0 Views

มันคือโชคชะตา ตั้งแต่แรกที่เขาเห็นประกายตาของนางเปล่งรัศมีสีม่วงวูบวาบในหอรื่นรมย์ ภายในใจของเขาเสมือนถูกแรงดึงดูดบางอย่างสูบกลืนลงไปจนไม่อาจถอนตัวขึ้น

ถอนตัวไม่ขึ้นแล้วอย่างไร? เมื่อเขาคือหนานกงยวี่ สิ่งใดที่เขาหมายใฝ่ปองสิ่งนั้นย่อมต้องตกมาเป็นของเขาในที่สุด

ชั่วจังหวะนี้ เสียงรายงานของอารักขาหน้าประตูดังขึ้นเบาๆ “นายท่าน จูเฉวี่ยขอเข้าพบขอรับ”

เพียงไม่นาน สตรีผู้งดงามในอาภรณ์สีแดงเพลิงย่างกรายเข้ามาภายในห้องโถง นางคุกเข่าลงตรงหน้าหนานกงยวี่เพื่อแสดงความเคารพ

กิริยาเคลื่อนกายของนางสง่างามประดุจดั่งเมฆาที่เคลื่อนคล้อย แม้เมื่อยามก้มกายลงคุกเข่านางยังคงไม่สูญเสียความงามชดช้อยสะดุดสายตา กายของนางตั้งแต่เนินอกตลอดไปถึงช่วงท้องตั้งตรงอย่างสง่างามเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่งดงามของหญิงสาวได้อย่างชัดเจน

หนานกงยวี่กล่าววาจา “ลุกขึ้น สาวน้อยที่ข้ามอบหมายให้เจ้าไปตรวจอาการบาดเจ็บเป็นอย่างไรบ้าง?”

จูเฉวี่ยขยับกายลุกขึ้นอย่างแช่มช้า สีหน้าของนางเย็นยะเยียบคิ้วทั้งสองจิกเข้าหากันเล็กน้อย แววตาแห่งความเหยียดหยันฉายผ่านดวงตาวาบหนึ่งก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยเร็ว ขณะที่สิ่งเผยออกมาภายนอกยังคงให้ความเคารพยำเกรงยามเมื่อนางเอ่ยตอบ “เรียนนายท่าน คุณหนูน่าหลานได้รับบาดเจ็บแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นหาได้หนักหนาแต่ประการใด”

ภายหลังจากจูเฉวี่ยกลับมาแล้วนางจึงรู้ว่าผู้พำนักอยู่ในเรือนที่เร้นหลีกห่างไกลสังคม ณ สถานที่ซึ่งไร้พลังจิตวิญญาณนั้นคือผู้ที่นางไม่อาจคาดคิดไปถึง คนผู้นั้นคือคุณหนูสามผู้เป็นบุตรีแห่งอนุของสกุลน่าหลาน ไม่เพียงเท่านั้น นางผู้นี้ยังได้ชื่อว่าเป็นสวะไร้ค่าที่แม้แต่สกุลน่าหลานยังทอดทิ้ง

ไยต้องกล่าวถึงเรือนน่าหลานกระจ้อยร้อยนั้นเล่า สภาพร่างกายที่ไร้ความสามารถเยี่ยงสวะชิ้นหนึ่ง ยังอีกชาติกำเนิดที่ต่ำต้อยของนางผู้นี้ กระทั่งผู้ที่อยู่ในตำหนักราชันมัจจุราชยังคร้านจะให้ความใส่ใจกับคนเยี่ยงนี้ หากแต่นางกลับกล้ายั่วยวนนายท่าน นางสารเลว!

หนานกงยวี่ผงกศีรษะรับ เขาใช้กระแสพลังปราณตรวจสภาพร่างกายของเกอซีเช่นกัน แม้จะรู้ดีว่าร่างกายของนางหาได้มีสิ่งน่ากังวลใด ทว่าเมื่อนึกถึงรอยแผลเป็นที่ไขว้ไปมาบนร่างนั้น ความหนาวเหน็บพลันแทรกซึมเข้ามาถึงภายในใจของชายหนุ่ม

“รอยแผลเป็นบนร่างนางสามารถรักษาได้หรือไม่?”

จูเฉวี่ยลดสายตาของตนลงเพื่อซุกซ่อนอารมณ์ หากแต่แขนทั้งสองข้างที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวกลับกำแน่น นางใช้น้ำเสียงเยาะหยันกล่าวถึงตนเอง “นายท่าน ผู้ต่ำต้อยเช่นผู้น้อยเป็นแค่เพียงหมอผู้มีทักษะแพทย์ขั้นห้าเท่านั้นย่อมไม่อาจรักษารอยแผลเป็นให้จางหายไปได้ ผู้น้อยหรือจะมีคุณสมบัติที่จะรับใช้นายท่านในเรื่องนี้?”

เมื่อไม่ได้ยินการตอบสนองใด จูเฉวี่ยลอบยกสายตาขึ้นเพื่อจะได้เห็นรอยยิ้มไม่เชิงยิ้มบนใบหน้าของหนานกงยวี่ หญิงสาวกัดริมฝีปากตนเองแน่นอย่างเสียมิได้ ก่อนจะกล่าวขึ้น “อาการบาดเจ็บของคุณหนูน่าหลานเป็นเพียงบาดแผลปกติทั่วไปเท่านั้นยังไม่ถึงขนาดทำให้ผิวเสีย ดังนั้นผู้น้อยจึงมอบโอสถหยาดน้ำค้างหยดพิสุทธิ์ซึ่งเป็นโอสถระดับสองให้แก่นาง เท่านี้สมควรจะเพียงพอในการรักษาอาการบาดเจ็บของนาง ประสิทธิภาพตัวยาแม้จะจัดว่าอยู่ในระดับสามัญไม่ดีเลิศนักจึงต้องอาศัยระยะเวลาในการให้ผลนานกว่าตัวยาชั้นสูง แต่ก็มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการเจ็บปวดและคุณลักษณะของโอสถระดับนี้ย่อมส่งผลดีต่อสภาพร่างกายของมนุษย์ธรรมดาดังเช่นคุณหนูน่าหลาน ทว่า ผู้ใดจะล่วงรู้ว่า…..ผู้ใดจะล่วงรู้ว่า……”

จูเฉวี่ยเหลือบชำเลืองมองหนานกงยวี่อีกครา เมื่อนางยังคงเห็นรอยยิ้มประดับอยู่บนดวงหน้าของบุรุษหนุ่มพร้อมคิ้วคมที่กดเข้าหากันเล็กน้อย หญิงสาวจึงกล่าวต่อพร้อมน้ำเสียงเบิกบาน “เมื่อคุณหนูน่าหลานอาจทราบว่าผู้น้อยคือหมอผู้มีทักษะแพทย์ขั้นห้า นางจึงอยากขอปันโอสถทุกชนิดที่ผู้น้อยมี ทว่าโอสถพวกนั้นล้วนเป็นโอสถที่มีคุณสมบัติไม่ต่ำกว่าระดับสามทั้งสิ้น หากมนุษย์ธรรมดาสามัญใช้โอสถเหล่านี้ร่างย่อมแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ผู้น้อยหาทางเกลี้ยกล่อมนางอยู่นาน หากแต่คุณหนูน่าหลานกลับดื้อรั้นไม่เชื่อคำ นางกล่าวว่า….นางว่า…..นางคือคนสำคัญของนายท่าน ส่วนผู้น้อยเป็นเพียงทาสรับใช้ ผู้น้อยสุดรู้จะคิดเห็นประการใด คงได้เพียงกระทำตามสิ่งที่นางต้องการเท่านั้น ผู้น้อยไร้สามารถ สุดท้ายจึงแบ่งโอสถทั้งหมดให้แก่นางไป”

หนานกงยวี่แสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย หากแต่เขาหาได้กล่าวประณามหรือเอ่ยปลอบขวัญนางแต่อย่างใด ถ้อยไถ่ถามเพียงประโยคเดียวดังขึ้น “อืม เป็นเช่นนั้นรึ?”

จูเฉวี่ยรู้สึกตื่นกลัวต่อสายตาที่แฝงความหมายของนายท่าน สายตาคู่นั้นประดุจดั่งมันสามารถมองทะลุลงไปถึงภายในจิตใจของนาง นางไม่มีทางเลือกใดนอกไปเสียจากฝืนข่มความรู้สึกผิดและหวาดกลัวยามเมื่อต้องพยักหน้ารับคำ

หนานกงยวี่กล่าวโดยใช้น้ำเสียงทุ้มต่ำทันที “ข้าจำได้ว่าข้ามอบหมายให้เจ้านำตัวยาระดับสี่ โอสถเม็ดกล้ามเนื้อหยก ไปให้นางมิใช่หรือ จูเฉวี่ย เจ้าไม่เพียงไม่ทำตามคำสั่ง หากแต่ยังกล้าขัดคำสั่งของข้าเชียวหรือ?”

“ผู้น้อยมิกล้า!” จูเฉวี่ยตื่นตระหนกหวาดหวั่นกระทั่งทั่วทั้งร่างสั่นเทานางร่วงลงไปนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น

 

***จบตอน ตีสองหน้า***