0 Views

ลานขยะเคโระคืออาณาเขตของแรคคูน หานเซี่ยวคิดฆ่านกสองตัวด้วยหินก้อนเดียว เขาวางอุปกรณ์ลงและร้องเรียกลู่ เฉียน

 

“ฉันอยากขอลาหยุดหนึ่งวัน”

“ได้”ลู่ เฉียบตอบกลับ”มีอะไรงั้นหรอ?”

“ไม่มี ทำไม?”หานเซี่ยวหยุด

หานเซี่ยวมักดูเฉื่อยชาและเบื่อหน่ายอยู่เสมอและลู่เฉียนก็เป็นหญิงสาวช่างสังเกต เธอสังเกตเห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปรอบเขา หากเธอต้องอธิบายความรู้สึกออกมา มันก็คือความรู้สึกอันตรายที่แผ่ออกจากตัวเขา

 

“หากนายกำลังเผชิญกับปัญหาใด ฉันจะช่วยนายอย่างแน่นอน”เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

หานเซี่ยวจ้องเธออย่างไม่รู้จะพูดอะไรซึ่งทำให้เธอต้องหลบสายตาอย่างอึดอัด เธอหันหน้าหนีและม้วนผมเธอ”ไม่คิดว่าการจ้องมองแบบนั้นมันหยาบคาย?”

หาน เซี่ยวหันหน้าหนีและตอบกลับ”ฉันจะไม่กลับมากินมื้อเย็น”

“ฉันกำลังคิดจะให้นายลิ้มลองอาหารจานใหม่ซะหน่อยเชียว ซี่โครงเนื้ออบด้วยสีบปะรดและพริกไทยดำ”ลู่เฉียบตอบอย่างเฉื่อยชา

หาน เซี่ยวตัวสั่นสะท้าน อาหารจานนรกอะไรกัน?

หาน เซี่ยวกลับไปห้องเขาเพื่อเตรียมตัว หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เดินออกมาพร้อมกระเป๋าและรถเข็น

“หัวหน้า เด็กนั่นคือเป้าหมาย?”

ชายในชุดหลากสีกำลังจ้องมองหาน เซี่ยว ทุกครั้งที่หานเซี่ยวหันมามอง เขาจะหายตัวไปโดยการใช้สภาพแวดล้อมรอบตัวเขา ไม่ว่าจะเป็นตู้โทรศัพท์สาธารณะ หรือแท่นวางนิตยสาร เห็นได้ชัดว่าเขาคือมืออาชีพ เขากำลังใช้ตัวรับสัญญาณขนาดเล็กในหูเพื่อสื่อสารกับคนที่ซ่อนอยู่ในรถตู้เก่าข้างถนน มีชายสวมหน้ากาก5คนบนรถตู้ พวกเขาไม่ใช่ใครนอกจากมือสังหาร

พวกเขาคือหน่วยเหล็กไน กลุ่มทหารรับจ้างที่เชี่ยวชาญการล่ารางวัล พวกเขาเป็นที่รู้จักกันดีในเครือข่ายใต้ดิน

สำหรับพวกเขา ภารกิจนี้สำคัญกว่าที่พวกเขาเคยทำมา นอกจากเงินรางวัล พวกเขายังหวังได้รับความโปรดปราณจากองค์กรต้นกำเนิดและได้รับการสนับสนุน

 

“เด็กนั่นมีค่าถึงหนึ่งล้าน?เขาดูธรรมดามาก!นี่คงเหมือนเค้กก้อนหนึ่ง”หมายเลข2กล่าวอย่างมั่นใจ

“อย่าลืมว่าเราอยู่ลึกในอาณาเขตของมังกรดารา ลงมือให้ไว”หัวหน้าที่ชื่อเคลลี่กล่าวเตือนขณะตรวจสอบปืนเขา

“เป้าหมายกำลังเคลื่อนไหว”

รถจี้ปสีดำกำลังขับตามหานเซี่ยวห่างๆ ภายในรถจี้ปคือกลุ่มสายลับของแผนก13 นำโดยหัวหน้าภารกิจ หลี่ฮุ้ย นอกจากเขา มันยังมีสายลับอาวุธครบมืออีก8คนและเฟิง จุน ผู้รีบหน้าที่เป็นที่ปรึกษา พวกเขาคือกองกำลังติดอาวุธ

เช่นเดียวกับที่หาน เซี่ยวคาดไว้ ผู้คิดโจมตีเขาคือหน่วยเหล็กไน พวกมันถูกหลอกใช้งานโดยแผนก13เพื่อทดสอบเขา และสายลับเหล่านี้ก็จะเล่นบทบาทของฮีโร่

เฟิง จุนนำวิดิโอการเคลื่อนไหวของหานเซี่ยวขึ้นจอ

 

“เป้าหมายดูเหมือนจะตรงไปยังลานขยะเคโระเขต7 หน่วยเหล็กไนกำลังติดตามเขา มันคงเป็นเรื่องดีหากเกิดการต่อสู้ในลานขยะ”

หาน เซี่ยวมาถึงลานขยะ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้แรคคูน

ทำไมเขาถึงมาที่นี่?

“ฉันมาหาอะไหล่บางส่วน”หานเซี่ยวโกหก มันเป็นข้ออ้างที่น่าเชื่อถือพอสมควร

จากนั้นแรคคูนก็เชิญหานเซี่ยวให้กินอาหารกลางวัน สันนิษฐานว่าเขาคงปฏิเสธ แต่อย่างไม่คาดฝัน หานเซี่ยวกลับยอมรับ ทำให้เขาลดความระมัดระวังลง

หาน เซี่ยวถอนหน้ากากกันฝุ่นออก เผยใบหน้าเขาต่อแรคคูน แรคคูนพบว่าใบหน้าเขาคุ้นเคยอย่างประหลาด แต่ก็นึกไม่ออก

แม้หานเซี่ยวจะมีชื่อเสียงในโลกอาชญากร แต่กลุ่มอันธพาลเล็กๆอย่างแรคคูนก็ไม่ได้รู้จักโลกกว้างนัก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สนใจกับข่าวล่าสุด

แม้หานเซี่ยวจะสวมหน้ากากเพื่อปกปิดตัวตนเขา มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไป

โต๊ะงานเลี้ยงถูกจัดโดยคนของแรคคูน หานเซี่ยวและแรคคูนนั่งตรงข้ามกัน มองหน้ากันพลางพูดคุย

 

“ปืนชุดสุดท้ายเป็นยังไงบ้าง?”

“73-WASPเป็นปืนที่ดี แม้กระทั่งในกองทัพของ6ประเทศยังใช้มัน หนึ่งกระบอกมีมูลค่าถึง6พันเหรียญในตลาดมืด ฉันต้องขอบใจนายมาก”แรคคูนตอบพลางพ่นควัน”และคุณภาพของปืนนายก็ดีกว่าปืนมือสองขยะๆเหล่านั้นในตลาดมาก”

แม้ปืนที่ผลึกขึ้นจำนวนมากจะไม่ได้มีคุณภาพแตกต่างกันนัก แต่ก็มีความแตกต่างเล็กน้อยจากตัวปืน ความแตกต่างเหล่านี้เกิดจากองค์ประกอบโดยธรรมชาติอย่างวัสดุ แต่พวกมันสามารถแก้ไขได้ด้วยช่างฝีมือ ผู้เชี่ยวชาญด้านปืนจะสามารถบอกได้ว่าปืนไหนสร้างขึ้นอย่างประณีต

 

“ในนั้นมีอะไร?”แรคคูนถาม ชี้ไปยังกระเป๋าของและรถเข็น

“อะไหล่บางส่วน”หานเซี่ยวตอบ และแรคคูนก็พอใจกับคำตอบ

 

พวกเขาคุยกันจนกระทั่งค่ำ และท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีส้ม

ทันใดนั้นหนึ่งในสมุนของแรคคูนก็พุ่งพรวดมาในห้อง”หัวหน้า มีคนต้องการพบครับ”

“ไม่เห็นหรือไงว่าฉันมีแขก?”แรคคูนตอบอย่างหงุดหงิด

 

อันธพาลกระซิบสองสามคำกับแรคคูนทำให้เขามองหานเซี่ยวอย่างครุ่นคิด จากนั้นก็ลุกขึ้นและยิ้มให้หานเซี่ยว

“ขอตัวสักครู่”เขากล่าวก่อนจากไป

หานเซี่ยวหรี่ตาลง รับรู้ว่ามีเรื่อง

..

ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้า

“น้องชาย ฉันเดินทางมาถึงนี่ก็เพื่อได้เพลิดเพลินกับชีวิตแสนสบายภายใต้การดูแลของนายนะ อย่าขับไล่ฉันเลย!”หม่าเจี่ยอ้อนวอนขณะไล่ตามชายหนุ่ม

เขามาเมืองหลวงตะวันตกเพื่อเข้าร่วมแก๊งของญาติเขา แต่ญาติเขาเห็นว่าเขาไม่คู่ควรและให้เขาอยู่ในตำแหน่งภารโรง เห็นได้ชัดว่าหม่าเจี่ยไม่ยอม แต่เขาจะทำอะไรได้นอกจากอ้อนวอน?

“ฉันบอกนายไปแล้ว อย่ามาเรียกฉันว่าน้องชาย!”ชายหนุ่มตะโกน

“แน่นอน แน่นอน ฉันไม่ดีเอง ฉันจะตบตัวเอง”หม่าเจี่ยตอบกลับ

“ดูท่าทางน่าสมเพชของนายสิ ฉันให้นายเฝ้าประตูก็เพราะเราเป็นญาติกัน!นายรู้ไหมว่ามีคนเร่ร่อนมากแค่ไหนต้องการเศษอาหาร?ฉันกำลังจะไปพบนายใหญ่ อย่าตามฉันมา!”

“นายใหญ่?”ดวงตาของหม่าเจี่ยสว่างขึ้น”ใคร?”

“หัวหน้าของเขต7 คุณแรคคูน!ทุกเขตนอกจากเขต1ล้วนมีหัวหน้าโลกมืด นายรู้ไหมว่าพวกเขามีอำนาจแค่ไหน?”

ก่อนจะรู้ตัว พวกเขาก็มาถึงทางเข้าลานขยะแล้ว หม่าเจี่ยพยายามตามเขาเข้าไป แต่ชายหนุ่มกลับจ้องเขา ทำให้เขาต้องยอมแพ้ เพียงเมื่อหม่าเจี่ยคิดเดินหนี เขาก็มองข้ามประตูและสังเกตเห็นหานเซี่ยวกำลังได้รับการต้อนรับ บ้าบออะไรกัน?

“นั่นไม่ใช่เด็กที่แอบเข้ามากับฉัน?”
อันธพาลหยุดชายหนุ่ม

“อย่าส่งเสียงเอะอะที่นี่”เขากล่าว

“ฉันคือคนของหัวหน้า”ชายหนุ่มตอบอย่างเคารพ”ฉันมาเพื่อรายงาน”

ทันใดนั้น หม่าเจี่ยก็กล่าวแทรก

“เด็กนั่นเป็นใครกัน?”เขาถามพลางชี้หานเซี่ยว

“ใครให้สิทธิ์นายพูด?!”เขาโกรธญาติตัวเองที่กล่าวแทรกเขา แต่ทว่า อันธพาลก็ได้หยุดเขาไว้

“นั่นคือแขกคนสำคัญของหัวหน้า”เขาตอบกลับ

 

แขกคนสำคัญ?หม่าเจี่ยตกใจ แต่ความตกใจเขาก็ถูกแทนที่ด้วยความอิจฉาและความขมขื่นทันที นี่ไม่ยุติธรรม!ทำไมไอโง่นั่นถึงมีดีกว่าฉัน?!

ภาพฉากการสนทนาของพวกเขาฉายขึ้นในหัว ทำให้เขารู้สึกอับอาย

“นายรู้จักช่างหาน?”

“ไม่เชิง แต่เราเคยคุยกันเล็กน้อยเมื่อเราลักลอบเข้ามา”

ทันใดนั้น ดวงตาของอันธพาลก็สว่างขึ้น

“ตามฉันมา!หัวหน้าต้องการพบนาย!”

หม่าเจี่ยและชายหนุ่มตกตะลึง