปของหลินเหยาก็กระพริบ ทำให้เขาต้องพยายามหันคอไปมอง และสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป”มีภารกิจด่วน!พวกเขาอยากให้เราลงมือตอนนี้เลย!”

“รายละเอียด?”จาง เหว่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“กลุ่มของหม่า ฉิงหยางถูกซุ่มโจมตีในระหว่างการปฏิบัติภารกิจโจมตีฐานองค์กรต้นกำเนิด เบื้องบนอย่างให้เราเข้าช่วยเหลือทันที พวกเขาจะนำเราขึ้นเครื่องบิน”

“โจมตีฐานองค์กรต้นกำเนิด?”หานเซี่ยวสงสัย เขาสามารถคาดเดาสิ่งที่เกิดขึ้นได้

 

ฐานทั้งสามตั้งอยู่ภายในดินแดนของมังกรดารา ซึ่งทำให้มังกรดาราสามารถระดมกำลังทหารเพื่อทำลายฐานสองแห่งได้ทันที การทำลายสองฐานเหล่านี้ได้เพิ่มอัตราความสำเร็จของหานเซี่ยว2.0% อย่างไรก็ตาม องค์กรต้นกำเนิดไม่ได้โง่และคาดการณ์ได้ว่าฐานที่สามต้องถูกโจมตีเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงวางกับดักเอาไว้

จาง  เหว่ยเดินไปที่ประตู เมื่อเขาเดินผ่านหานเซี่ยว เขาก็หยุดชะงักและขมวดคิ้วก่อนสั่ง”หลิน เหยา นายจะอยู่ด้านหลังเพื่อให้การสนับสนุน หานเซี่ยว นายเป็นเด็กใหม่ ดังนั้นนี่คือโอกาสสำหรับนาย อยู่กับหลินเหยาและเรียนรู้วิธีการทำตัวให้เป็นประโยชน์”

หลิน เหยาอยากพูดบางอย่าง แต่เขาก็ลังเล หานเซี่ยวจึงยิ้มและตอบกลับ”ได้”

 

ด้วยความที่จาง เหว่ยไม่ได้มีส่วนร่วมในภารกิจแมงมุมดำและเพิ่งได้รับคำอธิบายถึงเหตุการณ์จากหลี่ ย่าหลิน เขาจึงไม่เชื่อใจความสามารถของหานเซี่ยว หานเซี่ยวลอบถอนหายใจด้านใน เขาเข้าใจเรื่องนี้ดี

หานเซี่ยวไตร่ตรองสักพักก่อนส่งซองกระสุนปืนให้เธอ4แม็ก(ซองกระสุนหรือแมกกาซีน เปลี่ยนจากตลับ ใช้ผิด)

 

“ถือซะว่ามันเป็นของขวัญจากเพื่อน”

ดวงตาของหลี่ ย่าหลินสว่างขึ้น

“นี่คือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของนาย?”

หานเซี่ยวหัวเราะเบาๆ

“อย่าโยนเล่นละ-พวกมันสามารถก่อไฟได้”

..

ท่านได้กระตุ้นภารกิจคลาสEขึ้น : [ช่วยเหลือ!]

คำอธิบายภารกิจ : ให้ความช่วยเหลือหน่วยลับที่ถูกศัตรูไล่ล่า หน้าที่ของท่านคือช่วยเหลือเพื่อนร่วมกลุ่ม ทำภารกิจให้เสร็จสิ้น

ความต้องการภารกิจ : ช่วยเหลือหน่วยของหม่า ฉิงหยาง

รางวัลภารกิจ : ค่าประสบการณ์8000หน่วย

โบนัสรางวัล : ไม่มี

แค่8000หน่วย หานเซี่ยวคิด แต่มันก็เหมาะกับการสนับสนุนอยู่แนวหลังละนะ

 

“พี่ชายหาน..”หลิน เหยากล่าว”หัวหน้าไม่ได้เป็นอริกับคุณหรออก ไม่ต้องกังวลไป”
“ฉันรู้”หานเซี่ยวตอบ ซึ่งช่วยคลายความกังวลให้หลิน เหยา

จากนั้นเขาก็เปิดแล็ปท็อปสามเครื่องและลงมือปรับภาพวิดิโอและคลื่นเสียง จากมุมมองแรกบนหน้าจอ พวกเขาสามารถเห็นทั้งสามคนที่ขึ้นเครื่องบินไปแล้ว

 

ด้านล่างสำนักงานใหญ่คือรถไฟขนส่งพิเศษที่ใช้เพื่อขนส่งสายลับและเจ้าหน้าที่ไปยังจุดลงจอด

บนเครื่องบิน หานเซี่ยว หลี่ย่าหลินและหลิน เหยาคุยกันเล็กน้อย ขณะที่จางเหว่ยและแลมเบิร์ตหลับตาอยู่ตลอด

ชั่วโมงต่อมา เครื่องบินก็มาถึงจุดหมายปลายทาง

มันเป็นทะเลทรายที่เต็มไปด้วยเนินทรายทอดยาวและดวงอาทิตย์ที่กำลังลอยสูงบนฟ้า คลื่นความร้อนส่งผลให้อากาศบิดเบือน เมื่อสัมผัสกับทราย รองเท้าบู้ทของสายลับจะส่งกลิ่นไหม้ทันที

“เรามาถึงแล้ว”จาง เหว่ยรายงานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

ทั้งสามสวมอุปกรณ์ครบชุด หลี่ ย่าหลิน ยังอยู่ในชุดหนังรัดรูปสีดำและสวมเสื้อฮู้ดเหลืองพร้อมมีดพับตรงเอวเธอ เธอสะพายกระเป๋าเป้สีดำด้านหลังที่บรรจุแขนกลน้ำหนักเบาไว้ แลมเบิร์ตพกมีดพับดัดแปลงนับสิบบนร่างและถือปืนไรเฟิลลำกล้องใหญ่ ส่วนจาง เหว่ย เขาสวมอุปกรณ์ที่แม้กระทั่งหานเซี่ยวยังตกใจ

“มันคือชุดเกราะจักรกล!”

 

ทั่วร่างจาง เหว่ยถูกปกคลุมอยู่ในชุดเกราะสีเทาแข็งและมีร่องรอยจากการต่อสู้เล็กน้อย หมวกเหล็กมีความพอเหมาะกับชายวัยกลางคน และเผยให้เห็นเพียงดวงตาเท่านั้น แต่แขนกลับถูกดัดแปลงและติดตั้งปืนกลสองกระบอกไว้ เข็มขัดกระสุนถูกซ่อนอยู่ภายในชุด แต่ห้องบรรจุกระสุนกลับถูกใกล้กับต้นขา ด้านหลังของชุดแขวนโล่เหล็กหกเหลี่ยม ชวนให้นึกถึงกระดองเต่า และเหนือสิ่งอื่นใด  ชุดทำให้จาง เหว่ยดูเหมือนก้อนเหล็กยักษ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแสดง

มันกระตุ้นความสนใจของหานเซี่ยว

นี่คือต้นแบบสำหรับ[ชุดเกราะทหารเหล็ก] หนึ่งในไม่กี่ชุดที่พร้อมใช้งานในเวอร์ชั่น1.0

ด้วยความที่6ประเทศครอบครององค์ความรู้แตกต่างกัน ชุดที่พวกเขาพัฒนาขึ้นจึงแตกต่างกัน

ธีซุสคือประเทศที่ริเริ่มพัฒนาชุดเกราะ และบางครั้งหลังเปิดตัวเกม พวกเขาก็ได้สร้าง[ชุดเกราะทหารเหล็ก] ซึ่งเป็นชุดรบแยกส่วนขนาดเล็ก-ซึ่งเป็นชุดเกราะแรกบนดาวเคราะห์อความารีน  ในปัจจุบัน มันยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา แต่แม้สิ่งที่จาง เหว่ยกำลังสวมจะเป็นแค่รุ่นต้นแบบ หานเซี่ยวก็ยังสงสัยว่าแผนก13สามารถไปเอาเทคโนโลยีนี้มาได้ยังไง

ในกาแล็กซี่ ผู้คนที่ถูกฝ่ายธีซุสยกยอสามารถซื้อ[ชุดเกราะทหารเหล็ก]ได้จากพวกเขา พวกมันมีราคาแพงและยังต้องมีการซ่อมบำรุงเป็นประจำ มันไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่สามารถซื้อได้

ด้วยการเป็นฝ่ายสนับสนุน หน้าที่ของหานเซี่ยวจึงรวมถึงการบำรุงรักษาอุปกรณ์ ดังนั้นุชดเกราะของจาง เหว่ยย่อมตกอยู่ภายใต้ความดูแลเขาเช่นกัน

โดยปราศจากการเข้ารหัสที่หนาแน่น ช่างเทคนิคสามารถย้อนหาพิมพ์เขียวของวิศวกรผู้สร้างได้

หากช่างเทคนิคครอบครองความรู้ที่จำเป็นอยู่แล้ว แต่แม้จะไม่มีอะไร มันก็ยังเป็นไปได้ที่จะแกะชิ้นส่วนของเครื่องจักรหรือเทคโนโลยี-แค่มันต้องใช้เวลามากขึ้นและต้องการค่าประสบการณ์ที่มากขึ้น นอกจากนี้ ผลลัพธ์มักออกมาเป็น’ไม่สมบูรณ์’

ความรู้ที่จำเป็นสำหรับการสร้าง[ชุดเกราะทหารเหล็ก]คือความรู้ด้านอาวุธขั้นกลางที่ถูกครอบครองโดยธีซุส

หานเซี่ยวกัดนิ้ว หากเขาสามารถแกะย้อนพิมพ์เขียวของชุดเกราะได้ แม้มันจะไม่สมบูรณ์ พวกมันก็ยังช่วยยกระดับพลังต่อสู้เขา อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาคิดว่าเขาสามารถใช้ค่าประสบการณ์ไปกับพิมพ์เขียวล้ำค่าและมีประโยชน์ในความทรงจำเขาได้ เขาก็ล้มเลิกความคิด

 

หลิน เหยาพูดผ่านอุปกรณ์สื่อสาร”หน่วยของหม่า ฉิง หยางอยู่ห่างไปประมาณ13กิโลเมตร มีรถหุ้มเกราะ15คันและเฮลิคอปเตอร์คอยไล่ตาม จุดนัดพบคือเนินเขาที่อยู่ห่างไป3กิโลเมตร เป้าหมายคือการชะลอศัตรูและรวมกลุ่มกับหน่วยหม่า ฉิง หยาง อย่าพัวพันกับศัตรูมากเกินไป ผมได้ส่งพิกัดของพวกเขาไปแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม”

 

คำสั่งเขาชัดเจน เมื่อมีผู้สนับสนุนด้านหลัง ซึ่งเปรียบเสมือนตาที่สาม มันก็ทำให้การประสานงานแม่นยำขึ้น

ทั้งสามและทีมภาคสนามเดินมาถึงเนินเขาอย่างรวดเร็วเพื่อมานอนดักรอศัตรู

ไม่นาน เสียงของเครื่องยนต์ก็เริ่มเข้ามาใกล้ และในทะเลทรายกว้างใหญ่ มันก็ปรากฏยานพาหนะคันหนึ่งถูกไล่ล่าด้วยยานพาหนะนับสิบ เสียงของกระสุนปืนดังอย่างไม่หยุดหย่อน และด้านหลังรถที่กำลังหลบหนีก็เกิดเป็นควันและระเบิดอย่างต่อเนื่อง

และนั่นก็ไม่ใช่ใครนอกจากหน่วยหม่า ฉิง หยาง

 

“เตรียมพร้อม!”จาง เหว่ยสั่งขณะรอให้ยานหานะขององค์กรต้นกำเนิดเข้ามาในระยะยิง”ยิง!”

ทันใดนั้น จากหลังเนินเขา ฝนโลหะที่หนาแน่นพอจะปกคลุมท้องฟ้าก็สาดกระหน่ำใส่สายลับขององค์กรต้นกำเนิด เกิดเสียงเหล็กกระทบกันดังไม่หยุดหย่อนเมื่อพวกมันกระทบรถหุ้มเกราะ

เมื่อถูกซุ่มโจมตี รถหุ้มเกราะที่นำหน้าอยู่ก็หมุนไปรอบๆเพื่อหลบหลีกการปะทะโดยตรง และเกือบจะทำให้มันพลิกคว่ำ