0 Views

ทั้งคู่ถูกพาไปยังห้อง

 

“คุณต้องการอะไรจากผม?”หม่าเจี่ยถาม

“ไม่มีอะไร เด็กนั่นคือช่างกลที่รู้วิธีสร้างปืนและหัวหน้าเราก็คิดจัดการกับเขามาสักพักแล้ว แต่เนื่องจากเราไม่มั่นใจถึงเบื้องหลังเขา เราจึงยังไม่ได้ลงมือ ฉันแค่อยากรู้ทุกอย่างที่นายรู้เกี่ยวกับเขา”

 

ดวงตาของหม่าเจี่ยสว่างขึ้นขณะมีความคิดได้รับความดีความชอบ นี่คือโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิตที่สามารถช่วยให้เขาเหนือกว่าญาติเขาได้!เขาเย้ยหยันและยิ้มอย่างน่ารังเกียจให้ญาติเขา

ใครสนว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสารเลวหานเซี่ยวนั่น?

หลังรออยู่ครึ่งชั่วโมง แรคคูนก็มาพบเขา เมื่อเขามาถึง ทั้งหม่าเจี่ยและญาติเขาก็รีบทักทายทันที หม่าเจี่ยตึงเครียดจนแม้กระทั่งทำเก้าอี้ล้มลง

 

“นายรู้เบื้องหลังของช่างหาน?”แรคคูนถาม

“ชื่อเขาคือหานเซี่ยว เขาเป็นคนเร่ร่อนที่แอบมาในเมืองกับผม เขาไม่เคยมายังเมืองนี้ เขาไร้ซึ่งญาติพี่น้อง”

“นั่นคือทั้งหมด?”ดวงตาของแรคคูนกระตุก

 

สายตาไม่พอใจของนายใหญ่ทำให้หม่าเจี่ยนึกอะไรได้ยากขึ้น

 

“ใช่แล้ว เขามามือเปล่าเมื่อเขาลักลอบเข้าเมือง ชุดเขาขาดรุ่งริ่งและดูเหมือนไม่มีใครติดตามมาเลย”

“ดีมาก”

แรคคูนหันหลังและจากไป

“ทุกอย่างก็เพื่อคุณ หัวหน้า”หม่าเจี่ยร้องไล่ตาม

แรคคูนหยุดและหันมามองเขา

“ฉันชอบนาย มาเข้าร่วมแก๊งฉันสิ”

ดวงตาของหม่าเจี่ยเบิกกว้างอย่างยินดี

แจ็คพอต!

หลังแรคคูนจากไป หวง เหมาก็เริ่มประจบหม่าเจี่ย บทบาทของพวกเขาสลับกันแล้ว

“หม่าเจี่ย โปรดดูแลฉันด้วยในอนาคต”

“นายเพิ่งเรียกฉันว่าอะไรนะ?”หม่าเจี่ยเยาะเย้ย

“ละ-ลูกพี่”

 

ทั้งคู่ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว หม่าเจี่ยโอบแขนรอบไหล่ของหวงเหมาด้วยความยินดี

“พี่ชาย ผมขอถามได้ไหมว่าหัวหน้าคิดอะไรกับหานเซี่ยว?”เขาถามอันธพาล

“มันยังไม่ชัดเจน?เราจะบังคับเขาให้นำพิมพ์เขียวออกมาก่อนจะปิดปาก!”

“งั้นก็ดี”หม่าเจี่ยตอบกลับอย่างโล่งใจ

ไม่ถึงสามนาที แรคคูนก็กลับไปห้องจัดงานเลี้ยง หานเซี่ยวทิ้งอาหารไว้ทุกอย่าง

“หาน เซี่ยว..ใช่ไหม?”

“ดูเหมือนว่านายจะพบชื่อฉันแล้ว”

หานเซี่ยวรู้สึกได้ถึงความสงบก่อนพายุจะมาถึง หานเซี่ยวลอบเอื้อมไปจับแขนกลน้ำหนักเบาในเป้เขา

กริ้ก!

เขาติดตั้งมัน แม้เขาจะตั้งใจทำสงครามตั้งแต่ต้น หานเซี่ยวก็ยังระแวดระวังเหมือนเดิม เขาได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังเส้นทางที่ยากลำบากในกาแล็คซี่ แต่นั่นก็เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่ง

แรคคูนเริ่มเคาะนิ้วกับโต๊ะ

 

“ฮี่ๆ ฉันมักอยากรู้เกี่ยวกับตัวตนนาย แต่นายกลับเป็นแค่คนเร่ร่อน!ฉันต้องบอกว่านายเป็นคนระมัดระวังอย่างมาก”

“แล้วไง?”

ใบหน้าของแรคคูนดำมือ

“แกยังไม่เข้าใจสถานการณ์?ส่งทุกอย่างที่แกรู้เกี่ยวกับการสร้างปืนมาซะ!”

“ทำไมถึงเย็นชานักละ?”

“เย็นชา?ราไม่มีอะไรมากไปกว่าคู่ค้าทางธุรกิจ!”

“แล้วแกจะเชื่อฉันไหมหากฉันบอกว่าฉันสามารถฆ่าพวกแกทุกคนได้ตามใจชอบ?”หานเซี่ยวยิ้ม

 

แรคคูนหยุดเคาะนิ้ว ทันใดนั้น อันธพาลสี่คนรอบเขาก็เล็งปืนใส่หานเซี่ยว

 

“แกคิดว่าฉันไม่ได้เตรียมตัวมา?ตลกสิ้นดี!ปืนทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็นปืนที่แกสร้างด้วยตัวเอง!”

 

นอกจากแรคคูนและอันธพาล4คนตรงข้ามโต๊ะ มันยังมีชายอีกสองคนยืนเฝ้าอยู่นอกห้อง และมีพื้นที่เล็กน้อยให้หานเซี่ยวใช้เป็นที่กำบัง

 

“แม้ฉันจะบอกแก แกก็ไม่สนใจอยู่ดี”

แรคคูนหัวเราะเสียงเย็น มันเป็นอย่างที่หานเซี่ยวกล่าวจริงๆ

“ฉันหวังว่าแกจะให้ความร่วมือ อย่างน้อยมันก็จะช่วยให้แกไม่ทรมาน”

“และหากไม่ละ?”

“ฉันก็จะให้คนของฉันมาทรมานแก ท้ายที่สุดแกก็จะยอมพูดเอง”

 

ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวหานเซี่ยวก็เปลี่ยนไป เขาตัดสินใจกวาดล้าง

“แกคิดจริงๆว่าแกต้อนฉันจนมุม?”
แรคคูนเสียวสันหลังวาบ แต่เขาก็ส่ายหัว

“แม้แกจะมีไพ่ตายบ้างในกระเป๋าแก แต่แกคิดว่าแกจะเร็วไปกว่ากระสุนปืน?”
“แล้วหากฉันบอกแกว่าในกระเป๋ามีระเบิดอยู่ละ?”
แรคคูนหัวเราะ การปรากฏตัวของหม่าเจี่ยเป็นเรื่องบังเอิญอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วหานเซี่ยวจะเตรียมการมาได้ยังไง?เขากลับพยายามหลอก?

“ฉันไม่รู้ว่าใครบอกแกเกี่ยวกับฉัน แต่เห็นได้ชัดว่าเขารู้จักฉันแค่ผิวเผิน ทำไมแกไม่ลองตรวจสอบเครือข่ายโลกมืดเพื่อดูค่าหัวล่าสุดหน่อยละ?”

 

แรคคูนขมวดคิ้ว ทำไมหานเซี่ยวถึงเฉยชา และเขากำลังเล่นอะไรกัน?

แม้แรคคูนจะมีอำนาจบ้างในเมืองหลวงตะวันตก เขาก็ยังเป็นแค่แก๊งเล็กๆในเมืองใหญ่-มันทำให้เขาไม่ค่อยรู้เรื่องราวในโลกมืดมากนัก ดังนั้น เขาจึงให้ความสนใจกับเรื่องดังกล่าวเล็กน้อย

เขาต้องพยายามถ่วงเวลา!ฉันควรฟังเขา?

 

“ในเมื่อแกไม่เชื่อฉัน ก็อยากลองเดิมพันดูไหม?ชีวิตมักเต็มไปด้วยความประหลาดใจอยู่แล้ว ตอนนี้ที่ฉันสังเกต ห้องนี่มันเล็กเกินไป มันเหมาะแก่การระเบิดดีนะ ครั้งแรกจะมาพร้อมกับการระเบิด ตามด้วยสะเก็ด จากนั้น สถานที่ทั้งหมดก็จะถูกทำลาย แต่ฉันเดาว่านั่นคงไม่เป็นไร เพราะยังไงเราทุกคนก็คงตายตั้งแต่โดนสะเก็ดระเบิดแล้ว…”

“หุบปาก!ฉันไม่มีเวลากับเรื่องล้อเล่น ยืนขึ้น ไม่อย่างนั้น ฉันจะยัดกระสุนใส่หัวแก!”

หานเซี่ยวยักไหล่พลางถอนหายใจ”เราไม่อาจคุยกันได้เลย?ก็ได้ ฉันจะยอม-“

 

ทันใดนั้น แสงอาทิตย์ก็ลาลับ ความมืดได้เข้าปกคลุม

หานเซี่ยวกำลังรอคอยโอกาสนี้!

วูมมม!

แขนกลส่งเสียงคำราม ฉีกกระเป๋าเป้เขาเป็นชิ้นๆ!หานเซี่ยวพลิกโต๊ะกินข้าว ส่งหม้อและจานใส่แรคคูนและพวกอันธพาล

ไม่อาจคุยกันได้?เหอะ!ดีแล้ว!

ด้านหน้าเขามีอันธพาล4คน และสองคนด้านหลัง หานเซี่ยวรู้ดีว่าเขาต้องทำอะไร เขาหยิบโต๊ะขึ้นมาเพื่อใช้เป็นโล่และพุ่งไปข้างหน้าราวกับคนเถื่อน ยกแขนกลขึ้นตรงหน้าเขา

ตุบ!

อันธพาล4คนถูกซัดกระเด็นราวกับแมลงวัน

“ยิง!”แรคคูนคำรามอย่างโกรธแค้น

ลูกสมุนอีกสองคนที่เหลือจึงเริ่มเปิดฉากยิง