0 Views

ในขณะที่หานเซี่ยวซ่อมรถเขา เขาก็นึกจุดอ่อนที่เขาเผยในการต่อสู้ก่อนหน้า

สไตล์การต่อสู้ปัจจุบันเขาขึ้นอยู่กับความสามารถการลอบยิง กลวิธีที่เขาใช้คือการยิงเพื่อล่อศัตณูเขา แต่ทว่า ความเร็วการเคลื่อนไหวเขายังไม่เป็นตามมาตรฐาน ดังนั้น เขาจึงอยากผลิตอุปกรณ์ขนาดเล็กเพื่อเพิ่มความเร็ว

ขากลดูเหมือนจะเป็นความคิดที่ดี แต่ทว่า หานเซี่ยวรู้สึกว่ามันเทอะทะเกินไป นอกจากนี้ หานเซี่ยวยังได้รับความรู้ใหม่และประสบการณ์เรื่องอุปกรณ์ที่คล่องตัวกว่า

หานเซี่ยวยังพยายามพัฒนาการต่อสู้เขา เขาอยากสร้างกองทัพหุ่นยนต์ ช่วยยิงสนับสนุนเขาเพื่อกลับจุดอ่อนเขา ทำให้เขายิงได้ด้วยอัตราความเร็วต่ำ

เนื่องด้วยชิ้นส่วนเครื่องกลง่ายต่อการได้รับโดยสายช่างกล หานเซี่ยวจึงพบวัตถุดิบและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ขาดหายได้อย่างง่ายดาย

เมื่อทำการซ่อมแซมเสร็จ หานเซี่ยวก็ขับรถไปตามทางเรดาห์ ทันใดนั้น เขาก็เห็นรอยเท้าที่หายไปจนถึงทางเข้าถ้ำ หลังครุ่นคิดสักพัก เขาก็เดาว่ากลุ่มคนเร่ร่อนคงเข้าไปแล้ว

หากหานเซี่ยวเป็นคนธรรมดา เขาอาจกังวลว่าของล้ำค่าจะถูกช่วงชิงไป แต่ทว่า หานเซี่ยวกลับคิดต่าง เขารู้สึกว่าการให้คนอื่นสำรวจดินแดนลึกลับก่อนย่อมดีกว่า

หานเซี่ยวยืนอยู่ขอบถ้ำ เขามองลงไปและเห็นชั้นหินและหน้าผาที่แตกต่างกัน ตรงเขตแดนระหว่างแสงแดดและความมืด หานเซี่ยวสามารถเห็นโซ่เหล็กขึ้นสนิททอดลงมา

มีร่องรอยการขุดบนหินผา มีกลิ่นในอากาศเล็กน้อย…เป็นกลิ่นของสนิม ฉันไม่เคยสำรวจสถานที่นี้มาก่อน ดังนั้นฉันควรลงไป

หานเซี่ยวคว้าอุปกรณ์ทั้งหมดเขา คาบไฟฉายไว้ในปาก

เมื่อเขาไต่หน้าผาลง เขาก็ส่องไฟฉายเขาลงไป

ใกล้ถึงด้านล่าง แสงแดงค่อยๆหายไป และเขาก็รู้สึกได้ขอบโค้งของหิน

แสงแดดหายไปอย่างรวดเร็ว และความมืดก็เข้าปกคลุม แหล่งกำเนิดแสงเพียงอย่างเดียวคือไฟฉาย บรรยากาศน่าขนลุกทำให้หานเซี่ยวตกใจ เขารู้สึกหนาวเย็นในกระดูกที่วิ่งแล่นไปสู่หัวใจ เขาอยากทำให้หัวใจเขาเต้นช้าลง เพื่อคลายความกังวลภายในใจเขา

หลังลงไต่ลงอยู่สามนาที แสงจากไฟฉายก็กระทบพื้น บนด้านล่างหุบเขาคือพื้นโลหะมีฝุ่น ใยแมงมุมแทรกอยู่ทั่ว และสถานที่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้รับการสำรวจเป็นเวลานาน

หานเซี่ยวกระโดดลงพื้นดังตุ้บ สภาพแวดล้อมมืดทำให้เสียงน่าขนลุกเป็นพิเศษ

มันกว้างขวางและว่างเปล่า และแสงจากไฟฉายก็ดูเหมือนเกาะโดดเดี่ยวในทะเลแห่งความมืด

หลังกวาดตามองด้วยไฟฉาย หานเซี่ยวก็พบว่าตัวเองอยู่บนทางเดินโลหะมีการออกแบบคล้ายฐานทัพทหาร มีโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กทุกนแห่งและกำแพงก็ขึ้นสนิม ดูเหมือนจะมีแมลงแปลกๆเคลื่อนไหวอยู่บนกำแพง

พื้นโลหะบนพื้นเต็มไปด้วยฝุ่น ร่องรอยของรอยเท้าสามารถเห็นได้ในความมืด รอยเท้าอาจเป็นของพวกผู้แสวงบุญที่มาก่อนหน้าเขา

อาจมีช่องว่างใต้พื้นโลหะอีก

หานเซี่ยวชี้ไฟฉายไปในอีกทางและส่องเท้าเขา เขาเห็นสิ่งที่อยู่ใต้เท้าเขา

ด้านใต้พื้นโลหะกลวง มีแสงสีแดงจำนวนนับไม่ถ้วนคล้ายกับพวกมันถูกปล่อยโดยดวงตาของเหล่าแมลง

แย่แล้ว!

หานเซี่ยวรู้สึกตึงเครียด เขาดับหรี่ไฟฉายลงและทำเครื่องหมายว่าชั้นล่างคือพื้นที่ต้องห้าม

หานเซี่ยวค่อยๆเดินตามรอยเท้าอย่างระมัดระวัง มันเป็นความเงียบตายสนิทนอกจากเสียงแผ่วเบาของแมลงคืบคลาน อย่างไรก็ตาม หากมีคนพยายามเพ่งฟังเสียง พวกมันก็จะหายไป มันน่าขนลุกมากและทำให้หานเซี่ยวแทบประสาทแตก

หลังเดินอยู่นาน ทางแยกก็ปรากฏตรงหน้าเขา รอยเท้าของผู้แสวงบุญนำไปสู่เส้นทางด้านขวามือ

ขณะที่หานเซี่ยวอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านขวา เขาเห็นคนมากมายกำลังวิ่งหนีอย่าบ้าคลั่ง

หานเซี่ยวรีบหลบไปด้านข้างของทางแยก เขาปิดไฟฉายเขาและสวมแว่นมองกลางคืนที่องค์กรฟาเรี่ยนจัดให้

 

“วิ่งเร็วเข้า!”

“ปีศาจ!”

 

ผู้แสวงบุญวิ่งหนีออกทางแยกราวกับกำลังหนีบางสิ่งบางอย่าง ชุดพวกเขาเต็มไปด้วยเลือด นอกจากนี้ ขนาดของกลุ่มก็ยังเล็กกว่าเดิมมาก

พวกเขาหนีอะไรกัน?หานเซี่ยวสับสน

ทันใดนั้น จากทางเดินใกล้เคียง เสียงคำรามก็ดังขึ้น เสียงคำรามดังกึกก้องและทุ้มลึกคล้ายยักษ์ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียง หานเซี่ยวรู้สึกว่าชีพจรเขาเต้นอย่างป่าเถื่อน และความรู้สึกไม่สบายใจก็ก่อตัวขึ้น

นี่เป็นภัยคุกคามจากสัตว์ร้ายระดับสูง มันต้องมีระดับสูงกว่า40!

ผู้แสวงบุญดูหวาดกลัว มันราวกับพวกเขาเพิ่งเห็นบางอย่างที่ไม่อาจเชื่อ พวกเขาใช้มือและขาคลานถอยหลังเหมือนคนบ้า

แต่ทว่า สัตว์ร้ายไม่เคยเดินออกจากความมืด เหล่าผู้แสวงบุญทรุดลง พวกเขารู้สึกโล่งใจที่หนีรอดเงื้อมมือของสัตว์ร้ายได้

ไม่มีเสียงฝีเท้าใดจากสัตว์ร้าย

 

“โจเอลถูกมันกินไปแล้ว…”

“นี่มันน่ากลัวเกินไป!”

เหล่าผู้แสวงบุญตัวสั่นสะท้าน ความตกใจเขียนอยู่เต็มใบหน้าเขา มันราวกับพลังงานทั้งหมดพวกเขาถูกระบายออก พวกเขากล่าวว่า”สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เฟโลเนีย เราจะไม่พบอะไรที่นี่ ออกไปหาสถานที่แท้จริงกันเถอะ”

 

ตามตำนาน ซากโบราณควรเต็มไปด้วยความลึกลับและโบราณ มันควรมีการแกะสลักสุดซับซ้อนนับไม่ถ้วน และซากโบราณยังเป็นเมืองที่ทำจากหิน อย่างไรก็ตาม พวกเขาอยู่ในฐานะโลหะที่มนุษย์สร้างขึ้น บนกำแพง มีสัญลักษณ์คล้ายเสื้อคลุมแขนของอาณาจักรโบราณ สถานที่นี้อาจเป็นสถานที่ลับของอาณาจักรโบราณ

เหล่าผู้แสวงบุญสงบลง ผู้แสวงบุญหนุ่มกล่าว”บางทีสถานที่นี้อาจเป็นเฟโลเนียที่เรากำลังค้นหาอยู่ในอดีต ประเทศเราพบซากโบราณของเฟโลเนียและตัดสินใจสร้างสถานที่เพื่อศึกษาสมบัติของมัน”

 

สมบัติแห่งทะเลทรายคือขุมทรัพย์ที่กล่าวถึงในตำนานของเฟโลเนีย ตราบเท่าที่ครอบครองสมบัติ คนๆนั้นจะควบคุมได้ทั้งทะเลทรายโซมาร์

ผู้แสวงบุญอาวุโสส่ายหัวและกล่าวด้วยเสียงหัวเราะขมขื่น”เป็นไปไม่ได้ หากอาณาจักรโบราณมีสมบัติ ทำไมการปกครองถึงถูกทำลาย?”

“นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เรากำลังมองหา เฟโลเนียแท้จริงต้องซ่อนอยู่อีกมุมหนึ่งของทะเลทราย!”

 

ผู้แสวงบุญเฒ่าฟังดูมั่นใจและแน่วแน่

เหล่าผู้แสวงบุญช่วยกันพยุงและเดินออกไป

หลังหานเซี่ยวได้ยิน เขาก็สับสนเช่นกัน ตามความรู้เขา ไม่มีองค์ประกอบเวทมนตร์บนดาวเคราะห์อความารีน สมบัติแห่งทะเลทรายอาจเป็นอาวุธเทคโนโลยีขั้นสูง

อย่างไรก็ตาม ผู้คนมักคิดมากกับสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่พวกเขาไม่เข้าใจ ดังนั้นพวกเขาจึงสร้างเรื่องราวสมมติขึ้น นอกจากนี้ พวกเขายังมั่นคงและมั่นใจว่าจินตนาการของพวกเขาคือของจริง

เขาไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมผู้แสวงบุญถึงยืนกรานว่าเฟโลเนียข้องเกี่ยวกับเวทมนตร์ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนเขาจะไม่มีความกังวล….เว้นแต่จะมีคำใบ้สำหรับภารกิจซ่อนอยู่

หานเซี่ยวฟื้นความรู้สึก เขาเปิดเผยตัวเองหลังผู้แสวงบุญเดินออกไป นอกจากนี้เขายังไม่มั่นใจด้วยว่าเขาควรไปทางไหน

เหล่าผู้แสวงบุญกล่าวว่ามีสัตว์ประหลาดอยู่บนเส้นทางขวา แต่ทว่า เส้นทางซ้ายก็ไม่นับว่าปลอดภัยและอาจอันตรายยิ่งกว่า เขาควรตัดสินใจยังไง?

ตามประสบการณ์ฉัน ผู้แสวงบุญเหล่านี้กำลังล่อฉันให้เข้าไป พวกเขาพูดเป็นนัยๆว่ามีสัตว์ประหลาดอยู่ทางขวา มีการตีความอยู่สองแบบ อย่างแรกคือพวกเขาถูกต้อง อย่างที่สองคือพวกเขากำลังนำฉันไปยังเส้นทางซ้ายโดยมีจุดประสงค์

หานเซี่ยวกัดฟันแน่นและเลือกเดินไปทางขวา ไม่ทราบแน่ชัดว่ามีตัวอะไรข้างหน้า จากนั้นเขาก็นึกถึงแมลงที่เขาเห็นระหว่างลงมาและดวงตาสีแดงพวกมัน หากเขาถูกพวกมันรุมล้อม ผิวหนังเขาคงถูกพวกมันกัดแทะ

หานเซี่ยวสวมถุงมือกระแสไฟฟ้า เขาไม่ได้ใช้ไฟฉายอะไร เขาเพียงใช้แว่นมองกลางคืนเท่านั้น หลังเข้าสู่เส้นทางขวา เขาก็แทบมองไม่เห็นถนนข้างหน้านอกจากภาพสีเขียวเข้ม

มีรอยเท้าขนาดใหญ่ผิดปกติบนพื้น รอยเท้าเป็นของสัตว์ประหลาด เหมือนมนุษย์ มันมีสองขาและนิ้ว5นิ้ว เขาคาดว่ามันสูงประมาณสามเมตร

หานเซี่ยวเดินอยู่สักพักและมาถึงห้องที่ประตูเปิดกว้าง รอยเท้าของสัตว์ประหลาดหยุดอยู่ตรงนั้น

หานเซี่ยวเดินมาหยุดหน้าประตู  และสามารถได้กลิ่นเหม็นเน่า และยังมีกลิ่นเลือดจางๆ

หานเซี่ยวเงยหน้าและมองไปในห้อง

ดวงตาคู่ซึ่งมีขนาดใหญ่เท่าระฆังทองสัมฤทธิ์กำลังจ้องมองเขา เขาอยู่ห่างจากมันแค่ครึ่งเมตร!
หานเซี่ยวทั้งตกใจและหวาดกลัว