0 Views

หลังการฝึกแสนดุเดือดเลือดกระจาย หาน เซี่ยวก็ถูกพาไปแช่อ่างพิเศษอยู่สองชั่วโมง มันมันจะรักษาบาดแผลเขาจนหายสนิท แต่ความเจ็บปวดก็ยังคงอยู่

มีเครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้อยู่ในฐาน และหาน เซี่ยวก็ได้แสดงพรสวรรค์ด้านช่างกลออกมา ในห้องที่มีวัสดุ เครื่องมือและเครื่องกลให้ใช้อย่างอิสระ และยังมีชั้นหนังสือวางเรียงอยู่ตรงผนัง แม้จะด้วยกล้องวงจรปิดข้างห้อง หาน เซี่ยวก็ไม่ได้ใส่ใจมัน-เขาคาดว่าเขาคงถูกจับตามองตลอด24ชั่วโมง

ในปี687 อความารีนยังคงเป็นดาวเคราะห์ค่อนข้างใหม่ในห้วงอวกาศ ดาวเคราะห์อยู่ในช่วงการผันเปลี่ยนสู่’ยุคใหม่’ ดังนั้นเทคโนโลยีมันจึงค่อนๆข้างล้าหลังกว่าเกมไซไฟ คล้ายคลึงกับโลก

ความสามารถของช่างกลจะถูกแบ่งเป็นสามสาย แต่ละสายจะมีความสามารถกว่า20อย่างซึ่งแบ่งเป็น5ระดับพื้นฐาน กลาง สูง ชำนาญและบรรลุ

การเรียนรู้สายอาชีพจะปลดล็อคความสามารถแรก และความสามารถที่ตามมาจะต้องใช้แต้มความสามารถ

มีสามทางเพื่อได้รับแต้มความสามารถ : ผ่านการเลื่อนระดับ ทำภารกิจพิเศษ หรือการเรียนรู้ทักษะ

เสี่ยว เฮยตัดสินใจเก็บสองแต้มความสามารถไว้ก่อน ความสามารถยังไม่ใช่ความกังวลหลักเขา ผู้เล่นใหม่หลายคนใช้พวกมันทันทีที่ได้รับ แต่แต้มความสามารถแท้จริงแล้วหาได้ยากอย่างมากตอนท้ายเกม เขาจะต้องเลือกใช้อย่างชาญฉลาด

นอกจากการฝึก หาน เซี่ยวยังทำอะไรก็ได้ตามต้องการ และเขาก็ใช้เวลากับเครื่องจักรเพื่อสะสมค่าประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หาน เซี่ยวยังคงประกอบและดัดแปลงอุปกรณ์เพื่อรับค่าประสบการณ์ และขณะที่เขาพํมนา อัตราความสมบูรณ์แบบการประกอบเขาก็มากถึง90% นี่ทำให้เขาได้รับค่าประสบการณ์มากมาย

แม้การประกอบอุปกรณ์ประเภทเดียวกันหลายครั้งจะทำให้ค่าประสบการณ์ค่อยๆลดลง-จนถึงจุดที่ไม่ให้ค่าประสบการณ์เลย-แต่มันก็มีคลังอาวุธอยู่ในฐานนี้ซึ่งไม่ต่างอะไรกับเหมืองทองคำต่อหาน เซี่ยว

หาน เซี่ยวยังคงมีรายละเอียดต่ำและยังคงเงียบและเชื่อฟัง องค์กรจึงหยุดเฝ้าติดตามเขาอย่างใกล้ชิด

แม้องค์กรจะหวังกับเขาไว้สูง เขาก็รู้ว่าการโดดเด่นย่อมไม่ใช่เรื่องดี ดังนั้นเขาจึงเลือกสะสมค่าประสบการณ์แทนการเลื่อนระดับเมื่อเขาสามารถ

ไม่นาน กลุ่มวิจัยก็สูญเสียความสนใจในตัวเขา ระดับทักษะที่เขาแสดงในด้านการประกอบนั้นง่ายดายมาก และเขาก็ไม่ได้ตอบสนองต่อความคาดหวังอื่นพวกเขา

พวกเขาจับตาอยู่นานนับเดือนก่อนจะเขียนให้เขาเป็นความล้มเหลว แทนที่จะเสียเวลาไปกับเขา พวกเขาเลือกทุ่มเทกับสิ่งอื่นและหยุดการจับตาดู24ชั่วโมง

นี่ทำให้หาน เซี่ยวผ่อนคลายเล็กน้อย

เมื่อความสนใจขององค์กรค่อยๆลดลง ท้ายที่สุด มันก็มีเพียงหลิน เว่ยเซี่ยนและบัลทาร์ที่ยังคงตามติดเขา

แม้คำร้องขอของหลิน เว่ยเซี่ยนจะยังคงถูกปฏิเสธเสมอ หาน เซี่ยวก็รู้ว่ามันเป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น เขาเหลือเวลาอีกไม่มาก

สำหรับบัลทาร์ หาน เซี่ยวกลายเป็นเป้าหมายต่อความโรคจิตเขา มันคือยาบำบัดตัวเป็นๆ และนักวิจัยก็เชื่อว่าการทรมานจะกระตุ้นการเจริญเติบโต บัลทาร์จึงได้สิทธิ์การทรมานเขา

หาน เซี่ยวค่อยๆเริ่มชาด้านกับความเจ็บปวด

โดยไม่มีอะไรให้ทำมากและไม่มีใครให้คุย หาน เซี่ยวได้จดจ่อกับความคิดเขาและศึกษาแต่เครื่องกล มีเพียงการสร้างที่ทำให้เขาไม่กลายเป็นบ้า

วันหนึ่ง เจ้าหน้าที่ในชุดเกราะหลายคนก็มาย้ายทรัพยากรของหาน เซี่ยวไปเป็นจำนวนมาก ขณะที่หาน เซี่ยวมองพวกเขาอย่างนิ่งเฉย บางคนก็เดินมาหาเขา

 

“เจ้าทำให้องค์กรผิดหวัง นับจากวันนี้ไป ทรัพยากรเจ้าจะถูกหัก80%”

คนที่พูดกับหาน เซี่ยวคือวัตถุทดลองหมายเลข1

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเป็นผู้มาก่อนข้า ด้วยทรัพยากรมหาศาล ทั้งหมดที่เจ้าสามารถทำได้คือขยะพวกนี้?”

“เจ้าคือความล้มเหลว และข้าก็ได้รับเลือกให้มาแทนที่เจ้า”

 

ด้วยเหตุผลบางอย่าง หมายเลข1กลับมองหาน เซี่ยวอย่างไม่เป็นมิตร

องค์กรให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ เนื่องจากหาน เซี่ยวไม่ให้ผลลัพธ์พวกเขา เขาจึงถูกตัดสิทธิ์ พวกเขาคิดให้ทรัพยากรกับหมายเลข1ที่มีแนวโน้มกว่า

เนื่องด้วยห้องทดลองไม่มีฝ่ายบำรุงรักษาเครื่องมือ หาน เซี่ยวจึงยังคงได้รับห้องนี้ ตอนนี้เขาได้รับมอบหมายให้บำรุงรักษาและซ่อมแซม

 

“จิ๊ จิ๊ หนูที่น่าสงสาร”

เจ้าหน้าที่หลายคนเห็นบทสนทของทั้งคู่

“หนูทดลองที่ถูกล้างสมอง น่าสมเพช”

“ข้ายอมตายดีกว่าต้องเป็นเช่นนี้”

“ชู่ อย่าให้พวกมันได้ยินเรา”

“มันไม่สำคัญหรอก?ยังไงมันก็ถูกล้างสมองอยู่ดี”

 

สำหรับพวกเขา วัตถุทดลองไม่ต่างอะไรกับสัตว์

หาน เซี่ยวเดินเงียบๆ

..

ครึ่งปีผ่านไป

ในช่วงเวลานี้ หาน เซี่ยวสามารถรับรู้ได้ถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดและกิจวัตรของพวกเจ้าหน้าที่

ห้องทดลองวัลคีรี่ถูกควบคุมโดยฮีล่า ซึ่งเป็นอาคารใต้ดินประกอบไปด้วย3ชั้น เพราะมันเป็นฐานลับ มันจึงไม่ใช่สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ และซ่อนอยู่ภายในป่า อุปกรณ์มันถูกส่งมาโดยการให้เครื่องบินมาทิ้งของ

มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย60คนอยู่รอบฐาน ทุกวันและตอนนี้ องค์กรจะส่งหนูทดลองชุดใหม่ที่ถูกลบความทรงจำไปแล้วเพื่อการทดลอง

แม้จะมีห้องทดลองวัลคีรี่อื่นๆอีกนับสิบ ฐานนี้ก็คือฐานหลัก หลังหาน เซี่ยวและหมายเลข1 องค์กรต้นกำเนิดก็สามารถทำการทดลองสำเร็จได้อีกถึง76ครั้ง

ขณะที่ส่วนใหญ่ถูกส่งไปฐานอื่น หมายเลข1และวัตถุทดลองอีก9ได้ถูกเลือกให้ตั้งกลุ่มขึ้นและยังคงรอคำสั่งอยู่ที่นี่

หาน เซี่ยวเริ่มคุ้นชินกับชีวิตที่นี่ นอกจากการฝึก เขาใช้เวลาส่วนใหญ่กับเครื่องกลในห้อง ห้องได้กลายเป็นที่หลบภัยของเขา

เจ้าหน้าที่ค่อยๆเริ่มไม่สนใจเขาและเมื่อเขาเดินผ่าน พวกเขาก็จะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นเขา

นี่ถือเป็นเรื่องดีสำหรับหาน เซี่ยว ผู้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย นอกจากนี้ เขายังพยายามจดจำพิมพ์เขียวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ประสบการณ์ที่ได้รับจากการประกอบและปรับแต่งแยกจากกัน เมื่อหาน เซี่ยวไม่อาจได้รับค่าประสบการณ์จากการประกอบเครื่องกล เขาก็ดำเนินการปรับแต่งมัน เขามักระมัดระวังในการเปลี่ยนเครื่องมือกลับสู่สภาพเดิมหลังปรับแต่งเพื่อเก็บความสามารถเขาไว้เป็นความลับ

หลังฝึกอยู่หลายชั่วโมง หาน เซี่ยวก็สามารถบรรลุทักษะ[พื้นฐานการต่อสู้]และ[พื้นฐานการยิง]และปลดล็อคความสามารถติดตัว[กายแข็ง]ซึ่งเพิ่มเลือด+100

เขายังปลดล็อคสายรองอย่าง[ตัวแทน] และตอนนี้ตัวละครเขาก็อยุ่ในระดับ4

หลังความพยายามอย่างหนักหน่วง[พื้นฐานการประกอบ]และ[พื้นฐานการปรับแต่ง]ก็บรรลุขั้น4 ขณะ[พื้นฐานการต่อสู้]และ[พื้นฐานการยิง]บรรลุขั้น2

ช่างกลจำต้องใช้ทรัพยากรและเงินจำนวนมากและมักเป็นข้อจำกัดของสายอาชีพ แต่หาน เซี่ยวกลับมีสิทธิ์เข้าถึงวัสดุจากองค์กรได้ฟรีๆ

เขาใช้เครื่องมือกว่า90%ในคลัง และสะสมค่าประสบการณ์ได้ทั้งสิ้น6แสนแต้ม!

โดยปราศจากมอนสเตอร์หรือภารกิจ เพียงเครื่องกลก็ทำให้เขาได้รับค่าประสบการณ์มากขนาดนี้

“ให้ไฟเขียวกับหลิน เว่ยเซี่ยน เขาเอาแต่ขอซ้ำๆ”คำสั่งของหัวหน้าถือว่าข้ามเส้น

ฮีล่าขมวดคิ้ว

“ท่านปฏิเสธเขามาตลอด”

“องค์กรได้ทุ่มเททรัพยากรไปมากกับเขา เราต้องได้รับบางสิ่งกลับคืนมา”หัวหน้ากล่าวอย่างชัดเจน”สิ่งเดียวที่คุ้มค่าสำหรับขยะคือการรีไซเคิล นั่นคือชะตากรรมของซีโร่”

ฮีล่ากัดริมฝีปาก

“เข้าใจแล้ว”

“หมายเลข1เป็นยังไงบ้าง และการฝึกกลุ่มเขาละ?”หัวหน้าถามต่อ

“มีแนวโน้มมาก ข้าเห็นศักยภาพในตัวพวกเขา”

“ดีมาก ส่งพวกเขาไปฐานนกฮูกรัตติกาลเพื่อฝึก ข้าได้เรียกหน่วยนกฮูกรัตติกาลมารับพวกเขาแล้ว พวกเขาจะมาถึงใน2หรือ3วัน”

“นั่นคือวันที่ข้าจะได้ไปหาน้องสาว!”

“เจ้าไม่จำเป็นต้องตามไป”

“รับทราบ”